ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่38 ร้านค้าผ้า ที่มีทุกสีและหลายลวดลายให้เลือกเจ้าค่ะ

         ขบวนกลุ่มย่อยๆของทั้ง 3 ตระกูล หวัง อี้ ฉือ ก็พากันเดินออกจากร้านค้าตระกูลเหลียง เพื่อมุ่งหน้าตรงไปที่เป้าหมายต่อไปกันต่อเลย และแน่นอนว่าเป็นพวกท่านแม่เช่นเคยที่กำหนดไว้แล้วว่าต้องการหาซื้ออะไรต่อจากพวกข้าวสาร แป้ง อาหารแห้ง เครื่องปรุงรสต่างๆ ฯลฯ

         “ต่อไปพวกเราจะไปที่ร้านค้าใดหรือเจ้าคะท่านแม่”เหนี่ยวเหนี่ยว เงยหน้าขึ้นถามท่านแม่ระหว่างทางเดินไปด้านหน้า

         “แม่ว่าจะหาซื้อผ้ามาตัดเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เจ้ากับทุกๆคนในบ้านกัน รวมถึงผ้าห่มผืนใหม่ด้วย”ท่านแม่

         “จริงหรือเจ้าคะท่านแม่/ท่านย่าทวด”พวกเด็กๆ

         “จริง”ท่านแม่

          “เย้…เย้…”พวกเด็กๆที่ได้ยินท่านแม่ของนางบอกแบบนี้ก็พากันกระโดดโลดเต้นหนักกว่าเดิมไปอีก เพราะเสื้อผ้าที่พวกเขาใส่ในตอนนี้ก็ซีดและดูเก่ามากแล้วจริงๆนี่ขนาดเลือกชุดที่ดูใหม่ที่สุดกันแล้วนะเนี่ย

         “พวกเราก็ด้วยใช่ไหมเจ้าคะ/ขอรับ”พวกเหลนๆจากอีกสองตระกูลก็หันไปถามท่านย่าทวดทั้งสองของพวกเขาด้วยเช่นกัน

         “ใช่จ้ะเด็กๆ”ท่านป้าอี้ ท่านป้าฉือ

        “เย้…เย้…”ทีนี้ก็พากันกระโดดโลดเต้นหมู่กันยกใหญ่เลย และพูดคุยกันสนุกสนากับการที่จะได้เสื้อผ้าใหม่กัน และถกเถียงกันต่างๆนานๆด้วยความตื่นเต้น

         “พวกเราจะเลือกผ้าสีใดกันดีนะเจ้าคะ”เหลนสาวสี่ทู่จึ

         “จริงด้วย คงจะมีผ้าหลายสีให้เลือกนะเจ้าคะ”เหลนสาวรองมี่เฟิง

         “ใจเย็นๆนะเหลนสาวน้อยทั้งหลาย รอให้พวกเจ้าถึงร้านขายผ้าอาภรณ์เสียก่อนค่อยตัดสินใจพูดเรื่องสีผ้ากันนะ เพราะข้าเชื่อเลยว่าร้านค้าใหญ่ๆภายในตัวเมืองหนิงหงเนี่ยคงจะต้องมีสีให้เลือกเยอะแยะเต็มไปหมดเลยล่ะ ไหนจะลวดลายของเนื้อผ้าอีกนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         “จริงด้วยเจ้าค่ะ”พวกเหลนๆสาวน้อย

         “พวกเจ้าจะต้องได้เสื้อผ้าชุดใหม่สีสวยๆถูกใจพวกเจ้าแน่ๆ เพราะครั้งนี้ได้มาเลือกซื้อเองกับมือของพวกเจ้านะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ใช่เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”พวกเหลนสาวน้อย

         เหนี่ยวเหนี่ยวเองที่เห็นสาวน้อยทั้งหลายกำลังทำท่าตื่นเต้นที่จะได้มีผ้าผืนใหม่ไปตัดเสื้อผ้าใส่กันแล้ว อย่างที่รู้กันนานๆทีจริงๆที่จะได้เสื้อผ้าใหม่กัน ส่วนมากจะใส่ต่อๆกันมารุ่นต่อรุ่นหรือไม่ก็ขาดจริงๆถึงจะได้หาซื้อแบ่งปันเนื้อผ้ามาตัดเสื้อผ้าได้มีใส่

