ตอนที่ 40 ข้าวต้องกินทีละคำ…เดินต้องเดินทีละก้าว
สาเหตุที่พีทและน้าผีตกลงกันว่าจะปล่อยเกม Standalone แทนที่จะเป็นเกมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากกว่า ก็เพราะพีทยังไม่มีเงินทุนมากพอที่จะไปเช่าเซิร์ฟเวอร์หรือซื้อเซิร์ฟเวอร์เพื่อที่จะรองรับกับจำนวนผู้เล่นทั่วโลกได้
ข้าวต้องกินทีละคำ…เดินต้องเดินทีละก้าว! น้าผียังไม่อยากให้พีทต้องใช้เงินของตัวเอง ที่ตอนนี้ ตัวของพีทยังมีสภาพคล่องทางการเงินที่ยังไม่ดีนัก หากเขาลงทุนในด้านเกมออนไลน์ที่ถึงแม้จะมีสตีเฟ่น จ๊อบส์กับน้าผีคอยช่วยดูแลให้จากเบื้องหลัง
แต่ทว่าพีทก็ยังจำเป็นที่จะต้องเช่าเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานได้จริง เพื่อรองรับกับจำนวนผู้เล่นที่เข้ามาเล่นเกมของพวกเขา
แน่นอนมีเกมออนไลน์ที่น่าสนใจ ที่ทางสตีเฟ่น จ๊อบส์ได้เตรียมไว้ให้กับพีทอยู่หลายเกม มันเป็นเกมที่โด่งดังมากในโลกเก่าของน้าผี หากแต่ในโลกบลูสตาร์แห่งนี้ แม้จะมีเกมแนวเดียวๆ กันวางขายอยู่บนตลาดตอนนี้บ้าง แต่กระนั้นเท่าที่น้าผีลองค้นหาและสำรวจดู เขากลับพบว่า โลกนี้ยังไม่มีเกมที่มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกเก่าของเขาสักเท่าไร
ด้วยเหตุนี้ น้าผีจึงยังไม่รีบเร่งพีทมากเท่าไร ในการเปิดตัวแอปพลิเคชันหรือเกมออนไลน์ รอให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามขั้นตอนและแผนการที่พวกเขาได้วางเอาไว้ แล้วเมื่อนั้นค่อยเปิดตัวเกมออนไลน์บนแพลตฟอร์มมือถือก็ยังไม่สาย
ทั้งนี้แม้น้าผีและพีท จะเลือกเกม Standalone แทนที่ของเกมออนไลน์ที่ต้องใช้เงินทุน แต่เกมที่น้าผีและพีทเลือกก็เป็นเกม ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกเก่าของน้าผีมาก่อน โดยเกมกว่า 5 เกม ที่ได้ทำการวางขายอยู่ใน App Store และ Play Store ในตอนนี้
ก็เป็นเกมที่ได้ฉายาว่า ‘เกมดูดเวลา’ มันเป็นเกมจำลองการใช้ชีวิตและการบริหารบริษัท โดยเกมนี้ของพีท ก็เป็นเกมที่มีกราฟิกที่เรียบง่ายคล้ายกับเกม Pixel ที่เป็นเทคโนโลยียุคเก่าในยุค 90
ภาพไม่ได้สวยงามหรือหวือหวาสมจริงอะไร หากแต่ความสนุกของเกมนี้มันคือการจำลองการสร้างเกมของผู้เล่นต่างหาก
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเครื่องเกม สร้างเกม ที่ผู้เล่นสามารถนำความคิดและจินตนาการของตัวเองลงไปผสมกับแนวทางที่มีในระบบ ดั่งเช่นผู้เล่นเลือกแนวต่อสู้ หากแต่ตัวละครกลับเป็นผู้หญิงที่น่ารัก คาวาอี้ โดยมีการดำเนินเรื่องในธีมย้อนยุค
