วิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน

    บทที่ 8 เจอกันอีกครั้ง 3/4


     

    ฟินน์ที่หันไปมองก็เจอกับเพื่อนเก่าของตัวเอง แต่ดูเหมือนซินซินจะไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย เขากลับชี้หน้าไปที่อินก่อนจะพ่นคำด่าออกมา


     

    “ไอ้เลวทรามต่ำช้า แกกล้าลวนลามผู้หญิง ริมถนนอย่างงี้ได้ยังไงกัน”



     

    อินน์ที่ได้ยินคำด่าของซินซินนั้น กลับไม่มีอาการโมโหที่โดนด่าออกมาเลยเขารีบหันหลังกลับ แล้วเอาหน้าไปซุกกับกำแพงอยู่ข้างๆ ลีออนที่กำลังยืนขำกับกำแพงอยู่


     

    “นายขำอะไรหรอ” 


     

    ลีออนที่เห็นอินมายืนขำอยู่ข้างๆ ตัวเอง ก็ถามเขาออกไปพร้อมกับยังขำไปด้วยอยู่


     

    “ไอ้โง่นั้นทุกวันนี้มันยังคิดว่าฟินน์เป็นผู้หญิงอยู่เลย”


     

    ทันทีที่ลีออนได้ยินคำตอบของอิน ก็ฟุบหน้าไปที่กำแพงพร้อมกับหัวเราะออกมาต่อจนกลายเป็นภาพของเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนสองคน กำลังเอาหน้าและแขนของตัวเองฟุบไปที่กำแพง พร้อมกับขำออกมาจนตัวสั่นอยู่สองคน


     

    “อย่าไปสนใจสองคนนั้นเลยนะฉันกำลังตามหานายอยู่พอดีเลย”


     

    “ตามหาฉันอย่างงั้นเหรอ”


     

    ซินซินที่ได้ยินอย่างนั้นก็เลิกสนใจ ลีออนและอินไปเลยแต่กลับมอง ไปที่ฟินน์อย่างตาไม่กะพริบ เหมือนตกอยู่ในภวังค์แห้งความหลงใหลในตัวฟินน์อีกครั้งหนึ่งแทน ก่อนที่จะเผลอหลุดพูดออกมา


     

    ”สวยจัง”


     

    ซินซินที่รู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไปก็มีท่าทีล้นลานออกมาก่อนจะสงบลงและมองไปยังฟินน์ที่มองเขาอยู่ และยิ้มออกมา ให้กับฟินน์


     

    “ช่างเถอะจะตามหาฉันเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ฉันดีใจนะที่ได้เจอเธอ”


     

    ฟินน์ที่เห็นอย่างนั้นก็ส่งยิ้มกลับไปให้ กับซินซิน ก่อนที่จะมองลงไปข้างๆ เขาและเจอกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เกาะแขนของซินซินอยู่


     

    “เด็กคนนั้นใครอย่างงั้นเหรอ”


     

    ซินซินที่ได้ยินคำถามของฟินน์ ก็สะกิดให้เด็กข้างๆ ตัวเองโค้งหัวทักทายให้กับฟินน์ ก่อนที่จะแนะนำตัวเด็กคนนั้นขึ้นมา


     

    “น้องของฉันเอง ชื่อว่าเอคโค่”


     

    เมื่อฟินน์เห็นว่าซินซินแนะนำเด็กคนนั้นว่าเป็นน้องของเขา ฟินน์ก็เลยโบกมือทักทายให้กับเด็กคนนั้นด้วยรอยยิ้ม แต่ทันทีที่เด็กคนนั้นเห็นว่าฟินน์ ให้ความสนใจมาที่ตัวเอง เข้าก็รีบวิ่งหลบอยู่ข้างหลังของซินซินทันที


     

    “ต้องขอโทษด้วยนะ น้องฉันไม่ค่อยคุยกับใครเวลาเจอคนอื่นเลยอาจจะทำตัวไม่ถูก”