         ถ้าคนที่มีฐานะอยู่แล้วจะตัดเสื้อผ้าทุกครั้งตามความพอใจ ชาวบ้านด้านนอกเมืองนั้นถ้ามีฐานะหน่อยจะได้เสื้อผ้าชุดใหม่ตามเทศกาลในแต่ละปี นั่นหมายถึงปีหนึ่งจะได้เสื้อผ้าใหม่ชุดหนึ่งนั่นเอง แต่คนจนๆที่แม้แต่หาเงินตำลึงซื้ออาหารก็ลำบากไม่ต้องนึกถึงเรื่องเสื้อผ้าชุดใหม่เลย แค่มีใส่ไม่ขาดไม่ปะชุนทั้งตัวก็ดีถมเถไปแล้ว

         “ดูพวกเด็กๆสิเจ้าคะ คงจะดีใจมากจริงๆที่จะได้มีเสื้อผ้าชุดใหม่ได้ใส่กันเสียที”พี่สะใภ้ใหญ่

         “จริงเจ้าค่ะ กระโดดโลดเต้นกันไปตลอดทางเลยแบบนี้คงจะดีใจมากกันจริงๆนั่นแหละเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้รอง

         “รอบนี้ก็ให้พวกเด็กๆนั้นได้เลือกซื้อสีผ้า และลวดลายที่พวกเขาเองชื่นชอบก็ละกันนะ พวกเจ้าอย่าได้ไปขัดพวกเขาเล่า”ท่านแม่

         “เจ้าค่ะท่านแม่”เหล่าบรรดาสะใภ้รับทราบกันหมด และในในพวกเขาก็ดีใจกันมากด้วยที่ลูกๆหลานๆจะได้มีเสื้อผ้าใหม่ใส่กันแล้ว

         “ท่านย่าเจ้าคะ ให้เด็กๆเลือกแบบมีลวดลายได้ด้วยหรือเจ้าคะ”หลานสะใภ้ใหญ่

         “ต้องได้แน่นอนอยู่แล้ว ครอบครัวของพวกเราจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆนับจากนี้ อะไรที่พอจะหาความสุขให้พวกเด็กๆได้ก็ปล่อยพวกเขาไปบ้างไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อันใดแล้ว 

         อีกอย่างหนึ่งข้าเชื่อมั่นในตัวของเหนี่ยวเหนี่ยวมากจริงๆ ว่านางจะนำพาพวกเราทุกๆคนในตระกูลหวังไปสู่อนาคตที่ดีขึ้นนับแต่เมื่อวานก็มีแต่เรื่องดีๆเข้ามาตลอด พวกเจ้าเองก็รับรู้และได้เห็นกับตาเช่นเดียวกันกับข้าใช่หรือไม่”ท่านแม่

         “จริงเจ้าค่ะ”บรรดาสะใภ้

         “พวกเจ้าก็เช่นกันเลือกหาซื้อสีผ้าสวยๆลวดลายสวยๆตามที่ใจพวกเจ้าต้องการเช่นกัน”ท่านแม่

         “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่/ท่านย่า”บรรดาสะใภ้

         “อือ….ไม่เป็นไร”ท่านแม่

         คราวนี้มิใช่แค่พวกเด็กๆเท่านั้นที่พากันพูดเรื่องสีและลวดลายผ้า บรรดาพวกท่านแม่ของพวกเขาเองก็ไม่ต่างกัน ในรอบนี้รับรองว่าจะต้องเป็นอะไรที่ทุกๆคนต้องพอใจกันหมดทุกๆคน 

         “ร้านค้าผ้า เสื้ออาภรณ์ตระกูลฝู่ด้านหน้าเลยนะเด็กๆ อย่าเดินเลยกันเล่า”ท่านพ่อ ส่งเสียงบอกพวกเราทุกๆคนว่าถึงที่หมายกันแล้วร้านขายผ้า และเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ใหญ่ดูหรูหราสมกับเป็นหนึ่งในตระกูลชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองหนิงหวง

         “ว้าว…..”พวกเด็กๆ

         “ร้านอย่างใหญ่มากเลยเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว เองก็ตาเป็นประกายเช่นกัน ที่ได้ดื่มด่ำบรรยากาศเก่าแก่ การจัดการตกแต่งร้านค้าในแบบยุคโบราณแบบนี้ มันดูตื่นตาตื่นใจนางมากจริงๆ อะไรๆก็ดูแปลกตาน่าตื่นเต้นไปหมด