ลองคิดดูว่าถ้าเกมแบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาในชีวิตจริง มันคงจะตลกและน่าสนใจมากแค่ไหน โดยผู้เล่นจะทำการสร้างแนวทางของเกมได้ตามที่ต้องการและสุดท้าย เกมจะทำการประมวลผลว่าผลตอบรับจะออกมาเช่นไร
NPC ของเกมจะซื้อเกมที่ผู้เล่นสร้างหรือไม่และจะขายได้เท่าไร ซึ่งเมื่อได้เงินกลับมาผู้เล่นก็จะมีเงินลงทุนไปซื้อทรัพยากรเพิ่มเติมให้กับเกมต่อไปของตัวเองและทรัพยากรที่ซื้อมานี้ก็จะช่วยให้เกมของผู้เล่นได้รับความนิยมมากขึ้น วนเวียนไปไม่รู้จบ
ทั้งหมดนี้มีชื่อเกมว่า ‘Game Dev Sim.’ มีราคาขายเพียงแค่ 2.99 เหรียญ หรือตีเป็นเงินไทยก็ 95 บาท เท่านั้น
เกมมีราคาถูก สามารถเล่นได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังเป็นการซื้อครั้งเดียวจบ ไม่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่มหรือต้องดูโฆษณาให้กวนใจ
พีทได้ปล่อยเกมแนวนี้ออกไปอีก 5 เกม โดยมีงานภาพเหมือนกันทั้งหมด แตกต่างกันที่ธีมของเกมเท่านั้น ที่เกมแรกจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้างเกมที่ตัวเองอยากสร้างได้ ส่วนเกมถัดไปก็เป็นเกมสร้างห้างสรรพสินค้า สร้างร้านอาหาร สร้างหมู่บ้านเป็นต้น
ทั้งหมดนี้พีทได้วางขายพร้อมกันทั้งหมด แต่จะเน้นเกมจำลองสร้างเกม Game Dev Sim.ของเขาให้เป็นเกมที่ถูกแนะนำแทน ตามข้อเสนอที่บริษัททั้งสองได้ยื่นให้กับเขา
เกมและแอปพลิเคชันของพีทในนาม RayZen ได้ถูกวางขายมาแล้วประมาณครึ่งวัน พีทเองก็ไม่ติดตามความเคลื่อนไหวของแอปพลิเคชันที่เขาวางขายไปเท่าไรนัก เพราะมัวแต่ยุ่งกับการไปพูดคุยกับร้านอาหารแถวซอยมหาลัย เพื่อให้ร้านต่างๆ ลงทะเบียนเป็นร้านอาหารในแอปส่งอาหารของเขานั่นเอง
พีทไม่รู้เลยว่าแอปพลิเคชันของเขาในตอนนี้ ได้กลายเป็นที่สนใจในกลุ่มผู้ใช้งานมือถือสมาร์ตโฟนไปแล้ว หรือแม้แต่กลุ่มคนเล่นเกมในมือถือที่ได้ออกมาพูดถึงเกมใหม่ที่พึ่งจะวางขายเมื่อคืนนี้กันอย่างคึกคัก
โดยกระแสแอปพลิเคชันแต่งรูป ก็จะอยู่ในหมู่ของผู้หญิงเสียเป็นส่วนใหญ่ จะมีผู้ชายที่ซื้อมาใช้บ้างประปราย แต่กระนั้นโดยรวมแอปพลิเคชันแต่งรูปของพีท นั้นขายได้ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 80,000 ดาวน์โหลดรวมทั้งสองแพลตฟอร์ม
ซึ่งหากคิดเป็นเงินตามส่วนแบ่งที่ทั้งสองแพลตฟอร์มจะเรียกเก็บพีท 15% จากยอดขาย งั้นก็หมายความว่าพีทจะได้รับเงินจากการขายแอปอยู่ที่ 12 ล้านบาท โดยประมาณ
