หลินซื่อเสียงถูกฉีดยาอีกครั้ง ทำให้เขาหลับไป ส่วนหลินเจียฉีก็ได้รับการรักษาแผลจากการถูกมีดบาด เธอเป็นห่วงลูกชายของเธอมาก แต่ก็โมโหนักแสดงตัวประกอบนั่นที่ทำให้ลูกชายเธอเป็นแบบนี้ คิดได้ดังนั้นเธอก็รีบกดสมาร์ทโฟนหา 1 ในผู้บริหารของ LSA ที่เธอค่อนข้างสนิทด้วย
[อ้าว เจียฉี โทรหาฉันมีธุระอะไรรึเปล่า] เสียงชายปลายสายถาม
“นักแสดงตัวประกอบของซีรีส์ที่ลูกชายฉันกำลังถ่ายทำด้วย มันกล้าทำร้ายลูกชายฉันจนต้องเข้าโรงพยาบาล ถึงขนาดทำให้เขาเจ็บจนอยากฆ่าตัวตาย ฉันอยากให้มันหมดอนาคต ไม่สามารถทำงานในวงการนี้ได้อีก” หลินเจียฉีกล่าว
[ได้สิ เดี๋ยวฉันจัดการให้ เธอไม่ต้องเป็นห่วง แต่ว่าทุกอย่างมันมีข้อแลกเปลี่ยนนะ เหมือนเดิมล่ะ หลังจากเสร็จเรื่องแล้วมาหาฉันที่ห้อง] ชายปลายสายกล่าวก่อนจะตัดสายไป
“ลูกแม่ ไม่ต้องห่วงนะ แม่จัดการมั นให้ลูกแล้ว” หลินเจียฉีกล่าวขณะลูบหัวลูกชายของเธอด้วยความเอ็นดู
ส่วนหลินซื่อเสียงเข้าสู่โลกแห่งความฝันอีกครั้ง เขาพบว่าตนเองตื่นมากำลังอยู่ในระหว่างเดินทางไปยังเหมืองของทางการ ระหว่างการเดินทางเขาต้องพบเจอกับการกดขี่จากพวกทหาร จนทำให้เขาได้คิดว่าทำไมตนเองต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย
ช่วงกลางคืนขณะที่ทหารส่วนใหญ่หลับ และมีบางส่วนเฝ้ายามอยู่ หลินซื่อเสียงนั่งคิดทบทวนว่าทำไมเขาถึงโชคร้ายขนาดนี้
“เราไปมาระหว่าง 2 โลกได้ก็จริง ไม่ว่าร่างนี้จะได้รับความเจ็บปวดแบบไหนมา เราเองก็จะได้รับเช่นกัน ถึงจะไม่มีแผลเกิดขึ้น แต่ความเจ็บปวดยังได้รับอยู่ เราควรทำยังไงดี” หลินซื่อเสียงคิด
‘เจ้ากำลังคิดอันใดอยู่’ เสียงของชายคนหนึ่งดังเข้ามาในหัว
‘ใครน่ะ อยู่ที่ไหน’ หลินซื่อเสียงถาม
‘เราเป็นใครไม่สำคัญ เจ้าอยากรู้ใช่หรือไม่ว่าเหตุใดจึงมาอยู่ในร่างนี้’ เสียงนั้นยังคงตอบกลับหลินซื่อเสียง
‘ท่านบอกผมได้ไหมว่าเพราะอะไร ผมถึงต้องมาอยู่ในร่างนี้ แถมยังโดนทรมาน กดขี่ข่มเหงแบบนี้’ หลินซื่อเสียงถาม
‘เจ้ารู้จักคำว่าหว่านพืชเช่นไรได้ผลเช่นนั้นหรือไม่’ เสียงชายปริศนากล่าวถาม
‘รู้ ผมรู้’ หลินซื่อเสียงกล่าว
‘รู้แล้วทำไมยังทำ เจ้าใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงผู้อื่น ให้เขาได้รับความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ ทำให้พวกเขาหมดช่องทางทำมาหากิน มิคิดบ้างหรือว่าพวกเขาก็มีพ่อแม่พี่น้องที่ต้องเลี้ยงดู’ เสียงชายปริศนาเข้มขึ้น เขากำลังตำหนิหลินซื่อเสียง
‘นั่น.......ผมไม่ได้คิด’ หลินซื่อเสียงที่ได้ฟัง เขาตอบกลับเสียงค่อย ใช่ ทำไมเขาถึงไม่เคยคิด
‘หลับตาลงสิ เราจะให้เจ้าได้เห็นชีวิตของคนพวกนั้น หลังจากที่เจ้าได้ให้แม่ของเจ้าใช้อำนาจตัดช่องทางทำมาหากินของพวกเขา’ เสียงชายปริศนาดังก้องในหัวของหลินซื่อเสียง หลินซื่อเสียงที่อยากรู้จึงทำตามทันที
ฉับพลันเขาก็เห็นคนที่เขาเคยให้แม่ของเขาทำลายอนาคต ชีวิตของทุกคนลำบาก บางคนไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาให้แม่ หรือน้องสาวที่ป่วย ทำให้แม่หรือน้องสาวของพวกเขาต้องตาย สายตาโกรธแค้นที่จ้องมาราวกับจ้องมาที่เขา ทำให้เขาอดหวาดกลัวไม่ได้
‘ผมทำผิดต่อพวกเขา’ หลินซื่อเสียงกล่าว เขาไม่คิดเลยว่าการกระทำที่เกิดจากอารมณ์เพียงอย่างเดียวจะทำให้มีคนต้องตายเพราะเขาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
‘เมื่อทราบความผิดแล้วควรทำเช่นไร’ เสียงของชายปริศนายังคงถามหลินซื่อเสียงต่อ
‘ผมจะไม่ทำผิดอีก ผมต้องชดใช้ให้พวกเขา’ หลินซื่อเสียงตอบ
‘จากนี้จงก้มหน้ารับกรรมที่ก่อ เมื่อเจ้าตื่นขึ้นและกลับไปที่โลกนั้น จงทำตามคำที่เจ้าพูดไว้เมื่อครู่ มิเช่นนั้น จะไม่มีโอกาสอีกเป็นครั้งที่ 2’ เสียงของชายปริศนาก้องกังวาลเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเงียบหายไป
หลินซื่อเสียงพยายามข่มตาหลับ หวังว่าเมื่อตื่นขึ้นมา เขาจะได้กลับไปที่โลกเดิม และแก้ไขสิ่งที่เขาเคยทำเอาไว้ แต่หลังจากหลับและตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาพบว่าตนเองก็ยังคงอยู่ในโลกต้าเซียนแห่งนี้ การเดินทางยาวนานและทรมานนานนับเดือน
เมื่อเขามาถึงที่เหมือง ก็ได้รับรู้ว่างานนักแสดงที่เขาทำ ยังนับว่าสบายกว่างานที่นี่มาก เขามองดูมือที่แตกเพราะไม่เคยทำงานหนักแบบนี้มาก่อน เนื้อตัวที่มอมแมม ผมกระเซิงไม่มีเวลาหวีหรือทำความสะอาด หากอู้ก็จะถูกเฆี่ยนตีจากผู้คุม ซ้ำยังถูกพวกที่อยู่มาก่อนข่มขืน ด้วยเพราะงานเหมืองของทางการนั้นมีแต่นักโทษชายเท่านั้นที่จะถูกส่งมา ทำให้พวกที่อยู่ที่นี่ค่อนข้างกลัดมันกันมาก และมักมีการร่วมรักกันบ่อย ๆ
เวลาที่อยู่ที่นี่ราวขุมนรกที่แสนทุกข์ทรมาน เมื่อครบกำหนดแล้ว ผู้คุมนำหลินซื่อเสียงมาปลดโซ่ตรวนและส่งไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุด เพราะหลายปีมานี้หลินซื่อเสียงในสายตาของพวกผู้คุม เป็นคนฉลาด อ่อนน้อมถ่อมตน ขยันทำงาน ช่วยเหลือเพื่อนนักโทษ ทำให้เป็นที่เอ็นดูของนักโทษที่เป็นขาใหญ่ของที่นั่น และสั่งห้ามใครล่วงเกินเขา กระทั่งพวกผู้คุมยังเรียกเขาไปนวดเพื่อคลายความเมื่อยล้าบ่อย ๆ และไม่ค่อยให้เขาต้องทำงานหนักมากเหมือนตอนแรกที่มาถึง
เมื่อเขาก้าวเข้าประตูเมือง หลินซื่อเสียงก็พบว่าตนเองตื่นขึ้นจากฝันและกลับมาที่โลกใบเดิมของเขาแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือหยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม ความรู้สึกที่ได้รับจากโลกนั้นมันนานแสนนาน ตอนนี้เขาคงกลายเป็นผักที่ขยับตัวไม่ได้แล้วละมั้ง
“เอ๋ ฉันยังขยับตัวได้ แขนขาก็ยังขยับได้เป็นปกตินี่” หลินซื่อเสียง แปลกใจ แต่ก็ได้ไม่นาน เพราะความเจ็บปวดนั้นกลับมาอีกแล้ว
