ฟินน์ที่หันไปมองก็เจอกับเพื่อนเก่าของตัวเอง แต่ดูเหมือนซินซินจะไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย เขากลับชี้หน้าไปที่อินก่อนจะพ่นคำด่าออกมา
“ไอ้เลวทรามต่ำช้า แกกล้าลวนลามผู้หญิง ริมถนนอย่างงี้ได้ยังไงกัน”
อินน์ที่ได้ยินคำด่าของซินซินนั้น กลับไม่มีอาการโมโหที่โดนด่าออกมาเลยเขารีบหันหลังกลับ แล้วเอาหน้าไปซุกกับกำแพงอยู่ข้างๆ ลีออนที่กำลังยืนขำกับกำแพงอยู่
“นายขำอะไรหรอ”
ลีออนที่เห็นอินมายืนขำอยู่ข้างๆ ตัวเอง ก็ถามเขาออกไปพร้อมกับยังขำไปด้วยอยู่
“ไอ้โง่นั้นทุกวันนี้มันยังคิดว่าฟินน์เป็นผู้หญิงอยู่เลย”
ทันทีที่ลีออนได้ยินคำตอบของอิน ก็ฟุบหน้าไปที่กำแพงพร้อมกับหัวเราะออกมาต่อจนกลายเป็นภาพของเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนสองคน กำลังเอาหน้าและแขนของตัวเองฟุบไปที่กำแพง พร้อมกับขำออกมาจนตัวสั่นอยู่สองคน
“อย่าไปสนใจสองคนนั้นเลยนะฉันกำลังตามหานายอยู่พอดีเลย”
“ตามหาฉันอย่างงั้นเหรอ”
ซินซินที่ได้ยินอย่างนั้นก็เลิกสนใจ ลีออนและอินไปเลยแต่กลับมอง ไปที่ฟินน์อย่างตาไม่กะพริบ เหมือนตกอยู่ในภวังค์แห้งความหลงใหลในตัวฟินน์อีกครั้งหนึ่งแทน ก่อนที่จะเผลอหลุดพูดออกมา
”สวยจัง”
ซินซินที่รู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไปก็มีท่าทีล้นลานออกมาก่อนจะสงบลงและมองไปยังฟินน์ที่มองเขาอยู่ และยิ้มออกมา ให้กับฟินน์
“ช่างเถอะจะตามหาฉันเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ฉันดีใจนะที่ได้เจอเธอ”
ฟินน์ที่เห็นอย่างนั้นก็ส่งยิ้มกลับไปให้ กับซินซิน ก่อนที่จะมองลงไปข้างๆ เขาและเจอกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เกาะแขนของซินซินอยู่
“เด็กคนนั้นใครอย่างงั้นเหรอ”
ซินซินที่ได้ยินคำถามของฟินน์ ก็สะกิดให้เด็กข้างๆ ตัวเองโค้งหัวทักทายให้กับฟินน์ ก่อนที่จะแนะนำตัวเด็กคนนั้นขึ้นมา
“น้องของฉันเอง ชื่อว่าเอคโค่”
เมื่อฟินน์เห็นว่าซินซินแนะนำเด็กคนนั้นว่าเป็นน้องของเขา ฟินน์ก็เลยโบกมือทักทายให้กับเด็กคนนั้นด้วยรอยยิ้ม แต่ทันทีที่เด็กคนนั้นเห็นว่าฟินน์ ให้ความสนใจมาที่ตัวเอง เข้าก็รีบวิ่งหลบอยู่ข้างหลังของซินซินทันที
“ต้องขอโทษด้วยนะ น้องฉันไม่ค่อยคุยกับใครเวลาเจอคนอื่นเลยอาจจะทำตัวไม่ถูก”
“ไม่เห็นต้องขอโทษเลยฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนี่หน่า อีกอย่างเพื่อนฉันคนหนึ่งก็นิสัยแบบนี้แหละ แต่ทำไมนายเดินออกมาจากม็อบกันละ กำลังจะกลับแล้วหรอ”
“ใช่แล้วล่ะ วันนี้เขามีการรำลึก คนตายในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น…มันมีพ่อของฉันรวมอยู่ด้วย ฉันเลยพาน้อง มาไหว้พ่อแล้วก็จะกลับแล้ว”
“ถ้ายังงั้นให้พวกฉันไปส่งไหม จะได้ถือโอกาสคุยกับนายด้วย ถ้าคุยกันตรงนี้น้องของนายคงยืนรอแย่เลย”
“แต่ว่าที่คาดแขนนั้นแสดงว่าเธอเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนแล้วสินะไม่ต้องอยู่ดูแลม็อบหรอ”
“งานของเราจริงๆ คือการตามหานายนี้ละ”
“อย่างนั้นเหรอ”
ซินซินที่ได้ยินคำอธิบายของฟินน์เขาก็พยักหน้าตกลงที่จะติดรถไปด้วย
เมื่อฟินน์เห็นว่าซินซินตกลงแล้วฟินน์ก็รีบเดินไปดึงตัวของลีออนออกมาจากกำแพงทันที
“ไปกันได้แล้ว”
“แล้วอินละ”
ลีออนที่โดนฟินน์ดึงมาก็หันกลับไปมองอินแต่ก็ไม่เห็นเขาเลย เมื่อหันกลับมามองที่ฟินน์อีกครั่งก็พบว่าอินใกล้จะเดินถึงรถของหน่วยบริการประชาชนแล้ว
เมื่อพวกเขาเดินมาถึงรถของหน่วยบริการประชาชนลีออนที่ปกตินั่งอยู่เบาะหลัง ก็รีบเดินไปยังที่นั่งข้างคนขับ ก่อนที่จะเอียงเบาะลงเพื่อให้หัวตัวเองไม่ชนกับเพดาน แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจท่าทีของลีออนเลย ฟินน์ที่ปกตินั่งข้างหน้าก็พาซินซินไปนั่งข้างหลังเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อทุกคนขึ้นรถกันแล้วอินก็บังคับรถให้ลอยออกไป
“ว่าแต่ตอนนี้นายทำอะไรอยู่อย่างงั้นหรอ”
ฟินน์ที่ยังไม่กล้าถามเรื่องของยาฟายฟินโดยตรงเลยพยายามชวนซินซินคุยเรื่องอื่นก่อน
เมื่อได้ยินคำถามของฟินน์เรื่องงาน ซินซินก็มีท่าทีลำบากใจขึ้นมาทันทีก่อนที่จะใช้เวลาสักพักหนึ่ง เขาถึงพยายามจะตอบออกมา แต่ก็โดนอินที่กำลังขับรถอยู่พูดแทรกขึ้นมาก่อน
“เราเจออาจารย์ของนายน่ะ เขาเล่าเรื่องระหว่างนายกับเขาให้ฟังหมดแล้ว แถมยาฟายฟินนั้นยังเกี่ยวกับวีรบุรุษของดีอาดูแอลที่ใช้ภาพลวงตา ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นคนที่อยู่เบื่องหลังเหตุการณ์ระเบิดครั้งนั้น”
“อาจารย์ยังงั้นหรอ…เบื้องหลังการระเบิดอีก…”
ซินซินที่ได้ฟังเรื่องราวที่ถาโถมเข้ามาจนเขามีสีหน้าที่งุงงง ก็รู้สึกสับสนอย่างมากจนฟินน์ที่เห็นอาการของซินซิน ต้องรีบพูดให้เขาผ่อนคลายลง
“ใจเย็นนะซินซิน ยังไม่ต้องคิดอะไรก็ได้ ค่อยๆ ทำความเข้าใจไป”
“มะ…ไม่เป็นไร ถ้ามันเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นฉันจะช่วย ฉันจะช่วยทุกอย่างเลย”
“นายแน่ใจว่าพร้อมนะซินซิน”
ฟินน์พยายามถามย้ำซินซินออกไป ก่อนที่จะเห็นเขาพยักหน้ากลับมาให้แก่ฟินน์
“จะให้ฉันทำอะไรอย่างนั้นหรอ…แต่ก่อนอื่นคงต้องพาน้องฉันไปฝากกับห้องข้างๆ ก่อน”
ไม่นานหลังจากนั้นทั้งหมดก็เดินทางมาถึงอพาร์ทเม้นท์สองชั้นที่เป็นที่อยู่ของซินซิน เขาได้ลงจากรถพร้อมกับจูงมือเอคโค่ เดินขึ้นไปชั้นสองด้วยกัน โดยที่ฟินน์อินและลีออนยืนรออยู่ที่รถเพื่อรอให้ซินซินพาน้องไปฝากห้องข้างๆ จนเรียบร้อยก่อน
แต่ไม่นานหลังจากนั้นอยู่ดีๆ ซินซินก็กลับมาพร้อมกับจูงมือเอคโค่มาด้วย
“นายไม่ได้ฝากน้องไว้แล้วอย่างงั้นหรอ”
ลีออนที่เห็นซินซินเดินกลับมากับเอคโค่ที่น่าจะฝากไว้กับห้องข้างๆ แล้วก็เลยถามออกไป
“ห้องข้างๆ ไม่มีคนอยู่ คนอื่นฉันก็ไม่ได้สนิทด้วย คงจะฝากเขาไว้ไม่ได้”
“จะพาน้องนายไปด้วยอย่างนั้นเหรอ”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
อินที่เห็นสีหน้าลำบากใจของซินซินก็ไม่ได้ถามเขาต่อแต่เป็นฟินน์ที่ออกความเห็นออกมาแทน
“เอาไปฝากที่สถานรับเลี้ยงเด็กบ้านฉันก่อนก็ได้ยังไงที่นั่นก็ปลอดภัยสุด แถมไม่ต้องห่วงเรื่องดูแลไม่ดีด้วย”
ซินซินที่ฟังความเห็นของฟินน์ออกมาก็พยักหน้าตอบรับเขาไป และพาซินซินไปฝากไว้ยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีเด็กมากมายมาต้อนรับและพาเอคโค่ไปเล่นด้วย
หลังจากที่ฟินน์เห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วก็กำลังจะส่งขอความไปหาแคร์แต่กลับมีข้อความของลุงเลย์เด้งขึ้นมาก่อน และบอกว่าเขากำลังไปตรวจสอบความผิดปกติหลังมินิมาร์ทใกล้ๆ พวกเขา เลยแจ้งให้พวกเขาที่อยู่ใกล้สุดไปด้วย
“นายตามมาด้วยจะไม่เป็นอะไรหรอซินซิน”
ฟินน์ที่กำลังให้อินขับรถไปยังมินิมาร์ทใกล้เคียงตามคำร้องขอของเลย์ ก็ถามซินซินที่บอกว่าจะตามมาด้วยโดยไม่ได้รอให้พวกเขากลับมารับไปหาคุณแคร์อีกที
“ไม่เป็นอะไรหรอก อีกอย่างฉันรู้จักมินิมาร์ทตรงนั้นดีเลย มันเป็นมินิมาร์ทที่ฉัน เคยฝึกฝนกับอาจารย์”
“ฝึกฝน?”
ฟินน์ที่ไม่เข้าใจคำพูดของซินซินก็ทวนออกมาก่อนที่จะได้ยินเสียงหัวเราะของอินและลีออน ก็ทำให้ฟินน์นึกขึ้นมาได้ถึงเรื่องที่ลุงวริศเคยเล่าให้พวกเขาฟัง
“ไม่ต้องมาหัวเราะเลย เพราะนายนั่นแหละลีออน ฉันอยากเอาชนะนายมากเลยหลงคิดไปว่าฟายฟินนั้นมันเป็นยาวิเศษที่ใช้ฝึกฝน…จน…จน”
ซินซินที่โมโหเสียงหัวเราะของลีออนและอิน ก็พยายามจะต่อว่าเขาออกมา แต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้เพราะเขาไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เขาเคยฝึกกับอาจารย์ของเขา
“พวกนายหยุดหัวเราะเลยนะ”
ฟินน์ที่เห็นพฤติกรรมของเพื่อนตัวเองก็ว่าพวกเขาไปก่อนที่ลีออนและอินจะหยุดหัวเราะลง
ทางด้านซินซินที่กำลังโมโหนั้นเมื่อเขานึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก็หยุดความโมโหลงก่อนที่จะมองไปที่อินที่กำลังขับรถอยู่ด้วยความรู้สึกผิด
ณ ตรอกด้านหลังของมินิมาร์ท ที่มีชายสี่คนกำลังยืนคุยกันอยู่
“ทำไมพวกเราถึงต้องเลือกที่สกปรก หลังมินิมาร์ทอย่างงี้เป็นที่ขายด้วยละ”
ชายวัยรุ่นผมสีขาวที่กำลังยืนนับเงินปึกใหญ่ในมืออยู่ก็เอ่ยถามชายอีกสามคนออกไป
“ปกติเราเริ่มส่งตามบ้านกันแล้วล่ะครับ แต่เพราะการทำงานของหน่วยบริการประชาชนในช่วงนี้ทำให้เราต้องหยุดลง อีกอย่างจุดนี้เป็นจุดที่เราค้าขายมานานแต่ก็ยังสร้างรายได้ ให้เราได้มากอยู่ แถมยังมีม่านลวงตาที่เปิดปิดได้คอยหลบตาหน่วยบริการประชาชนด้วย ที่ท่านต้องทำก็แค่คอยหาชายเร่ร่อนมาทำหน้าที่ขายให้เท่านั้น ต้องขอบคุณหัวหน้านะครับ ที่ยกพื้นที่นี้ให้กับท้านวาย”
ชายที่ตัวสูงที่สุดในกลุ่มรีบอธิบายให้วายฟังอย่างนอบน้อมพร้อมกับชี้ไปที่ชายที่แต่งตัวคล้ายชายไร้บ้าน ที่อยู่ข้างๆ พวกเขา
“มันก็ดีจริงๆ แหละ ไม่นานก็ได้เงินมาเป็นก้อนเลย แต่ถ้าไม่มีอะไรแล้วนายควรพาฉันกลับได้ละนะ ฉันรู้สึกไม่ดีเลย”
“นายท่านบอกว่าให้ท่านวายคอยดูการขายฟายฟินก่อนนะครับ แต่ว่าถ้าท่านวายประสงค์จะกลับก่อนผมก็พร้อมจะพาท่านกลับ”
“กลับได้เลยก็ดี ยังไงฉันแวะซื้อของที่มินิมาร์ทก่อนละกัน นายอยู่นี้แหละถ้าฉันซื้อของเสร็จแล้วฉันจะเข้ามาตาม”