ส่วนรายได้จากขายเกมในราคา 2.99$ แม้เกมของพีทจะมีผู้ดาวน์โหลดไม่มากเท่าไรนัก หากเทียบกับแอปแต่งรูปได้รับความสนใจมากกว่า แต่กระนั้นยอดรวมทั้งหมดจากทั้งสองแพลตฟอร์ม พีทก็ขายเกมของเขาไปได้มากกว่า 25,000 ดาวน์โหลดเข้าไปแล้วและยอดรวมของการขายเกม ตัวของพีทจะได้รับเงินราว 2.2 ล้านบาท
ภายในข้ามคืนเดียว พีทสร้างรายได้เกือบ 15,000,000 บาทให้กับตัวเอง โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่อง รู้ราวอะไรเลย
พีทเองก็ไม่คิดว่าแอปแต่งรูปและเกมของเขา มันจะขายได้ดีแบบนี้ ซ้ำจำนวนพวกนี้ก็ยังไม่ได้ถึงจุดพีคที่สุดของมันอีกด้วย ต้องอย่าลืมว่าแอปพลิเคชันพวกนี้ล้วนบอกกันปากต่อปาก กว่าจะถึงจุดพีคของมัน อาจจะต้องรอเวลาบ่มเพาะอีกสักหน่อย คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักราว 1 เดือน ถึงจะพอกำหนดการดาวน์โหลดโดยเฉลี่ยได้
แต่กระนั้นด้วยตัวแปรที่พีทได้รับมาโดยไม่ตั้งใจ อย่างการได้รับคำแนะนำจากทั้งสองแพลตฟอร์มที่ช่วยโปรโมทแอปพลิเคชันของเขาให้อยู่ในหน้าแนะนำ Top 10 ของทั้งสองแพลตฟอร์มเช่นนี้ มันก็ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นในการส่งแอปพลิเคชันของพีท ไม่ว่าจะแอปแต่งรูปหรือเกม พุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว
แน่นอนเงินที่พีทได้รับมาจากการขายแอป อาจจะสูงมากสำหรับพีทในตอนนี้ แต่ในมุมมองของทั้งสองบริษัทยักษ์ใหญ่กับตัวเลขพวกนี้ มันก็แค่ดูน่าสนใจอยู่บ้างเท่านั้น
ที่ภายในวันเดียวก็ขายแอปได้ถึง 80,000 ดาวน์โหลด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็แค่สิ่งที่ดูน่าสนใจสำหรับพวกเขาเท่านั้น
มันไม่ได้น่าตื่นเต้นจนเป็นปรากฏการณ์สำหรับพวกเขาเลย อีกทั้งเงินที่ได้รับจากค่าส่วนแบ่ง 15% มันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาต้องให้ความสนใจกับการขาย
เพราะในบริษัทของพวกเขามีเงินหมุนเวียนจากการขายแอปได้มากกว่านั้นเป็นหลายร้อย หลายพันเท่า ลำพังแค่ตำแหน่งแนะนำที่พวกเขาเจียดให้กับพีทเป็นข้อเสนอ
รู้ไหม หากพวกเขายอมขายพื้นที่นี้ให้กับบริษัทอื่นๆ เพื่อโปรโมทแอปพลิเคชันของพวกเขา พวกเขาจะเรียกเก็บเงินที่เท่าไร…เผลอๆ คงไม่ต่ำกว่า 10,000,000! หน่วยสกุลเป็นดอลล่าห์ไม่ใช่บาท
ซึ่งทั้งหมดนี้ ที่พวกเขายอดมอบให้กับพีท โดยไม่มีค่าตอบแทนก็เพื่อที่จะซื้อใจพีทในนามของ RayZen พวกเขาอยากสานสัมพันธ์กับนักพัฒนาคนนี้ เพื่อที่วันหนึ่งจะดึงตัว RayZen มาอยู่กับพวกเขานั่นเอง
ใครว่า…คนอเมริกันหรือชาวยุโรปไม่สนใจในเรื่องของบุญคุณ เปล่าเลยพวกเขาแค่ไม่ได้เรียกการทำแบบนี้ว่าเป็นบุญคุณ หากแต่เรียกมันว่าการลงทุนเพื่อหวังผลประโยชน์ในอนาคตต่างหาก!
