จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 187 ดาวที่ร่วงจากฟ้า Re

            หลินซื่อเสียงถูกฉีดยาอีกครั้ง  ทำให้เขาหลับไป  ส่วนหลินเจียฉีก็ได้รับการรักษาแผลจากการถูกมีดบาด  เธอเป็นห่วงลูกชายของเธอมาก  แต่ก็โมโหนักแสดงตัวประกอบนั่นที่ทำให้ลูกชายเธอเป็นแบบนี้  คิดได้ดังนั้นเธอก็รีบกดสมาร์ทโฟนหา 1 ในผู้บริหารของ LSA ที่เธอค่อนข้างสนิทด้วย


            [อ้าว  เจียฉี  โทรหาฉันมีธุระอะไรรึเปล่า] เสียงชายปลายสายถาม


            “นักแสดงตัวประกอบของซีรีส์ที่ลูกชายฉันกำลังถ่ายทำด้วย  มันกล้าทำร้ายลูกชายฉันจนต้องเข้าโรงพยาบาล  ถึงขนาดทำให้เขาเจ็บจนอยากฆ่าตัวตาย  ฉันอยากให้มันหมดอนาคต  ไม่สามารถทำงานในวงการนี้ได้อีก” หลินเจียฉีกล่าว


            [ได้สิ  เดี๋ยวฉันจัดการให้  เธอไม่ต้องเป็นห่วง  แต่ว่าทุกอย่างมันมีข้อแลกเปลี่ยนนะ  เหมือนเดิมล่ะ  หลังจากเสร็จเรื่องแล้วมาหาฉันที่ห้อง] ชายปลายสายกล่าวก่อนจะตัดสายไป


            “ลูกแม่  ไม่ต้องห่วงนะ  แม่จัดการมั นให้ลูกแล้ว” หลินเจียฉีกล่าวขณะลูบหัวลูกชายของเธอด้วยความเอ็นดู


            ส่วนหลินซื่อเสียงเข้าสู่โลกแห่งความฝันอีกครั้ง  เขาพบว่าตนเองตื่นมากำลังอยู่ในระหว่างเดินทางไปยังเหมืองของทางการ  ระหว่างการเดินทางเขาต้องพบเจอกับการกดขี่จากพวกทหาร  จนทำให้เขาได้คิดว่าทำไมตนเองต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย


            ช่วงกลางคืนขณะที่ทหารส่วนใหญ่หลับ และมีบางส่วนเฝ้ายามอยู่  หลินซื่อเสียงนั่งคิดทบทวนว่าทำไมเขาถึงโชคร้ายขนาดนี้


            “เราไปมาระหว่าง 2 โลกได้ก็จริง  ไม่ว่าร่างนี้จะได้รับความเจ็บปวดแบบไหนมา  เราเองก็จะได้รับเช่นกัน  ถึงจะไม่มีแผลเกิดขึ้น  แต่ความเจ็บปวดยังได้รับอยู่  เราควรทำยังไงดี” หลินซื่อเสียงคิด


            ‘เจ้ากำลังคิดอันใดอยู่’ เสียงของชายคนหนึ่งดังเข้ามาในหัว


            ‘ใครน่ะ  อยู่ที่ไหน’ หลินซื่อเสียงถาม


            ‘เราเป็นใครไม่สำคัญ  เจ้าอยากรู้ใช่หรือไม่ว่าเหตุใดจึงมาอยู่ในร่างนี้’ เสียงนั้นยังคงตอบกลับหลินซื่อเสียง


            ‘ท่านบอกผมได้ไหมว่าเพราะอะไร  ผมถึงต้องมาอยู่ในร่างนี้  แถมยังโดนทรมาน  กดขี่ข่มเหงแบบนี้’ หลินซื่อเสียงถาม


