(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 123 ดีมา...ดีตอบ

    ตอนที่ 123 ดีมา...ดีตอบ



    “ปล่อยให้หมอนั้น พูดพล่ามด่าทอไปเถอะ...เขาคงโกรธฉัน ที่ทำให้เขาถูกไล่ออกมาล่ะมั้ง”


    ในระหว่างที่กามินด่าทอไลท์อยู่ฝ่ายเดียว เผอิญว่าไลท์ก็ไม่ได้นั่งเฉยๆ ปล่อยหูทวนลมไปเสียอย่างเดียว


    เขาจับใจความคำด่าทอเหล่านั้นและสลักมันเอาไว้ในใจ หากในเมื่ออีกฝ่ายอยากแก้แค้น งั้นเมื่อถึงคราวที่ต้องเผชิญหน้ากันจริงๆ เช่นนั้นเขาเองเนี่ยละ จะเป็นคนจัดการกามินด้วยอาหารของเขาเอง



    นิสัยของคนไทยนั้นเป็นคนใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ง่ายสบายๆ ดูไม่มีพิษภัย...หากแต่นั้นเป็นเพียงเปลือกนอกที่คนจากประเทศอื่นนั้นมองเข้ามาเท่านั้น

    ในเบื้องลึก คนไทยก็มีด้านที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับใคร แอบแฝงอยู่ด้วยเช่นกัน



    หากใครดีมา...เราก็ดีตอบ เราจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมอบรอยยิ้มให้กับคุณอย่างฉันมิตร แต่หากคุณมาร้ายใส่เรา งั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ได้เลย เพราะประเทศไทยนอกจากจะมีอาหารและวัฒนธรรมที่เป็นเครื่องเชิดหน้าชูตาแล้ว



    ประเทศไทยยังสืบสานศิลปะป้องกันที่ว่ากันว่า เป็นการป้องกันตัวที่อันตรายที่สุดในโลก แม้ในที่นี้ไลท์จะไม่เคยร่ำเรียนหรือฝึกการต่อสู้ดังกล่าวอย่าง มวยไทย แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า ไลท์จะไม่ได้มีจิตใจที่เป็นนักสู้ อยู่ในตัว

    ไลท์นั้นพร้อมจะสู้ ก็ต่อเมื่อต้องสู้...และเขาจะสู้ด้วยทักษะการทำอาหารของเขา หาใช่การใช้กำลัง ซึ่งนั้นเขาคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ โทมัสและจิม ลูกศิษย์สุดแกร่งของเขาที่มีเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นถึงเจ้าชายและองครักษ์ก็แล้วกัน



    ทั้งนี้ความรู้และทักษะการทำอาหารของไลท์ มองเผินๆ อาจดูไร้ค่าในการต่อสู้จริงๆ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมีทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง นักสู้ทุกคนต้องมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์เสียก่อน จริงหรือไม่?

    และการที่ร่างกายจะแข็งแกร่งได้นั้น นอกจากจะต้องใช้การออกกำลังกายเข้าช่วยแล้ว แต่ส่วนสำคัญมากกว่า 70% ที่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง จริงๆ แล้ว มันมาจากอาหารการกินของคนนั้นล้วนๆ



    กินอาหารให้มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลักการง่ายๆ เพียงแค่นี้ ไลท์ก็สามารถที่จะสร้างนักสู้ได้ตามที่เขาต้องการแล้ว



    ซึ่งจากที่ไลท์ได้สำรวจและคลุกคลีอยู่กับโทมัสและจิมมานาน เขาก็พอจะเห็นร่างกายของทั้งสองมาเกือบทั้งหมดแล้ว (ยกเว้นของสงวน)

    โทมัสและจิม มีร่างกายที่ค่อนข้างแข็งแรง มีมัดกล้าม มีกล้ามหน้าท้อง แต่กระนั้นกล้ามทั้งหมด กลับดูไม่สวยงามเท่าที่ควร เพราะยังมีชั้นไขมันเกาะกุมอยู่ในส่วนๆ ต่างของร่างกาย ที่ร่างกายได้เก็บเอาไว้เป็นแหล่งพลังงานยามฉุกเฉินนั่นเอง


    ไลท์อยากจะคุยเรื่องนี้กับโทมัสและจิมมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่เขาก็เห็นว่า การควบคุมอาหาร ที่ต้องงดกินอาหารต่างๆ มันเป็นการฝืนใจและทรมานใจกันพอสมควร


    แม้การควบคุมอาหารจะมีวันพัก เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายอยู่บ้าง หรือที่เรียกกันว่าวัน Cheat day (วันโกง) แต่โทมัสและจิม รวมไปถึงคนในโลก The Gloria ที่ยังไม่เข้าใจศาสตร์ของอาหาร จะมาเข้าใจถึงการควบคุมอาหารในลักษณะนี้ได้



