เหล่าเซนต์ตกใจ เพราะนี่คือเหตุไม่คาดฝัน แม้กระทั่งคุณหนูซาโอริที่นั่งดูอยู่บนชั้น VIP ยังงงงวย ประมาณว่ามีคำถามในใจเฉกเช่นทุกคน
“ เอ่อ คุณหนูครับ เจ้าเซย่าไม่รู้หายไปไหน แล้วเราจะทำยังไงต่อดี ” ทัตซึมิที่อยู่ด้านหลังเอ่ยถาม ท่าทางเกรงอกเกรงใจเป็นอย่างยิ่ง คุณหนูผู้สูงศักดิ์จึงนิ่งคิดนิดนึง ก่อนตัดสินใจ
“ ประกาศไปว่าเซนต์เพกาซัสไปทำธุระส่วนตัว ตอนนี้จึงขอหยุดพักการแข่งชั่วคราว ”
“ อ่า แต่ถ้าทำแบบนั้น คนดูคงจะโกรธแน่ สู้ตัดสิทธิ์เจ้าเซย่าไปเลย น่าจะง่ายกว่า ” ทัตซึมิเสนอ แต่ซาโอริกลับตีตก พร้อมออกคำสั่งที่ดูสมเหตุสมผลกว่า
“ ไม่ได้ เพราะถ้ามีเซนต์ถอนตัวจากการประลอง องค์กรจะเสียชื่อมากกว่านั้น เซย่าคงไปไม่ถึงไหนหรอก ต้องอยู่ภายในตัวตึกนี่แหละ รีบส่งทีมงานไปตามหาก็แล้วกัน อ้อ ระหว่างนั้นก็หากิจกรรมให้คนดูไม่ว่าง จะได้ลดความไม่พอใจของพวกเขา ”
“ ครับ ” ทัตซึมิรับคำ และรีบไปปฎิบัติตาม
บรอนต์เซนต์ทุกคนกระสับกระส่าย แม้กระทั่งชิริวที่นิ่งสุด ยังหันซ้ายแลขวา หลายคนก่นด่าโทษฐานที่ทำให้เสียเวลา แต่คนที่ดูจะเป็นห่วงสุด หนีไม่พ้นชุน “เด็กหนุ่มผู้แสนดี”
“ เซย่า นายหายไปไหน ”
อันที่จริง ไม่ใช่แค่เหล่านักสู้เหนือมนุษย์ที่ปั่นป่วน ฝูงชนก็แตกตื่นไม่แพ้กัน
“ อ้าว เพกาซัสไปไหนเหรอ ”
“ เขาเข้าห้องน้ำรึเปล่า ”
“ หรือเจ้าม้ามีปีกจะบินหนีไปแล้ว ”
ทั้งน้ำคำที่มีสาระและไม่มีสาระถูกพ่นออกจากปากของผู้คน ทว่าไม่ช่วยให้ความวุ่นวายบรรเทาลงเลย จวบจนมีเสียงประกาศจากลำโพงขนาดใหญ่ ผองชนก็พร้อมใจกันเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
“ ท่านผู้มีเกียรติครับ เนื่องจากการแข่งขันคู่แรกค่อนข้างดุเดือด เลยทำให้เวทีเสียหาย เพื่อให้คู่ต่อไปได้ต่อสู้ในสถาพที่สมบูรณ์ จึงขอพักชั่วครู่ เพื่อปรับปรุงลานประลอง ระหว่างนั้น เราจะเปิดภาพรีเพลย์และบทวิเคราะห์การต่อสู้ที่ผ่านมาให้ทุกคนได้รับชม ”
สิ้นคำกล่าว ทีวีจอแบนขนาด 500 นิ้วสี่ตัวที่วางเรียงกันเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมก็เลื่อนตัวลงมาจากหลังคา ก่อนจะฉายภาพการต่อสู้ของจาบุและบัน ช่วยดึงความสนใจจากผู้คนได้ชั่วขณะ
