ร่างสูงใหญ่ที่ดูโดดเด่นกว่าทุกคนเดินนำหน้าเขามาในอู่ต่อเรือตามด้วยขบวนชายฉกรรจ์ที่แต่งกายดูน่าเกรงขามถือกระบี่ติดมือมาทุกคนนายช่างและช่างที่ทำงานง่วงกันอยู่ล้วนหันไปมองขบวนคนเ่าั้แล้วทำหน้าเลิ่กลั่กไต้กงเรือที่ยืนอยู่หน้าสุดรีบเดินเข้ามาต้อนรับ “ข้าน้อยคารวะคุณชายใหญ่”
ไต้กงไฉช่างล่างเห็นหน้ากากที่คุณชายใหญ่ใส่มาก็จำได้รวมทั้งองครักษ์ที่ติดตามคุณชายใหญ่ล้วนเป็คนคุ้นหน้าเขาเป็คนเดียวในอู่ต่อเรือแห่งนี้ที่รู้ฐานะที่แท้จริงคุณชายใหญ่ซึ่งต้องระมัดระวังความปลอดภัยเป็พิเศษ คราวก่อนที่เขาติดตามคุณชายใหญ่ล่องเรือไปแคว้นเหลียนกับแคว้นผิงก็ได้รู้ว่านอกจากคุณชายใหญ่จะเป็ผู้มีวิทยายุทธ์สูงส่งแล้วยังเป็คนดุมากจนไม่กล้ามีผู้เข้าใกล้โดยง่าย
หน้ากากที่สวมใส่ในคราวล่องเรือเป็หน้ากากรูปอสูรเห็นแล้วดูดุร้ายยิ่งนักทว่าคราวนี้เป็หน้ากากที่ดูไม่ดูโหดเหมือนครั้งก่อนทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้น ‘น่าแปลกที่คุณชายใหญ่ไม่เคยถอดหน้ากากให้ผู้ใดเห็นเลยหรือว่าจะมีใบหน้าอัปลักษณ์เสียจนไม่้าให้ผู้ใดได้เห็น’
“ซ่อมแซมเรือที่ครั้งก่อนถูกลอบยิงเสร็จหรือยัง?”
“ยังขอรับ! เสียหายหนักนักคงต้องใช้ระยะอีกสักพัก”
“อืม....โจรสลัดพวกนั้นร้ายกาจเสียจริงหากแคว้นเหลียนยังไม่คิดจะจัดการปัญหานี้อย่างจริงจังล่ะก็เห็นทีเราอาจจะต้องจัดเตรียมอาวุธให้เรียบร้อยก่อนออกเดินเรือคราวหน้า
“คุณชายใหญ่ได้ส่งจดหมายไปแคว้นเหลียนหรือยังขอรับ?”ไต้กงหมายถึงพระราชสาส์นที่ทรง้าส่งไปขอความช่วยเหลือจากแคว้นเหลียนให้กำจัดโจรสลัดในน่านน้ำบริเวณใกล้ทางเข้าเมืองเป่าจู
“ข้าให้ท่านพ่อส่งไปแล้วหวังว่าจะได้รับคำตอบโดยเร็ววัน”
ไต้กงเรียกให้ฉงจินเค่อนายช่างใหญ่ประจำอู่มารายงานความคืบหน้าในการซ่อมแซมเรือที่ถูกปืนใหญ่ยิงในคราวนั้นท่านอ๋องใหญ่ภายใต้หน้ากากยังรู้สึกเจ็บแค้นที่โจรสลัดพวกนั้นคล้ายจะรู้ว่าพระองค์ประทับอยู่เรือลำใดภายหลังจึงมารู้ว่าเกิดเหตุฏโดยพระปิตุลาเคราะห์ดีที่เหตุการณ์นั้นสงบลงได้เพราะน้องเขยของเขาจวิ้นอ๋องจากแคว้นิมีส่วนช่วยให้ยืมกองทัพเข้ามาช่วยระงับเหตุแม้การยืมกองทัพของแคว้นอื่นจะเป็เื่ไม่ควรเพราะอาจเป็ชนวนในการชักศึกเข้าบ้านจึงต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ
“คุณชายใหญ่ขอรับเชิญทางนี้ข้าน้อยอยากให้ท่านได้ชมปืนใหญ่ที่เพิ่งติดตั้งใหม่อานุภาพดีกว่ารุ่นเดิมที่เราใช้มากนักเพิ่งส่งมาจากแคว้นเหลียนเมื่อเดือนก่อน”
