เช้าวันถัดมาความมืดค่ำเริ่มผ่านพ้นไปและตามมาด้วยแสงแดดที่ส่องสว่างเจิดจร้า กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุในตอนนี้กลับมีร่างเงาของหมาป่าสีเงินวิ่งตะกุยไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นหลินตงกับเจ้าหมายเลขหนึ่งนั้นเอง
เมื่อเวลาตอนเช้ามาถึงชายหนุ่มก็ไม่รีรอที่จะออกเดินทางในทันที ยิ่งเขาไปยังเมืองที่อยู่ใจกลางสุสานแห่งทะเลทรายแห่งนี้ได้เร็วเท่าไหร่มันก็จะยิ่งเป็นผลดีเท่านั้น
"หืม? มาอีกแล้ว เจ้าหมายเลขหนึ่งลงมือ..!!"
หลินตงที่นั่งอยู่บนหลังของมันก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เป็นเจ้าแมงป่องทะเลทรายอย่างเช่นเดิมนั้นเอง มันตอนนี้โผล่ออกมาจากผืนทรายขึ้นมาดักหน้าพวกเขาอย่างรู้งาน
"กรรรร"
หมายเลขหนึ่งเมื่อได้ยินว่าถึงคราที่มันลงมือแล้วก็คำรามออกมาอย่างหนักหน่วง มันพุ่งเข้าใส่ร่างเงาเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วเสมือนกับเป็นสัตว์ป่านักล่าที่ทรงพลัง
เจ้าแมงป่องที่่เห็นเหยื่อพุ่งเข้ามาก็ใช้หางของมันแทงออกมาอย่างเร่งรีบ คลื่นลมกระทบที่พุ่งออกมาทำให้เกิดเสียงที่แหลมเฟี้ยว
หางที่เหมือนกับหอกคมถูกเคลือบไปด้วยพิษสีเขียวเข้มทำให้เจ้าหมายเลขหนึ่งต้องหรี่ตาลง นัยน์ตาของมันตอนนี้จริงจังอย่างถึงที่สุด มันมีความรู้สึกว่าถ้าโดนหางนี้เข้าไปถึงจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเท่าไหร่แต่ทว่าด้วยพิษที่อยู่ปลายหางก็ทำให้มันตกตายได้ทันที
เพียงพริบตาเดียวเจ้าหมายเลขหนึ่งก็กระโดดตัวหลบฉีกออกไปด้านข้างจนทำให้หางแมงป่องที่เต็มไปด้วยพิษนั่นพลาดเป้า ด้วยความคล่องแคล่วพร้อมกับปฏิกิริยาตอบโต้ที่รับมือได้อย่างฉับพลันจึงทำให้มันหลบออกไปได้ง่ายๆและเมื่อมันเห็นจังหวะช่องว่างมันก็ไม่รีรอที่จะพุ่งตัวเข้าใส่
"แก๊กๆๆๆๆ"
แมงป่องทะเลทรายถึงกับร้อนรน มันรีบดึงหางของตนกลับมาพร้อมกับยกก้ามที่ใหญ่โตทั้งสองขึ้นเพื่อที่จะตัดร่างเบื้้องหน้าออกเป็นชิ้นๆแต่ทว่ามันยังช้าไปอยู่ก้าวหนึ่ง ด้วยการที่มันมีเกราะที่ใหญ่โตจึงทำให้ความเร็วของมันกลายเป็นจุดอ่อนไปในทันที
กรงเล็บหมาป่าถูกกางออกไปพร้อมกับฟาดฟันเข้าใส่สัตว์อสูรเบื้องหน้าจนก่อเป็นคลื่นสายลมห้าสายที่รุนแรง
"ฉัวะ"
ร่างของแมงป่องทะเลทรายถึงกับขาดสะบั้นลงพลางถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ มันตอนนี้ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะถูกจัดการได้ง่ายๆเช่นนี้ ต้องบอกก่อนว่าพวกมันทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกันแต่ทว่าผลลัพธ์ของการต่อสู้ชั่งแตกต่างจากที่มันคิดไว้นัก เกราะที่แข็งแกร่งของมันไม่สามารถต้านได้สายลมที่สบัดออกมาได้เลยซักนิด
หลินตงที่นั่งอยู่บนหลังของมันก็ถึงกับตาลุกวาว พลังการโจมตีแข็งแกร่งมาก