    ‘เรื่องควบคุมอาหาร อะไรพวกนี้ ช่างมันไปก่อนแล้วกัน...ปล่อยให้โทมัสและจิม ได้กินอาหารอร่อยๆ กันให้หนำใจไปก่อนก็แล้วกัน’


    ไลท์พักเรื่องการควบคุมอาหารเอาไว้ก่อน เขาเพียงแค่นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพื่อทบทวนความรู้ที่เขามี อย่างการทำอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก ให้ผอม รวมไปถึงอาหารสำหรับคนออกกำลังกาย ที่ทั้งสองสิ่งนี้ เหมือนจะคล้ายแต่ก็แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย



    รถม้าของไลท์ ได้ขับเข้ามาจอดที่หน้าร้านอาหารสามเวลา ก่อนที่ไม่นานทางด้าน เอลล่า แอล คาห์นและแมท รวมไปถึงสองตายายที่ทุกคนต่างก็ตื่นนอนกันหมดแล้ว


    รวมไปถึงยังได้จัดเตรียมเตาสำหรับ ย่าง เอาไว้ที่ลานหน้าร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้วย



    ซึ่งทันทีที่รถม้าขับเข้ามาจอด แมทที่เป็นเจ้าของรถม้าคันดังกล่าวก็ได้เข้ามาช่วยจับม้าให้อยู่นิ่งๆ พลางช่วยกันถือวัตถุดิบจำพวกเนื้อสัตว์ จำนวกมากที่จิมได้ไปเอามาจากฟาร์มของสองสามีภรรยา


    ยกกลับไปไว้ที่ด้านหลังของร้าน เพื่อเตรียมหมักและเสียบไม้ ให้ทันกับเวลาที่จะเปิดขายในอีก 1-2 ชั่วโมงข้างหน้านี้


    แน่นอนด้วยเวลาที่กระชั้นเข้ามา บวกกับวัตถุดิบหลักอย่างเนื้อสัตว์ที่ยังไม่ได้ทำการหมัก


    ทำให้ทันทีที่กลับมาถึงร้าน ไลท์ก็ต้องกุลีกุจอ รีบวิ่งเข้าไปในร้านเพื่อไปเตรียมวัตถุดิบในทันที หากแต่วันนี้ร้านอาหารสามเวลาไม่ได้มีไลท์ที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว

    หลังจากได้ขนย้ายวัตถุดิบเข้าไปในร้านจนหมดแล้ว แมทก็ได้นำรถม้ากลับไปไว้ที่แคมป์ของตัวเอง ก่อนจะส่งให้คนของตนเอง ช่วยกันจัดการดูแลและทำความสะอาดรถม้า เพื่อให้เตรียมพร้อมสำหรับใช้งานในครั้งต่อๆ ไป ก่อนที่แมทจะกลับมาช่วยคาห์น เพื่อจัดเรียงหน้าร้านให้เข้าที่เข้าทาง โดยมีสองตายาย กำลังช่วยกันตัดใบไม้มาทำเป็นห่อ เพื่อใส่เนื้อนั่นเอง



    ในส่วนของคนในครัวอย่างไลท์ โทมัส จิม เอลล่า แอลและเจ้าโปริ่ง ทุกคนก็ต่างมีหน้าที่เป็นของตัวเอง โดยไลท์แยกตัวออกไปหุงข้าวเหนียวเพื่อกินแกล้มกับหมูปิ้ง ที่เหล่านักผจญภัยต่างพากันชื่นชอบ

    เอลล่า แอล สองพี่น้อง ก็ช่วยกันหั่นเนื้อสัตว์ ให้เป็นสัดส่วนตามที่ไลท์นั้นเคยสอนไว้ “หั่นคล่องขึ้นมากเลยนะ แถมเนื้อสัตว์ก็มีขนาดเท่าๆ กันอีกด้วย” ถึงไลท์จะวุ่นวายอยู่กับการหุงข้าวเหนียว แต่ในฐานะพ่อครัวในโรงแรม ที่ต้องมีทักษะการทำอะไรหลายๆ อย่างในเวลาพร้อมๆ กัน

    ก็ได้เหลือบมามองดู เอลล่าและแอล อยู่เป็นระยะๆ พลางพูดให้กำลังใจ รวมไปถึงชี้แนะ สั่งสอน โทมัสและจิม ที่กำลังรับหน้าที่หมักเนื้อสัตว์อยู่นั่นเอง



    “ฉันย้ำหลายครั้งแล้วใช่ไหม เวลาจะเติมน้ำหมักให้ใช้ถ้วยตวง ตามปริมาณที่ฉันได้สอนไว้ ให้พอดีๆ ...อย่าได้ขาด เกิน หรือใส่ไปตามความรู้สึกของตัวเองโดยเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?”

    “ครับ ครับเชฟ!”

    ถึงเวลาอื่นๆ ไลท์จะพูดคุยกับโทมัสและจิม ด้วยความเป็นกันเอง เสมือนพี่น้อง

    แต่ในครัว ถ้าเกิดใครไม่ยอมทำตามที่ไลท์ได้สอนเอาไว้ คำพูดของไลท์จะดูเข้มงวดขึ้นมาในทันทีและต่อมา

    ไลท์จะเข้ามาตักเตือนด้วยคำพูดที่สุภาพและมีหางเสียงอยู่ทุกครั้งไป



    แน่นอนว่า ภายในครัวมันย่อมมีเรื่องที่เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาได้บ้าง ดั่งเช่น ทอดไข่เจียวนานเกินไปจนดำ อะไรทำนองนั้น...แต่ในทุกครั้งๆ ไลท์ก็จะเข้ามาช่วยเหลือและบอกให้พวกเขาฝึกฝนให้มากกนี้อยู่ทุกครั้ง

    แต่ถ้า หากใครไม่ยอมทำตามที่ไลท์ได้สอนไว้ ดั่งเช่นที่โทมัสและจิม ที่กำลังหมักเนื้อ และด้วยความเร่งรีบ จึงได้เผลอเท ซอสปรุงรสลงไปตามความเคยชิน ในทันทีที่ไลท์เห็นก็พลันเข้ามาตักเตือนพวกเขาด้วยคำพูดเมื่อครู่นี้ทันที



    ไลท์นั้นยอมให้มีเรื่องผิดพลาด แต่เขาไม่มีทางยอมให้ใครล้ำเส้น จากสิ่งที่เขาได้สอน ไว้เป็นอันขาด



    ทั้งนี้ถึงไลท์จะใช้คำพูดตักเตือนด้วยความพูดที่สุภาพและมีหางเสียง แต่สำหรับโทมัส จิม เอลล่าและแอล การโดนดุด้วยคำพูดเช่นนี้ มันช่างปวดใจพวกเขาเสียมากกว่าการชี้หน้าด่าเป็นไหนๆ

    เพราะมันทำให้พวกเขารู้สึกปวดใจที่ทำให้ ไลท์ ต้องผิดหวังในตัวพวกเขานั่นเอง



    “โทมัส จิม จะผิดหวังในตัวเองก็เอาไว้ให้ทีหลังนะ ตอนนี้ต้องเร่งมือกันหน่อยแล้ว” ไลท์เมื่อเสร็จากหน้าที่ของตัวเอง เขาก็ได้เข้ามาช่วยโทมัสและจิม ที่เริ่มเทน้ำหมักและเนื้อสัตว์เข้าไปในตัวของเจ้าโปริ่ง


    โดยใช้เจ้าโปริ่ง เป็นตัวช่วยขย้ำและหมักให้เข้าเนื้อนั่นเอง เจ้าโปริ่งที่มีเนื้อสัตว์และน้ำหมักอยู่เต็มท้อง มันได้กระโดดเด้งไปรอบๆ ห้องครัว เพื่อเร่งการหมักให้เร็วขึ้น ก่อนที่เจ้าโปริ่งจะรับรู้ได้ว่า เนื้อหมักในตัวของมัน จะเข้าที่แล้ว


    ก็ได้กระโดดปราดมาทางเอลล่าและแอล เพื่อเตรียมนำเนื้อมาเสียบไม้ เป็นอันเสร็จสิ้นการเตรียมวัตถุดิบ


    “ผมขอโทษครับเชฟ” ระหว่างที่กำลังพักหายใจหายคอ เพื่อรอที่เตรียมตัวขายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

    ทางด้านของโทมัสและจิม ก็ได้เข้ามาขอโทษที่ พวกเขาละเลยคำพูดของไลท์ จนทำให้ไลท์ต้องเข้ามาตักเตือนเมื่อครู่นั่นเอง

    “ฉันยกโทษให้ แต่อยากให้พวกนายสองคนจำไว้ ส่วนต่างและการละเลยเพียงนิดเดียว แม้พวกเราอาจจะมองว่าไม่น่าจะมีอะไร แต่กลับลูกค้าที่เป็นคนกินมันคือเรื่องใหญ่ การละเลยเพียงเล็กน้อย อาจทำให้ลูกค้าคนนั้นไม่กลับมากินอาหารของเราอีกเลยก็ได้ เข้าใจใช่ไหม”

    ไลท์สอนโทมัสและจิมด้วยความใจเย็น อธิบายในสิ่งที่ทั้งสองอาจมองข้ามไปในฐานะหัวหน้าพ่อครัว ที่สุดท้ายทุกการกระทำหรืออาหารทุกจานที่ออกไป


    มันคือร้านอาหารสามเวลาแห่งนี้ทุกคนที่ต้องรวมกันรับผิดชอบ



    “เราสองคนสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีกครับ” “อืม ฉันเชื่อใจพวกนาย...ไปเถอะ ออกไปถล่มร้านพวกนั้น ด้วยหมูปิ้งของพวกเรากันเถอะ” ไลท์ใช้มือโอบไปที่ไหล่ของโทมัสและจิม ก่อนจะเดินนำทั้งสองออกไป ด้านนอกของร้าน เพื่อเตรียมเปิดร้านขายหมูปิ้ง



    ชี้~! ไลท์ โทมัสและจิม ต่างประจำกันอยู่ที่หน้าเตาถ่านที่กำลังร้อนระอุ ควันจากหมูปิ้ง เนื้อปิ้ง ไก่ปิ้งได้ลอยฟุ้งลอยขึ้นไปบนอากาศ โดยบางส่วนได้มีเจ้าโปริ่งร่างแยกที่ทำหน้าที่เป็นกล้องวงจรปิด ที่ปีนไปอยู่ตามต้นไม้และที่สูง คอยกลิ่นควันพวกนี้ เพื่อไม่ให้ควันพวกนี้เป็นมลพิษต่อบริเวณร้านอาหาร



    ถึงกระนั้นแม้จะมีเจ้าโปริ่งคอยกรองควันเอาไว้ในบางส่วนให้แล้ว แต่ควันเหล่านั้นก็ยังคงลอยคลุ้งไปทั่ว



    ทำเอาเหล่านักผจญภัยหรือลูกค้าขาประจำ ที่คุ้นชินกับกลิ่นดังกล่าวนี้ รีบโถมไปยังที่ร้านอาหารสามเวลาในทันที


    ‘หมูปิ้งข้าวเหนียวจ้า...ฉันมาแล้ว!’

    เพียงไม่กี่อึดใจ ลูกค้าขาประจำนับสิบๆ คน ก็พุ่งปราดมาถึงที่ร้านเป็นกลุ่มแรกๆ



    ทั้งนี้นอกเหนือจากลูกค้าขาประจำที่เฝ้ารอหมูปิ้งให้กลับมาขายแล้ว คราวนี้กลิ่นอันชวนฝันของหมูปิ้ง ยังได้ลอยไปถึงกระโจมของไวทเคานต์นิคและครอบครัวอีกด้วย



    ฟุดฟิด~



    ‘กามินได้ย่างสเต๊กเอาไว้ให้ ก่อนที่จะจากไปอย่างนั้นเหรอ?’


    ไวทเคานต์นิคที่ยังคงนอนกอดศรีภรรยาอยู่บนเตียงอันอบอุ่น ได้ลืมตาตื่นขึ้นด้วยความสงสัย ถึงกลิ่นหอมๆ ที่ลอยเข้ามาในกระโจมที่พัก


    ‘เฮ้อ เมื่อคืนตัวข้าเองก็ด่วนตัดสินใจ ไล่เจ้าออกเร็วเกินไป...สงสัยกลับไปเมืองหลวง ค่อยไปปรับความเข้าใจใหม่กับเจ้าก็แล้วกัน’ ไวทเคานต์นิคหลังจากความโกรธและความหุ่นหั่นผันแล่นได้จางหายไปจนหมดแล้ว

    ตัวไวทเคานต์ก็ดูจะรู้สึกผิดกับ พ่อครัวประจำตระกูลที่ตนเองได้ไล่ออก อยู่ไม่น้อย



    แต่ทว่า...ในระหว่างที่กำลังนึกถึงกามินอยู่นั่นเอง ‘พรึ่บ!’ จู่ๆ ประตูกระโจมก็ได้ถูกเปิดขึ้น จนไวทเคานต์นิคต้องรีบดึงผ้าขึ้นมาห่ม ตนเองและภรรยา ที่เมื่อคืนนี้หลังจากได้กินอาหารอร่อยๆ


    ทำให้พวกเขารู้สึกมีความสุขกันเป็นอย่างมาก เลยปล่อยตัวปล่อยใจไปตามธรรมชาติมากเกินไปหน่อย

    จึงทำให้ทั้งสองไม่ได้อยู่ในชุดที่พร้อมจะต้อนรับแขกกันเสียเท่าไร

    แต่โชคยังดี ที่คนที่เข้ามาเปิดกระโจมของพวกเขาคือลูกชายและลูกสาวที่น่ารัก

    ทั้งสองยังคงงัวเงีย เพียงแต่สะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะได้กินหอมๆ ลอยเข้ามานั่นเอง



    “ท่านพ่อ ท่านแม่...ร้านอาหารของท่านไลท์ มีลูกค้ายืนกินอาหารเต็มไปหมดเลย ข้าสองคนอยากกินบ้าง”



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy




    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน