บทที่ 27 ลงโทษให้กินมูล
เซียวหย่งฝูหอบหายใจและยื่นไหผักดองให้กับเถ้าแก่หย่าโจว เขาคนนั้นรีบโค้งขอบคุณ
เมื่อเปิดฝา กลิ่นหอมก็โชยออกมาทำให้เขาน้ำตาไหล
“รสชาติของบ้านเกิด!”
เถ้าแก่อยากจะคุกเข่าลงให้กับเซียวหย่งฝู แต่ถูกจับเอาไว้ก่อน “น้องชาย ไม่ต้องหรอก! ทั้งหมดนี้ที่บ้านข้าทำเอง เ้าชอบทีหลังข้าจะได้เอามาให้อีก!”
“ขอบคุณมาก! พี่ชายท่านช่างเป็คนใจดีจริง ๆ!”
“ฝีมือพี่สะใภ้เก่งมาก ผักดองนี่ของแท้เลยล่ะ!”
เซียวหย่งฝูปลอบใจเขาอยู่สักพักและอยู่เป็เพื่อนจนเถ้าแก่ลองกินผักดองได้สองสามคำเขาก็จากมา
เมื่อกลับมาถึงหน้าร้านก็พบว่าเหลือผักดองเพียงไม่กี่ไหแล้ว
เขารู้สึกประหลาดใจ “หลินเอ๋อร์ เหลือเท่านี้หรือ”
หลินซื่อยิ้มให้กับท่าทางเซ่อซ่าของสามี “บางคนก็ซื้อสามสี่ไหหลังจากได้ลองชิมดูแล้ว”
ทันใดนั้นก็มีเสียงแหลมดังขึ้น “วันนี้เห็นคนในตลาดพูดว่าผักดองหย่าโจวอร่อยนัก ถ้าพูดให้ถูกต้องบอกว่าบรรพบุรุษของข้าทำได้อร่อยกว่า แต่น่าเสียดายที่นางดันมอบวิธีทำให้กับนังชั่วคนนี้”
เมื่อหลินซื่อได้ยินเสียงนั้น ใบหน้าของนางก็ดูไม่ดีเล็กน้อย
นางเหลือบมองเซียวหย่งฝูอย่างรวดเร็ว ใจอยากจะไปซ่อนตัวในรถม้า ติดที่ว่าคนคนนี้เดินมาถึงหน้าร้านแล้ว
เ้าก้อนแป้งกำลังสงสัยว่าทำไมลมหายใจของแม่ถึงติดขัดได้ขนาดนั้น
ผู้หญิงที่เดินเข้ามาคนนี้มีส่วนคล้ายกับหลินซื่อหลายส่วน นางมองมายังหลินซื่อด้วยดวงตาเบิกกว้างและพูดด้วยน้ำเสียงประหลาด “ข้ากำลังพูดถึงใครอยู่นะ อ๋อ พูดถึงหลินตงเหมยยังไงล่ะ!”
ทันทีที่เ้าก้อนแป้งเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ นางก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือน้องสาวแท้ ๆ ของท่านแม่
ไม่แปลกใจที่จะพบญาติแท้ ๆ แล้วจะทำตัวไม่ถูก เพื่อนฝูงพี่น้องมักปฏิบัติต่อกันอย่างเ็า ที่แท้เป็เช่นนี้นี่เอง!
หลินซื่อรู้สึกรังเกียจราวกับเห็นแมลงวัน “หลินเอ้อร์นี! ทางที่ดีอย่ามาปรากฏตัวต่อหน้าข้าจะดีกว่า ถ้ามีธุระอะไร ข้าจะเผากระดาษไปให้เอง”
แบบนี้สิสุดยอด!
เ้าก้อนแป้งอยากจะปรบมือให้กับท่านแม่ยิ่งนัก
ดวงตาของหลินเอ้อร์นีเต็มไปด้วยความชั่วร้าย “หลินตงเหมย ดูผิวพรรณอ่อนนุ่มของเ้าสิ ไม่ใช่ว่าโดนชายแซ่เซียวเตะออกไปแล้วเ้าเลยกลายเป็เมียน้อยคนอื่นหรอกนะ”
เ้าก้อนแป้งกำลังกำหมัด จะเรียกสายฟ้าลงกลางเมืองก็ออกจะอันตรายไป เช่นนั้นจะให้บทเรียนอะไรแก่นางดี?
“มายืนผายลมอะไร ปากเ้าเต็มไปด้วยมูล ส่งกลิ่นเหม็นหึ่งไปถึง์โน้น!”
หลินซื่ออุ้มทารกด้วยมือเดียว มืออีกข้างเท้าเอวแล้วสาปแช่งเสียงดัง
ดวงตาเ้าก้อนแป้งเป็ประกาย นี่แหละ!
