เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 56 รอยร้าวใต้หน้ากาก

           เหล่าเซนต์ตกใจ  เพราะนี่คือเหตุไม่คาดฝัน  แม้กระทั่งคุณหนูซาโอริที่นั่งดูอยู่บนชั้น VIP ยังงงงวย  ประมาณว่ามีคำถามในใจเฉกเช่นทุกคน 


    “ เอ่อ  คุณหนูครับ  เจ้าเซย่าไม่รู้หายไปไหน  แล้วเราจะทำยังไงต่อดี ” ทัตซึมิที่อยู่ด้านหลังเอ่ยถาม  ท่าทางเกรงอกเกรงใจเป็นอย่างยิ่ง  คุณหนูผู้สูงศักดิ์จึงนิ่งคิดนิดนึง  ก่อนตัดสินใจ 


    “ ประกาศไปว่าเซนต์เพกาซัสไปทำธุระส่วนตัว  ตอนนี้จึงขอหยุดพักการแข่งชั่วคราว ” 


    “ อ่า  แต่ถ้าทำแบบนั้น  คนดูคงจะโกรธแน่  สู้ตัดสิทธิ์เจ้าเซย่าไปเลย  น่าจะง่ายกว่า ” ทัตซึมิเสนอ  แต่ซาโอริกลับตีตก  พร้อมออกคำสั่งที่ดูสมเหตุสมผลกว่า 


    “ ไม่ได้  เพราะถ้ามีเซนต์ถอนตัวจากการประลอง  องค์กรจะเสียชื่อมากกว่านั้น  เซย่าคงไปไม่ถึงไหนหรอก  ต้องอยู่ภายในตัวตึกนี่แหละ  รีบส่งทีมงานไปตามหาก็แล้วกัน  อ้อ  ระหว่างนั้นก็หากิจกรรมให้คนดูไม่ว่าง  จะได้ลดความไม่พอใจของพวกเขา ” 


    “ ครับ ” ทัตซึมิรับคำ  และรีบไปปฎิบัติตาม


     

             บรอนต์เซนต์ทุกคนกระสับกระส่าย  แม้กระทั่งชิริวที่นิ่งสุด  ยังหันซ้ายแลขวา  หลายคนก่นด่าโทษฐานที่ทำให้เสียเวลา  แต่คนที่ดูจะเป็นห่วงสุด  หนีไม่พ้นชุน “เด็กหนุ่มผู้แสนดี” 


    “ เซย่า  นายหายไปไหน ”


     

             อันที่จริง  ไม่ใช่แค่เหล่านักสู้เหนือมนุษย์ที่ปั่นป่วน  ฝูงชนก็แตกตื่นไม่แพ้กัน 


    “ อ้าว  เพกาซัสไปไหนเหรอ ” 


    “ เขาเข้าห้องน้ำรึเปล่า ” 


    “ หรือเจ้าม้ามีปีกจะบินหนีไปแล้ว ”


     

              ทั้งน้ำคำที่มีสาระและไม่มีสาระถูกพ่นออกจากปากของผู้คน  ทว่าไม่ช่วยให้ความวุ่นวายบรรเทาลงเลย  จวบจนมีเสียงประกาศจากลำโพงขนาดใหญ่  ผองชนก็พร้อมใจกันเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ 


    “ ท่านผู้มีเกียรติครับ  เนื่องจากการแข่งขันคู่แรกค่อนข้างดุเดือด  เลยทำให้เวทีเสียหาย  เพื่อให้คู่ต่อไปได้ต่อสู้ในสถาพที่สมบูรณ์  จึงขอพักชั่วครู่  เพื่อปรับปรุงลานประลอง  ระหว่างนั้น  เราจะเปิดภาพรีเพลย์และบทวิเคราะห์การต่อสู้ที่ผ่านมาให้ทุกคนได้รับชม ”


     

              สิ้นคำกล่าว  ทีวีจอแบนขนาด 500 นิ้วสี่ตัวที่วางเรียงกันเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมก็เลื่อนตัวลงมาจากหลังคา  ก่อนจะฉายภาพการต่อสู้ของจาบุและบัน  ช่วยดึงความสนใจจากผู้คนได้ชั่วขณะ 