     

    “ไม่เห็นต้องขอโทษเลยฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนี่หน่า อีกอย่างเพื่อนฉันคนหนึ่งก็นิสัยแบบนี้แหละ แต่ทำไมนายเดินออกมาจากม็อบกันละ กำลังจะกลับแล้วหรอ”


     

    “ใช่แล้วล่ะ วันนี้เขามีการรำลึก คนตายในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น…มันมีพ่อของฉันรวมอยู่ด้วย ฉันเลยพาน้อง มาไหว้พ่อแล้วก็จะกลับแล้ว”


     

    “ถ้ายังงั้นให้พวกฉันไปส่งไหม จะได้ถือโอกาสคุยกับนายด้วย ถ้าคุยกันตรงนี้น้องของนายคงยืนรอแย่เลย”


     

    “แต่ว่าที่คาดแขนนั้นแสดงว่าเธอเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนแล้วสินะไม่ต้องอยู่ดูแลม็อบหรอ”


     

    “งานของเราจริงๆ คือการตามหานายนี้ละ”


     

    “อย่างนั้นเหรอ”


     

    ซินซินที่ได้ยินคำอธิบายของฟินน์เขาก็พยักหน้าตกลงที่จะติดรถไปด้วย


     

    เมื่อฟินน์เห็นว่าซินซินตกลงแล้วฟินน์ก็รีบเดินไปดึงตัวของลีออนออกมาจากกำแพงทันที


     

    “ไปกันได้แล้ว”


     

    “แล้วอินละ”


     

    ลีออนที่โดนฟินน์ดึงมาก็หันกลับไปมองอินแต่ก็ไม่เห็นเขาเลย เมื่อหันกลับมามองที่ฟินน์อีกครั่งก็พบว่าอินใกล้จะเดินถึงรถของหน่วยบริการประชาชนแล้ว


     

    เมื่อพวกเขาเดินมาถึงรถของหน่วยบริการประชาชนลีออนที่ปกตินั่งอยู่เบาะหลัง ก็รีบเดินไปยังที่นั่งข้างคนขับ ก่อนที่จะเอียงเบาะลงเพื่อให้หัวตัวเองไม่ชนกับเพดาน แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจท่าทีของลีออนเลย ฟินน์ที่ปกตินั่งข้างหน้าก็พาซินซินไปนั่งข้างหลังเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อทุกคนขึ้นรถกันแล้วอินก็บังคับรถให้ลอยออกไป



     

     

     


     

    “ว่าแต่ตอนนี้นายทำอะไรอยู่อย่างงั้นหรอ”


     

    ฟินน์ที่ยังไม่กล้าถามเรื่องของยาฟายฟินโดยตรงเลยพยายามชวนซินซินคุยเรื่องอื่นก่อน


     

    เมื่อได้ยินคำถามของฟินน์เรื่องงาน ซินซินก็มีท่าทีลำบากใจขึ้นมาทันทีก่อนที่จะใช้เวลาสักพักหนึ่ง เขาถึงพยายามจะตอบออกมา แต่ก็โดนอินที่กำลังขับรถอยู่พูดแทรกขึ้นมาก่อน


     

    “เราเจออาจารย์ของนายน่ะ เขาเล่าเรื่องระหว่างนายกับเขาให้ฟังหมดแล้ว แถมยาฟายฟินนั้นยังเกี่ยวกับวีรบุรุษของดีอาดูแอลที่ใช้ภาพลวงตา ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นคนที่อยู่เบื่องหลังเหตุการณ์ระเบิดครั้งนั้น”


     

    “อาจารย์ยังงั้นหรอ…เบื้องหลังการระเบิดอีก…”


     

    ซินซินที่ได้ฟังเรื่องราวที่ถาโถมเข้ามาจนเขามีสีหน้าที่งุงงง ก็รู้สึกสับสนอย่างมากจนฟินน์ที่เห็นอาการของซินซิน ต้องรีบพูดให้เขาผ่อนคลายลง