         “พวกเจ้ารีบเข้าไปกันเร็วเข้า”เหนี่ยวเหนี่ยว

          “อ๊ะ….เจ้าพวกจอมซนทั้งหลายหยุดก่อนเลยนะลูก”ท่านแม่ ที่อยู่กลุ่มด้านหลังพวกเด็กๆส่งเสียห้ามพวกเด็กๆเอาไว้ก่อนเลย

          “โธ่….”พวกเด็กๆ

          “ไม่ต้องทำสีหน้ากันอย่างนั้นเลยนะพวกเจ้าน่ะ โดยเฉพาะท่านย่าเล็กด้วยนะ”ท่านแม่

          “โธ่ท่านแม่เจ้าคะ พวกข้ายังมิได้ทำอะไรกันเลยนะเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว รีบร้อนตัวเอ่ยปากก่อนเลยคนแรก

          “แม่รู้ว่าเจ้ายังไม่ทันทำอะไรกัน แต่ก็จะทำน่ะสิเลยต้องเอ่ยปากห้ามพวกเจ้าไว้ก่อนอย่างไรเล่า”ท่านแม่

          “ท่านแม่นี่เก่งกาจมากนักจริงๆ รู้ทันข้าไปหมดเลยเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว วิ่งมาเกาะขาเงยหน้าส่งยิ้มประจบให้ท่านแม่อย่างรวดเร็วเลย

         “ฮ่า….ฮ่า….”ทุกๆ คน

         “ที่ให้รอก่อนเพราะว่า พวกเจ้าเห็นหรือไม่ร้านค้าขายผ้า เสื้อผ้าอาภรณ์แห่งนี้ถึงจะใหญ่โตแต่ผู้คนมิใช่น้อยเลย”ท่านแม่

         “โอ้…เจ้าค่ะข้าจดจำคำสั่งสอนของท่านแม่ดีเช่นกัน ว่าพวกเราต้องเกาะติดผู้ใหญ่สักคนสองคนเพื่อไปด้วยกันเจ้าค่ะ ใช่หรือไม่”เหนี่ยวเหนี่ยว พูดอย่างคนรู้เรื่องทันที

         “เก่งมาก เอาล่ะทีนี้ก็เดินกันเป็นกลุ่มๆนะพวกเจ้าตามประกบพวกเด็กๆกันได้เลยว่าผู้ใดจะไปกับใครบ้างจะได้พากันดูแลได้ทั่วถึงกันทุกๆคนนะ”ท่านแม่

         “เจ้าค่ะ” “ขอรับ”ทุกๆ คน

         แต่ละกลุ่มก็แบ่งไม่ได้ยากเย็นอะไร บรรดาสะใภ้ก็คอยดูแลลูกและหลานของตนเองไปก็เท่านั้นเอง เหนี่ยวเหนี่ยวก็คอยเดินตามท่านแม่ของนางเช่นเดียวกัน

         “เชิญด้านในเลยเจ้าค่ะทุกๆท่าน ร้านค้าผ้าของตระกูลฝู่ของพวกเรามีผ้าหลากหลายแบบ หลายสี หลายลวดลายเลยเจ้าค่ะ เชิญเจ้าค่ะ เชิญ”เด็กในร้านขายผ้าตระกูลฝู่ เรียกเชื้อเชิญผู้ที่กำลังจะเข้ามาภายในร้านค้า ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ผู้ใดที่ไหนแต่เป็นกลุ่ม 3 ตระกูล หวัง อี้ ฉือนั่นเอง

         “เจ้าค่ะ” “ขอรับ” พวกเด็กๆตอบรับคำเชิญจากเด็กในร้านค้าอย่างเป็นกันเอง

         “เลือกเนื้อผ้าที่ดีหน่อยดีไหมพวกเจ้าว่าอย่างไรกัน”ท่านแม่

         “อือ…ข้าก็ว่าเช่นนั้นนะ”ท่านป้าอี้

         “ได้ๆ ข้าเองก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน”ท่านป้าฉือ

         พวกท่านแม หรือท่านย่าทวดของพวกเหลนๆตัดสินใจพาพวกเราทุกๆคนไปเลือกผ้าที่ดีหน่อยไม่ใช่ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่ใส่กันอยู่ 

         “โอ้โฮ…ผ้าเยอะแยะไปหมดเลยเจ้าค่ะ”เหลนสาวคนโตยายา

         “สีก็สวยๆทั้งนั้นเลยเจ้าค่ะ”เหลนสาวรองมี่เฟิ่ง

         “ใช่ๆ”พวกเหลนๆ 

         “ท่านแม่เหนี่ยวเหนี่ยว อยากไปดูทางด้านนี้ก่อนเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         “ได้จ้ะ”ท่านแม่

         เหนี่ยวเหนี่ยวรีบบอกท่านแม่ก่อนเลยเพื่อจะไล่เรียงดูเนื้อผ้าและสีผ้ามาเรื่อยๆก่อนไม่อยากจะรีบร้อนจนเกินไป เพราะร้านค้าที่ตระกูลฝู่นี่ใหญ่ไม่ใช่เล่นเลย 

         และการใช้เวลาเลือกหาซื้อผ้านานๆก็ไม่มีปัญหาอะไร ในเมื่อพวกเราทุกๆคนยังมีเวลาอีกเหลือเฟือเยอะแยะ ไม่จำเป็นต้องกังวลถึงแม้จะกลับออกตัวในเมืองหนิงหวงหัวค่ำหรือมืดค่ำแค่ไหนก็ตามที เพราะพาหนะที่พวกนางอาศัยมาเป็นสัตว์อสูรระดับตำนานเชียวนะ จะมีผู้ใดหรือสัตว์อสูรใดมาคิดทำร้ายได้?? ไม่มีทางเสียหรอก

         หรือจะบอกว่าเวลานั้นไม่สำคัญอีกต่อไปในเมื่อใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วยามเดียว (1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง) หรือน้อยกว่านั้นนิดหนึ่งก็เดินทางไปไหนต่อไหนได้ไกลหลายร้อยลี้ (1 ลี้ = 500 เมตร )เลยทีเดียว

         พวกท่านแม่ก็ดูผ่อนคลายขึ้นมากจริงๆตั้งแต่ได้หาซื้อข้าวของที่พอใจและหาซื้อได้ที่ใจพวกท่านอยากจะได้ในเวลานี้ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนไร้สาระแต่อย่างใด มันคืออาหารข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันทั้งนั้นเลย เรียกได้ว่าการหาซื้อของที่ไร้สาระมันไม่มีเลย

         “เอาล่ะจ้ะ ทีนี้เหนี่ยวเหนี่ยวก็เลือกเลยนะลูกว่าอยากได้ผ้าสีแบบใด หรือแบบมีลวดลายแล้วแต่เจ้าเลยนะ”ท่านแม่

         “เจ้าค่ะท่านแม่ เอิ่ม…ท่านแม่เจ้าคะพวกเราเลือกให้ท่านพ่อด้วยหรือไม่”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ท่านจะว่าอย่างไรเจ้าคะท่านพี่ ลูกสาวของท่านอยากเลือกสีผ้าให้ท่านด้วยนะเจ้าคะ”ท่านแม่หันมาถามท่านพ่อที่ไม่ได้ไปไหนไกลมาก

         “อ้อ…แล้วแต่ลูกเหนี่ยวเหนี่ยวและเจ้าเลยน้องหญิงพี่อย่างไรก็ได้นะ”ท่านพ่อ

         “ท่านพ่อรอได้เลย เหนี่ยวเหนี่ยวจัดการให้เองท่านพ่อจะต้องใส่เสื้อผ้าใหม่ที่สีสวยและมีเอกลัษณ์มากๆเลยเจ้าค่ะ และต้องหล่อมากด้วย”เหนี่ยวเหนี่ยว เสนอผลงานของตัวเองเต็มที่ทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยแต่ก็เอ่ยปากชื่นชมตัวเองเสียแล้วน่ะสิ

         “ฮ่า….ฮ่า….ได้เลยลูกรัก”ท่านพ่อ

         แต่หลังจากนี้ท่านพ่ออาจจะต้องอยากเปลี่ยนใจเป็นแน่แท้ล่ะนะ จะกลับลำถอนคำพูดเสียตอนนี้คงจะไม่ทันแล้วล่ะขอให้ท่านพ่อของเหนี่ยวเหนี่ยวนั้นโชคดี