            ‘เจ้ารู้จักคำว่าหว่านพืชเช่นไรได้ผลเช่นนั้นหรือไม่’ เสียงชายปริศนากล่าวถาม


            ‘รู้  ผมรู้’ หลินซื่อเสียงกล่าว


            ‘รู้แล้วทำไมยังทำ  เจ้าใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงผู้อื่น  ให้เขาได้รับความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ  ทำให้พวกเขาหมดช่องทางทำมาหากิน  มิคิดบ้างหรือว่าพวกเขาก็มีพ่อแม่พี่น้องที่ต้องเลี้ยงดู’ เสียงชายปริศนาเข้มขึ้น  เขากำลังตำหนิหลินซื่อเสียง


            ‘นั่น.......ผมไม่ได้คิด’ หลินซื่อเสียงที่ได้ฟัง  เขาตอบกลับเสียงค่อย  ใช่  ทำไมเขาถึงไม่เคยคิด


            ‘หลับตาลงสิ  เราจะให้เจ้าได้เห็นชีวิตของคนพวกนั้น  หลังจากที่เจ้าได้ให้แม่ของเจ้าใช้อำนาจตัดช่องทางทำมาหากินของพวกเขา’ เสียงชายปริศนาดังก้องในหัวของหลินซื่อเสียง  หลินซื่อเสียงที่อยากรู้จึงทำตามทันที


            ฉับพลันเขาก็เห็นคนที่เขาเคยให้แม่ของเขาทำลายอนาคต  ชีวิตของทุกคนลำบาก  บางคนไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาให้แม่ หรือน้องสาวที่ป่วย  ทำให้แม่หรือน้องสาวของพวกเขาต้องตาย  สายตาโกรธแค้นที่จ้องมาราวกับจ้องมาที่เขา  ทำให้เขาอดหวาดกลัวไม่ได้


            ‘ผมทำผิดต่อพวกเขา’ หลินซื่อเสียงกล่าว  เขาไม่คิดเลยว่าการกระทำที่เกิดจากอารมณ์เพียงอย่างเดียวจะทำให้มีคนต้องตายเพราะเขาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่


            ‘เมื่อทราบความผิดแล้วควรทำเช่นไร’ เสียงของชายปริศนายังคงถามหลินซื่อเสียงต่อ


            ‘ผมจะไม่ทำผิดอีก  ผมต้องชดใช้ให้พวกเขา’ หลินซื่อเสียงตอบ


            ‘จากนี้จงก้มหน้ารับกรรมที่ก่อ  เมื่อเจ้าตื่นขึ้นและกลับไปที่โลกนั้น  จงทำตามคำที่เจ้าพูดไว้เมื่อครู่  มิเช่นนั้น  จะไม่มีโอกาสอีกเป็นครั้งที่ 2’ เสียงของชายปริศนาก้องกังวาลเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเงียบหายไป


            หลินซื่อเสียงพยายามข่มตาหลับ  หวังว่าเมื่อตื่นขึ้นมา  เขาจะได้กลับไปที่โลกเดิม และแก้ไขสิ่งที่เขาเคยทำเอาไว้  แต่หลังจากหลับและตื่นขึ้นมาอีกครั้ง  เขาพบว่าตนเองก็ยังคงอยู่ในโลกต้าเซียนแห่งนี้  การเดินทางยาวนานและทรมานนานนับเดือน


            เมื่อเขามาถึงที่เหมือง  ก็ได้รับรู้ว่างานนักแสดงที่เขาทำ  ยังนับว่าสบายกว่างานที่นี่มาก  เขามองดูมือที่แตกเพราะไม่เคยทำงานหนักแบบนี้มาก่อน  เนื้อตัวที่มอมแมม  ผมกระเซิงไม่มีเวลาหวีหรือทำความสะอาด  หากอู้ก็จะถูกเฆี่ยนตีจากผู้คุม  ซ้ำยังถูกพวกที่อยู่มาก่อนข่มขืน  ด้วยเพราะงานเหมืองของทางการนั้นมีแต่นักโทษชายเท่านั้นที่จะถูกส่งมา  ทำให้พวกที่อยู่ที่นี่ค่อนข้างกลัดมันกันมาก และมักมีการร่วมรักกันบ่อย ๆ