‘จนกว่าเจ้าจะชดใช้ให้พวกเขา จงก้มหน้ารับกรรมที่ก่อ ให้เป็นเครื่องเตือนใจเถิด’ เสียงชายปริศนาดังขึ้นเป็นการเตือนว่าสิ่งที่เขาได้พบเจอนั้นไม่ใช่แค่ความฝัน
“ซื่อเสียง ลูกตื่นแล้ว” หลินเจียฉีที่เฝ้าลูกชายมาทั้งคืน เมื่อเห็นลูกชายตื่น เธอจึงรีบเข้ามากอดลูกชายด้วยความเป็นห่วง
“แม่ ผมเจ็บ” หลินซื่อเสียงกล่าว
“เจ็บตรงไหนลูก เดี๋ยวแม่เรียกหมอให้” หลินเจียฉีรีบกดปุ่มเพื่อเรียกหมอให้มาดูอาการทันที
ผลการตรวจออกมา ร่างกายของหลินซื่อเสียงนั้นปกติ แต่ความเจ็บปวดนั้นยังอยู่ แม้จะเบาลงแล้วก็ตาม หลินซื่อเสียงสอบถามวันเวลาก็พบกว่า สิ่งที่เขาต้องทนทุกข์มาหลายปีในโลกนั้น กลับเป็นเพียงแค่ 1 ค่ำคืนของโลกใบนี้เท่านั้นเอง
“แม่ ผมอยากให้แม่ทำให้คนที่พวกเราเคยทำให้เขาหมดอนาคต กลับมามีงานทำ” หลินซื่อเสียงกล่าว
“พูดเหลวไหล คนพวกนั้นมันสมควรโดนแบบนั้นแล้ว” หลินเจียฉีกล่าว
“ผมรู้สึกผิด พวกเขาอาจมีพ่อแม่พี่น้องที่ป่วย หรือตอนนี้อาจจะตายไปแล้วก็ได้ โดยมีผมเป็นต้นเหตุ” หลินซื่อเสียงกล่าว
“พูดอะไรของลูก จะมานึกสงสารพวกมันทำไมตอนนี้ ถ้ามีเวลาห่วงพวกมัน ไปถ่ายละครเพื่อเพิ่มชื่อเสียงต่อไม่ดีกว่ารึไงกัน” หลินเจียฉีกล่าว
“คุณแม่” หลินซื่อเสียงเพิ่งสังเกตว่า แม่ของเขาเป็นคนที่เหี้ยมโหดขนาดไหน เขารู้แล้วว่าที่เขาทำเรื่องพวกนี้เพราะถูกตามใจจากแม่ของเขานั่นเอง ตอนนี้เขาตาสว่างแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีก
“ร่างกายลูกไม่เป็นอะไรแล้ว แม่ทำเรื่องให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว” หลินเจียฉีกล่าว ขณะที่หลินซื่อเสียงเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนเสื้อใหม่ที่แม่ของเขานำมาให้ พร้อมกับสมาร์ทโฟนของหลินเจียฉีมีสายเข้ามาพอดี เธอมองชื่อก่อนจะกดรับสาย
“ว่ายังไงคะ จัดการเรียบร้อยรึยัง” หลินเจียฉีถาม
[เรียบร้อยกับผีน่ะสิ ตอนนี้ผมไม่เหลืออะไรแล้ว ผมไม่สามารถช่วยคุณได้อีกต่อไปแล้ว] เสียงของผู้บริหาร LSA ที่หลินเจียฉีติดต่อไปเมื่อวานกล่าว
“ทำไมกันล่ะ เกิดอะไรขึ้น” หลินเจียฉีถาม ทำไมเธอรู้สึกสังหรณ์ไม่ค่อยดี
[ไอ้ตงไห่ ไม่รู้มันไปเอาภาพเรา 2 คนหลับนอนด้วยกันมาตอนไหน ตอนนี้ผมถูกปลด ซ้ำยังถูกฟ้องร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคลากรที่ผมใช้อำนาจไล่ออกไปด้วย ผมเลยจำเป็นต้องขายหุ้นทั้งหมดเพื่อนำเงินมาชดใช้ค่าเสียหาย] ผู้บริหาร LSA กล่าวกับหลินเจียฉี
“อย่ามาโกหกฉันดีกว่า กระบวนการฟ้องร้องน่ะมันใช้เวลาตั้งนาน ทำไมมันถึงเร็วเพียงแค่ชั่วข้ามคืนแบบนี้ล่ะ” หลินเจียฉีถาม
[ผมไม่รู้ ตงไห่อาจมีเส้นสายกับรัฐบาลกลางก็ได้ แต่ตอนนี้คำตัดสินออกมาแล้ว ถึงผมจะพยายามร้องเรียนเรื่องนี้ แต่กลับมีเอกสารการฟ้องร้องที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ และดำเนินการฟ้องร้องมากว่าสิบปีแล้ว ศาลมีคำตัดสินเมื่อวานนี้ ผมบอกคุณได้แค่ว่าระวังตัวเอาไว้ด้วย พวกเขาไม่ปล่อยคุณไว้แน่ ลาก่อน] หลังจากนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นลอดผ่านสมาร์ทโฟนมา ทำให้หลินเจียฉีกรีดร้องด้วยความตกใจ
“แม่ เป็นอะไรไปครับ” หลินซื่อเสียงถาม เมื่อเห็นหน้าแม่ของเขาซีดลง
“แม่ ไม่มีอะไร เรารีบไปกันเถอะ” หลินเจียฉีกล่าว เธอพยายามสะกดอารมณ์เอาไว้ ขณะที่กำลังออกจากโรงพยาบาล หลินซื่อเสียงก็ชะงักเท้า เขาเห็นข่าวเกี่ยวกับแม่ของเขา ข่าวรายงานว่าแม่ของเขาหลับนอนกับผู้บริหารของ LSA คนหนึ่ง เพื่อใช้อำนาจโดยมิชอบ ไล่คนที่ลูกชายเธอไม่ชอบขี้หน้าออกจากงาน
“ผมขอโทษครับแม่ ถ้าผมไม่เอาแต่ใจ แม่คงไม่ต้องไปขอร้องมัน” หลินซื่อเสียงกล่าว
‘ชื่อเสียง ลาภยศ เป็นสิ่งลวงตา มีขึ้นมีลง จงเปิดตามองคนที่เจ้าเรียกว่าเพื่อนสนิทเถอะ’ เสียงของชายปริศนาดังในหัวเขาอีกครั้ง ทำให้หลินซื่อเสียงรีบโทรหาเฉินเป่าหลิงกับเซี่ยเป่าเจินทันที แต่ทั้ง 2 คนที่ปกติจะรับสายเขาทุกครั้ง มาครั้งนี้กลับไม่รับสายของเขา ไม่ว่าเขาจะโทรไปกี่ครั้งก็ตาม
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย” เสียงผู้จัดการของหลินซื่อเสียงดังขึ้น ทำให้เขาหันไปมอง
“พี่ เกิดอะไรขึ้น” หลินซื่อเสียงถาม
“จะอะไรซะอีกล่ะ พวกงานที่พี่รับให้เราก่อนหน้านี้ พอมีข่าวของคุณแม่นายออกไป ผู้ว่าจ้างต่างยกเลิกสัญญากันหมด ตอนนี้เหลือแค่งานซีรีส์ที่ถ่ายค้างไว้ 2-3 เรื่องเอง” ผู้จัดการของหลินซื่อเสียงเดินเข้ามาหาเขา
“นั่น.....” หลินซื่อเสียงตอนนี้ได้เข้าใจอย่างแท้จริงแล้วว่าการหมดอนาคตมันเป็นยังไง
“แม่จะแก้ปัญหาเอง ลูกกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ” หลินเจียฉีกล่าว
“ไม่ครับ ผมจะไปกองถ่าย เดี๋ยวนี้ ในเมื่อนี่คืองานที่ผมรับมา ผมก็ต้องทำในฐานะนักแสดง และจะไปดูหน้ายัยจิ้งจอก 2 ตัวนั่นด้วย” หลินซื่อเสียงกล่าว ก่อนจะเดินนำผู้จัดการของเขาออกจากโรงพยาบาล
“ลูกแม่โตขึ้นแล้วจริง ๆ” หลินเจียฉีกล่าว น้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม มองลูกชายของเธอที่เปลี่ยนไป กลายเป็นคนมีแววตามุ่งมั่นแบบนั้นเพียงข้ามคืน ต่อจากนี้ถึงเธอจะถูกแบนจากวงการบันเทิงแล้ว เธอก็เชื่อว่าลูกชายของเธอจะสามารถยืนหยัดกับปัญหาที่จะเข้ามาต่อจากนี้ได้แน่นอน
ด้านกองถ่าย ข่าวของหลินเจียฉีเป็นที่รับรู้แทบจะทันที ตอนนี้ทุกคนกำลังจับจ้องเฉินเป่าหลิงกับเซี่ยเป่าเจินที่เป็นเพื่อนสนิทกับหลินซื่อเสียง
“เธอว่าซื่อเสียงจะกล้ามาถ่ายละครต่อไหม” เฉินเป่าหลิงถาม
“หึ คงไม่กล้าหรอกมั้ง อับอายขายขี้หน้าขนาดนั้น คิก ๆ” เซี่ยเป่าเจินหัวเราะ
“งั้นก็ขอโทษด้วยที่ฉันไม่ใช่คนที่หน้าบางขนาดนั้น” เสียงของคนที่เป็นหัวข้อสนทนาดังขึ้นจากด้านหลังของทั้ง 2 คน
______________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+

ไท่ซื่อคง