Is this love : 9[บทบรรยาย : วิน] เช้าวันถัดมาวันนี้เป็นวันเสาร์ ผมว่าง ส่วนแพนมีนัดไปกินข้าวกับเพื่อน ผมเลยจะขับรถไปส่งและรอรับกลับด้วยเลย คือแก้วไปดูรีวิวร้านอาหารมาแล้วชอบ เลยมาชวนเพื่อนไปกิน ผมไม่ได้ตามไปเฝ้าแพนนะ แค่เห็นว่าร้านนี้ก็น่ากินดีผมมองร่างบางที่กำลังเลือกกระเป๋าให้เข้ากับชุดที่เธอใส่ แพนแต่งตัวเก่ง รูปร่างดี และเธอเป็นขี้ร้อน ดังนั้นเสื้อผ้าส่วนมากจะเป็นสไตล์ ขาสั้น เอวลอย เสื้อครอป สายเดี่ยว อะไรประมาณนั้นผมรู้ว่าแพนมีความสุขที่ได้แต่งตัวในแบบที่เธอชอบ เธอมั่นใจในเสื้อผ้าที่เลือกใส่ มีบางครั้งที่ผมขัดใจบ้าง แต่ผมไม่คิดจะห้าม คือมันไม่ได้ดูโป๊ไงและแพนเซฟตัวเองดีเสมออ่อ ส่วนเรื่องเมื่อคืน หลังจากที่เธอขู่จะเปลี่ยนรหัสเปิดห้องผมก็ปล่อยเธอไปนอนไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะเข้าห้องเธอไม่ได้ แต่ผมกลัวใจตัวเองต่างหากกางเกงนอนขาสั้นที่โชว์ขาเรียวยาวเสื้อยืดโปร่งแสงตัวใหญ่ ถึงเธอจะไม่ได้โนบรา แต่มันก็มองเห็นรูปร่างเธออยู่ดีไงแล้วไหนจะกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆ ของคนที่พึ่งอาบน้ำเสร็จนั่นอีกผมข่มอารมณ์ตัวเองแทบตาย ยอมปล่อยเธอเข้าห้องไปเพราะกลัวตบะแตกนี่แหละแล้วอีกอย่างคิดหรอว่าผมจะไม่รู้ว่าเมื่อคืนเธอใจเต้นแรงแค่ไหน ผมนั่งซ้อนหลังเธออยู่นะ แต่เมื่อเช้าตอนเจอหน้ากันแพนก็ดูปกติ สงสัยจะเลิกเขินแล้วมั้งใช้เวลาไม่นานเเพนก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เราออกจากห้องเมื่อใกล้เวลานัด ร้านอยู่ไม่ไกลจากคอนโดเท่าไหร่ผมเลยไม่ค่อยรีบ เมื่อมาถึงร้านก็พบว่าทุกคนมากันครบหมดแล้ว เพื่อนของแพนเลือกโต๊ะกลมที่มีเก้าอี้ห้าตัว ซึ่งตัวที่ว่างอยู่คือเก้าอี้ระหว่างทิวกับแก้ว“ไม่อ่านไลน์กลุ่มหรอชะนี!” ทันทีที่ผมเรียกพนักงานมาเสริมเก้าอี้แล้วนั่งลง แก้วก็ชี้หน้าแพนแล้วพูด“อะไรอ่ะ ไม่ได้อ่าน” แพนทำหน้างงแต่แก้วทำหน้าเซ็ง“ก็ไอ้ทิวบอกห้ามพาแฟนมา ตอนแรกกูก็บอกเดย์ไปแล้วว่ามาด้วยได้ แฟนกูก็งอนสิ” “เอ้า ก็กูมีเซอร์ไพรส์ เรื่องนี้ให้มึงไปบอกแฟนเองดีกว่า