            เวลาที่อยู่ที่นี่ราวขุมนรกที่แสนทุกข์ทรมาน  เมื่อครบกำหนดแล้ว  ผู้คุมนำหลินซื่อเสียงมาปลดโซ่ตรวนและส่งไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุด  เพราะหลายปีมานี้หลินซื่อเสียงในสายตาของพวกผู้คุม  เป็นคนฉลาด  อ่อนน้อมถ่อมตน  ขยันทำงาน  ช่วยเหลือเพื่อนนักโทษ  ทำให้เป็นที่เอ็นดูของนักโทษที่เป็นขาใหญ่ของที่นั่น และสั่งห้ามใครล่วงเกินเขา  กระทั่งพวกผู้คุมยังเรียกเขาไปนวดเพื่อคลายความเมื่อยล้าบ่อย ๆ และไม่ค่อยให้เขาต้องทำงานหนักมากเหมือนตอนแรกที่มาถึง


            เมื่อเขาก้าวเข้าประตูเมือง  หลินซื่อเสียงก็พบว่าตนเองตื่นขึ้นจากฝันและกลับมาที่โลกใบเดิมของเขาแล้ว  สิ่งที่เกิดขึ้นคือหยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม  ความรู้สึกที่ได้รับจากโลกนั้นมันนานแสนนาน  ตอนนี้เขาคงกลายเป็นผักที่ขยับตัวไม่ได้แล้วละมั้ง


            “เอ๋  ฉันยังขยับตัวได้  แขนขาก็ยังขยับได้เป็นปกตินี่” หลินซื่อเสียง แปลกใจ  แต่ก็ได้ไม่นาน  เพราะความเจ็บปวดนั้นกลับมาอีกแล้ว


            ‘จนกว่าเจ้าจะชดใช้ให้พวกเขา  จงก้มหน้ารับกรรมที่ก่อ  ให้เป็นเครื่องเตือนใจเถิด’ เสียงชายปริศนาดังขึ้นเป็นการเตือนว่าสิ่งที่เขาได้พบเจอนั้นไม่ใช่แค่ความฝัน


            “ซื่อเสียง  ลูกตื่นแล้ว” หลินเจียฉีที่เฝ้าลูกชายมาทั้งคืน  เมื่อเห็นลูกชายตื่น  เธอจึงรีบเข้ามากอดลูกชายด้วยความเป็นห่วง


            “แม่  ผมเจ็บ” หลินซื่อเสียงกล่าว


            “เจ็บตรงไหนลูก  เดี๋ยวแม่เรียกหมอให้” หลินเจียฉีรีบกดปุ่มเพื่อเรียกหมอให้มาดูอาการทันที


            ผลการตรวจออกมา  ร่างกายของหลินซื่อเสียงนั้นปกติ  แต่ความเจ็บปวดนั้นยังอยู่  แม้จะเบาลงแล้วก็ตาม  หลินซื่อเสียงสอบถามวันเวลาก็พบกว่า  สิ่งที่เขาต้องทนทุกข์มาหลายปีในโลกนั้น  กลับเป็นเพียงแค่ 1 ค่ำคืนของโลกใบนี้เท่านั้นเอง


            “แม่  ผมอยากให้แม่ทำให้คนที่พวกเราเคยทำให้เขาหมดอนาคต  กลับมามีงานทำ” หลินซื่อเสียงกล่าว


            “พูดเหลวไหล  คนพวกนั้นมันสมควรโดนแบบนั้นแล้ว” หลินเจียฉีกล่าว


            “ผมรู้สึกผิด  พวกเขาอาจมีพ่อแม่พี่น้องที่ป่วย หรือตอนนี้อาจจะตายไปแล้วก็ได้  โดยมีผมเป็นต้นเหตุ” หลินซื่อเสียงกล่าว


            “พูดอะไรของลูก  จะมานึกสงสารพวกมันทำไมตอนนี้  ถ้ามีเวลาห่วงพวกมัน  ไปถ่ายละครเพื่อเพิ่มชื่อเสียงต่อไม่ดีกว่ารึไงกัน” หลินเจียฉีกล่าว