    “ หึ  หึ  แผนถ่วงเวลาของไอ้พวกแกรนด์สินะ ” อิจิยิ้มเยาะ  สองมือยกขึ้นกอดอก 


    “ แต่จะว่าไป  หมอนี่มันแย่จริงๆ  จะแข่งอยู่เเล้ว  ดันหายหัวไปไหนก็ไม่รู้ ” นาจิบ่น  ท่าทางหงุดหงิด 


    “ เขาคงแค่ไปเข้าห้องน้ำล่ะมั้ง ” ชุนแก้ตัวให้ 


    “ หรือไม่ก็…..” คราวนี้เป็นฝ่ายชิริวที่พูดบ้าง  แต่แทนที่จะต่อให้จบ  กลับหยุดอยู่แค่นั้นให้ผู้คนรู้สึกค้าง  ทันใดนั้นเอง  เงกิที่ยืนพิงเสาตรงมุมเวทีก็แทรกขึ้นมา  น้ำเสียงห้าวใหญ่ปนขบขำเล็กน้อย 


    “ มันหนีไปแล้ว  เพราะกลัวข้าล่ะสิ  แกตั้งใจจะพูดแบบนี้  ใช่มั้ย  เจ้าชิริว ”


     

             ทุกคนตงิดใจขึ้นมาทันที  ด้วยไม่เคยคิดในมุมนี้มาก่อน  แต่ก็รู้สึกว่าย้อนแย้งไปหน่อย  คนอย่างเซย่านี่นะจะหนี  เพราะเท่าที่รู้จักหมอนี่มา  มันไม่เคยถอยให้ใครซักก้าวเดียว 


    “ อืม  ใช่เหรอ ”


     

             ทว่าก็เป็นชุนซึ่งละเอียดอ่อนที่สุด  เลยจับสังเกตบางอย่างที่ไม่มีใครมองเห็นมาก่อน  พร้อมอธิบายกับพรรคพวก 


    “ เอ  แต่เท่าที่ผมเห็น  เหมือนเซย่าจะดูเปลี่ยนไปจากอดีต ”


     

             สิ้นคำของชุน  เซนต์ทุกคนก็หันมามองเป็นตาเดียว  ไม่ต้องบอก  ก็รู้ว่ามีคำถาม  อันโดรเมด้าเซนต์จึงจำเป็นต้องขยายความเพิ่มเติม 


    “ ก็อย่างที่ทุกคนรู้  เซย่าตอนเด็กๆจะห้าว  พูดจาโผงผาง  ไม่เคยกลัวใคร  แต่ในปัจจุบัน ” ชุนเว้นช่วงนิดนึง  ก่อนบรรยายต่อ 


    “ เขาดูตื่นๆ  มั่นใจในตัวเองน้อยลง  แถมยังพูดสุภาพจนนึกว่าที่แซงทัวร์รี่อาจจะมีโรงเรียนสอนมารยาท  แถมยัง  เอ่อ ” ถึงตรงนี้  ชุนก็พูดไม่ออก  ชิริวเลยช่วยเสริม 


    “ แถมเขายังดูขี้กลัว ” 


    “ ใช่เลย ” อิจิและนาจิหลุดปากพร้อมกัน  เพราะพวกเขาเองก็ต่างเห็นตรงจุดนี้  เซนต์ร่างใหญ่อย่างเงกิจึงสรุป 


    “ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง  ก็ควรปรับแพ้ไปเลย  จะได้ไม่ต้องรอให้เสียเวลาแบบนี้ ”


     

             คำพูดของเงกิดูมีเหตุผล  ทำให้หลายคนคิดไปต่างๆนาๆ  ดวงตาเหม่อมองเหล่าทีมงานนับสิบมาเช็ดถูพื้นเวที  และปรับเชือกขึงที่ทำด้วยโซ่ให้ตึงตามเดิม 


    “ อืม  แล้วมันจะเป็นยังไงต่อนา ” 


    …………………….


