บทที่ 12 ขอแค่เป็มนุษย์ก็พอ
เมื่อมองดูแล้ว เยี่ยนลี่เฉิงก็เห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ
อิงอิงน้อยมีความอยากอาหารค่อนข้างมากและยังสามารถทานได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
อาหารบนโต๊ะหายไปในพริบตา
หลังจากอิงอิงน้อยกวาดอาหารบนโต๊ะหมดแล้ว ในปากก็ยังมีแซลมอนอยู่หนึ่งชิ้น ดวงตาองุ่นโต ๆ ของเธอ เริ่มปรือปรอยลงมาเป็บางครั้งบางคราว
เ้าของดวงตาพยายามจะยกเปลือกตาขึ้น แต่เปลือกตาของเธอกลับไม่ยอมเชื่อฟังและปล่อยให้มันปิดลง
ฉินอิงอิงกัดฟันแน่น “อิง!”
ห้ามหลับ!
ยังกินอาหารอยู่!
แต่ดูเหมือนฉันจะกินหมดแล้ว!
เหลือเพียงส่วนของพ่อและพี่ชายเท่านั้น!
“เอิ๊ก!”
อิ่มแล้ว ๆ!
ได้เวลานอนแล้ว!
เยี่ยนลี่เฉิงเห็นหัวของอิงอิงน้อยผงกขึ้นลง ขนตาเรียวยาวพลิ้วไหว ดวงตาสีดำสดใสค่อย ๆ สูญเสียความแวววาวไปทีละน้อย เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ฉินอี้หานก็เห็นเหมือนกันจึงรีบอุ้มลูกสาวอันเป็ที่รักมาไว้ในอ้อมแขนทันที
“กินข้าวก็ยังหลับได้”
เยี่ยนลี่เฉิงยิ้มออกมาเมื่อเห็นสเต๊กสองส่วนที่เหลืออยู่บนโต๊ะ
“อาฉิน อิงอิงน้อยทานของตัวเองหมดแล้ว”
เมื่อฉินอี้หานมองดูก็เห็นว่าเป็ความจริง
นอกจากสเต๊กสองชิ้น จานที่เหลือว่างเปล่าไม่เหลือสิ่งใดเลย
กินอิ่มแล้วก็นอน… ทำไมช่างเหมือนลูกหมูน้อยอย่างนี้?
ถึงแม้จะเป็ลูกหมูตัวน้อย แต่ก็เป็ลูกหมูตัวน้อยที่น่ารักที่สุดของตระกูลฉิน
ฉินอี้หานแตะที่จมูกเล็ก ๆ ของลูกสาวเบา ๆ ขณะที่เขากำลังจะลุกโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
เป็สายจากบ้านเก่าของเขา
เยี่ยนลี่เฉิงรีบเข้าไปช่วย “อาฉิน ผมช่วยอุ้มอิงอิงน้อยให้ครับ”
ฉินอี้หานเอ่ยเตือน “อิงอิงน้อยไม่ได้ตัวเบา ๆ”
เยี่ยนลี่เฉิงพับแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นแขนที่มีมัดกล้ามของเขา
“คุณอาฉิน ผมออกกำลังกายอยู่เป็ประจำ”
“ได้ นายอุ้มอิงอิงน้อยไปขึ้นรถก่อน อีกเดี๋ยวอาจะตามไป”
เยี่ยนลี่เฉิงรับอิงอิงน้อยที่กำลังหลับสนิทมาและปล่อยให้เธอนอนอยู่ในอ้อมแขน ฉินอี้หานยืนขึ้นเพื่อรับโทรศัพท์
อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์เป็น้ำเสียงจริงจังของบิดา
“ได้ทำตามขั้นตอนไหม?”
“ทำแล้วครับ”
“เมื่อไหร่จะพากลับมาบ้านให้ทุกคนเห็น”
ฉินอี้หานเห็นว่าตอนนี้อิงอิงน้อยยังพูดไม่ค่อยได้จึงตัดสินว่าจะพาไปหลังจากอิงอิงน้อยพูดได้คล่องขึ้น
“คงอีกสักระยะหนึ่ง อิงอิงน้อยเพิ่งจะสามขวบครึ่งยังเด็กเกินไป”
น้ำเสียงของอีกฝ่ายไม่ค่อยพอใจนัก “เด็กนั่นจะกลัวอะไรนัก”
ทำไมเหล่าซานถึงได้อุ้มเด็กขี้ขลาดมาเลี้ยง?
นี่เป็สิ่งที่เขาไม่ได้คาดหวังไว้ั้แ่แรก
แถมยังเรียกเด็กว่าอิงอิงน้อยอีก?
เด็กผู้ชายมีชื่อนุ่มนิ่มขนาดนั้น ไม่รู้สึกอายบ้างเหรอ?
นี่มันเื่อะไรกัน?