         “ท่านแม่เจ้าคะ แล้วพวกข้าจะได้เสื้อผ้าชุดใหม่กันคนละกี่ชุดกันเจ้าคะจะได้เลือกชิ้นผ้าได้ถูกนะเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่เห็นสีผ้าและลายผ้าถูกใจหลายพับเลย 

         “อ้อ…จริงสิแม่ลืมไปเสียได้คนละ 3 ชุดนะเหนี่ยวเหนี่ยว”ท่านแม่

         “เหลนๆพวกเจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่ พวกเจ้าสามารถเลือกหาเนื้อผ้าได้คนละ 3 สี 3 ลวดลายเลยนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ขอรับ” “เจ้าค่ะ”พวกเหลนๆที่ตอนนี้ก็ตื่นเต้นกับกองผ้าหลายพับตรงหน้าที่มีวางตามชั้นวางที่ทำจากแผ่นไม้สวยงามและในจะชั้นที่วางทำเป็นตู้นี่อีก เรียกได้ว่าเรียงรายเป็นกำแพงผ้าเลยก็ว่าได้

         “ได้เลือก 3 สีถ้างั้นก็….”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่เล็งสีที่ถูกใจเอาไว้แล้วก็เริ่มเลยไม่รอช้า

         “พี่สาวคนดูแลร้านคนสวยเจ้าคะข้าเอาสีนี้เจ้าค่ะ สีนี้ด้วย และก็ลายนี่แต่สีแบบนี้เจ้าค่ะ สีแบบนี้ สีนี้….บลา…บลา…”เหนี่ยวเหนี่ยว

         พี่สาวที่ดูแลร้าน 2-3 คนที่คอยดูแลกลุ่มของเหนี่ยวเหนี่ยวเริ่มเอาผ้าพับที่เหนี่ยวเหนี่ยวเลือกหาลงมาทีละพับวางไว้บนโต๊ะอย่างต่อเนื่อง

         “................!!”ท่านพ่อ

         “..................!!”พวกหลานชาย

         “...............!!”พวกเหลนชาย

         “เอื๊อก……..”

         สีผ้า และลวดลายผ้าแต่ละตัวนั้นช่างสีสันแสบตาบาดหูบาดใจเหลือเกินสำหรับคนที่เห็น โดยเฉพาะท่านพ่อของเหนี่ยวเหนี่ยวเองในตอนนี้ที่ได้เห็นได้ยินลูกสาวคนเล็กและคนเดียวของเขาบอกและชี้ให้เด็กสาวในร้านขายผ้าได้หยิบออกมาวางไว้บนโต๊ะ 

         “นี่คือเหนี่ยวเหนี่ยวเลือกทั้งหมดเลยเหรอ..?”ท่านพ่อ ที่มองผ้าพับที่วางไว้บนโต๊ะตัวนี้เอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ และในใจลึกๆท่านเองก็ภาวนาแล้วว่าขอให้ไม่ใช่…ไม่ใช่….อยู่หลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่ว่าคำตอบที่ได้นั้นก็แทบจะทำให้ท่านหมดแรงไปเลยว่า…

         “อ้อ….ใช่ทั้งหมดเลยเจ้าค่ะ มีของท่านพี่ด้วยนะเจ้าคะ”ท่านแม่ 

         “...........!!”ท่านพ่อ

         “ฮิ….ฮิ…”ท่านแม่

         “น้องว่าก็ดูดีมากนะเจ้าคะท่านพี่ สีผ้าและลดลายที่เหนี่ยวเหนี่ยวเลือกทั้งหมดบนโต๊ะนี้น่ะเจ้าค่ะ”ท่านแม่

         ท่านแม่ ได้จับดูก็พยักหน้าและยิ้มพอใจมากๆเช่นกัน แต่สีหน้าของท่านพ่อนี่น่ะสิแตกต่างจากท่านแม่นัก

         “ท่านพ่อ ท่านพ่อเจ้าคะ เหนี่ยวเหนี่ยวเลือกผ้าที่จะให้ท่านพ่อได้ไปตัดเสื้อผ้าใหม่ได้ครบหมดแล้วนะเจ้าคะ ท่านพ่อต้องดูดี หล่อมากเจ้าค่ะ ชอบไหมเจ้าคะท่านพ่อ?”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่เลือกผ้าสีชุดสุดท้ายเสร็จเรียบร้อยแล้วก็หันมาเจอท่านพ่อกับท่านแม่ที่กำลังดูผ้าพับที่นางได้เลือกเอาไว้ทั้งหมด และก็ถามท่านพ่ออย่างอารมณ์ดีอีกด้วย