ไม่งั้นเดี๋ยวแม่งโวยวายอีก” ทิวตอบแก้วแล้วหันมามองหน้าผม แถมด้วยการยักคิ้วใส่“ส่วนนี่กูว่ายังไม่ใช่แฟน หยวนๆ ให้แพนมันละกัน” พอทิวพูดจบก็หันไปหัวเราะกับพัฟ ผมเลยจ้องหน้าสองคนนั้น ถ้าต่อยเพื่อนแพนข้อหากวนตีนเธอจะโกรธป่าววะ? แต่แล้วแพนก็ยื่นมือมาบีบมือผมเบาๆ ที่ใต้โต๊ะเออ! ช่างแม่งเพื่อนเธอก็ได้วะ! “สั่งอาหารก่อน กูหิว” บาสที่เริ่มทำหน้าเซ็งพูดขึ้น ดูเหมือนว่าจะไม่ได้สนใจอะไรผมด้วยซ้ำ บาสนี่เป็นคนพูดน้อยแล้วก็ดูนิ่งๆ เป็นผู้ชายด้วยกันผมยังว่ามันเท่ห์เลย ไม่แปลกที่ผู้หญิงจะชอบเยอะแต่จะว่าไปตอนแรกผมคิดว่าเพื่อนเธอจะพูดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานสะอีก แต่นี่ทุกคนทำตัวปกติมาก ขนาดแก้วที่ปกติจะสนใจเรื่องเพื่อนๆ มากยังไม่ถามเลย คือผมไม่ได้ว่าแก้วนะ ผมแค่สงสัยเฉยๆ “นายโอเคไหมอ่ะ” แพนกระซิบถามเมื่อเห็นว่าผมไม่ค่อยพูดยกเว้นเวลาเพื่อนเธอถามแล้วผมตอบ ผมเลยพยักหน้าแล้วยิ้มให้เธอตอนนี้ผมไม่ได้หงุดหงิดแล้วแค่ไม่รู้จะคุยอะไรไง เจอเพื่อนเธอพร้อมกันทุกคนไม่กี่ครั้งเองเลยยังไม่ค่อยสนิทแต่ก็คุยกันได้นะ“แล้วเรื่องที่มึงจะเซอร์ไพรส์คืออะไร” แก้วถาม ทิวเลยยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบนิดหน่อยแล้วตอบ“กูเข้าไปหาอาจารย์ที่ปรึกษามา อาจารย์บอกว่าอีกสองอาทิตย์จะหยุดยาวตั้งแต่วันพุธถึงวันอาทิตย์ แต่ที่ภาคจะติดประกาศวันศุกร์หน้า กูเลยมาบอกพวกมึงก่อน” “เห้ยดี! ไปเที่ยวกัน” พัฟกับแก้วดูจะตื่นเต้นมากกว่าใคร“เนี่ยกูถึงบอกว่าไม่ให้มึงพาแฟนมา เพราะมีแค่ภาคเราที่หยุด ที่คณะเรากับคณะอื่นเขาไม่ได้หยุดไง ไอ้เดย์มันไม่ค่อยปล่อยมึงไกลหูไกลตา เดี๋ยวได้ทะเลาะกันอีก” “เออว่ะ! นี่ก็ไม่รู้จะง้อยังไง จับกดเเม่งเลยดีม่ะ” แก้วพูดจบคนอื่นๆ ก็หัวเราะตามกัน ผมว่าเธอใจเด็ดดีนะ แพนน่าจะเอามาใช้บ้าง“อยากไปญี่ปุ่น!” แพนบอกเพื่อนเธอด้วยความมุ่งมั่นญี่ปุ่นเลยหรอวะ มันไกลไปไหม...ผมขอให้เพื่อนเธอไม่เห็นด้วย แต่ก็ดูจะไม่เป็นอย่างที่ผมคิด...