     

    “ใจเย็นนะซินซิน ยังไม่ต้องคิดอะไรก็ได้ ค่อยๆ ทำความเข้าใจไป”


     

    “มะ…ไม่เป็นไร ถ้ามันเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นฉันจะช่วย ฉันจะช่วยทุกอย่างเลย”


     

    “นายแน่ใจว่าพร้อมนะซินซิน”


     

    ฟินน์พยายามถามย้ำซินซินออกไป ก่อนที่จะเห็นเขาพยักหน้ากลับมาให้แก่ฟินน์


     

    “จะให้ฉันทำอะไรอย่างนั้นหรอ…แต่ก่อนอื่นคงต้องพาน้องฉันไปฝากกับห้องข้างๆ ก่อน”



     

     

     


     

    ไม่นานหลังจากนั้นทั้งหมดก็เดินทางมาถึงอพาร์ทเม้นท์สองชั้นที่เป็นที่อยู่ของซินซิน เขาได้ลงจากรถพร้อมกับจูงมือเอคโค่ เดินขึ้นไปชั้นสองด้วยกัน โดยที่ฟินน์อินและลีออนยืนรออยู่ที่รถเพื่อรอให้ซินซินพาน้องไปฝากห้องข้างๆ จนเรียบร้อยก่อน


     

    แต่ไม่นานหลังจากนั้นอยู่ดีๆ ซินซินก็กลับมาพร้อมกับจูงมือเอคโค่มาด้วย


     

    “นายไม่ได้ฝากน้องไว้แล้วอย่างงั้นหรอ”


     

    ลีออนที่เห็นซินซินเดินกลับมากับเอคโค่ที่น่าจะฝากไว้กับห้องข้างๆ แล้วก็เลยถามออกไป


     

    “ห้องข้างๆ ไม่มีคนอยู่ คนอื่นฉันก็ไม่ได้สนิทด้วย คงจะฝากเขาไว้ไม่ได้”


     

    “จะพาน้องนายไปด้วยอย่างนั้นเหรอ”


     

    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”


     

    อินที่เห็นสีหน้าลำบากใจของซินซินก็ไม่ได้ถามเขาต่อแต่เป็นฟินน์ที่ออกความเห็นออกมาแทน


     

    “เอาไปฝากที่สถานรับเลี้ยงเด็กบ้านฉันก่อนก็ได้ยังไงที่นั่นก็ปลอดภัยสุด แถมไม่ต้องห่วงเรื่องดูแลไม่ดีด้วย”


     

    ซินซินที่ฟังความเห็นของฟินน์ออกมาก็พยักหน้าตอบรับเขาไป และพาซินซินไปฝากไว้ยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีเด็กมากมายมาต้อนรับและพาเอคโค่ไปเล่นด้วย


     

    หลังจากที่ฟินน์เห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วก็กำลังจะส่งขอความไปหาแคร์แต่กลับมีข้อความของลุงเลย์เด้งขึ้นมาก่อน และบอกว่าเขากำลังไปตรวจสอบความผิดปกติหลังมินิมาร์ทใกล้ๆ พวกเขา เลยแจ้งให้พวกเขาที่อยู่ใกล้สุดไปด้วย



     

     

     


     

    “นายตามมาด้วยจะไม่เป็นอะไรหรอซินซิน”


     

    ฟินน์ที่กำลังให้อินขับรถไปยังมินิมาร์ทใกล้เคียงตามคำร้องขอของเลย์ ก็ถามซินซินที่บอกว่าจะตามมาด้วยโดยไม่ได้รอให้พวกเขากลับมารับไปหาคุณแคร์อีกที


     

    “ไม่เป็นอะไรหรอก อีกอย่างฉันรู้จักมินิมาร์ทตรงนั้นดีเลย มันเป็นมินิมาร์ทที่ฉัน เคยฝึกฝนกับอาจารย์”


     

    “ฝึกฝน?”