"ดีมาก!! ฝีมือของเจ้าตอนนี้เผลอๆสัตว์อสูรระดับสี่ก็ยังต้องตึงมือเลยมั้ง"
เขาเอ่ยชมพร้อมกับใช้ฝ่ามือลูบไปยังหัวของมันอยู่สองสามที เจ้าหมายเลขหนึ่งเมื่อถูกชมก็ดีใจส่งเสียงครางออกมาจนลิ้นห้อยเลยทีเดียว
จากที่เขาสังเกตดูแล้วความเร็วและพลังในการโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้คงจะเป็นผลกระทบจากพื้นที่ห้วงมิติมังกรของเขาอย่างแน่นอน ยิ่งอยู่ภายใต้ห้วงมิตินานมากเท่าไหร่สายเลือดของสัตว์อสูรที่อยู่ภายในตัวก็จะย้อนคืนสู่จุดเริ่มต้นมากเท่านั้น มันยังช่วยให้พลังกายของสัตว์อสูรพัฒนาไปอย่างมหาศาล บอกเพียงว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆสักวันนึงตัวของหลินตงอาจจะได้ขี่หลังสายพันธ์ผู้อยู่จุดสูงสุดของเผ่าพันธุ์หมาป่าทั้งมวลก็เป็นได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นนัก
ต้องบอกก่อนว่าหลินตงก็เพิ่งจะมารู้เช่นเดียวกันสำหรับเรื่องราวนี้ ยิ่งสัตว์อสูรในพันธสัญญาใกล้ชิดกับชายหนุ่มมากเท่าไหร่ผลกระทบของมันก็จะยิ่งมากเท่านั้นและเจ้าหมายเลขหนึ่งก็ยังเป็นถึงสัตว์อสูรอัญเชิญตัวแรกของเขาด้วยทำให้มันได้รับผลประโยชน์ที่มากยิ่งกว่าเจ้าหมายเลขสองที่เป็นแร้งมัจจุราชซะอีก
ถึงจะบอกว่ามากยิ่งกว่าแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแร้งมัจจุราชจะไม่ได้รับมันเช่นกัน ตราบใดที่ยังเป็นสัตว์อสูรอัญเชิญของชายหนุ่ม สัตว์อสูรทุกตนที่อยู่ใต้อานัติของเขาก็จะได้รับผลประโยชน์เช่นนี้
เวลาผ่านไปร่วมหลายวันหลินตงตอนนี้ก็ยังออกเดินทางอยู่ ต้องบอกเลยว่าสภาพของเขาตอนนี้ดูสกปรกเป็นอย่างมาก ตามชุดคลุมสีดำเต็มไปด้วยเลือดของสัตว์อสูรที่เปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งตัว เพราะถึงยังไงตลอดเวลาที่เขาเดินทางมาเขาต้องผจญเข้ากับสัตว์อสูรนับร้อยตัว ยิ่งวันไหนที่ตกดึกและเขายังไม่สามารถหาเชิงผาอย่างเช่นวันแรกได้แล้วละก็ ฝูงสัตว์อสูรแมงป่องทะเลทรายก็ยกขโยงกันมาอย่างไม่ขาดสายจนเป็นเหตุให้หลินตงกับเจ้าหมายเลขหนึ่งและหุ่นเงาทั้งสองต้องรับมือมันอย่างไม่หยุดพัก
ส่วนเจ้าหมายเลขสองไม่เหมาะสมที่จะออกมาอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ การที่จะเอามันออกมาก็จะยิ่งเป็นการทำร้ายตัวมันเองก็เท่านั้น ต่อให้จะเป็นสัตว์อสูรระดับสี่แต่การบินไปบนท้องฟ้าที่มีพายุทะเลทรายรุนแรงจนแม้แต่ขั้นขุนพลนภายังต้องขยาดมันจะไม่เป็นการดีอย่างยิ่ง ต้องรอให้พลังของมันมากยิ่งกว่านี้และเมื่อถึงตอนนั้นไม่ว่าจะไปยังที่แห่งใดก็ไม่มีปัญหา
ชั่วครู่เดียวในที่สุดหลินตงก็เดินทางมาถึง เบื้องหน้าของพายุทะเลทรายคือกำแพงที่สูงอย่างตระหง่าน มันสูงถึงหลายร้อยเมตรราวกับเป็นป้อมปราการที่ไม่มีวันแตกหักแถมกำแพงยังมีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ยาวไกลสุดลูกหูลูกตาอีกด้วย บนตัวกำแพงบางจุดถึงกับมีเลือดของสัตว์อสูรมากมายที่แห้งกราดประดับเอาไว้ คงจะไม่ต้องบอกนะว่ามันคืออะไร เรียกได้ว่าสถานที่แห่งนี้คงจะหนักหนาสาหัสมากยิ่งกว่าเมืองหน้าด่านที่เขาเพิ่งเคยไปอย่างแน่นอน ถึงยังไงเมืองแห่งนี้ก็ลงหลักปักฐานอยู่ที่ใจกลางของสุสานแห่งนี้ อาจจะมีสัตว์อสูรมากมายที่บุกเข้ามาไม่เว้นแต่ละวันเลยก็เป็นได้
"นี่นะหรอ? เมืองรกร้างที่ถูกบอกว่าเป็นเมืองเพียงหนึ่งเดียวของอาณาเขตแห่งนี้"
หลินตงเก็บเจ้าหมายเลขหนึ่งกลับเข้าไปยังพื้นที่ห้วงมิติมังกรก่อนและตัวของเขาก็จะเดินทางเข้าไปเอง การจะเอาสัตว์อสูรออกมาอาจจะเป็นที่สะดุดตาก็เป็นได้เพราะหลินตงก็ยังไม่รู้บรรยากาศที่อยู่ภายในเมืองแห่งนี้
เวลาผ่านไปชายหนุ่มที่สวมชุดคลุมสีดำที่ปกปิดไปทั่วทั้งตัวก็เดินทางมาถึงหน้าประตูเมือง มันสูงและกว้างกว่าหลายสิบเมตร มันถูกเปิดไว้อย่างอ้าซ่าพร้อมกับมีทหารรักษาการณ์ที่ทรงพลังเป็นจำนวนมาก พวกเขาคือผู้ตรวจสอบคนเข้าเมืองนั้นเองแถมดูเหมือนว่าการตรวจขันจะไม่ค่อยเข้มงวดเท่าไหร่
ตรงบริเวณหน้าประตูเมืองก็มีขบวนขนส่งมามากมายที่ต่อแถวเตรียมตัวจะเข้าเมือง แต่ละกลุ่มมีผู้ฝึกยุทธคุ้มกันขบวนมาอย่างหนาแน่น
ทหารหลายคนเมื่อเห็นว่ามีร่างเงาเดินเข้ามาจากที่ไกลๆก็เลือบมองอยู่นิดๆ ใบหน้าของพวกเขานิ่งเฉยเป็นอย่างมากเหมือนกับว่านี้คือเรื่องปกติในทุกๆวัน
หลินตงเมื่อถึงคิวของตนก็เดินผ่านพวกเขาไปอย่างง่ายดาย ใบหน้าที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมถึงกับประหลาดใจ ไม่เอ่ยถามหรือเก็บค่าผ่านทางเลยหรอ แตกต่างจากเมืองเหรินซานนักแถมดูจากท่าทางลักษณะของพวกเขาแล้วเหมือนว่าทหารพวกนี้คือผู้เฝ้าประตูป้องกันสัตว์อสูรซะมากกว่า เมื่อมีสัตว์อสูรหลุดรอดเข้ามาพวกเขาพร้อมที่จะลงมือทันทีและทหารเกือบร้อยคนที่คอยปกป้องประตูเมืองแห่งนี้ก็ไม่ธรรมดา อย่างต่ำๆก็เป็นถึงขั้นจิตยุทธรวมเป็นหนึ่งแถมคนที่มีพลังมากที่สุดก็ยังเป็นถึงขั้นขุนพลนภาขั้นต้น เรียกได้ว่าเมืองแห่งนี้ปลอดภัยอย่างถึงที่สุดภายในอาณาเขตสุสานทะเลทรายเลยก็ว่าได้
และเมื่อเขาก้าวเดินผ่านเข้าประตูเมืองมาก็ถึงกับต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า อาคารบ้านเรือนสูงใหญ่ที่ถูกสร้างอยู่มากมาย ฝูงชนคับคั่งรวมถึงผู้ฝึกยุทธนับพันเดินกันไปมาอย่างไม่รู้จบ เสียงตะโกนของผู้คนคึกคักราวกับว่าอยู่ที่เมืองเหรินซานยังไงยังงั้น ต้องบอกก่อนว่านี้คือเมืองรกร้างเพียงหนึ่งเดียวที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสุสานทะเลทรายแห่งนี้ แล้วทำไมมันถึงมีผู้คนธรรมดามากมายที่ไม่ใช่ผู้ฝึกพลังยุทธด้วยละ ด้วยเหตุนี้เองมันยิ่งทำให้ชายหนุ่มถึงกับประหลาดใจกับสถานการณ์เช่นนี้เป็นอย่างมาก