“เออๆ ดีๆ อยากไป Tokyo Disneyland อยากถ่ายรูปกับขบวนพาเหรด” แก้วบอกแล้วทำหน้าเพ้อฝัน“ส่วนกูจะไปร้านขายของเล่นผู้ใหญ่ กูจะซื้อซีดีสักร้อยแผ่น” “เออๆ เดี๋ยวกูหารด้วย แบ่งๆ กันดู” ทิวและพัฟก็ยังเป็นคู่หูกันเหมือนเดิม“กูยังไงก็ได้ เบื่อทำโปรเจค ไปเที่ยวหน่อยก็ดี” บาสตอบแล้วฟังคนอื่นๆ พูดต่อไปดูเหมือนแผนการไปญี่ปุ่นจะประสบผลสำเร็จ ว่าแต่คนเรามันตกลงไปเที่ยวกันได้ง่ายๆ อย่างงี้เลยหรอวะ? ฟังไปเรื่อยๆ ผมเริ่มเซ็ง คือผมต้องไปเรียนไง ตอนแรกกะว่าจะโดดเรียน แต่จากที่นั่งฟัง แก้วตัดสินใจว่าจะไม่ให้เดย์ไปด้วย อย่างนี้คือแพนก็ไม่ให้ผมไปด้วยแน่ๆ จะไม่ได้เจอแพนตั้งห้าวัน แม่ง...“เดย์ไม่ไป วินก็ห้ามไปนะ!” แก้วย้ำอีกรอบเพื่อให้ผมเข้าใจ ซึ่งผมเองทำได้แค่ตอบรับ โคตรเซ็ง! “อืม เราเข้าใจ” แกล้งตีหน้าเศร้าแม่งเลย เผื่อเพื่อนเธอจะเห็นใจ“ไม่เป็นไรเว้ย เดี๋ยวกูซื้อของมาฝาก กูให้ยืมแผ่นหนังด้วย!” ทิวหันมาตบไหล่ผม แล้วยิ้มเยาะ ไอ้เวรนี่...“หน้าแดงทำไมชะนี!” แก้วพูดขึ้นแล้วหันมามองหน้าแพน ผมเลยหันไปมองบ้าง เธอหน้าแดงจริงๆ ด้วยว่ะ“ปะ เปล่า” “มึงอยากดูหนังกับวินอ่อ งั้นกูพาไปเลือกเอง” อ่อ เข้าใจล่ะ เธอเขินเรื่องนี้เองสินะ ไม่ทันที่แพนจะตอบอะไร พัฟที่เป็นคนพูดประโยคเมื่อกี้ก็โดนบาสตบหัวเข้าให้“ความคิดมึงนี่นะไอ้เวร” “แตะไม่ได้เลยยยยย” คนโดนตบหันไปพูดกับบาส แต่ไอ้บาสกลับเงยหน้ามองผมแทนตกลงมันกับแพนที่ยังไงวะ ผมชักจะไม่แน่ใจ ผมเลยหันไปมองแพนก็พบว่าเธอมองผมอยู่ ในเมื่อเธอแสดงออกว่าแคร์ผม ผมก็จะไม่ทำตัวงี้เง่าซ้ำซ้อนผมยิ้มให้เธอไปทั้งที่ในใจเริ่มวางแผน...ถ้าผมไปกับเธอไม่ได้ผมก็จะทำให้เธอไม่ได้ไปเที่ยว แผนนี้ต้องได้ผล เชื่อสิ! [บทบรรยาย : แพน] วันนี้ฉันมีนัดกลับเพื่อนและวินมาด้วย น่าจะเป็นครั้งที่สามเองมั้ง ที่เขาเจอเพื่อนฉันอยู่กับครบทุกคน ครั้งแรกก็ตอนเอากระเป๋าตังไปให้ฉันที่โรงอาหาร ครั้งที่สองเมื่ออาทิตย์ที่แล้วตอนเขาไปรับฉันที่คณะ แต่ฉันนั่งคุยงานกับเพื่อนอยู่ และครั้งนี้รวมกันก็สามครั้ง ไม่แปลกที่เขาจะไม่ค่อยพูดอะไร ได้แต่นั่งฟังพวกเราคุยกันฉันสังเกตนะว่าวินมองบาสบ่อยมาก ที่เห็นชัดสุดก็ตอนที่พัฟเเซวฉันแล้วโดนบาสตบหัวเข้าให้ฉันกลัวเขาจะคิดมาก แต่พอวินหันมายิ้มให้ก็โล่งใจขึ้นมาหน่อยฉันกับเพื่อนตกลงมาจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน ไปกันแค่ห้าคน แอบคิดเหมือนกันนะว่าวินจะว่ายังไง แต่ตามความคิดของฉัน นี่เป็นการตัดสินใจของฉันที่เขาต้องเข้าใจ ความสัมพันธ์ของเรายังไม่ได้ถึงขั้นที่เขาจะมาห้ามหรือบังคับถ้าฉันจะไปเที่ยวกับเพื่อน ฉันยังต้องการระยะห่างตรงนี้อยู่ซึ่งฉันพอใจที่วินไม่ได้ว่าอะไร ดูจากการที่เขาทำตัวปกติ แล้วยังบอกว่าถ้าจะไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้บอกเขา วินจะพาไปชอบที่เขาเป็นแบบนี้จัง...“แวะซื้อของแป๊บนึงนะ” วินบอกตอนที่เราอยู่ระหว่างทางกลับคอนโด เขาเลี้ยวเข้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง พอจอดรถเสร็จเรียบร้อยวินก็เดินมาจับมือฉันได้ทีแล้วเอาใหญ่เลยนะ หาโอกาสตลอด! เราเดินซื้อของใช้ทั่วไป ส่วนมากก็พวกของสดเอาไว้ทำอาหาร เห็นแบบนี้ฉันทำอาหารเก่งนะ จะให้เสียชื่อลูกสาวร้านอาหารชื่อดังที่มีกว่า 20 สาขาทั่วประเทศได้ไงเสน่ห์ปลายจวักมัดใจชายแม่กับยายสอนไว้ ฉันคิดมาถึงตรงนี้แล้วหันไปมองคนที่ได้กินฝีมือฉันทุกวันแล้วหัวเราะกับตัวเองเบาๆ คิดบ้าอะไรเนี่ย...“หัวเราะอะไร” คนที่จับมือฉันไม่ยอมปล่อยแล้วถือถุงทุกอย่างไว้ด้วยมือข้างเดียวหันมามอง“นายว่าฉันทำกับข้าวอร่อยไหม” “ไม่อ่ะ ทนๆ กินไปงั้น” เขาทำลายความมั่นใจของฉันไม่ได้หรอก ฉันรู้ว่ามันอร่อย เดี๋ยวรอฉันเอาคืนก็แล้วกัน! ฉันเบ้ปากแต่ไม่ได้ตอบอะไร วินเห็นแบบนั้นเลยปล่อยมือที่จับกันเอาไว้มากอดคอฉันแทน รัดสะแน่นเชียวไอ้บ้านี่! เราเดินเข้าเคาน์เตอร์แบรนด์เครื่องสำอางที่มีน้ำหอมผู้ชายเป็นที่สุดท้ายก่อนกลับ วินได้น้ำหอมกลิ่นที่ฉันเป็นคนเลือกมาหนึ่งขวด เขาให้ฉันลองดมว่าชอบกลิ่นไหน แล้ววินก็ซื้อกลิ่นนั้น โดยให้เหตุผลว่า‘เอากลิ่นที่เธอชอบ เผื่อจะอยากเข้ามาดมใกล้ๆ ฉันบ่อยๆ’ โธ่เอ้ย ก็เขาหยอดเก่งขนาดนี้ จะให้ฉันทนความหวั่นไหวได้ยังไงกันเล่า!.........................................................................................................