คุณชายใหญ่พยักหน้าแล้วเดินตามฉงจินเค่อไปองครักษ์ซ่งและองครักษ์ หร่วนคอยสอดส่องซ้ายขวาเพราะเหล่าคนงานในอู่ต่อเรือแห่งนี้มีหลายคนที่พวกเขาไม่คุ้นหน้าจำนวนมากฉงจินเค่อชี้ให้คุณชายใหญ่ชมปืนใหญ่บางส่วนที่ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“หากเสร็จสมบูรณ์เราคงจะต้องล่องเรือออกไปลองทดสอบประสิทธิภาพกันสักหน่อย”คุณชายใหญ่พยักหน้าให้รู้ว่าพึงพอใจ
“ขอรับข้าน้อยจะเตรียมคนไว้ให้พร้อม”
“อีกไม่นานที่นี่จะมีค่ายทหารเกิดขึ้นใหม่เพราะแคว้นเรามีเรือรบแล้วจะขาดทหารที่จะมารบทางทะเลไปไม่ได้”
นายช่างจงได้ยินเช่นนั้นก็ยินดีเป็อย่างยิ่งหากมีกองทัพเรือขึ้นในแคว้นจินจริงเขาก็ย่อมกลายเป็นายช่างต่อเรืออันดับหนึ่งคราวนี้ชื่อเสียงของเขาจะต้องเลื่องลือไปทั่วคาบสมุทร ไต้กงไฉที่เดินตามมาสมทบได้ยินดังนั้นก็หูผึ่ง
“คุณชายใหญ่ขอรับแสดงว่าที่ท่านมาครั้งนี้ก็เพื่อเตรียมการเื่ค่ายทหารหรือขอรับ?”
“ใช่!ข้าได้รับมอบหมายให้มาดูที่ดินจัดสร้างค่ายทหารเรือพวกเ้ามีที่ดินบริเวณใดจะแนะนำบ้างหรือไม่?”
“ข้าน้อยว่าคุณชายใหญ่จะไปสอบถามท่านเ้าเมืองดูนะขอรับเพราะท่านผู้นี้กว้างขวางและรู้จักพื้นที่ดีกว่าทุกคน” ไต้กงไฉเห็นว่าเ้าเมืองเหลียงเป็ผู้ใจซื่อมือสะอาดรู้จักผู้คนกว้างขวางหลายระดับ เหมาะที่จะให้คำปรึกษาที่สำคัญระดับแคว้น
“อืม...เห็นทีข้าจะต้องเชิญเ้าเมืองเป่าฉีไปคุยกับข้าเสียหน่อย”จินเสวี่ยหลงไม่อยากจะไปปรากฏตัวที่จวนของเ้าเมืองเพราะเกรงจะมีผู้พบเห็นตนมากไป เขาคงต้องทำเหมือนคราวก่อนคือให้คนไปเชิญเ้าเมืองเหลียงผู้นั้นไปพบที่คฤหาสน์เงียบๆเพื่อป้องกันมิให้ตัวตนของเขาถูกเปิดเผย
ท่านอ๋องใหญ่ให้องครักษ์ซ่งนำตราส่วนพระองค์ไปยืนยันกับเ้าเมืองเป่าฉีครั้นเหลียงฮุ่ยฟู่เห็นตราประจำตัวองค์ชายใหญ่ก็รีบตามองค์รักษ์ซ่งออกไปพร้อมผู้ติดตามอีกสองคนโดยมิได้บอกกล่าวสิ่งใดแก่ฮูหยินของตน
“ซินเอ๋อร์เ้ามาก็ดีแล้วท่านพ่อของเ้าหายออกจากจวนไปไม่ได้บอกแม่เลยว่าจะไปที่ใด? ถามพวกองครักษ์ที่จวนก็ไม่มีผู้ใดรู้เห็นบอกเพียงว่ามีคนผู้หนึ่งมาถามแล้วก็ออกไปด้วยกัน เ้ากับเสี่ยวเหวินช่วยไปตามหาให้แม่หน่อยเถิด”
เหลียงเจินซินได้ยินดังนั้นก็ดีใจยิ่งน้อยครั้งที่แม่ของนางจะบอกให้นางออกไปนอกจวนด้วยตนเอง“เช่นนั้นบ่ายนี้ข้าไม่ต้องเรียนท่องโคลงกลอนแล้วใช่หรือไม่?”