“ หึ หึ แผนถ่วงเวลาของไอ้พวกแกรนด์สินะ ” อิจิยิ้มเยาะ สองมือยกขึ้นกอดอก
“ แต่จะว่าไป หมอนี่มันแย่จริงๆ จะแข่งอยู่เเล้ว ดันหายหัวไปไหนก็ไม่รู้ ” นาจิบ่น ท่าทางหงุดหงิด
“ เขาคงแค่ไปเข้าห้องน้ำล่ะมั้ง ” ชุนแก้ตัวให้
“ หรือไม่ก็…..” คราวนี้เป็นฝ่ายชิริวที่พูดบ้าง แต่แทนที่จะต่อให้จบ กลับหยุดอยู่แค่นั้นให้ผู้คนรู้สึกค้าง ทันใดนั้นเอง เงกิที่ยืนพิงเสาตรงมุมเวทีก็แทรกขึ้นมา น้ำเสียงห้าวใหญ่ปนขบขำเล็กน้อย
“ มันหนีไปแล้ว เพราะกลัวข้าล่ะสิ แกตั้งใจจะพูดแบบนี้ ใช่มั้ย เจ้าชิริว ”
ทุกคนตงิดใจขึ้นมาทันที ด้วยไม่เคยคิดในมุมนี้มาก่อน แต่ก็รู้สึกว่าย้อนแย้งไปหน่อย คนอย่างเซย่านี่นะจะหนี เพราะเท่าที่รู้จักหมอนี่มา มันไม่เคยถอยให้ใครซักก้าวเดียว
“ อืม ใช่เหรอ ”
ทว่าก็เป็นชุนซึ่งละเอียดอ่อนที่สุด เลยจับสังเกตบางอย่างที่ไม่มีใครมองเห็นมาก่อน พร้อมอธิบายกับพรรคพวก
“ เอ แต่เท่าที่ผมเห็น เหมือนเซย่าจะดูเปลี่ยนไปจากอดีต ”
สิ้นคำของชุน เซนต์ทุกคนก็หันมามองเป็นตาเดียว ไม่ต้องบอก ก็รู้ว่ามีคำถาม อันโดรเมด้าเซนต์จึงจำเป็นต้องขยายความเพิ่มเติม
“ ก็อย่างที่ทุกคนรู้ เซย่าตอนเด็กๆจะห้าว พูดจาโผงผาง ไม่เคยกลัวใคร แต่ในปัจจุบัน ” ชุนเว้นช่วงนิดนึง ก่อนบรรยายต่อ
“ เขาดูตื่นๆ มั่นใจในตัวเองน้อยลง แถมยังพูดสุภาพจนนึกว่าที่แซงทัวร์รี่อาจจะมีโรงเรียนสอนมารยาท แถมยัง เอ่อ ” ถึงตรงนี้ ชุนก็พูดไม่ออก ชิริวเลยช่วยเสริม
“ แถมเขายังดูขี้กลัว ”
“ ใช่เลย ” อิจิและนาจิหลุดปากพร้อมกัน เพราะพวกเขาเองก็ต่างเห็นตรงจุดนี้ เซนต์ร่างใหญ่อย่างเงกิจึงสรุป
“ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็ควรปรับแพ้ไปเลย จะได้ไม่ต้องรอให้เสียเวลาแบบนี้ ”
คำพูดของเงกิดูมีเหตุผล ทำให้หลายคนคิดไปต่างๆนาๆ ดวงตาเหม่อมองเหล่าทีมงานนับสิบมาเช็ดถูพื้นเวที และปรับเชือกขึงที่ทำด้วยโซ่ให้ตึงตามเดิม
“ อืม แล้วมันจะเป็นยังไงต่อนา ”
…………………….
แม้บุคลิกภายนอกของซาโอริจะดูนิ่งๆ แต่ข้างในปั่นป่วนไม่แพ้คนอื่น เพราะการประลองครั้งนี้คือความฝันสูงสุดของท่านปู่ที่เธอเคารพรัก ซึ่งคุณหนูผู้สูงศักดิ์จำต้องสานต่อมันให้สมบูรณ์
“ ศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์ต้องดีที่สุด จะมีอะไรมัวหมองไม่ได้ ”
หลังจากมองจอทีวีอยู่พักนึง ซึ่งตอนนี้มีนักวิจารณ์ที่คอยวิพากษ์การต่อสู้คู่แรกอย่างดุเดือด รวมทั้งทำนายผลในคู่เพกาซัสและแบร์ที่กำลังจะมาถึง ซาโอริก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป และสิ่งที่เธอจะทำลำดับถัดไปก็คือ
“ อึดอัดชะมัด เดินออกไปรับลมดีกว่า ”
เมื่อเป็นเช่นนี้ ซาโอริจึงขึ้นลิฟต์ส่วนตัวที่อยู่ในห้องวีไอพี เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ นั่นก็คือ “ชั้นดาดฟ้า”
……………………….
“ ตึ้ง ”
ทันทีที่ประตูลิฟต์เลื่อนเปิด คุณหนูก็ก้าวออกมา ทำให้พบกับลานกว้างทรงครึ่งวงกลม มีราวระเบียงที่ทำด้วยปูนกั้นกันตก แถมยังสลักลายเป็นรูปเทพเจ้ากรีซซึ่งดูสง่างามและวจิตรพิสดารในเวลาเดียวกัน แต่ที่ควรสนใจจริงๆ เห็นจะหนีไม่พ้นท้องฟ้าสีครามที่มีสายลมเย็นพัดแรงจนทำให้กระโปรงบานสีขาวของซาโอริพลิ้วไสว
“ อืม ลมแรงเหลือเกิน ” ซาโอริยกมือขวาขึ้นป้องใบหน้า ทว่ามุมปากกลับแย้มยิ้ม
“ แต่ก็สบายจังเลย ”
คุณหนูยืนเอนกายมาพิงราวระเบียง สองมือเท้าขอบของมัน พร้อมแหงนหน้าขึ้นรับลมเย็น ทำให้เส้นผมยาวสลวยปลิวไปด้านหลัง ดวงตาปิดพริ้ม เพื่อรับความสุขที่แสนสงบจากธรรมชาติ
“ ฮ้า ”
และในจังหวะที่ซาโอริกำลังสบายใจอยู่นั้นเอง หุของเธอก็แว่วเสียงประหลาด
“ เฮือก ”
ซาโอริรู้ทันทีว่านั่นคือเสียงกลืนน้ำลายลงคอ แน่นอนว่ามันไม่ใช่ของเธอแน่ๆ แล้วจะมาจากใครได้อีก ในเมื่อตรงนี้มีแค่คุณหนูผู้สูงศักดิ์ยืนโดดเดี่ยวตามลำพัง จึงรีบเหลียวมองรอบตัว ทำให้พบกับ……
“ เซย่า นี่เธอ! ”
ใช่แล้ว คนผู้นั้นคือกล้าที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็น “เซย่า” และตอนนี้เขากำลังยืนเกร็งติดกำแพง พร้อมยิ้มแหยๆให้คุณหนู
“ ฮะ ฮะ ผมเองครับ ”
เหมือนคุณหนูจะยังปรับตัวไม่ทัน เลยนิ่งอึ้งไปหลายอึดใจ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร เพราะใครจะคาดคิดว่ามาเจอเซนต์เพกาซัสในที่ส่วนตัวแบบนี้ เธอจึงเอ่ยถามเสียงสั่น
“ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ไง ”
“ อ่า เอ่อ อืม ” กล้าเองก็ตอบไม่ถูก เพราะตอนที่เห็นจาบุและบันสู้กัน ก็รู้ทันทีว่าระดับมันต่างจากการประมือที่ผ่านมา แม้แต่โฟเทียซึ่งเจอที่แซงทัวร์รี่ก็ยังเทียบไม่ติด แล้วคนอย่างเขาจะมีอะไรไปสู้ พอเห็นช่องหนี เลยแวบมาหลบที่นี่ ทว่าคุณหนูซาโอริดันมาเจอซะอย่างงั้น
เหมือนซาโอริจะทนความอ้ำอึ้งของกล้าไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบเสียเอง น้ำเสียงดูแข็งขึ้นเล็กน้อย
“ ไม่ว่าจะมาอยู่นี่ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่เธอต้องกลับไปที่ลานประลอง ”
“ อ่า เอ่อ แต่ว่า ” กล้าพยายามอุทธรณ์ ทว่าซาโอริกลับรีบตัดบท
“ ไปเดี๋ยวนี้ นี่คือคำสั่ง ”
“ อ่า ครับ ” กล้าเริ่มคอตก และยอมปฏิบัติตาม แต่ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะเดินเข้าไปในลิฟต์ ซาโอริก็เริ่มฉุกคิด
“ ว่าแต่เธอมาที่นี่ได้ไง ”
กล้าหยุดอยู่กับที่ แล้วค่อยๆหันกลับมามอง แววตาดูลังเลเล็กน้อย ก่อนที่จะสารภาพความจริง
“ ตอนอยู่หน้าอาคาร ผมเห็นดาดฟ้าแห่งนี้ เลยคิดว่ามันน่าจะใช้เป็นที่ เอ่อ อ่า ”
“ หลบซ่อนได้ใช่มั้ย ” ซาโอริยืนกอดอก สีหน้าดูขึงขังจนน่ากลัว อันทำให้กล้าเริ่มตัวสั่น
“ กะ ก็ประมาณนั้นแหละครับ ”
ซาโอริจ้องกล้านิ่งๆอยู่หลายอึดใจ ดวงตาแฝงแววตำหนิอย่างชัดเจน ก่อนที่จะเปิดฉากด่า
“ นี่เธอเป็นเซนต์ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงทำตัวขี้ขลาดแบบนั้น ”
กล้าอยากบอกว่าตัวเองไม่ใช่เซนต์อาชีพ เขาแค่หลุดจากโลกปัจจุบันมาเข้าร่างเซย่า นักรบมือฉกาจระดับสังหารเทพเจ้า แต่คิดไปคิดมาก็ป่วยการอธิบาย ด้วยถ้ามีใครซักคนมาบอกว่าตัวเองคืออิกคิที่หลุดเข้าในร่างของเด็กอ่อนแอบนโลกมนุษย์ เขาก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน จึงตอบแบบเลี่ยงๆ
“ ผมแค่ไม่อยากต่อสู้น่ะครับ ไม่ได้กลัวซักหน่อย ”
“ และทำไมเธอถึงไม่อยากต่อสู้ล่ะ ไม่อยากรู้ที่อยู่ของพี่สาวแล้วเหรอ ” ซาโอริกดดันต่อ ท่าทางดุมากกว่าเก่า
“ เรื่องนั้นก็…..” กล้าไม่รู้จะพูดยังไง เพราะคำถามที่ว่าเซกะ(พี่สาวเซย่า)อยู่ที่ไหนนั้น เขาเองรู้ดีอยู่แล้ว ด้วยดูการ์ตูนเรื่องนี้มาเกินสิบครั้ง แต่เพื่อไม่ให้ซาโอริโกรธเคืองไปมากกว่า เด็กหนุ่มก็เดินคอตกเข้าไปในลิฟต์
“ เฮ้อ เลี่ยงไม่ได้ คงต้องไปสู้กับเงกิแล้วล่ะนะ หวังว่าจะพ่ายแพ้แบบไม่เจ็บตัวนัก ”
แต่ก่อนที่กล้าจะหายเข้าไปแบบเต็มตัว ซาโอริก็พลันฉุกคิดบางอย่าง ก่อนจะร้องเรียกเซนต์หนุ่มให้หยุด
“ เดี๋ยวก่อน เซย่า ”
และทันทีที่ได้ยินคำนั้น สองเท้าของกล้าก็หยุดชะงัก กายเพรียวได้ส่วนสะดุ้งโหยง คิ้วดกเข้มกระตุกแรง ขนทั่วกายลุกชูชัน ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านสันหลัง พร้อมกับความหวาดระแวงที่วิ่งพล่านไปทั่วจิตสำนึก
“ เอ๊ะ! หรือคุณหนูจะรู้ความจริงว่าเราเป็นใคร ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
