┏━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━┓
เื่นี้หยกจะลงให้ทุกคนอ่านฟรีจนจบเลยน้า
หากลงครบ 50% แล้วหยกจะทำการติดเหรียญในครึ่งแรก
ส่วนครึ่งหลังหยกก็จะลงให้อ่านฟรีต่อจนจบไปเลยจ้า
และเมื่อลงจนจบแล้วหยกจะทำการติดเหรียญทั้งหมดในทันที
เพราะงั้นทุกคนอย่าลืม กดหัวใจ กับ กดเพิ่มเข้าชั้น เอาไว้กันด้วยน้า
┗━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━┛
ตกดึก
ภายในรถยนตร์
บ้านภูสิทธ์พลังกร
หลังจากใช้เวลาเกลี้ยกล่อมดาวี่เื่การแต่งงานของเราสองคนจนมันจบลงไม่ดีเท่าที่คิดเอาไว้สักเท่าไรฉันก็เลยถอดใจไปในที่สุด เมื่อโดนอีกฝ่ายขู่กลับมาด้วยร้านอันเป็ที่รัก เพราะงั้นเมื่อการพูดคุยจบลงฉันก็เดินทางไปที่ร้านดอกไม้ของตัวเองด้วยใจเป็กังวลมาก จากนั้นก็ใช้เวลาพอสมควรกับการคลุกคลีอยู่ในร้านหลายชั่วโมงกว่าจะรู้ตัวก็ฟ้ามืดไปเสียแล้ว
“ยินดีต้อนรับครับคุณหนู” นายเด่น ผู้ติดตามของฉันเอ่ยทักทายทันทีที่เห็นฉันลดกระจกรถยนต์ลงเพื่อจะให้เครื่องสแกนจับมาที่ใบหน้าของตัวเองก่อนเข้าบ้าน เพราะต้องให้ระบบทำงานตามกลไกลของมันก่อน ฉันถึงจะสามารถเข้าบ้านได้
“...” ฉันพยักหน้าให้กับมันไป และเมื่อระบบขึ้นเป็สีเขียวที่แปลกว่าผ่านแล้วฉันก็ตีรถวนเข้าไปจอดในที่ประจำของตัวเองต่อตามลำดับ
แกร๊ก~
ยังไม่ทันได้เปิดประตูลงจากรถเอง ผู้ติดตามของฉันก็จัดการทำให้ทุกอย่างแล้วโดยที่ไม่ต้องสั่งอะไรให้เปลืองน้ำลาย
“แม่ของฉันล่ะหลับไปหรือยัง?” พอก้าวขาออกมายืนข้างนอกเต็มความสูงแล้วฉันก็โยนกระเป๋าสะพายคู่ใจไปให้กับยอดที่พึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามา และก็ทันเห็นด้วยว่าผู้เป็พี่อย่างเด่นมองน้องชายตัวเองด้วยสายตาที่ไม่พอใจมากแค่ไหน
แต่สำหรับฉันชินแล้ว เด่นถือว่าทำหน้าที่ของตัวเองดีและตรงเวลาทุกอย่าง เขาดูพร้อมไปหมด ต่างจากน้องชายหรือนายยอด รายนั้นชอบเมาแล้วหลับยาวเหมือนอย่างตอนนี้ เอาเถอะฉันจะแกล้งทำเป็ไม่เห็นแล้วกัน เพราะยังมีเื่อย่างอื่นที่ฉันต้องโฟกัสมากกว่า
“นายหญิงใหญ่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ในโซนบาร์ครับ” คำตอบของเด่นเล่นทำเอาฉันต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนพวกเขาทั้งสองพากันเงียบไม่กล้าพูดอะไรไปมากกว่านี้
“มีอะไรก็ไปทำเถอะ” หลังจากไล่พวกเขาออกไปแล้วฉันก็เปลี่ยนทิศทางที่จะเข้าไปในบ้านตอนแรกเป็ไปทางบ้านอีกหลังแทน
บ้านหลังที่ฉันกำลังจะไปเป็เหมือนสถานที่ส่วนตัวหรือโซนพักผ่อนอย่างที่เด่นรายงานนั่นแหละ และก็มีเพียงแค่ฉันกับพ่อเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปหาแม่ในนั้นได้โดยไม่ถูกฆ่าออกมา
บ้านส่วนตัวของแม่สายป่าน
“มันดึกมากแล้วนะแม่ยังมานั่งดื่มอยู่อีกเหรอ” เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปฉันก็ต้องย่นหน้าอย่างไม่พอใจทันทีที่กลิ่นของบางสิ่งบางอย่างที่ฉันไม่ชอบโชยมาเตะเข้ากับปลายจมูก
ทั้งกลิ่นไวน์และกลิ่นของบุหรี่มันปะปนผสมรวมกันมั่วไปหมด ไม่รู้แม่นั่งอยู่ในนี้นาน ๆ ได้อย่างไร แค่ฉันเดินเข้ามาและยืนไม่ถึงนาทียังรู้สึกแสบจมูกมากเลย
“มีอะไรก็พูดมา” ในตอนนี้ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็แม่ของฉันกำลังนั่งไขว่ห้าง ใช้ปลายนิ้วชี้เคาะลงที่ก้นของบุหรี่เพื่อ้าให้ส่วนที่ไหม้เป็ผงไปแล้วหลุดออกจากแท่งที่เธอกำลังใช้นิ้วคีบอยู่ และมืออีกข้างของแม่...ก็ถือแก้วไวน์คู่ใจควงเล่นไปมาโดยที่ท่านนั่งหันหลังให้กับประตูที่ฉันเปิดเข้ามา แม้จะได้ยินเสียงประตูถูกเปิด แต่แม่ก็ยังคงนั่งเหมือนเดิมไม่คิดที่จะหันกลับมามองลูกสาวคนนี้สักนิด แถมยังตั้งคำถามแบบตรงจุดทั้งที่ฉันยังไม่ได้พูดอะไรออกไปสักคำเลย
“พ่อล่ะ ทำไมพ่อถึงปล่อยให้แม่มาอยู่ในนี้ได้ มืดก็มืดไฟเนี่ยไม่คิดจะเปิดหรือไงแม่ เดี๋ยวสายตาก็แย่ลงหรอก” ฉันแกล้งทำเป็เปลี่ยนเื่โดยเดินเข้าไปตรงสวิตช์ไฟและกดปุ่มเปิดจนภายในบ้านที่มืดสนิทในตอนแรกกลับกลายเป็สว่างโล่งภายในพริบตา
“พูดมา” หลังจากเปิดไฟแล้วฉันก็คิดเอาไว้ว่าจะเดินเข้าไปหาแม่ แต่เมื่อโดนอีกฝ่ายย้ำคำเดิมกลับมาก็เล่นทำเอาขาที่กำลังจะก้าวเข้าไปหาท่านเป็อันต้องชะงักเล็กน้อย
ฉันรู้ดีว่าตอนนี้พ่อของตัวเองคงกำลังนั่งสวดมนต์อยู่ในบ้านอีกหลัง หรือไม่ก็คงหลับไปแล้ว และการที่พ่อจะเข้ามาตามแม่ในนี้มันเป็เื่ที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะคนอย่างแม่ไม่มีใครสั่งท่านได้ยกเว้นคุณตาเท่านั้น ก็เลยเป็เหตุผลที่แม่ไม่ตอบคำถามของฉัน แต่เลือกที่จะบีบให้ฉันพูดถึงเื่ที่มาหาท่านในวันนี้แทน
คงดูออกกันอยู่แล้วใช่ไหมว่าปฏิกิริยาท่าทางของฉันตอนเข้ามาในบ้านไม่ได้ดูยินดี เหมือนว่าตัวเองมาบ้านหลังนี้ครั้งแรกและก็ถูกต้องอย่างที่หลายคนกำลังคิดหรือเดากัน เพราะฉันรู้ว่าแม่ใช้บ้านหลังนี้ทำอะไร เพื่อไม่ให้ฉันและพ่อได้รับผลกระทบต่อสิ่งที่ยังเลิกไม่ได้ของท่าน
“รักษาสุขภาพตัวเองหน่อยสิแม่ ทั้งหนูและพ่อเป็ห่วงมากเลยนะ” เมื่อแม่เห็นว่าฉันกำลังเดินเข้าไปใกล้ท่าน แม่ก็รีบเปลี่ยนฝั่งของบุหรี่ไปอีกทาง และกดหัวที่ติดไฟลงกับถ้วยเหล็กจนในที่สุดไฟที่ติดอยู่มอดดับไป เหลือเพียงแค่ควันที่กำลังล่องลอยไปอีกทางอย่างเชื่องช้า
“ให้พ่อของแกบ่นฉันคนเดียวก็ปวดหัวพอแล้ว ส่วนแกไม่ต้อง” แม่พูดขณะที่มืออีกข้างเลื่อนแก้วไวน์ไปอีกฝั่งห่างจากตรงที่ฉันกำลังนั่งอยู่ ถึงจะเห็นแม่ฉันดูทำตัวแก่นโลกมากขนาดนี้ แต่ทว่ากลับสอนให้ลูกสาวอย่างฉันห้ามแตะต้องสิ่งอบายมุขพวกนี้โดยเด็ดขาด ซึ่งฉันเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย เพราะส่วนตัวก็ไม่ได้ชอบหรือสนใจของพวกนี้แต่แรกอยู่แล้วไง
“เื่แต่งงานกับโดมหนูไม่เห็นด้วย” ฉันรีบเข้าประเด็นโดยหยิบยกชื่อของอีกฝ่ายที่แม่สนใจในตัวลูกเขยคนนี้ขึ้นมาพูด
“วันก่อนที่ฉันพูดเื่นี้แกยังดูเห็นด้วยอยู่เลยไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมตอนนี้เกิดไม่อยากแต่งขึ้นมาแล้ว?”
“ก็...ตอนนั้นคิดว่าคงทำใจแต่งได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อยู่ดีอะแม่” ฉันลองพูดถึงทางอื่นออกไปก่อนว่าแม่จะตอบกลับมายังไง แต่ถ้าท่านยังไม่ยอม ฉันก็คงต้องใช้อีกเหตุผลที่เตรียมมารับรองว่าเหตุผลที่ฉันคิดอยู่ในหัว แม่คงไม่มีทางบังคับฉันได้อีก
แต่มันก็เสี่ยงมากด้วยเช่นกัน ฉันก็เลยยังไม่อยากหยิบยกเื่นั้นออกมาพูดหากมีหนทางอื่น ระหว่างนี้ที่แม่อนุมัติให้ผ่านได้ ฉันก็จะได้ไม่ต้องเสี่ยง
♡⃛ ─────────────────── ♡⃛
ฝากกดติดตามกันด้วยน๊า : เพจ Sunisayok
(https://www.facebook.com/sunisayok310540/)
♡⃛ ─────────────────── ♡⃛