            แม้บุคลิกภายนอกของซาโอริจะดูนิ่งๆ  แต่ข้างในปั่นป่วนไม่แพ้คนอื่น  เพราะการประลองครั้งนี้คือความฝันสูงสุดของท่านปู่ที่เธอเคารพรัก  ซึ่งคุณหนูผู้สูงศักดิ์จำต้องสานต่อมันให้สมบูรณ์ 


    “ ศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์ต้องดีที่สุด  จะมีอะไรมัวหมองไม่ได้ ”


     

             หลังจากมองจอทีวีอยู่พักนึง  ซึ่งตอนนี้มีนักวิจารณ์ที่คอยวิพากษ์การต่อสู้คู่แรกอย่างดุเดือด  รวมทั้งทำนายผลในคู่เพกาซัสและแบร์ที่กำลังจะมาถึง  ซาโอริก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป  และสิ่งที่เธอจะทำลำดับถัดไปก็คือ 


    “ อึดอัดชะมัด  เดินออกไปรับลมดีกว่า ”


     

             เมื่อเป็นเช่นนี้  ซาโอริจึงขึ้นลิฟต์ส่วนตัวที่อยู่ในห้องวีไอพี  เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ  นั่นก็คือ “ชั้นดาดฟ้า”


    ……………………….


    “ ตึ้ง ”


      

             ทันทีที่ประตูลิฟต์เลื่อนเปิด  คุณหนูก็ก้าวออกมา  ทำให้พบกับลานกว้างทรงครึ่งวงกลม  มีราวระเบียงที่ทำด้วยปูนกั้นกันตก  แถมยังสลักลายเป็นรูปเทพเจ้ากรีซซึ่งดูสง่างามและวจิตรพิสดารในเวลาเดียวกัน  แต่ที่ควรสนใจจริงๆ  เห็นจะหนีไม่พ้นท้องฟ้าสีครามที่มีสายลมเย็นพัดแรงจนทำให้กระโปรงบานสีขาวของซาโอริพลิ้วไสว 


    “ อืม  ลมแรงเหลือเกิน ” ซาโอริยกมือขวาขึ้นป้องใบหน้า  ทว่ามุมปากกลับแย้มยิ้ม 


    “ แต่ก็สบายจังเลย ”


     

              คุณหนูยืนเอนกายมาพิงราวระเบียง  สองมือเท้าขอบของมัน  พร้อมแหงนหน้าขึ้นรับลมเย็น  ทำให้เส้นผมยาวสลวยปลิวไปด้านหลัง  ดวงตาปิดพริ้ม  เพื่อรับความสุขที่แสนสงบจากธรรมชาติ 


    “ ฮ้า ”


     

             และในจังหวะที่ซาโอริกำลังสบายใจอยู่นั้นเอง  หุของเธอก็แว่วเสียงประหลาด 


    “ เฮือก ”


     

            ซาโอริรู้ทันทีว่านั่นคือเสียงกลืนน้ำลายลงคอ  แน่นอนว่ามันไม่ใช่ของเธอแน่ๆ  แล้วจะมาจากใครได้อีก  ในเมื่อตรงนี้มีแค่คุณหนูผู้สูงศักดิ์ยืนโดดเดี่ยวตามลำพัง  จึงรีบเหลียวมองรอบตัว  ทำให้พบกับ…… 


    “ เซย่า  นี่เธอ! ”


     

             ใช่แล้ว  คนผู้นั้นคือกล้าที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็น “เซย่า”  และตอนนี้เขากำลังยืนเกร็งติดกำแพง  พร้อมยิ้มแหยๆให้คุณหนู 


    “ ฮะ  ฮะ  ผมเองครับ ”


     

             เหมือนคุณหนูจะยังปรับตัวไม่ทัน  เลยนิ่งอึ้งไปหลายอึดใจ  ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร  เพราะใครจะคาดคิดว่ามาเจอเซนต์เพกาซัสในที่ส่วนตัวแบบนี้  เธอจึงเอ่ยถามเสียงสั่น 


    “ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ไง ” 


    “ อ่า  เอ่อ  อืม ” กล้าเองก็ตอบไม่ถูก  เพราะตอนที่เห็นจาบุและบันสู้กัน  ก็รู้ทันทีว่าระดับมันต่างจากการประมือที่ผ่านมา  แม้แต่โฟเทียซึ่งเจอที่แซงทัวร์รี่ก็ยังเทียบไม่ติด  แล้วคนอย่างเขาจะมีอะไรไปสู้  พอเห็นช่องหนี  เลยแวบมาหลบที่นี่  ทว่าคุณหนูซาโอริดันมาเจอซะอย่างงั้น


     

               เหมือนซาโอริจะทนความอ้ำอึ้งของกล้าไม่ไหว  จึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบเสียเอง  น้ำเสียงดูแข็งขึ้นเล็กน้อย 


