บทที่ 118 กู่เทียนสมองทึ่มมาอีกแล้ว
ตอนจบที่น่าทึ่งแบบนี้ ทำให้ใครต่างก็คาดไม่ถึงกันจริงๆ
เย่จื่อเฉินมองซูเหยียนที่มีสีหน้าบึ้งตึง อีกทั้งยังมีเซี่ยเขอเข่อที่ยืนทำหน้านิ่งขรึมเล็กน้อยอยู่ข้างๆก่อนจะเอื้อมมือไปโอบเอาทั้งคู่เข้ามาในอ้อมกอด
“ซาบซึ้งเลยใช่ไหมล่ะถ้าซาบซึ้งแล้วก็รีบเอาบัตรคอนเสิร์ตมาให้พวกฉันได้แล้ว”
ซูเหยียนกับเซี่ยเขอเข่อที่อยู่ในอ้อมกอดดันตัวออกมาทันที แล้วยื่นมือขอบัตร
รู้สึกว่าบทมันจะแปลกๆ นะ
ในเวลานี้ทั้งสามคนควรจะต้องแสดงความภาคภูมิใจซึ่งกันและกันอย่างอบอุ่นแล้วตัวเขาก็จะต้องรับปากกับพวกเธอว่าต่อไปนี้จะไม่เจ้าชู้หลายใจ จะทำให้พวกเธอทั้งคู่มีความสุขไม่ใช่เหรอ!
“มองอะไรเล่า เอาบัตรมาให้พวกฉันสิ”
“อ่อ”
ความคิดผู้หญิงนี่ซับซ้อนจริงๆเย่จื่อเฉินล้วงเอาบัตรคอนเสิร์ตออกมาจากกระเป๋ากางเกงสองใบด้วยหน้าตามึนงงแล้ววางลงบนมือของทั้งคู่คนละใบ
“โอเค นายไปได้แล้ว”
...
พอได้บัตรไปแล้ว เย่จื่อเฉินก็โดนผู้หญิงสองคนนี้ทิ้งทันที
เดินเอ้อระเหยอยู่ในสวนหม่อนของมหาวิทยาลัยด้วยใบหน้ามึนงงในหัวเอาแต่คิดถึงแต่เหตุการณ์เมื่อครู่นี้
อะไรกันเนี่ย
“หึ ครั้งนี้นายมีความสุขใช่ไหมล่ะ” หลิวฉิงลอยมาอยู่ตรงหน้าเย่เจื่อเฉินด้วยใบหน้าบูดบึ้งก่อนจะพูดขึ้น “ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขอเข่อกับซูเหยียนคิดอะไรกันอยู่ทำไมถึงได้ยอมผู้ชายเฮงซวยอย่างนาย”
“ฉันเฮงซวยยังไงอีกเนี่ย!”
“ก็มีแฟนแล้วยังมาทำตัวเจ้าชู้หลายใจอีกแบบนี้ไม่ใช่ผู้ชายเฮงซวยหรือไง?”
หลิวฉิงยกสองมือขึ้นเท้าเอว ก่อนพูดด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
เย่จื่อเฉินโดนผีสาวต่อว่าจนพูดไม่ออกเขาไม่ได้จะรังแกผู้หญิงคนไหนรอบตัวเขา
แต่ก็ต้องบอกว่าการทำแบบนี้มันก็ไม่ค่อยยุติธรรมสำหรับพวกเธอ
“เถียงไม่ออกใช่ไหมล่ะ?”
หลิวฉิงเชิดหน้าขึ้นอย่างได้ใจ ทันใดนั้นร่างดำทะมึนร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเย่จื่อเฉิน
“พี่ชายเย่ ผีน้อย!”
“กู่เทียน!”
เย่จื่อเฉินไม่เจอเจ้าเด็กคนนี้นานมากแล้ว แน่นอนว่าเขาก็ไม่อยากเจอเจ้าเด็กนี่แล้วเหมือนกัน
ไอคิวต่ำ พูดจาวอนโดนตี
“นายไม่อยู่เฝ้าห้างนายหรือไง วิ่งโร่มาทำอะไรที่มหาลัยพวกฉันอยู่บ่อยๆ”
“มาหาพี่ไง” กู่เทียนเม้มปากยิ้มแล้วพูดขึ้น “เมื่อกี้ผมเจอพี่สะใภ้ด้วย แล้วก็คุยกับเธออยู่แป๊บหนึ่ง”
พี่สะใภ้!
เจ้าเด็กนี่หมายถึงเซี่ยเขอเข่อแน่นอน
“ตกลงว่ามาหาฉันทำไม บอกมาตามตรง”
เย่จื่อเฉินข่มอารมณ์ที่อยากจะตีเขาลงไปกู่เทียนเลิกคิ้วขึ้นแล้วพูด
“จริงสิ เมื่อกี้ตอนเจอพี่สะใภ้มีผู้หญิงสวยๆ คนหนึ่งอยู่ข้างเธอด้วยตอนผู้หญิงคนนั้นได้ยินผมเรียกพี่สะใภ้ ก็ดูท่าทางไม่ค่อยพอใจด้วย”
“คนนั้นก็พี่สะใภ้นายเหมือนกัน ต่อไปนี้ถ้าเจอก็เรียกทั้งคู่เขาก็ดีใจแล้ว”
“ว้าว ไม่ธรรมดาจริงๆ พี่เย่” กู่เทียนทำมือชี้วนๆอยู่ข้างตัวเย่จื่อเฉิน “มีผีสาวน่ารักขนาดนี้อยู่ด้วยแล้วแท้ๆยังมีสาวสวยอีกตั้งสองคนมาชอบอีก ทั้งคนทั้งผีไม่มีเว้นเลย สุดยอด!”
...
ใบหน้าของเย่จื่อเฉินถมึงทึงทันที เขาหรี่ตาลงพร้อมกับพูดกับกู่เทียน
“ถ้านายยังพล่ามอีกแค่ประโยคเดียว ฉันต่อยนายแน่”
“ทำไมต้องต่อยผมล่ะ ที่ผมพูดมันไม่จริงเหรอ?”
“ฉัน…อย่ามาห้ามฉันฉันจะสั่งสอนเจ้าเด็กบ้านี่!”
เย่จื่อเฉินโดนหลิวฉิงดึงเอาไว้แต่กู่เทียนกลับยู่ปากพูดด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
“ทำไมจะต้องโมโหขนาดนี้ด้วยล่ะ”
“ฉัน…” เย่จื่อเฉินเงื้อมือขึ้นจะต่อยเจ้าเด็กนี่แต่หลิวฉิงก็ดึงเขาไว้สุดแรง เขาจึงหันไปขมวดคิ้วมุ่นพูดกับกู่เทียน “นายช่วยพูดให้มันน้อยๆ หน่อยจะได้ไหม!”
“ก็ได้ แต่ว่าพี่เย่นี่ก็...”
“เจ้าบ้านี่!”
พลั่ก
ครั้งนี้แม้แต่หลิวฉิงเองก็ห้ามไม่อยู่แล้วเจ้าเด็กนี้วอนโดนตีจริงๆ
เย่จื่อเฉินยกเท้าขึ้นถีบก้นของกู่เทียน จนได้ยินเสียงกระดูกดังลั่น
บริเวณหน้าร้านขายเครื่องดื่มภายในมหาวิทยาลัยมีสองร่างกำลังนั่งยองอยู่
กู่เทียนจดจ้องขอบตาที่เขียวช้ำพร้อมกับสูดจมูกในมือกำแก้วโค้กเอาไว้พร้อมกับมองเย่จื่อเฉินด้วยหน้าตาใสซื่อ
“พี่ตีผมทำไม”
“ฉันตีนายแล้วจะทำไม?”
เย่จื่อเฉินกลอกตาใส่เขา อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยเจ้านี่วอนโดนตีชะมัด
ถ้าเป็นคนทั่วไป ป่านนี้คงได้ไปนอนอยู่ในโรงพยาบาลแล้วแต่เจ้านี่ยังสามารถนั่งกินโค้กอยู่กับเขาตรงนี้ได้
เย่จื่อเฉินจุดบุหรี่ให้ตัวเองโดยไม่ได้สนใจสายตาขุ่นเคืองของกู่เทียน ก่อนจะเหลือบตามองเขาแล้วพูดขึ้น
“ตกลงว่ามาหาฉันทำไม?”
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ กู่เทียนก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ก่อนหน้านี้ผมเห็นว่าในบ้านผีสิงหลังหนึ่งมีวิญญาณร้ายตนหนึ่งที่ไม่ยอมให้ทางนรกเอาตัวไปผมคนเดียวกำจัดมันไม่ได้ เลยอยากให้พี่เย่ไปกับผมหน่อย”
ก็รู้อยู่หรอกว่าถ้ากู่เทียนมาหาเขาต้องไม่ใช่เรื่องดี แต่คิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นเรื่องบ้าบอแบบนี้
บ้านผีสิง
วิญญาณร้าย
คนบ้าเท่านั้นแหละถึงจะไป
...
“บ้านผีสิงที่นายว่าคือที่นี่เหรอ?”
เย่จื่อเฉินยกสองมือขึ้นเท้าเอว มองบ้านหลังตรงหน้า
บ้านหลังที่อยู่ตรงหน้านี้ดูเก่ามาก ประตูหน้าต่างก็ไม่มีพอเข้าไปใกล้ก็รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกอยู่จางๆ
“ที่นี่แหละ”
เทียบกับนิสัยทำอะไรตามอำเภอใจของเย่จื่อเฉินกู่เทียนจะต้องระวังตัวให้มาก
เขาเคยมาที่นี่หลายครั้ง รู้ลึกรู้จริงว่าเจ้าตัวที่อยู่ในบ้านหลังนี้มันดุขนาดไหน
“งั้นก็เข้าไปดูกันเถอะ”
เย่จื่อเฉินค่อนข้างสนใจวิญญาณร้ายตนนี้ เมื่อเห็นแล้วจะได้โทรให้ยมทูตดำขาวมาจับผีไป
คิดไม่ถึงว่าจะมีผีที่สามารถหนีรอดจากการจับกุมของยมทูตไปได้เพราะแบบนี้เขาถึงได้อยากเห็นว่าเจ้าผีตัวนี้มันเป็นยังไง
ตอนอยู่ข้างนอกแค่รู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างนิดหน่อยแต่ในทันทีที่เข้ามาในบ้าน…
เย็นยะเยือก
เพิ่งเหยียบเข้าไปในบ้านผีสิงที่ผุพัง เย่จื่อเฉินก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
กลไกการป้องกันตัวทำงานโดยอัตโนมัติ พร้อมกับก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว
“ตกลงว่าวิญญาณร้ายที่นายบอกมันอยู่ที่ไหนกันแน่ทำไมตอนนี้ถึงยังไม่เห็นอะไรเลย?”
เขาเดินวนรอบบริเวณบ้านหลังนี้กับกู่เทียนมาหลายนาทีแล้วแต่ก็ไม่เห็นเงาของวิญญาณร้ายตนนั้นเลย
“อาจจะไปนอนแล้วก็ได้”
เพียะ!
เย่จื่อเฉินยกมือขึ้นตบหัวกู่เทียนเล็กน้อย
“นายกวนฉันเหรอ ผีต้องนอนด้วยหรือไง?”
“ใครกวนพี่กัน” กู่เทียนทำหน้าโอดครวญแล้วพูด “แล้วผีน้อยที่อยู่กับพี่ไม่นอนหรือไง?”
“เธอ…”
แก๊ก
ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังออกมาจากในบ้านสีหน้าของกู่เทียนกับเย่จื่อเฉินเกร็งขึ้นมาทันที
หลังจากที่มองไปรอบๆ ทั้งคู่ก็เลื่อนสายตาไปทางประตูบ้านที่อยู่ข้างหน้า
“เหมือนว่าเสียงมันจะออกมาจากตรงนั้นนะ”
“น่าจะใช่”
กู่เทียนกลืนน้ำลายแล้วพูดขึ้น
ปัง!
เย่จื่อเฉินไม่คิดอะไรมากมาย ใช้เท้าถีบประตูออกทันที จากนั้นทั้งคู่ก็พุ่งเข้าไป
“กรี๊ด!”
ทันทีที่ประตูพัง ภายในบ้านก็มีเสียงกรีดร้องตกใจดังขึ้นมา
เย่จื่อเฉินกับกู่เทียนหันไปตามเสียงนั้น
“ห้ามมองนะ!”
ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งยองฉี่อยู่ตรงมุมหนึ่งของบ้าน
“ลูซี่ ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?”
เย่จื่อเฉินทำหน้างง เสียงเมื่อครู่นี้ก็น่าจะมาจากการที่เธอเกิดไปเหยียบโดนอะไรบางอย่างในบ้าน
แต่ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้มาอยู่ในบ้านที่ผุพังแบบนี้?
หรือว่านี่จะเป็นบ้านของเธอ?
“นายมายุ่งอะไรด้วย ยังไม่รีบหันกลับไปอีก”
ใบหน้าของลูซี่เห่อแดงด้วยความอาย เย่จื่อเฉินถึงได้สติแล้วดึงกู่เทียนหันหลัง
ทันทีที่หันหลังกลับมา หลิวฉิงที่อยู่ในเนตรมังกรก็ได้ตะโกนขึ้นมาทันที
“ออกมาแล้ว!”
“อะไรนะ!”
เย่จื่อเฉินหันขวับทันที…
จึงได้เห็นว่าข้างหลังของลูซี่มีเงาสีเทาเงาหนึ่งปรากฏขึ้นมา