ถึงกล้าพูดว่าท่านแม่ของข้า คอยดูเถอะ
หลินเอ้อร์นีผลักคนที่อยู่ด้านข้างออก แต่กลับถูกเซียวหย่งฝูที่อยู่ข้าง ๆ หลินซื่อคว้าคอเสื้อแล้วจับโยนออกไป
“ระวังปากให้ดีเถอะ” เซียวหย่งฝูโกรธจัด จะมีใครเป็สุขได้อีก หากถูกหาว่าสวมหมวกเขียว*[1]
ขณะที่หลินเอ้อร์นีกำลังจะด่ากลับ หญิงสาวคนหนึ่งก็เดินมายังหน้าแผงแล้วสอบถาม “ที่นี่ขายผักดองหย่าโจวใช่หรือไม่”
เซียวหยวนหลางที่ดูโกรธเคืองเมื่อครู่พลันยิ้มขึ้นมา “พวกเรากำลังขายผักดองหย่าโจว เหลือสองไหสุดท้ายแล้ว ท่านอยากลองชิมก่อนหรือไม่”
หญิงสาวคนนั้นมองดูขวด “ไม่ต้องชิมหรอก ไหแบบนี้ข้าเพิ่งลองกินไปเมื่อครู่ โชคดีที่ข้ามาไว ไม่เช่นนั้นคงซื้อไม่ทันแน่”
เซียวหยวนหลางยิ้ม “ช่างบังเอิญจริง ๆ เราเตรียมจะปิดร้านแล้วล่ะ”
ดวงตาของหลินเอ้อร์นีเปลี่ยนเป็สีแดงด้วยความอิจฉา มองหญิงสาวที่ล้วงเงินขึ้นมาให้เซียวหยวนหลาง
นางะโเสียงดัง “หยุดนะ ผักดองหย่าโจวนี่เป็ของสกุลหลินเรา!”
หญิงสาวใมากจนเกือบจะทำเงินร่วง และมองเซียวหยวนหลางด้วยความไม่เข้าใจ
เซียวหยวนหลางยื่นขวดให้แล้วกระซิบ “เขาอิจฉาที่เราทำอร่อยเลยมาหาเื่น่ะ ท่านรีบไปเถอะ”
หญิงสาวพยักหน้าอย่างเร่งรีบ กอดไหแล้ววิ่งหนีไป
หลินเอ้อร์นีคิดจะเข้าไปขวาง แต่ถูกแม่นางน้อยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คว้าตัวนางไว้แล้วกระซิบ “ท่านแม่ นี่ท่านกำลังทำอะไร ทุกคนกำลังมองดูอยู่นะ”
หลังจากพูดเสร็จนางก็แอบมองเซียวหยวนหลางแล้วใบหน้าแดงซ่าน
หลินเอ้อร์นีไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของลูกสาว นางทำเพียงสะบัดมือออกด้วยความโกรธ แล้วชี้มือไปทางหลินซื่อ “หลินตงเหมยข้าจะบอกเ้าไว้นะ วิธีทำผักดองหย่าโจวเป็เื่ที่รู้กันแค่ในครอบครัว ถ้ายายแก่นั่นไม่ตายนางก็จะสอนข้า เ้าควรจะบอกแค่เพียงพี่น้องเท่านั้น”
หลินซื่อเห็นผู้คนมามุงมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงตัดสินใจที่จะพูด ด้วยดวงตาแดงก่ำ “เช่นนั้นมาตัดสินกันเลย ตอนนั้นที่ท่านยายป่วยหนักจนลุกจากเตียงไม่ได้ ทุกคนในครอบครัวก็พร้อมที่จะให้ท่านอดตาย มีเพียงข้าคนเดียวเท่านั้นที่ทำหน้าที่กตัญญูอยู่ข้างเตียง”
“ท่านยายบอกวิธีทำผักดองให้ข้าฟังก่อนที่จะเสียชีวิต และให้ข้าสาบานว่าจะไม่บอกวิธีนี้กับใครในสกุลหลิน แม้แต่คนรุ่นต่อ ๆ ไป!”
“เราเป็คนจน แต่ก็ซื่อสัตย์และเชื่อถือได้ ในเมื่อสาบานแล้ว ก็จะปฏิบัติตามนั้น!”
“ทุกคนมาฟังสิ ตอนนี้นางอยากให้ข้าบอกให้ทุกคนฟัง พวกเ้าคิดว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่”
แม้ว่าทั้งรัฐจะเผชิญกับภัยพิบัติร้ายแรง แต่พื้นฐานความเป็คนและศีลธรรมยังคงมีอยู่
ทุกคนตรงนั้นชี้ไปที่หลินเอ้อร์นี
“นี่ขนาดเป็ยายของตัวเองนะ ยังปฏิบัติด้วยเช่นนั้น บ้านไหน ๆ ก็มีคนเฒ่าคนแก่กันทั้งนั้น”
“ตอนแรกก็ปล่อยให้อดตาย ตอนนี้ยังมาอิจฉาเงินของคนอื่นอีก พอมองแวบแรกก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดี”
ใบหน้าของหลินเอ้อร์นีเปลี่ยนเป็สีแดงทันทีเมื่อถูกชี้ประนาม นางโบกมือไปมาไม่หยุด “ไม่ใช่นะ ข้าไม่ได้ทำ ตอนนั้นเป็ข้าต่างหากที่ดูแลหญิงชราผู้นั้น”
หลินซื่อหัวเราะเสียงเย็น “ถ้าอย่างนั้นเ้ากล้าสาบานต่อ์หรือไม่เล่าว่าเ้าดูแลอย่างที่พูดจริง ๆ”
หลินเอ้อร์นียกมือขึ้น “สาบานก็สาบาน ตอนนั้นข้าดูแลหญิงชราผู้นั้นจริง ๆ ถ้าข้าพูดโกหก ขอให้ฟ้าผ่า...”