“ป้าครับ ป้าไม่สนใจเข้าร่วมกับแอปพลิเคชันของผมจริงๆ เหรอ? ป้าจะได้มีช่องทางการขายเพิ่มมากขึ้นเลยนะครับ” ในช่วงสายของวัน พีทได้ตระเวนไปตามร้านขายอาหารต่างๆ เพื่อที่จะเชิญชวนร้านอาหารในละแวกใกล้เคียง มาเข้าร่วมกับแอปพลิเคชันส่งอาหารของเขา
หากแต่เท่าที่พีทได้เดินไปชวนมาทั้งหมดกว่า 10 ร้าน ทุกร้านล้วนส่ายหน้าและดูไม่สนใจกับการเข้าร่วมนี้เลย ซึ่งเหตุผลของพวกเขาก็ล้วนแตกต่างกันออกไป บางคนไม่เชื่อใจในธุรกิจของพีทเพราะมองว่าเป็นการหลอกลวง หลอกลงทุน ซึ่งในปี 2556 หรือปี 2013 เป็นช่วงเฟื่องฟูของสิ่งที่เรียกว่าธุรกิจขายตรง หรือแชร์ลูกโซ่ในแบบธุรกิจเลยทีเดียว
ดังนั้นพอได้ยินว่าไม่ต้องเสียค่าเข้าร่วมเพียงแค่อาจจะต้องลงทุน ซื้อโน้ตบุ๊กหรือโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน ที่มีราคาหลายพันบาท เหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็พากันส่ายหน้าแล้ว
และอีกเหตุผลสำคัญอีกข้อที่พีทต้องเจอเลยก็คือ พ่อค้าแม่ค้าไม่เข้าใจในเรื่องของเทคโนโลยีและแอปพลิเคชัน พวกเขามองว่ามันยุ่งยากเกินไป พวกเขาไม่มีเวลามาเรียนรู้แอปพลิเคชันของพีทและสุดท้ายก็วนกลับมาปัญหาเดิม คือความกลัวว่าจะเสียเงินไปฟรีๆ นั่นเอง
พีทได้เดินเข้าออกร้านอาหารจนร้านค้าต่างในละแวกนี้ จนหลายๆ ร้านเริ่มมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ จนกระทั่งมาถึงร้านสุดท้ายที่อยู่เกือบสุดซอยของมหาลัย ร้านแห่งนี้เป็นร้านของป้าพร
ร้านป้าพรนั้นเป็นร้านขายอาหารตามสั่ง ที่พีทและเพื่อนในคณะบริหารคอม มักจะมาอุดหนุนที่ร้านของป้าแกบ่อยๆ เนื่องจากเป็นร้านของรุ่นพี่ในสาขาเดียวกัน ที่พีทแม้จะไม่ได้สนิทมากนัก แต่ก็พอจะรู้ว่ารุ่นพี่คนนี้เป็นใคร
โดยรุ่นพี่คนนี้เป็นลูกชายของป้าพร เป็นรุ่นพี่ที่จบมหาลัยไปแล้วสองปี ตอนนี้ทำงานอยู่ที่กรุงเทพในตำแหน่งพนักงานไอที นานๆ ครั้งจะกลับมาหาป้าพรที่เป็นแม่สักครั้ง
ซึ่งข้าวของส่วนใหญ่ของรุ่นพี่คนนี้ตอนที่เรียนมหาลัยก็ยังอยู่ที่บ้านหลังนี้ ไม่ได้ขนย้ายไปกรุงเทพ…และข้าวของตอนที่เรียนก็รวมถึงโน้ตบุ๊กเครื่องเก่าสมัยเรียนของรุ่นพี่ด้วยเช่นกัน
“ที่ห้องของลูกป้าพอจะมีโน้ตบุ๊กที่ไม่ได้ใช้อยู่ มันใช้แทนกันได้ไหมล่ะ?” ป้าพรถาม พลางเดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อไปหยิบเอาโน้ตบุ๊กของลูกเธอมาให้กับพีทได้สอนการใช้งานแอปพลิเคชันส่งอาหาร ซึ่งพีทก็ได้ออกแบบให้มันสามารถใช้งานผ่านเว็ปไซด์ได้ด้วยเช่นกัน
ป้าพรเดินลงมาพร้อมกับโน้ตบุ๊กเมื่อหลายปีก่อน สภาพของมันเก่ามาก ราวกับผ่านศึกสงครามมาอย่างโชกโชน โดยสิ่งนี้เปรียบเสมือนอนุสรณ์ที่ระลึกของนักศึกษาในรั้วมหาลัยอีกชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว
พีทได้ลองเปิดโน้ตบุ๊กขึ้นมา ก่อนจะเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ส่งอาหารของเขาและไม่นานนักเขาก็ได้เพิ่มร้านของป้าพรและเมนูอาหารเบื้องต้นเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับป้าพรเป็นที่เรียบร้อย