         “เอ่อ……จ้ะดูเด่นจริงๆ!!..”ท่านพ่อ ที่ตอนนี้สีหน้าบอกไม่ถูกแล้วจริงๆจะตอบแบบตรงๆก็กลัวลูกสาวสุดที่รักจะเสียใจ แต่จะบอกว่าท่านชอบก็บอกไม่ได้จริงๆเลยตอบแบบกลางๆไปเพื่อให้ผ่านพ้นไปก่อน

         “โอ้…เจ้าเฒ่าหวังนี่เป็นผ้าที่เจ้าจะใช้ตัดเสื้อผ้าใหม่หรือช่างดูดี เด่นมาแต่ไกลเสียจริง”ท่านลุงอี้

         “จริง เด่น และดูรู้เลยว่าเป็นเจ้าไม่ผิดตัวแน่แท้”ท่านลุงฉือ

         “หนอย……”ท่านพ่อ ทำปากพูดออกมาไม่ให้ได้ยินเสียออกมาเพื่อด่าทอและโต้เถียงท่านลุงทั้งสองที่เปรียบเสมือนพี่น้องร่วมสาบานกัน

         เพราะพวกท่านเผอิญได้ยินพอดิบพอดีกับการที่เหนี่ยวเหนี่ยวเลือกสีผ้าให้เพื่อนของพวกเขากันเรียบร้อยแล้ว พอดูที่ววางบนโต๊ะก็อดไม่ได้ที่จะพูดจาแขวะกันเป็นปรกติของเหล่าสามผู้เฒ่าเพื่อนรัก เพื่อนตาย

         เมื่อพากันพูดแหย่ท่านพ่อของเหนี่ยวเหนี่ยวเหนี่ยวกันแล้ว พวกท่านก็รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าเหนี่ยวเหนี่ยวจะทักทายและเอ่ยปากอาสาขอเลือกสีผ้าให้พวกตนเช่นเดียวกัน

         “เอ่อ…น้องหญิง..น้องหญิง..”ท่านพ่อ พูดเสียงกระซิบให้ท่านแม่ได้ยินเบามากๆจนเรียกหลายรอบกว่าท่านแม่จะได้ยินและหันมาหาทางท่านพ่อ

         “เอ๋..มีอะไรหรือเจ้าคะท่านพี่”ท่านแม่

         “จะเป็นอะไรหรือไม่ถ้าเจ้าเลือกใหม่ให้พี่แทนลูกเหนี่ยวเหนี่ยวน่ะน้องหญิง”ท่านพ่อ

         “ทำไมหรือเจ้าคะ ข้าว่ามันก็ดูดีแล้วนะเจ้าคะท่านพี่รอให้ท่านได้เห็นตอนตัดเสร็จเป็นชุดๆก่อนท่านจะเอ่ยปากบอกเลยว่าลูกสาวของเราเลือกผ้าสีได้ดีจริงๆนะเจ้าคะ”ท่านแม่

         “............!!!”ท่านพ่อ

         “หรือท่านจะผิดคำพูดหรืออย่างไรกันที่ให้กับลูกสาวของท่านน่ะ??”ท่านแม่เริ่มที่จะมีน้ำเสียงเข้มข้นขึ้นมาทันทีทันใด

        “เปล่าจ้ะเปล่าน้องหญิง…!!”ท่านพ่อ

        “งั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ…ท่านเป็นผู้ที่พูดเองนะเจ้าคะอย่าทำร้ายน้ำใจของลูกสาวเรา”ท่านแม่

         “...........!!”ท่านพ่อ

         

    ************

         เหนี่ยวเหนี่ยว กับพวกสาวๆกำลังพากันเลือกสีผ้าเพื่อจะไปตัดเสื้อผ้าชุดใหม่กันคนละตั้ง 3 ชุด ท่านพ่อเองก็เป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่เหนี่ยวเหนี่ยวอาสาเลือกสีผ้าและลวดลายอันสวยงามให้อีกด้วยเจ้าค่ะ!!

     


    คล้ายกับเรื่องข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ ที่คุณอ่าน