            “คุณแม่” หลินซื่อเสียงเพิ่งสังเกตว่า  แม่ของเขาเป็นคนที่เหี้ยมโหดขนาดไหน  เขารู้แล้วว่าที่เขาทำเรื่องพวกนี้เพราะถูกตามใจจากแม่ของเขานั่นเอง  ตอนนี้เขาตาสว่างแล้ว  ไม่มีทางที่เขาจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีก


            “ร่างกายลูกไม่เป็นอะไรแล้ว  แม่ทำเรื่องให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว” หลินเจียฉีกล่าว  ขณะที่หลินซื่อเสียงเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนเสื้อใหม่ที่แม่ของเขานำมาให้  พร้อมกับสมาร์ทโฟนของหลินเจียฉีมีสายเข้ามาพอดี  เธอมองชื่อก่อนจะกดรับสาย


            “ว่ายังไงคะ  จัดการเรียบร้อยรึยัง” หลินเจียฉีถาม


            [เรียบร้อยกับผีน่ะสิ  ตอนนี้ผมไม่เหลืออะไรแล้ว  ผมไม่สามารถช่วยคุณได้อีกต่อไปแล้ว] เสียงของผู้บริหาร LSA ที่หลินเจียฉีติดต่อไปเมื่อวานกล่าว


            “ทำไมกันล่ะ  เกิดอะไรขึ้น” หลินเจียฉีถาม  ทำไมเธอรู้สึกสังหรณ์ไม่ค่อยดี


            [ไอ้ตงไห่  ไม่รู้มันไปเอาภาพเรา 2 คนหลับนอนด้วยกันมาตอนไหน  ตอนนี้ผมถูกปลด  ซ้ำยังถูกฟ้องร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคลากรที่ผมใช้อำนาจไล่ออกไปด้วย  ผมเลยจำเป็นต้องขายหุ้นทั้งหมดเพื่อนำเงินมาชดใช้ค่าเสียหาย] ผู้บริหาร LSA กล่าวกับหลินเจียฉี


            “อย่ามาโกหกฉันดีกว่า  กระบวนการฟ้องร้องน่ะมันใช้เวลาตั้งนาน  ทำไมมันถึงเร็วเพียงแค่ชั่วข้ามคืนแบบนี้ล่ะ” หลินเจียฉีถาม


            [ผมไม่รู้  ตงไห่อาจมีเส้นสายกับรัฐบาลกลางก็ได้  แต่ตอนนี้คำตัดสินออกมาแล้ว  ถึงผมจะพยายามร้องเรียนเรื่องนี้  แต่กลับมีเอกสารการฟ้องร้องที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ และดำเนินการฟ้องร้องมากว่าสิบปีแล้ว  ศาลมีคำตัดสินเมื่อวานนี้  ผมบอกคุณได้แค่ว่าระวังตัวเอาไว้ด้วย  พวกเขาไม่ปล่อยคุณไว้แน่  ลาก่อน] หลังจากนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นลอดผ่านสมาร์ทโฟนมา  ทำให้หลินเจียฉีกรีดร้องด้วยความตกใจ


            “แม่  เป็นอะไรไปครับ” หลินซื่อเสียงถาม  เมื่อเห็นหน้าแม่ของเขาซีดลง


            “แม่  ไม่มีอะไร  เรารีบไปกันเถอะ” หลินเจียฉีกล่าว  เธอพยายามสะกดอารมณ์เอาไว้  ขณะที่กำลังออกจากโรงพยาบาล  หลินซื่อเสียงก็ชะงักเท้า  เขาเห็นข่าวเกี่ยวกับแม่ของเขา  ข่าวรายงานว่าแม่ของเขาหลับนอนกับผู้บริหารของ LSA คนหนึ่ง  เพื่อใช้อำนาจโดยมิชอบ  ไล่คนที่ลูกชายเธอไม่ชอบขี้หน้าออกจากงาน


