บทที่ 30 ไม่เลิกรา (100%)
ใกล้เขตแดนชายป่าชั้นใน หมอกหนาทึบสีเทาคล้ายกำแพงหินปกคลุมไปทั่วพื้นป่า พลังวิญญาณในม่านหมอกแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความชั่วร้ายด้วยสัมผัสแห่งมังกรภายในกาย ซู่มินรับรู้ถึงพลังที่ต่างกันภายในป่าชั้นในได้อย่างชัดเจน กระแสพลังสายแรกมาจากวิญญาณของสมุนไพร กระแสพลังสายที่สองมาจากสัตว์อสูรที่ดุร้ายและกระหายเลือด“ข้ากับศิษย์พี่ใหญ่ไม่เคยเข้าไปล่าในป่าชั้นใน แต่ท่านอาจารย์เล่าว่าสมุนไพรในป่าชั้นนี้สามารถควบคุมสัตว์อสูรขั้นสูงได้” ถานฟงเอ่ยกับสองพี่น้อง“ข้าสัมผัสถึงพลังของพวกมันได้ สมุนไพรด้านในอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม โดยมีสัตว์อสูรขั้นห้าสองตัวเฝ้าอยู่รอบ ๆ”สามหนุ่มได้ฟังคำของเด็กน้อยก็พากันขมวดคิ้วแน่น สัตว์อสูรขั้นห้ามีความดุร้ายและรับมือได้ยากมาก“เราต้องร่ายเวทดูดพลังไว้บนพื้น แล้วเข้าไปล่อสัตว์อสูรสองตัวนั้นออกมาสู้ที่นี่ เมื่อมันออกมาข้ากับศิษย์พี่รองจะใช้เวทตรึงร่างให้พวกมันเคลื่อนไหวได้ช้าลง ศิษย์พี่ใหญ่กับพี่หลันจะเป็นผู้ลงมือสังหาร” ซู่มินบอกแผนการกับสามหนุ่ม“ลงมือร่ายเวทกันได้เลย เดี๋ยวพี่จะเข้าไปล่อเจ้าสองตัวนั้นออกมาเอง” ซู่หลันรับอาสาเมื่อแบ่งหน้าที่กันเรียบร้อย ซู่มินกับศิษย์พี่ทั้งสองก็เริ่มร่ายเวทอักขระดูดพลังลงบนพื้น เวทดูดพลังจะค่อย ๆ ดูดพลังออกจากกายสัตว์อสูร แล้วมาเพิ่มเป็นพลังให้กับผู้ร่ายเวทอย่างต่อเนื่องซู่หลันเดินเข้าไปในม่านหมอกอย่างระวังเมื่อเวทร่ายเสร็จ หลังม่านหมอกหนาคือป่าทึบที่อับชื้น แสงสว่างภายในมีน้อยกว่าป่าชั้นกลางมาก กลิ่นคาวที่ลอยอยู่ในอากาศชวนสะอิดสะเอียนกลิ่นสาบที่รุนแรงของสัตว์อสูรทำให้ซู่หลันรู้ตำแหน่งที่อยู่ของมัน เขาก้าวเดินอย่างแผ่วเบาไปที่ตำแหน่งนั้น เห็นแรดนอเพลิงสองตัวนอนอยู่บนพื้นใกล้ดงหญ้าซู่หลันเคลื่อนพลังปราณมาที่ฝ่ามือ แล้วปาหินที่อัดพลังไว้เต็มเปี่ยมเข้าใส่แรดนอเพลิงทั้งสองตัว เมื่อโดนโจมตีเจ้าแรดร่างยักษ์ก็คำรามอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตากระหายเลือดจ้องมองไปที่หลังพุ่มไม้ที่กำลังสั่นไหว แรดยักษ์วิ่งไล่ตามเงาร่างผอมที่กำลังวิ่งหนีอย่างรวดเร็วเมื่อร่างผอมแกร่งทะลุออกมาจากม่านหมอกสีเทาพร้อมกับร่างใหญ่โตสองร่าง เวทอักขระดูดพลังบนพื้นก็เรืองแสงขึ้น ซู่มินกับถานฟงร่ายเวทตรึงร่างเจ้าสัตว์อสูรยักษ์คนละตัว อี้หานกับซู่หลันก็ไม่รอช้าใช้อาวุธประจำตัวเข้าฟาดฟันกับแรดนอเพลิงทันทีแม้จะโดนเวทดูดพลังและเวทตรึงร่าง สัตว์อสูรขั้นห้าที่มีพลังมหาศาลก็ยังน่าสะพรึงกลัวอยู่มิใช่น้อย การต่อสู้ระหว่างคนสี่คนกับสองสัตว์อสูรดำเนินไปกว่าสองชั่วยาม“โครม!!” เสียงร่างมหึมาที่ไร้ลมหายใจล้มลงกับพื้น ด้ามมีดสั้นปักคาลึกอยู่ที่รูหู เลือดที่ไหลรินออกจากร่างใหญ่ส่งกลิ่นเหม็นคาวไปทั่วบริเวณ“แฮก แฮก แฮก....แฮก” เสียงหอบหายใจของซู่หลันกับอี้หานดังพอ ๆ กัน เมื่อล้มแรดนอเพลิงตัวที่สองลงได้ ซู่มินกับถานฟงก็หมดสิ้นเรี่ยวแรงไม่ต่างกัน“ไม่แปลกใจเลย ที่สมุนไพรในป่าชั้นในจะมีค่ามากกว่าทองคำ” ถานฟงบ่นเบา ๆ พร้อมเสียงหอบ“รีบกินยาฟื้นพลัง แล้วเข้าไปเก็บสมุนไพรกอนั้นกันเถอะเจ้าค่ะ”ซู่มินเอ่ยเตือน พร้อมเก็บร่างของแรดนอเพลิงทั้งสองตัวใส่ในถุงวิเวทของตนเองเมื่อไม่มีสัตว์อสูรคอยพิทักษ์ การเก็บสมุนไพรที่มีพลังจิตก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับจอมเวท ในกอสมุนไพรมีต้นน้ำแข็งหยกที่ซู่หลันต้องการอยู่สองต้น อีกสามต้นเป็นหญ้าเมฆเหมัน ส่วนผสมสำคัญของยาปราณทองขั้นสูงและยาคุมจิต“เราต้องใช้วิธีเดิมคือล่อสัตว์อสูรให้ออกมาสู้นอกรัศมีพลังจิตของสมุนไพร มิเช่นนั้นเราจะโดนโจมตีทั้งสองด้าน”ด้วยวิธีการของเด็กน้อย ตลอดทั้งวันพวกเขาล่าสมุนไพรล้ำค่าได้สิบหกต้น เป็นต้นน้ำแข็งหยกสี่ต้นที่เหลือเป็นต้นเหมัน เมื่อดวงตะวันใกล้จะลับขอบฟ้า อี้หานก็รีบหาถ้ำที่ปลอดภัยให้น้อง ๆ ได้พักผ่อนเมื่อได้ที่พักเรียบร้อย ซู่มินก็พาสามหนุ่มเดินห่างออกมาจากตัวถ้ำพอประมาณ แล้วนำซากสัตว์อสูรที่สังหารได้ในวันนี้ออกมาจากถุงวิเวท สัตว์อสูรขั้นสูงจะมีผลึกวิญญาณอยู่ในกาย และเนื้อสัตว์อสูรในภูผาสมุนไพรก็เป็นยาบำรุงที่แสนวิเศษพี่ช่วยเพิ่มทั้งพลังกายและพลังปราณซู่หลันกับอี้หานรับอาสาเป็นผู้ลงมือชำแหละซากสัตว์อสูร โดยให้ถานฟงอุ้มเด็กน้อยกลับไปรอที่ถ้ำ“ผลึกวิญญาณธาตุไฟสองก้อนนี้คงจะมีประโยชน์สำหรับการฝึกยุทธ์ของเจ้า ส่วนผลึกวิญญาณธาตุอื่นเราจะเก็บไว้ขายแล้วค่อยนำเงินมาแบ่งกัน”อี้หานยื่นผลึกวิญญาณธาตุไฟที่ได้จากแรดนอเพลิงให้ซู่หลัน พร้อมแบ่งเนื้อส่วนหนึ่งให้ซู่หลันนำไปย่าง แล้วเก็บเนื้อส่วนที่เหลือทั้งหมดไว้ในถุงวิเวทตลอดระยะเวลาห้าวันในป่าชั้นใน พวกซู่มินทำการล่าด้วยวิธีเดิม สัมผัสแห่งมังกรทำให้ตลอดเวลาที่ทำการล่าไม่พบเจอคนกลุ่มอื่นเลยแม้แต่คนเดียว เพราะเมื่อซู่มินสัมผัสได้ถึงพลังของมนุษย์ก็มักจะเลี่ยงไปล่าที่จุดอื่นค่ำคืนสุดท้ายในป่าชั้นในทุกคนเอาสมุนไพรที่เก็บได้ออกมากองรวมกัน สมุนไพรจากป่าชั้นแรกมีร้อยสี่สิบต้น สมุนจากป่าชั้นที่สองมีร้อยเจ็ดสิบต้น สมุนไพรจากป่าชั้นที่สามมีแปดสิบต้น“สมุนไพรจากป่าชั้นแรกเก็บไว้คนละสิบห้าต้น สมุนไพรจากป่าชั้นที่สองเก็บไว้คนละสิบต้น