“เอาเถอะๆแม่จะบอกอาจารย์เ้าให้กลับไปก่อน” ไป๋ฮูหยินโบกไม้โบกมือไล่ลูกสาวให้ออกไปตามหาสามีนางกังวลใจนักเมื่อได้ยินว่าคนที่มาเชิญสามีออกไปเป็ชายร่างใหญ่รูปร่างน่ากลัวแถมยังถือกระบี่มาอีกด้วย
“ขอบคุณท่านแม่ข้าจะไปตามเสี่ยวเหวินเดี๋ยวนี้เลย”
ไป๋ฮูหยินมองตามบุตรสาวที่แต่งกายเป็ชายวิ่งออกไปนอกจวนอย่างกลุ้มใจนิดๆปีนี้เหลียงเจินซินอายุสิบหกปีแล้วนางเลยวัยปักปิ่นมาเล็กน้อยแต่เพราะความกระโดกกระเดกจนกระเดียดจะกลายเป็บุรุษทำให้คนทั้งเมืองเรียกบุตรสาวของนางว่า‘นายน้อยเหลียง’ หรือไม่ก็ ‘คุณชายน้อยเหลียง’ซินเอ๋อร์ของนางเพราะเรียนวิชาแมวเก้าชีวิตจึงชอบแต่งกายอย่างบุรุษั้แ่อายุยังน้อย
่หนึ่งที่สามีของนางโมโหเพราะอยากให้บุตรสาวแต่งกายอย่างสตรีไป๋ฮูหยินจึงไปวัดแล้วเอาแผ่นกระดาษกลับมาหนึ่งแผ่นอ้างว่าเจอกับหมอดูตาบอดที่ดูแม่นยำมาจากเมืองหลวงทำนายทายทักว่าบุตรสาวของตนจำต้องแต่งกายอย่างบุรุษ “ท่านพี่หมอดูบอกกับข้าว่าดวงของซินเอ๋อร์นั้นใน่เยาว์วัยหากนางแต่งกายเป็บุรุษจะวาสนาดีในเื่คู่ครองและแคล้วคลาดจากอันตรายทุกสิ่งท่านดูสิ!นี่คือสิ่งที่หมอดูท่านนั้นเขียนไว้ให้ข้าก่อนจากไป”
เมื่อเ้าเมืองเหลียงได้อ่านกระดาษแผ่นนั้นที่เต็มไปด้วยลวดลายยันต์และคำทำนายจึงเลิกบ่นเื่ที่บุตรสาวแต่งกายเป็บุรุษแต่ก็ยังต้องปวดหัวกับเื่ทะโมนของนางดีที่ซินเอ๋อร์เป็หัวไวเรียนรู้ได้เร็วไม่ว่าจะบังคับให้นางเรียนสิ่งใดแม้ว่านางจะไม่ชอบแต่เรียนรู้ไปสักพักกลับทำได้ดียิ่ง
‘ซินเอ๋อร์เอ๋ย! แม่ก็หวังว่าสักวันเ้าจะพบบุรุษที่ทำใจรับได้ที่เ้าเป็เช่นนี้บุตรสาวที่แปลกประหลาดของข้า บุรุษเช่นใดหนอจะพึงใจเ้า?’
*****************