    “ ไม่ว่าจะมาอยู่นี่ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม  แต่เธอต้องกลับไปที่ลานประลอง ” 


    “ อ่า  เอ่อ  แต่ว่า ” กล้าพยายามอุทธรณ์  ทว่าซาโอริกลับรีบตัดบท 


    “ ไปเดี๋ยวนี้  นี่คือคำสั่ง ” 


    “ อ่า  ครับ ” กล้าเริ่มคอตก  และยอมปฏิบัติตาม  แต่ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะเดินเข้าไปในลิฟต์  ซาโอริก็เริ่มฉุกคิด 


    “ ว่าแต่เธอมาที่นี่ได้ไง ”


     

             กล้าหยุดอยู่กับที่  แล้วค่อยๆหันกลับมามอง  แววตาดูลังเลเล็กน้อย  ก่อนที่จะสารภาพความจริง 


    “ ตอนอยู่หน้าอาคาร  ผมเห็นดาดฟ้าแห่งนี้  เลยคิดว่ามันน่าจะใช้เป็นที่  เอ่อ  อ่า ” 


    “ หลบซ่อนได้ใช่มั้ย ” ซาโอริยืนกอดอก  สีหน้าดูขึงขังจนน่ากลัว  อันทำให้กล้าเริ่มตัวสั่น 


    “ กะ  ก็ประมาณนั้นแหละครับ ”


     

              ซาโอริจ้องกล้านิ่งๆอยู่หลายอึดใจ  ดวงตาแฝงแววตำหนิอย่างชัดเจน  ก่อนที่จะเปิดฉากด่า 


    “ นี่เธอเป็นเซนต์ไม่ใช่เหรอ  ทำไมถึงทำตัวขี้ขลาดแบบนั้น ”


     

              กล้าอยากบอกว่าตัวเองไม่ใช่เซนต์อาชีพ  เขาแค่หลุดจากโลกปัจจุบันมาเข้าร่างเซย่า  นักรบมือฉกาจระดับสังหารเทพเจ้า  แต่คิดไปคิดมาก็ป่วยการอธิบาย  ด้วยถ้ามีใครซักคนมาบอกว่าตัวเองคืออิกคิที่หลุดเข้าในร่างของเด็กอ่อนแอบนโลกมนุษย์  เขาก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน  จึงตอบแบบเลี่ยงๆ 


    “ ผมแค่ไม่อยากต่อสู้น่ะครับ  ไม่ได้กลัวซักหน่อย ” 


    “ และทำไมเธอถึงไม่อยากต่อสู้ล่ะ  ไม่อยากรู้ที่อยู่ของพี่สาวแล้วเหรอ ” ซาโอริกดดันต่อ  ท่าทางดุมากกว่าเก่า 


    “ เรื่องนั้นก็…..” กล้าไม่รู้จะพูดยังไง  เพราะคำถามที่ว่าเซกะ(พี่สาวเซย่า)อยู่ที่ไหนนั้น  เขาเองรู้ดีอยู่แล้ว  ด้วยดูการ์ตูนเรื่องนี้มาเกินสิบครั้ง  แต่เพื่อไม่ให้ซาโอริโกรธเคืองไปมากกว่า  เด็กหนุ่มก็เดินคอตกเข้าไปในลิฟต์ 


    “ เฮ้อ  เลี่ยงไม่ได้  คงต้องไปสู้กับเงกิแล้วล่ะนะ  หวังว่าจะพ่ายแพ้แบบไม่เจ็บตัวนัก ”


     

             แต่ก่อนที่กล้าจะหายเข้าไปแบบเต็มตัว  ซาโอริก็พลันฉุกคิดบางอย่าง  ก่อนจะร้องเรียกเซนต์หนุ่มให้หยุด 


    “ เดี๋ยวก่อน  เซย่า ”


     

             และทันทีที่ได้ยินคำนั้น  สองเท้าของกล้าก็หยุดชะงัก  กายเพรียวได้ส่วนสะดุ้งโหยง  คิ้วดกเข้มกระตุกแรง  ขนทั่วกายลุกชูชัน  ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านสันหลัง  พร้อมกับความหวาดระแวงที่วิ่งพล่านไปทั่วจิตสำนึก 


    “ เอ๊ะ!  หรือคุณหนูจะรู้ความจริงว่าเราเป็นใคร ”



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน