[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 4 การเสแสร้งก็เป็นความดี (2.1) (รีไรต์)

    ผมเคยคิดอยู่บ่อยครั้ง

            ทำไมในนิยายเกี่ยวกับวันสิ้นโลกมากมายถึงได้มี ‘ตัวร้ายโจ่งแจ้ง’ ปรากฏตัวขึ้นเสมอ ๆ

            การที่อาชญากรอย่างพวกหัวขโมยหรือพวกชอบข่มขืนผู้หญิงปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้หัวคิดในสถานการณ์แบบนี้มันเป็นแค่ความขี้เกียจของนักเขียนใช่หรือไม่

            ถ้าหากโลกเข้าสู่ ‘การล่มสลาย’ ของจริงมนุษย์อาจจะทำตัวมีเหตุผลมากกว่าที่คิดก็ได้ไม่ใช่เหรอ

            “ไม่ยอมไสหัวออกไปสินะ เฮ้ย ฆ่ามัน!”

            แต่คำตอบก็อยู่ตรงหน้าผมนี่เองชายกลุ่มนั้นขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆอย่างระมัดระวังส่วนชายอีกคนกำลังเฝ้ามองมาทางนี้อยู่ข้างหลังคนทั้งกลุ่ม

            [กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ คาดหวังในบทลงโทษที่เหมาะสม]

            ผมพลันตระหนักขึ้นมาในที่สุดว่าจินตนาการของมนุษย์นั้นซ้ำซากจำเจส่วนมนุษย์ของจริงนั้นซ้ำซากเสียยิ่งกว่าจินตนาการเหล่านั้น

            ท่อนเหล็กวาดผ่านอากาศอย่างเงอะงะการโจมตีนี้ไม่ได้รู้สึกถึงจิตสังหารเลยแม้แต่นิด อันที่จริงต่อให้โดนตีลงมาจริง ๆก็คงไม่ทำให้ผมเจ็บด้วยซ้ำ

            “ถ้าไม่รีบไปจะฆ่าจริง ๆ นะ ไสหัวไป!”

            ชายสี่คนยืนล้อมผมเอาไว้เจ้าคนที่ยืนตัวสั่นก็รวมอยู่ในนั้นด้วยถึงแม้แต่ละคนจะดูผ่อนคลายกว่าเมื่อครู่นี้มากแต่มันก็แค่เพราะพวกเขามีจำนวนคนเยอะกว่า

            “มัวทำอะไรอยู่ ไอ้เวรพวกนี้!”

            ในตอนนั้นเองเสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นพร้อมกับที่ชายคนหนึ่งวิ่งกระโจนเข้ามาทางด้านนี้ช่างไร้การป้องกันเสียจนน่าสมเพช ผมขยับหนาม

            “อ๊ากกกก! ขาฉัน! ขาฉัน!”

            ชายคนที่โดนแทงเข้าต้นขากรีดร้องทรุดตัวล้มลงไปกองกับพื้น

            “ไอ้บ้านั่น?”

            “รุมมันเลย!”

            ชายกลุ่มนั้นกรูกันเข้าใส่ผมด้วยความคึกคะนองแต่ผมไม่กลัวพวกเขา

            เลเวลพละกำลังของพวกนี้อยู่แค่ระดับ5เป็นระดับที่ผมสามารถเอาชนะได้ง่าย ๆ อยู่แล้วผมเพิ่มแรงฟาดฟันพวกเขา ทิ่มแทงหนามออกไปเงียบ ๆ

            เหล่าชายแปลกหน้าถูกแทงเข้าที่ต้นขาอย่างต่อเนื่องพวกเขาส่งเสียงกรีดร้อง ทรุดลงไปกองกับพื้น แต่ผมไม่ได้ฆ่าเพราะอย่างไรเงื่อนไขในการเคลียร์ซีนาริโอก็ระบุไว้แค่ ‘ทำให้สิ้นฤทธิ์’ เฉย ๆ

            [กลุ่มดาวฝ่ายดีทั้งหลายพยักหน้าให้กับการตัดสินใจของคุณ]

            [กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งหัวเราะเยาะมนุษยธรรมของคุณ]

            [กลุ่มดาวมอบเงินสนับสนุนให้คุณ 100 เหรียญ]

            ถ้าผมจัดการฆ่าพวกเขาอย่างโหดเหี้ยมอาจจะดึงดูดความสนใจจากพวกกลุ่มดาวได้สักระยะก็จริงแต่มันก็แค่ระยะเดียวเท่านั้น การกระตุ้นแค่คราวเดียวไม่ได้ช่วยอะไรในระยะยาว

            [เหลือเวลาอีก 3 นาทีก่อนซีนาริโอย่อยจะสิ้นสุดลง]

            ผ่านมาสองนาทีแล้วสิ่งสำคัญคือการคำนวณเวลาให้แม่นยำ

            “อะ...ไอ้เวรนี่มันตัวอะไรกันแน่! ทำไมมันไม่ตาย”

            ถึงคราวตัวหัวหน้าที่เอาแต่ยืนมองสถานการณ์อยู่ด้านหลังจะออกมาเผชิญหน้ากับผมแล้ว

            “ฝีมือไม่ใช่เล่น ทุกคนถอยไป ฉันจะจัดการกับมันเอง”

            “พี่ชอลซู! ดูเหมือนว่าหมอนั่นจะมีผู้สนับสนุนนะครับ!”

            “งั้นก็ดีสิ มองก็รู้แล้วว่าต้องมีเหรียญเยอะแน่”

            สนับมือสีดำมันวาวนั่นไม่ใช่สนับมือเหล็กธรรมดาหรือเจ้านี่จะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มดาว?

            เสียงกระดูกลั่นดังขึ้นจากข้อมือของชายสวมสนับมือ

            [ตัวละคร ‘บังชอลซู’ ใช้งาน ‘คุกคาม’]

            [‘คุกคาม’ ไม่ได้ผลเนื่องจากค่าสถานะโดยรวมแตกต่างกันมากเกินไป]

            “โอ้ แข็งแกร่งพอตัวเลยสินะ ไม่กลัวเลยใช่มั้ย”

            ก่อนจะพูดจบประโยคหมัดของชายคนนั้นก็พุ่งตรงมาแล้วการโจมตีเล็งมาที่คางของผม พอเห็นว่าผมถอยหลังไปสองก้าวอย่างรวดเร็ว เขาก็แสยะยิ้มกว้าง

            “เจ๋งไม่ใช่เล่น? แกชอบออกกำลังกายสินะ”

            ต่อให้ไม่มีสกิลการชกต่อยอะไรถ้าเลเวลเกิน 10ขึ้นไป เรื่องแค่นี้ไม่ว่าใครก็ทำได้ทั้งนั้นผมใช้เหรียญที่เหลือจากการซื้อไอเท็มลงทุนไปกับค่าสถานะดังนั้นตอนนี้เลเวลทางด้านร่างกายจึงรวมกันแล้วอยู่ที่สามสิบสาม

            ไหนดูซิคนคนนี้มีค่าสถานะอยู่ระดับไหน

            [สกิลเฉพาะตัว ‘ลิสต์ตัวละคร’ ถูกเปิดใช้งาน!]

             

    <ข้อมูลตัวละคร>

    ชื่อ : บังชอลซู

    อายุ : 34 ปี

    กลุ่มดาวผู้สนับสนุน : ประมุขของเหล่าแมลงตัวจ้อย

    คุณลักษณะ : หัวหน้าหน่วยโจมตี (ทั่วไป)

    สกิลเฉพาะตัว : [รุมกัด Lv.2], [บลัฟ Lv.2]

    อักขระ : [คุกคาม Lv.1]

    ค่าสถานะ : [ความแข็งแกร่ง Lv.6], [พละกำลัง Lv.7],[ความเร็ว Lv.6], [พลังเวท Lv.2]

    ผลการประเมินโดยรวม : แมลงตัวจ้อยแสนธรรมดาที่โชคดีได้ผู้สนับสนุน มั่นใจในความสามารถของตัวเองเกินพลังในความเป็นจริง

     

            อา...อย่างนี้นี่เองนึกออกแล้ว

            “บังชอลซู แก๊งชอลดู”

            “อะไร แกรู้จักฉันด้วย?”

            “ก็ไม่รู้สินะ”

            เพราะเป็นพวกกลุ่มคนที่โผล่มาในช่วงต้นของนิยายแล้วก็หายไปอย่างรวดเร็วเหมือนสายลม เลยจำได้แค่ราง ๆ แต่มีตัวละครที่ชื่อว่า‘บังชอลซู’ อยู่แน่ ๆ

            ในบรรดามนุษย์ทั้งหลายใน ‘กลุ่ม’ ที่ประจำอยู่ตรงสถานีกึมโฮชายคนนี้เป็นแค่ขยะโง่เขลาที่สุด และเท่าที่ผมรู้เดิมทีคนพวกนี้จะต้องถูกยูจุงฮยอกฆ่าตาย แล้วทำไมถึงยังมีชีวิตรอดอยู่ได้กัน

            “เฮ้ หรือแกก็เป็นคนประเภท ‘นั้น’ เหมือนกัน แกเคยฆ่าคนละสิท่าใช่มั้ยล่ะก็ว่าสไตล์แกคล้ายกับฉันเลย”

            [ตัวละคร ‘บังชอลซู’ เปิดใช้งาน ‘บลัฟ’]

            บลัฟสกิลที่ใคร ๆ ก็มีถ้าเป็นพวกนักเลงหัวไม้ในโลกมืด ถือเป็นดีบัฟ[1]ที่ดีสำหรับใช้กดข่มพลังโจมตีของคู่ต่อสู้ที่จิตใจอ่อนแอแต่ในกรณีนี้ย่อมแตกต่างออกไป

            [‘กำแพงที่สี่’ ขัดขวางการบลัฟของตัวละคร‘บังชอลซู’]

            [ความมั่นใจของตัวละคร ‘บังชอลซู’ ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว]

            “นี่แกเมินฉัน? อยากตายจริง ๆ สินะ”

            บังชอลซูตั้งท่าต่อสู้มวยปล้ำแบบเกรโค-โรมันแผ่รังสีคุกคามหนักหน่วงราวกับพร้อมจะพุ่งกระโจนเข้าใส่ผมในทันทีแต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นแค่การบลัฟกันเฉย ๆ เท่านั้น

            เพราะบังชอลซูไม่มีสกิล[มวยปล้ำ]

            “หยุดพล่ามแล้วบุกเข้ามาซะ”

            “ไอ้ชาติหมา!”

            สกิลหลักที่หมอนั่นมีก็แค่[รุมกัด] เลเวล 2 ถ้าไม่ตะลุมบอนสู้กันเหมือนหมาความสามารถในการต่อสู้ของชายคนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

            “ตายซะ!”

            การโจมตีของเขาแทบจะไม่โดนผมน่าจะเป็นเพราะเลเวลความเร็วของพวกเราต่างกันมากเกินไป

            ผมมองเขาด้วยความสมเพชเล็กน้อยไม่ใช่กลุ่มดาวทั้งหมดที่ปรารถนาอยากสร้างอวตารของตัวเองให้กลายเป็น ‘ตัวเอก’ ของซีนาริโอ

            อย่างเช่น ‘ประมุขของเหล่าแมลงตัวจ้อย’กลุ่มดาวผู้สนับสนุนของเจ้านี่เป็นกลุ่มดาวที่มีชื่อเสียงในด้านไม่สนใจไยดีอวตารของตัวเอง

            มันก็แค่เลือกใช้งานอวตารโง่ๆ พวกมาโซคิสต์ที่สนุกกับการเฝ้ามองอวตารถูกบดขยี้โดยอวตารอื่น

            นี่แหละประมุขของเหล่าแมลงตัวจ้อย

            [กลุ่มดาว ‘ประมุขของเหล่าแมลงตัวจ้อย’ สนุกมาก]

            [กลุ่มดาว ‘ประมุขของเหล่าแมลงตัวจ้อย’ มอบเงินสนับสนุนให้คุณ100เหรียญ]

            แย่ไปกว่านั้นทั้ง ๆ ที่อวตารของตัวเองกำลังจะถูกเล่นงานแท้ ๆ ยังสนับสนุนฝ่ายศัตรูอีก

            เดิมทีผมคิดว่าจะโจมตีทีเดียวให้จบพอดีกับเวลาแต่ดูท่าเรื่องราวจะต่างออกไปเล็กน้อย

            [เหลือเวลาอีก 2 นาทีก่อนซีนาริโอจะสิ้นสุดลง]

            ถ้าอย่างนั้นคงต้องประยุกต์ใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

            “ไอ้หนูสกปรก!”

            กระทั่งวิธีการพูดจายังเป็นสไตล์ของ ‘ประมุขของเหล่าแมลงตัวจ้อย’ ช่างน่าสงสารจริง ๆ

            พลั่ก!

            “ฮ่า ๆ! ต่อยโดนแล้ว!”

            การโจมตีของเขาถูกเป้าเพราะโชคช่วยแต่แน่นอนว่ามันแทบไม่สร้างความเสียหายอะไรให้ผมเลยก็แค่รู้สึกคันเล็กน้อยบริเวณที่โดนต่อยเท่านั้น

            “ได้ไงกัน!”

            ได้ไงอะไรล่ะเลเวลความแข็งแกร่งของผมตอนนี้อยู่ที่ 12 ส่วนเลเวลพละกำลังของเขาอยู่แค่7 ความห่างชั้นของค่าสถานะโดยรวมหนึ่งหลักย่อมสร้างช่องว่างความแตกต่างให้กับพลังการโจมตีอยู่แล้ว

            “คราวนี้ถึงตาฉันแล้วสินะ”

            ผมตบๆ แก้มบังชอลซูที่ตัวแข็งทื่อเป็นหินเบา ๆแล้วต่อยหน้าเขาสุดแรงแค่หมัดเดียวก็ทำให้ฟันหลุดกระเด็นออกมาสองซี่บังชอลซูล้มก้นจ้ำเบ้าลงพร้อมกับกรีดร้องเสียงดัง

            หลังจากนั้นผมก็ยกหนามขึ้นแทงลงไปบนแขนของเขาอย่างไม่ลังเล

            “อ๊ากกกกก!”

            หลังจากใช้หนามเสียบแขนข้างหนึ่งของเขาตรึงไว้กับผนังผมก็ลงมือใช้ความรุนแรงอย่างไม่บันยะบันยัง หลัง ต้นขา รวมถึงสีข้าง เลือกเฉพาะบริเวณที่จะทำให้เจ็บปวดที่สุดแต่จะไม่เจ็บจนหมดสติ

            [กลุ่มดาว ‘ประมุขของเหล่าแมลงตัวจ้อย’ สนุกมาก]

            [กลุ่มดาว ‘ประมุขของเหล่าแมลงตัวจ้อย’ เรียกร้องให้มีการขยายระยะเวลาของซีนาริโอย่อย]

            [ซีนาริโอย่อยขยายเวลาเพิ่ม 1 นาที]

            ทั้งหมดนั่นเป็นจุดเดียวกับที่ผู้หญิงคนที่สลบไปบาดเจ็บ


    [1] ดีบัฟ (Debuff)คำศัพท์ในเกมเป็นสกิลชนิดหนึ่งที่ใช้ลดทอนพลังหรือค่าป้องกันของผู้เล่นหรือศัตรู เช่น ทำให้ติดพิษทำให้มึนงง ทำให้เคลื่อนที่ช้า ทำให้ไม่สามารถจู่โจมได้ ฯลฯกล่าวคือทำให้อีกฝ่ายอ่อนแอลงนั่นเอง

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT) ที่คุณอ่าน