     

    ฟินน์ที่ไม่เข้าใจคำพูดของซินซินก็ทวนออกมาก่อนที่จะได้ยินเสียงหัวเราะของอินและลีออน ก็ทำให้ฟินน์นึกขึ้นมาได้ถึงเรื่องที่ลุงวริศเคยเล่าให้พวกเขาฟัง


     

    “ไม่ต้องมาหัวเราะเลย เพราะนายนั่นแหละลีออน ฉันอยากเอาชนะนายมากเลยหลงคิดไปว่าฟายฟินนั้นมันเป็นยาวิเศษที่ใช้ฝึกฝน…จน…จน”


     

    ซินซินที่โมโหเสียงหัวเราะของลีออนและอิน ก็พยายามจะต่อว่าเขาออกมา แต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้เพราะเขาไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เขาเคยฝึกกับอาจารย์ของเขา


     

    “พวกนายหยุดหัวเราะเลยนะ”


     

    ฟินน์ที่เห็นพฤติกรรมของเพื่อนตัวเองก็ว่าพวกเขาไปก่อนที่ลีออนและอินจะหยุดหัวเราะลง


     

    ทางด้านซินซินที่กำลังโมโหนั้นเมื่อเขานึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก็หยุดความโมโหลงก่อนที่จะมองไปที่อินที่กำลังขับรถอยู่ด้วยความรู้สึกผิด




     

     

     


     

    ณ ตรอกด้านหลังของมินิมาร์ท ที่มีชายสี่คนกำลังยืนคุยกันอยู่


     

    “ทำไมพวกเราถึงต้องเลือกที่สกปรก หลังมินิมาร์ทอย่างงี้เป็นที่ขายด้วยละ”


     

    ชายวัยรุ่นผมสีขาวที่กำลังยืนนับเงินปึกใหญ่ในมืออยู่ก็เอ่ยถามชายอีกสามคนออกไป


     

    “ปกติเราเริ่มส่งตามบ้านกันแล้วล่ะครับ แต่เพราะการทำงานของหน่วยบริการประชาชนในช่วงนี้ทำให้เราต้องหยุดลง อีกอย่างจุดนี้เป็นจุดที่เราค้าขายมานานแต่ก็ยังสร้างรายได้ ให้เราได้มากอยู่ แถมยังมีม่านลวงตาที่เปิดปิดได้คอยหลบตาหน่วยบริการประชาชนด้วย ที่ท่านต้องทำก็แค่คอยหาชายเร่ร่อนมาทำหน้าที่ขายให้เท่านั้น ต้องขอบคุณหัวหน้านะครับ ที่ยกพื้นที่นี้ให้กับท้านวาย”


     

    ชายที่ตัวสูงที่สุดในกลุ่มรีบอธิบายให้วายฟังอย่างนอบน้อมพร้อมกับชี้ไปที่ชายที่แต่งตัวคล้ายชายไร้บ้าน ที่อยู่ข้างๆ พวกเขา


     

    “มันก็ดีจริงๆ แหละ ไม่นานก็ได้เงินมาเป็นก้อนเลย แต่ถ้าไม่มีอะไรแล้วนายควรพาฉันกลับได้ละนะ ฉันรู้สึกไม่ดีเลย”


     

    “นายท่านบอกว่าให้ท่านวายคอยดูการขายฟายฟินก่อนนะครับ แต่ว่าถ้าท่านวายประสงค์จะกลับก่อนผมก็พร้อมจะพาท่านกลับ”


     

    “กลับได้เลยก็ดี ยังไงฉันแวะซื้อของที่มินิมาร์ทก่อนละกัน นายอยู่นี้แหละถ้าฉันซื้อของเสร็จแล้วฉันจะเข้ามาตาม”


     

    คล้ายกับเรื่องวิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน ที่คุณอ่าน