            “ผมขอโทษครับแม่  ถ้าผมไม่เอาแต่ใจ  แม่คงไม่ต้องไปขอร้องมัน” หลินซื่อเสียงกล่าว


            ‘ชื่อเสียง  ลาภยศ  เป็นสิ่งลวงตา  มีขึ้นมีลง  จงเปิดตามองคนที่เจ้าเรียกว่าเพื่อนสนิทเถอะ’ เสียงของชายปริศนาดังในหัวเขาอีกครั้ง  ทำให้หลินซื่อเสียงรีบโทรหาเฉินเป่าหลิงกับเซี่ยเป่าเจินทันที  แต่ทั้ง 2 คนที่ปกติจะรับสายเขาทุกครั้ง  มาครั้งนี้กลับไม่รับสายของเขา  ไม่ว่าเขาจะโทรไปกี่ครั้งก็ตาม


            “นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย” เสียงผู้จัดการของหลินซื่อเสียงดังขึ้น  ทำให้เขาหันไปมอง


            “พี่  เกิดอะไรขึ้น” หลินซื่อเสียงถาม


            “จะอะไรซะอีกล่ะ  พวกงานที่พี่รับให้เราก่อนหน้านี้  พอมีข่าวของคุณแม่นายออกไป  ผู้ว่าจ้างต่างยกเลิกสัญญากันหมด  ตอนนี้เหลือแค่งานซีรีส์ที่ถ่ายค้างไว้ 2-3 เรื่องเอง” ผู้จัดการของหลินซื่อเสียงเดินเข้ามาหาเขา


            “นั่น.....” หลินซื่อเสียงตอนนี้ได้เข้าใจอย่างแท้จริงแล้วว่าการหมดอนาคตมันเป็นยังไง


            “แม่จะแก้ปัญหาเอง  ลูกกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ” หลินเจียฉีกล่าว


            “ไม่ครับ  ผมจะไปกองถ่าย  เดี๋ยวนี้  ในเมื่อนี่คืองานที่ผมรับมา  ผมก็ต้องทำในฐานะนักแสดง และจะไปดูหน้ายัยจิ้งจอก 2 ตัวนั่นด้วย” หลินซื่อเสียงกล่าว  ก่อนจะเดินนำผู้จัดการของเขาออกจากโรงพยาบาล


            “ลูกแม่โตขึ้นแล้วจริง ๆ” หลินเจียฉีกล่าว  น้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม  มองลูกชายของเธอที่เปลี่ยนไป  กลายเป็นคนมีแววตามุ่งมั่นแบบนั้นเพียงข้ามคืน  ต่อจากนี้ถึงเธอจะถูกแบนจากวงการบันเทิงแล้ว  เธอก็เชื่อว่าลูกชายของเธอจะสามารถยืนหยัดกับปัญหาที่จะเข้ามาต่อจากนี้ได้แน่นอน


            ด้านกองถ่าย  ข่าวของหลินเจียฉีเป็นที่รับรู้แทบจะทันที  ตอนนี้ทุกคนกำลังจับจ้องเฉินเป่าหลิงกับเซี่ยเป่าเจินที่เป็นเพื่อนสนิทกับหลินซื่อเสียง


            “เธอว่าซื่อเสียงจะกล้ามาถ่ายละครต่อไหม” เฉินเป่าหลิงถาม


            “หึ คงไม่กล้าหรอกมั้ง  อับอายขายขี้หน้าขนาดนั้น คิก ๆ” เซี่ยเป่าเจินหัวเราะ


            “งั้นก็ขอโทษด้วยที่ฉันไม่ใช่คนที่หน้าบางขนาดนั้น” เสียงของคนที่เป็นหัวข้อสนทนาดังขึ้นจากด้านหลังของทั้ง 2 คน

    ______________________________

    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


    ชื่อเสียงแล ยศศักดิ์ คือมายาคนใฝ่หา ลุ่มหลง ยิ่งห่างหายดำรงตน ถูกหลัก ไม่วุ่นวายธรรมนำใจ สู่สุข นิรันดร

    ไท่ซื่อคง