“ป้าไม่ต้องทำอะไรเลยครับ เดี๋ยวผมสาธิตให้ดู” พีทได้ทำการสั่งอาหารในร้านของป้าพรที่ถูกเพิ่มเข้ามา เขาได้สั่งข้าวกะเพราหมูกรอบ+ไข่ดาว ก่อนจะกดยืนยันออเดอร์
ไม่กี่วินาทีต่อมา ในหน้าโน้ตบุ๊กของป้าพรก็พลันมีข้อความแจ้งเตือนดังขึ้น ก่อนจะโชว์รายการอาหารที่พีทได้สั่งไปเมื่อครู่ขึ้นมา
“ง่าย แค่นี้เองเหรอ?” ป้าพรยืนเกาหัวด้วยความงุนงง เพราะมันง่ายมาก เธอแค่ยืนรออยู่เฉยๆ และพอได้ยินเสียงแจ้งเตือนก็มีออเดอร์ส่งเข้ามาแล้ว
ที่เหลือก็แค่ให้เธอทำอาหารตามออเดอร์ที่ได้รับและจัดเตรียมมันให้พร้อมสำหรับการส่ง เพียงเท่านี้ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของไรเดอร์ส่งอาหาร พออาหารถึงมือลูกค้าก็เป็นอันปิดการขาย
พีทได้สอนให้เธอเรียนรู้กับระบบของเขาอีกคร่าวๆ แน่นอนว่าป้าพร ไม่อาจเข้าใจได้ในการอธิบายแค่รอบเดียวอยู่แล้ว พีทจึงได้นำคู่มือสำหรับการใช้งานที่เขาพยายามทำมันออกมาให้เข้าใจง่ายที่สุด มีทั้งรูปภาพประกอบและคำอธิบายอย่างชัดเจนให้กับป้าพรไปหนึ่งเล่ม
“ลูกของป้าจะกลับมาในอาทิตย์หน้าพอดี เห็นว่ามีงานที่คณะ…เดี๋ยวคงเรียกให้เขาสอนเพิ่มอีกสักหน่อย” ป้าพรยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าร่วมกับธุรกิจของพีท เพราะมันก็ไม่ได้เสียเงินอะไรในการสมัคร ขอแต่มีโน้ตบุ๊กหรือมือถือดีๆ แต่กระนั้นเธอนั้นมีโน้ตบุ๊กอยู่แล้วจึงไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติม
การขายอาหารในแอปเลยเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา เหมือนมีหน้าร้านสองแห่งในเวลาเดียวกัน
ยิ่งด้วยทำเลและที่ตั้งร้านของเธอ ที่อยู่ด้านท้ายซอย ปกติแล้วก็ไม่ค่อยมีลูกค้าเยอะเท่าไรอยู่แล้ว ถ้าเทียบกับร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ด้านหน้าซอย
การที่เธอมีช่องทางขายเพิ่ม คงน่าจะช่วยให้ร้านของเธอมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นอีกสักหน่อยนั่นเอง…ป้าพรคิดได้แบบนี้ จึงตอบรับข้อเสนอของพีท เป็นหนึ่งในร้านแรกๆ ที่เข้าร่วมกับแอปส่งอาหารของพีท
“งานที่คณะเหรอครับ?” พีทถามไปอย่างนั้น เพราะเห็นว่าเกี่ยวกับคณะและสาขาของเขา การที่รุ่นพี่ ที่จบออกไปจะกลับมาเยี่ยมมหาลัยแบบนี้ ส่วนมากแล้วมักจะมางานสัมนาอะไรสักอย่างนั่นเอง
“อืม ป้าเองก็ไม่รู้อะไรมาก…เห็นแค่ลูกของป้าบอกว่าทางคณะจะให้ป้าเตรียมอาหารกลางวันก็แค่นั้น” พีทอยู่ฟังป้าพรพูดจนจบ ก่อนที่เขาจะขอตัวลากลับไปและก็พอดีกับที่โทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นมา
โดยปลายสายเป็นเพื่อนในสาขาของพีท ที่เป็นคนโทรเข้ามา “ฮัลโหลพีท…อยู่ที่ร้านหรือเปล่า พอจะแวะเข้ามาที่ห้องคณะสักแป๊บหนึ่งได้ไหม พอดีอาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋ามีเรื่องจะพูดคุยด้วย”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy