ตุ้บ!!เสียงดังขึ้นเมื่อเซบัปร่างยักษ์พุ่งเข้าชนด้วยความรุนแรง
มันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันตั้งใจที่จะจัดการเจ้าแมวน้อยนี่ให้ตายในการชนครั้งนี้ มันจึงใช้แรงถึงแปดในสิบส่วนของทั้งหมดแต่ทันทีที่มันสัมผัสได้ว่าพุ่งชนบางสิ่งบางอย่างนั้นมันรู้สึกถึงแรงกระแทกที่แตกต่างจากที่คาดคิดไว้และเป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนกับที่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต
พลังเล็ก ๆ บางอย่างพุ่งเข้ากระแทกส่วนหน้าผากของมันอย่างรุนแรงรุนแรงจนร่างกายของมันหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่สามารถเคลื่อนไปขางหน้าได้แม้แต่น้อยมันตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ไม่น้อย พร้อม ๆกับลืมตาขึ้นมองหาต้นเหตุของแรงกระแทกนี้
ทันทีที่ลืมตาขึ้นร่องรอยของความประหลาดใจปนตกใจปรากฏขึ้นในแววตาของมันที่ถูกแสงจันทร์ส่องกระทบจนสะท้องออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนสิ่งที่ปรากฏในสายตาของมันคือเด็กน้อยที่สูงไม่เกินครึ่งหนึ่งของตัวมันกำลังยืนขวางอยู่ระหว่างตัวมันและลูกแมวน้อยนั้นมือทั้งสองของเด็กน้อยยังคงกำหลวมพร้อมตั้งท่าหมัดขึ้นเตรียมพร้อมตั้งรับหรือโจมตีได้ตลอดเวลา
ความตกใจไม่ได้เกิดขึ้นกับเซบัปฝ่ายเดียวโนบลินเองก็ตกใจไม่แพ้กันที่ตัวเองตัดสินใจเข้าช่วยเหลือแมวน้อยตัวนี้ทั้งที่เขาตัดใจไปแล้วรอบหนึ่งแท้ ๆแต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่ใจดำพอที่จะเห็นเจ้าลูกแมวที่ไม่มีทางสู้ตัวนี้ต้องตายลงด้วยน้ำมือของเซบัปยักษ์
“ฟู่ว..เจ้ายักษ์นี่เอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย”
โนบลินบ่นอุบเมื่อความรู้สึกชาที่มือขวาซึ่งใช้ต้านรับการพุ่งชนของเซบัปนั้นยังไม่หายไปทัั้งที่โนบลินใช้พลังเทียบเท่ากับนักเวทระดับกลางในการต่อยหมัดเมื่อกี้ออกไปแต่แรงกระแทกจากการโจมตีของเซบัปก็ยังทำให้เขาปวดร้าวไปทั้งแขนอยู่ดี
โนบลินแบมือออกเรียกเอายาน้ำฟื้นร่างกายพร้อมกับยาน้ำเสริมกายาออกมาและกลืนตัวยาทั้งสองลงไปอย่างรวดเร็ว
“สู้กับเซบัปก็ต้องใช้พลังของเซบัปสิถึงจะสูสี”
โนบลินพริ้มตาลงเล็กน้อยระหว่างที่ตัวยาทั้งสองออกฤทธิ์ทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอย่างมาก เขารู้สึกมีความมั่นใจในการต่อสู้ครั้งนี้ขึ้นมามากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
โนบลินยังคงตั้งท่าเตรียมพร้อมพร้อมทั้งจ้องเข้าไปในดวงตาของเซบัปยักษ์ตัวนั้นเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกไม่เกรงกลัวไปยังเซบัป โดยหวังให้มันยอมเลิกรากันไปเพราะเขาเองก็ไม่อยากจะสู้กับมันซักเท่าไหร่นัก
“โฮก!!”
แต่ดูเหมือนว่าเซบัปตัวใหญ่ตัวนี้จะไม่ยอมจบง่ายๆมันส่งเสียงคำรามดังก้องก่อนที่จะย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อตั้งท่าเตรียมพุ่งตัวเข้าโจมตีโนบลินอีกครั้งแต่คราวนี้มันแทบจะพุ่งเข้ามาด้วยพลังทั้งหมดที่มันมี
“เหวอ..!”
โนบลินตะโกนอย่างตกใจก้มลงอุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาไว้ในอกก่อนที่จะบังคับพลังในรองเท้าทั้งสองข้างดีดตัวออกจากจุดเดิมในพริบตา
“โครม..!”
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นเมื่อเจ้าเซบัปพุ่งเข้าชนต้นไม้ขนาดสามคนโอบจนลำต้นของมันหักโค่นลงทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน
“ดีนะที่เมื่อกี้ไม่ยืนชนกับมันตรงๆ”
โนบลินรู้สึกเย็นวาบที่หลังเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ถ้าเขาตัดสินใจที่จะปะทะกับเจ้าเซบัปนั้นตรง ๆตอนนี้เข้าคงนอนกองเป็นก้อนเนื้อแหลกเหลวกองหนึ่งไปแล้วแน่นอน
โนบลินนำเอาลูกแมวน้อยไปวางบนกิ่งของต้นไม้ต้นหนึ่งก่อนที่จะพุ่งตัวออกไปอีกทางเพื่อล่อให้เจ้าเซบัปยักษ์ตามเขาออกไปให้ห่างจากแมวน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้มันถูกลูกหลงจากการต่อสู้ของเขา
โนบลินควบคุมพลังเวทในรองเท้าช่วยให้เขาเคลื่อนที่ได้อย่ารวดเร็วและแทบจะไม่มีเสียงให้ได้ยินเขาคาดว่าน่าจะทิ้งห่างเจ้าเซบัปตัวนั้นมาไกลพอสมควรกลัวว่าถ้าทิ้งห่างจนเกินไปจะทำให้มันคลาดกับเขาและหวนกลับไปจัดการเจ้าลูกแมวนั้นโนบลินเลยลดความเร็วลงก่อนจะหันกลับไปมองหาเจ้าตัวใหญ่
แต่ภาพที่เห็นทำให้โนบลินหยุดหายในไปครู่หนึ่ง..
เซบัปตัวใหญ่ที่สูงถึงสามเมตรและมีน้ำหนักที่ไม่น่าจะน้อยกว่าห้าร้อยถึงหกร้อยกิโลกรัมแต่มันกลับพุ่งตามโบลินมาติด ๆ จนห่างกันไม่ถึงสิบวานอกจากนั้นเสียงจากการเคลื่อนไหวของมันถือได้ว่าเบามากเมื่อเทียบกับขนาดตัวของมันจนโนบลินแทบจะตาค้างไป
"นะ..นั่นมัน"
โนบลินพูดออกมาได้ไม่กี่คำก่อนที่จะหันหลังกลับและออกตัววิ่งด้วยความเร็วสูงสุดภาพที่โนบลินเห็นเมื่อสักครู่นี้เหมือนกับว่ามีพลังลมหมุนวนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเจ้าเซบัปยักษ์จนตัวของมันลอยขึ้นจากพื้นดินเล็กน้อยทำให้มันเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเดิมและลดสุ้มเสียงที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของมันลงไปจนแทบไม่เหลือ
"หรือว่า..?เจ้ายักษ์นั่นมันพัฒนาเป็นสัตว์เวทแล้ว..?" โนบลินยิ่งคิดยิ่งตกใจมากยิ่งขึ้น
ถึงแม้ว่าความหนาแน่นของพลังเวทมนต์ในเขตเทือกเขานี้จะมากกว่าในพื้นที่อื่นก็จริงแต่โนบลินไม่คิดว่าสัตว์ร้ายที่แทบจะไม่มีสมองอย่างเซบัปจะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นสัตว์เวทได้แบบนี้
โดยปกติแล้วสัตว์เวทมนต์จะได้เปรียบที่สามารถใช้เวทมนต์ในการต่อสู้ได้แต่จะมีพลังกายและพลังป้องกันที่ต่ำซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของพวกมันจนเมื่อสัตว์เวทสามารถพัฒนาสติปัญญาขึ้นมาจนถึงขั้นที่หนึ่งมันจะสามารถใช้พลังเวทมนต์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายมันเพื่อกลบจุดอ่อนของตัวเองได้
แต่สำหรับเซบัปตัวนี้ซึ่งถือเป็นสัตว์ร้ายที่มีความแข็งแกร่งทางร่างกายที่สูงอยู่แล้วเพื่อพัฒนามาเป็นสัตว์เวทมนต์ทำให้มันไม่มีจุดอ่อนด้านการป้องกันของร่างกายเหมือนสัตว์เวทอื่น ๆนอกจากนั้นมันยังพัฒนามาเป็นสัตว์เวทธาตุลมที่ช่วยเสริมความเร็วของมันขึ้นไปและลบจุดอ่อนด้านการเคลื่อนไหวของมันลงไปอย่างมาก
“แย่กว่านี้มีอีกไหมเนี่ย..?”โนบลินบ่นอย่างเหนื่อยใจที่ต้องมาต่อสู้กับสัตว์เวทที่ไม่มีจุดอ่อนด้านการป้องกันทางกายภาพแบบนี้
“ยังไงก็คงต้องลองดูกันล่ะ”
โนบลินตัดสินใจสู้กับเซบัปตัวนี้เขาพุ่งตัวเข้าหาต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าสองเท้าสัมผัสลำต้นที่ใหญ่หยาบพร้อมกับงอเข่าลงจากนั้นโนบลินพุ่งตัวอย่างแรงจนร่างทะยานย้อนกลับมาอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทันมือซ้ายยื่นไปข้างหน้าเล็กน้อยพร้อมกับมือขวาที่กำเป็นหมัดน้าวไปด้านหลัง
ร่างของเซบัปที่พุ่งทะยานมาด้วยความรวดเร็วและร่างของโนบลินที่พุ่งเข้าปานลูกธนูกำลังจะปะทะกันด้วยความรุนแรง
พริบตานั้น โนบลินเร่งเร้าพลังงานเวทมนต์ในถุงมือพลังเวทสีน้ำเงินม่วงโปร่งแสงแปรเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งห่อหุ้มหมัดขวาของโนบลินจนกลายเป็นหมัดน้ำแข็งที่ใหญ่พอๆ กับลูกมะพร้าวที่เปล่งแสงสีฟ้าจาง ๆ ออกมา
ตู้ม..!!
ทันทีที่ร่างทั้งสองพุ่งเข้าหากันโนบลินเหวี่ยงหมัดขวาเต็มแรง หมัดน้ำแข็งพุ่งเข้ากระแทกหน้าผากของเซบัปยักษ์นั้นอย่างจังมันสะดุ้งทันทีที่โดนโจมตี หัวที่คล้ายหมูป่าขนาดใหญ่ของมันผงกลงไปตามแรงหมัดก่อนที่มันจะไถลไปตามพื้นยาวเกือบยี่สิบเมตร
โนบลินทิ้งตัวลงมายืนที่พื้นพร้อมกับหอบหายใจเบาๆ ถึงแม้จะมียาเม็ดเสริมกายาที่ช่วยให้กล้ามเนื้อ กระดูกรวมถึงเส้นเอ็นทั่วร่างแข็งแกร่งขึ้นเกือบสิบเท่าแต่แรงกระแทกที่เกิดจากเซบัปที่พุ่งมาด้วยความเร็วขนาดนั้นก็ทำให้โนบลินรู้สึกปวดร้าวจนคล้ายกระดูกทั่วทั้งแขนแหลกละเอียดไปหมด
ซึ่งความจริงแล้วกระดูกแขนของโนบลินนั้นหักไปถึงสามท่อนด้วยกันแต่ด้วยฤทธิ์ของยาน้ำฟื้นร่างที่ยังคงหลงเหลือในร่างกายของเขาช่วยฟื้นฟูให้กระดูส่วนนั้นสมานตัวกลับไปได้ภายในพริบตาก่อนที่ตัวยาจะหมดฤทธิ์
แต่ถึงอย่างนั้นโนบลินก็ยังคงรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่ดีทั้งจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดเป็นเวลานานรวมทั้งการแปลงพลังเวทมนต์ให้กลายเป็นรูปร่างที่ใช้พลังสมาธิอย่างมากทำให้สมองของโนบลินเริ่มอ่อนล้าลงเล็กน้อย
เขาไม่รอช้าเรียกเอายาน้ำฟื้นร่างออกมาอีกหลอดก่อนจะกระดกดื่มอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าเซบัปยักจะตั้งตัวได้ เพราะเขาไม่คิดว่าด้วยพลังป้องกันระดับเซบัปนี้จะสิ้นฤทธิ์ด้วยการโจมตีแค่ครั้งเดียว
แล้วก็จริงดังคาดเจ้าเซบัปค่อย ๆ ขยับตัวและใช้เท้าทั้งสี่ข้างค่อย ๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาอย่างช้า ๆ มันสะบัดหัวแรง ๆจนต้นไม้รอบข้างสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหันกลับมาจ้องมองโนบลินด้วยสายตาอาฆาตแค้น
...คราวนี้ของจริงแล้วสินะ...
“นาน ๆ ออกมาจากเมืองทีก็มาเจอกระดูกชิ้นโตเลยแฮะ” โนบลินบ่นพึมพำ
โนบลินรวบรวมสมาธิอีกครั้งจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเซบัปที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์โนบลินเข้าใจว่าการที่สัตว์ร้ายจะพัฒนามาเป็นสัตว์เวทนั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆโดยส่วนมากจะเกิดกับเผ่าพันธุ์ที่ค่อนข้างมีสติปัญญาที่ดีพอสมควรบวกกับการสั่งสมพลังเวทเข้าไปในร่างกายจนเกิดเป็นแก่นเวทขึ้น
แต่สำหรับเซบัปที่เป็นสัตว์เวทระดับต่ำที่อาศัยเพียงความแข็งแกร่งของร่างกายและความรวดเร็วในการขยายพันธุ์เพื่อช่วยให้ดำรงเผ่าพันธุ์ในโลกนี้ได้นั้นนับว่าเป็นเรื่องที่เห็นได้ยากในการที่จะพัฒนาจนกลายมาเป็นสัตว์เวทเช่นนี้
เจ้าเซบัปยักษ์ส่งเสียงครืดคราดในจมูกใหญ่ของมันมันย่อตัวลงอีกครั้งเพื่อตั้งท่าเตรียมตัวโจมตีโนบลินไม่นานหลังจากรวบรวมพลังเสร็จสิ้น มันพุ่งตัวเข้าหาโนบลินเหมือนลูกธนูยักษ์ที่ถูกยิงจนสุดแรง
“พุ่งมาตรง ๆแบบนี้ก็สวยสิ” โนบลินฉีกยิ้ม
เขาพุ่งตัวเข้าหาเซบัปตัวนั้นทันทีมือขวาวาดมาทางด้านหลังพร้อมกับกำมือแน่นเตรียมตัวส่งหมัดนี้เข้าไปจัดการเจ้าเซบัปยักษ์ให้สิ้นฤทธิ์
ห่างอีกเพียงสองวาร่างของทั้งคู่ก็จะพุ่งเข้าปะทะกันโนบลินกำหมัดแน่นพร้อมกับวาดมือชกออกไปเต็มแรงน้ำแข็งเวทมนต์ก่อตัวขึ้นเคลือบหมัดขวามากกว่าคราวที่แล้วถึงสองเท่าโนบลินตั้งใจปิดบัญชีด้วยหมัดนี้ให้ได้
“หลับไปซะเจ้ายักษ์!!”โนบลินตะโกนเรียกแรงก่อนที่หมัดน้ำแข็งของเขาจะอัดเข้าที่หน้าผากของเซบัปยักษ์
“เฮ้ย!!” ตู้ม!!