ในถุงวิเวทของพวกเราจะมีสมุนไพรจากป่าแค่สองชั้นเท่านั้นเจ้าค่ะ” ซู่มินบอกสามหนุ่มทุกคนทำตามที่เด็กน้อยบอก แม้จะรู้ดีว่าฮ่องเต้มีความเที่ยงธรรมเป็นอย่างมาก แต่ชื่อเสียงความร้ายกาจของฮองเฮาก็มีมากเช่นกัน ถ้าเฟิ่งหรูเก็บสมุนไพรได้น้อยกว่าพวกตน ฮองเฮาต้องมีวิธีแย่งชิงของไปจากพวกเขาแน่ แสงตะวันสาดส่องไปทั่วภูผาสมุนไพร ตัวแทนศิษย์ทุกสำนักก็ถูกเวทส่งตัวดีดออกมานอกภูผา ทุกคนถูกส่งตัวมาที่ลานดินหน้าประตูศิลายักษ์ เมื่อเห็นว่าบนแท่นศิลามีฮ่องเต้กับฮองเฮาและเหล่าเจ้าสำนักนั่งอยู่ ทุกคนก็รีบมาเข้าแถวตามตำแหน่งเดิมของตน การเข้าแถวในครั้งนี้ทำให้สีหน้าของเจ้าสำนักหลายคนดำมืดเป็นก้นกระทะเพราะสุดยอดศิษย์ของตนหายไปทั้งหมดแถวหน้าสุดศิษย์สำนักตะวันเดือดยืนอยู่ครบทั้งห้าคน แต่ศิษย์สำนักนภากาฬยืนอยู่เพียงสามคน พวกซู่มินรับรู้ถึงสายตาอาฆาตแค้นที่ฮองเฮาจ้องมองมา ก็รู้ทันทีว่าเดี๋ยวต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับพวกตนแน่นอน“เทศกาลเปิดภูผาล่าสมุนไพรจบลงแล้ว เรายินดีกับผู้ที่กลับออกมาได้อย่างปลอดภัย และเสียใจกับผู้ที่เสียชีวิตอยู่ภายในหุบเขาด้วย จงใช้สมุนไพรวิญญาณให้คุ้มค่า แล้วพบกันใหม่ในงานประลองศึกแปดสำนัก”ฮ่องเต้จินเลี่ยงหรงยืนกล่าวปิดงานด้วยเสียงดังกังวาน เหล่าศิษย์ทุกสำนักคุกเข่าลงแล้วกล่าวคำขอบคุณฮ่องเต้โดยพร้อมเพรียงกันฮ่องเต้และฮองเฮากล่าวปิดงานเสร็จก็เดินลงจากแท่นศิลากลับไปที่ตำหนักไผ่หยก เหล่าเจ้าสำนักก็พาลูกศิษย์เดินทางกลับ มีเพียงสำนักนภากาฬกับสำนักตะวันเดือดเท่านั้นที่โดนเรียกไปเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว“กลุ่มเฟิ่งหรูได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะโดนสัตว์อสูรรุมทำร้าย แล้วพากันคลานออกมาจากหุบเขาตั้งแต่คืนวันที่สองในสภาพไม่ต่างจากศพ ซ้ำร้ายบาดแผลทั่วร่างก็รักษาไม่หาย เวลาเข้าเฝ้าระวังการตอบคำถามกับฮองเฮากันด้วย”โม่ฟ่านส่งกระแสจิตบอกศิษย์ทั้งสามขณะเดินตามองครักษ์ไปที่ตำหนักไผ่หยก“ถ้าบทเรียนคราวก่อนไม่ทำให้พวกเจ้าสำนึก ยังกล้าคิดหาเรื่องคนของข้าไม่จบไม่สิ้น คราวนี้ข้าจะให้บทเรียนบทใหม่ที่สาสมยิ่งกว่าเดิมแก่เจ้า นางหงส์ปลอม”พลังลึกลับแพร่ออกมาจากจุดเสินถิงของซู่มิน มีเพียงองครักษ์ด้านหน้าเท่านั้นที่สัมผัสพลังแห่งความตายได้ สองขาที่ก้าวเดินนำพลันหยุดชะงัก แล้วหันหลังกลับมามองผู้ที่เดินตาม“มีอะไรรึ ท่านองครักษ์” โม่ฟ่านเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ไม่มี..ไม่มี..รีบเดินต่อเถอะ” องครักษ์นักฆ่ารีบหันกลับแล้วเดินนำต่อ ..พลังน่ากลัวนั่นมาจากไหนกัน?