ฉินอี้หานมองลี่เฉิงที่กำลังอุ้มลูกสาวออกไปไกล จากนั้นจึงรีบจ่ายเงินและตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“อิงอิงน้อยไม่ได้กลัวอะไร เธอน่ารักอ่อนโยนและกล้าหาญมาก!”
ความแข็งแกร่งก็โดดเด่น
จนกว่าจะไปหา ด้วยนิสัยของพ่อ อีกฝ่ายย่อมไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด
แต่เมื่อคุณปู่ฉินได้ยินว่าเด็กที่ลูกชายรับมาเลี้ยงกล้าหาญ เขาก็ค่อนข้างพึงพอใจ แถมยัง… น่ารัก?
เอาเถอะ ผู้ชายในตระกูลฉินไม่จำเป็ต้องอ่อนโยนและน่ารัก แค่แข็งเกร่งก็พอแล้ว
“ผมจะพาเธอไปบ้านให้ทุกคนได้เห็นก่อนเปิดเทอมแน่นอน!”
แม้คุณปู่ฉินจะเอาตัวเองเป็ใหญ่ แต่เขาก็รู้ดีว่าถึงดื้อดึง ลูกชายคนเล็กก็อาจจะไม่ฟัง
ลูกชายคนเล็กคนนี้มีนิสัยเอาแต่ใจั้แ่เด็ก ตอนนี้โตแล้วก็ปีกกล้าขาแข็งมาก ปกติเมื่อคุยกับเขาจะพูดเป็คำ ๆ เท่านั้น
เดี๋ยวก่อน!
เมื่อครู่ เหล่าซานพูดประโยคยาว ๆ ออกมาเหรอ?
น่าอัศจรรย์!
“ผมจะจัดการทุกอย่างเอง”
“แล้วเจอกันครับพ่อ”
เมื่อวางสาย ผู้เป็พ่อก็ยืนจ้องโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงห้องสมุด
เป็จังหวะเดียวกันกับที่ภรรยาของเขาเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
“ตาเฒ่า เป็อย่างไรบ้าง อี้หานพูดว่าอย่างไร วันนี้ตอนค่ำจะพาลี่เฉิงกับเด็กคนนั้นมาไหม?”
ใบหน้าของคุณปู่ฉินหม่นหมอง “เขาบอกว่าจะจัดการเอง”
“ไม่นึกเลยว่าเขาจะตั้งชื่อที่นุ่มนวลให้กับหลานอย่างอิงอิงน้อย… สมองของเขาอยู่ไหน ลืมไว้ที่บริษัทหรือ?”
คุณย่าฉินนิ่งอึ้งไป
“อิงอิงน้อยเหรอ? ทำไมฟังดูเหมือนชื่อเด็กผู้หญิงเลยล่ะ?”
สีหน้าของคุณปู่ฉินเหมือนกับเห็นผี “เด็กผู้หญิง? เธอลืมไปแล้วหรือไง เหล่าซานไม่ชอบอยู่ใกล้ผู้หญิงั้แ่เด็ก ถ้าเขาชอบผู้หญิง ทำไมเขาถึงรับเลี้ยงลูกชายจากแม่เลี้ยงเดี่ยวมาล่ะ?”
คุณย่าฉินถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินสิ่งที่คุณปู่พูด
ใช่สิ!
ถ้าลูกชายคนเล็กชอบผู้หญิง ด้วยรูปลักษณ์ รูปร่าง และภูมิหลังของครอบครัว ด้วยยีนที่ดีของตระกูลฉิน เขาคงให้กำเนิดทายาทเป็ทีมฟุตบอลแล้ว
คุณย่าฉินบ่นพึมพำด้วยความเสียใจเป็อย่างมาก
“เด็กผู้หญิงดีจะตายไป ทั้งนุ่มนิ่มและน่ารักเหมือนปุยนุ่ม มีความใส่ใจและซุกซน ใครบ้างจะไม่ชอบ?”
คุณย่าฉินให้กำเนิดบุตรชายสามคนในคราวเดียว ได้แก่ ฉินอี้ซิงคนโต ฉินอี้เฉินคนรอง และฉินอี้หานคนเล็ก
เธอหวังว่าเหล่าซานจะเป็ลูกสาว แต่เมื่อคลอดออกมาก็พบว่าเขาเป็ลูกชาย คุณปู่ฉินรักภรรยามากจึงตั้งใจจะให้ลูกคนนี้ชื่อฉินอี๋ฮั่น*[1] คุณย่าฉินจึงบิดแขนของสามีแล้วตั้งชื่อให้ลูกคนเล็กว่าฉินอี้หาน
เธออยากจะได้ลูกสาวอีกสักคน แต่สามีไม่เห็นด้วย
คุณปู่ฉินรู้สึกเสียใจที่ภรรยาของเขาต้องตั้งครรภ์และคลอดบุตรอย่างยากลำบาก เพราะงานที่รัดตัวทำให้เขาไม่สามารถอยู่ข้าง ๆ ภรรยาและลูก ๆ ได้ตลอด ทั้งคู่จึงมีลูกชายเพียงสามคนเท่านั้น
เหล่าต้าและเหล่าเอ้อร์แต่งงานไปแล้วหลายปี เหล่าต้าและลูกสะใภ้ให้กำเนิดลูกชายสามคน เป็แฝดคู่หนึ่ง ส่วนเหล่าเอ้อร์และลูกสะใภ้ให้กำเนิดแฝดชายสองคน แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ยังตั้งครรภ์ลูกแฝดอีกครั้ง แน่นอนว่าเป็เด็กผู้ชายเหมือนเดิม
คุณย่าฉินไม่มีลูกสาวจึงอยากจะอุ้มหลานสาวทว่าก็ต้องผิดหวัง!
ในตระกูลมีทายาททั้งหมดเจ็ดคน ทุกคนล้วนเป็เด็กผู้ชาย คุณย่าฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากฝากความหวังไว้กับเหล่าซาน ลูกชายคนเล็ก
เหล่าต้าและเหล่าเอ้อร์ทำให้คุณย่าฉินผิดหวัง แต่เหล่าซานกลับทำให้เธอสิ้นหวังมากกว่า
หลังจากฉินอี้หานอายุได้ยี่สิบสองปี เขาก็ถูกบังคับให้แต่งงาน เพื่อที่จะทำให้คุณย่าล้มเลิก เขาจึงพูดไปตามตรงว่าจะไม่แต่ง เขาไม่ชอบผู้หญิงและยิ่งไม่ชอบผู้ชาย
คุณย่าฉินเกือบจะเป็ลมเพราะความโกรธในเวลานั้น
แต่นิสัยของเหล่าซานก็เป็เช่นนี้ เมื่อพูดไปแล้วย่อมไม่เปลี่ยนแปลง
คุณย่าฉินโกรธเขาไปหนึ่งวันเต็ม ๆ
เหล่าซานหน้าตาหล่อเหลาที่สุดในบรรดาพี่น้อง อีกทั้งยังเป็ผู้นำของตระกูลฉิน ผู้หญิงที่ไหนจะกล้าปฏิเสธเขาได้ ลองคิดดูสิว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนปีนขึ้นไปบนเตียงเหล่าซานสำเร็จ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น คุณย่าฉินจึงหวังว่าสักวันหนึ่งจะมีเด็กผู้หญิงมาปรากฏตัวที่ประตูบ้านโดยอุ้มลูกน้อยไว้ และเอ่ยอย่างเสียอกเสียใจว่ากำลังอุ้มลูกของเหล่าซานอยู่
เอ๋!
ต้องเป็หลานสาวแน่!
ทว่า ั้แ่เขาอายุยี่สิบสองจนถึงสามสิบ นี่ก็แปดปีแล้ว เหล่าซานยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่องและไม่เคยมีเื่อื้อฉาว!
เมื่อสองปีก่อนเขารับเด็กที่น่าสงสารมาจากตระกูลเยี่ยนโดยคิดว่าจะอุปการะให้เป็ลูก เป็ทายาทของตระกูลฉิน
แต่ผลเป็อย่างไร?
เด็กชายจากตระกูลเยี่ยนไม่อยากนั่งกินนอนกิน เหล่าซานจึงไม่ได้บังคับ
คุณย่าฉินรู้สึกว่า์ใจร้ายกับเธอเกินไป
เธอไม่ขอหลานสาวแล้วก็ได้ แต่ช่วยหาทายาทสืบทอดตระกูลฉินต่อไปหน่อยเถอะ!
คุณย่าฉินหดหู่จนเกือบจะสิ้นหวัง
ลูกของเหล่าต้าและเหล่าเอ้อร์ล้วนเข้าเรียนหมดแล้ว แต่เหล่าซานก็ยังอยู่คนเดียว
เมื่อสองสามวันก่อนเหล่าซานบอกว่าจะรับเลี้ยงเด็ก
คุณย่าฉินที่สิ้นหวังจึงมองเห็นความหวังอีกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็หลานสาวหรือหลานชายเธอก็ไม่สน ขอแค่เป็มนุษย์ก็พอ!
ฉินอิงอิง “...”
ถ้าลูกวาฬน้อยรู้เื่นี้ แน่นอนว่าเธอต้องมีสีหน้ารู้สึกผิดอย่างแน่นอน
เธอไม่ใช่มนุษย์เืบริสุทธิ์ เพราะเธอเป็วาฬเพชฌฆาตตัวน้อยแห่งมหาสมุทรแปซิฟิก!
[1] อี๋ฮั่น (遗憾) : แปลว่า เสียใจ การที่คุณปู่ฉินให้ตั้งชื่อลูกคนเล็กว่า ‘ฉินอี๋ฮั่น’ จึงเป็ไปเพื่อแสดงให้เห็นความเสียใจของคุณย่าฉินที่อยากได้ลูกสาว