เ้าก้อนแป้งโบกมืออย่างรวดเร็ว รับกับจังหวะพอดี!
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าทำให้ทุกคนโดยรอบใ
หลินเอ้อร์นีรีบเปลี่ยนคำพูด “ไม่ใช่ ไม่ใช่ ถ้าข้าพูดโกหก ขอให้ข้าโดนมูลนก”
ใครจะคาดคิดว่าทันทีที่นางพูดจบ กลุ่มนกที่บินผ่านไปมาก็รวมตัวเหนือหัว
ด้วยการโจมตีที่แม่นยำ พวกมันทั้งหมดก็ปล่อยมูลเฉี่ยวหัวและตัวของนาง มีบางส่วนเข้าปากนางด้วย
“อ้ะ… ช่วยด้วย… อ่อก”
ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างรีบถอยห่าง น่าขยะแขยงมาก
วันนี้ทุกคนเข้าใจความจริงแล้วว่าไม่ควรให้คำสาบานมั่วซั่วโดยเฉพาะกับการพูดโกหก
ในขณะนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งฟังดูสง่าผ่าเผยดังขึ้น “ถึงแม้จะเป็เพียงแค่คำพูด แต่ก็ต้องรู้จักรักษา แม่นางผู้นี้เป็คนรักษาคำพูด ถ้าคำพูดเชื่อถือไม่ได้ซึ่งหมายความว่านางขายครอบครัวตัวเอง เป็เช่นนั้น”
“์ นี่คืออาจารย์ใหญ่เหยียนแห่งสำนักศึกษาซวนหยาง!”
“แม่นางผู้นี้สามารถบอกได้ว่าเป็เช่นนั้น ต่อไปภายหน้าคำพูดของนางคงเปรียบได้ดั่งทองคำ วาจาเปรียบได้ดั่งหยก*[2]”
“ไม่ใช่หรอกกระมัง…”
เมื่อเซียวหยวนหลางเห็นว่าเป็อาจารย์ของตัวเอง เขากำลังจะพูด แต่ถูกอาจารย์ใหญ่เหยียนหยุดไว้ด้วยสายตา
จึงทำได้แค่ทักทายด้วยความเคารพ
เซียวหย่งฝูและหลินซื่อก็รีบทำความเคารพเช่นกัน อาจารย์ใหญ่เหยียนก้มให้เล็กน้อยแล้วจากไปพร้อมกับรอยยิ้มพลางลูบเครา
เหยียนชิงคิดกับตัวเองว่าเขาเคยชิมมันมาก่อน เขาไม่มีทางพูดโกหก
่นี้มือที่จับพู่กันไม่ได้เจ็บบ่อยขนาดนั้นแล้ว สงสัยว่ามีบางอย่างน่ามหัศจรรย์อยู่ในผักดองนี้จริง ๆ
ทันทีที่อาจารย์ใหญ่เหยียนจากไป สกุลเซียวก็ถูกรายล้อมไปด้วยผู้คน “เถ้าแก่ ยังมีผักดองอีกหรือไม่”
เซียวหย่งฝูประสานมือคำนับและกล่าวขอโทษ “ขอโทษทุกคนด้วย เพิ่งขายหมดไป พรุ่งนี้พวกเราจะกลับมาอีก ยังมีอีกสองไห ใครมาก่อนได้ก่อน!”
หลินเอ้อร์นีที่ยังคงอาเจียนอยู่ริมถนนถูกลืมเสียแล้ว
“กลับบ้านกัน ค่อยนับเงินระหว่างทาง คืนนี้กินมื้ออร่อย เดี๋ยวข้าทำเอง!”
เซียวเฉินหลาง “ท่านพ่อ ข้าอยากกินเนื้อตุ๋นที่ท่านแม่ทำ...”
เซียวหย่งฝูพูดอย่างเคือง ๆ “เ้าเด็กคนนี้ ไม่ไว้หน้าพ่อเลยนะ!”
[1] สวมหมวกเขียว (绿帽子) หมายถึง ถูกสวมเขา มีชู้
[2] คำพูดเปรียบได้ดั่งทองคำ วาจาเปรียบได้ดั่งหยก (金口玉言) หมายถึง พูดคำไหนคำนั้น