ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 148 ผู้ที่เสียสติมักไม่ยอมรับว่าตนเองเสียสติ

    Chapter 148 ผู้ที่เสียสติมักไม่ยอมรับว่าตนเองเสียสติ 


       เครื่องหมายคำถามล้านตัวปรากฏภายในหัวสายฝน พวกมันมาอยู่ในหนังสือนี้ได้อย่างไร? กระทั่งในโลกความฝันก็ยังอยู่ 


       สิ่งที่ชายหนุ่มกำลังสนใจอยู่คืออักษรสองตัวในกระดาษหน้าสุดท้าย แตกต่างจากอักษรหน้าก่อนๆ อักษรสองตัวนี้นั้นแปลกประหลาดและดูลึกลับกว่ามาก ทั่วทั้งจักรวาลคงมีไม่กี่ชีวิตที่รู้จัก หนึ่งในไม่กี่ชีวิตแน่นอนว่าต้องเป็นสายฝน 


       ชายหนุ่มผมดำรู้สึกเหมือนได้รับโชคลาภอันยิ่งใหญ่ เขารอเวลาเพื่อให้อักษรทั้งสองถูกแปล เวลาผ่านไปสองชั่วโมง ตลอดสองชั่วโมงที่ผ่านมาสายฝนจ้องอักษรประหลาดตาไม่กะพริบ เขารอดูเวลาที่มันจะถูกแปล เป็นเรื่องน่าเสียดาย การแปลอักษรใช้เวลานานกว่าที่สายฝนคิด 


       ชายหนุ่มตัดสินใจไม่อ่านหนังสือในวันนี้ เขาเอาแต่จ้องอักษรประหลาดทั้งวัน ชายชราครีเทลเห็นการกระทำของสายฝน มันพลันคิดภายในใจ ชายคนนี้อ่านหนังสือเยอะไปจนกลายเป็นบ้าแล้วหรือ? ทำไมเอาแต่จ้องตัวอักษรสองตัวนั้นทั้งวัน? อ่านออก? ชายแก่เคยอ่านหนังสือเล่มที่ชายหนุ่มผมดำอ่านมาแล้ว 


       จากประสบการณ์การอ่านหนังสือมาหลายร้อยปี แม้ว่าจะอ่านไม่ออกแต่ชายชรามีความรู้สึกเกี่ยวกับหนังสือเฉียบคม ความรู้สึกชายแก่บอกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นแค่หนังสือธรรมดาซึ่งถูกเขียนด้วยภาษาโบราณ ตามจริงหากไม่ใช่เพราะภาษาโบราณยากจะพบเจอ มันคงไม่เก็บหนังสือเล่มนี้ใว้ 


       สายฝนยังคงจ้องอักษรสองตัวไม่เลิก เวลาผ่านไปเร็วมาก ชั่วพริบตาครึ่งเดือนก็ผ่านพ้นไป สายฝนทำเพียงสิ่งเดียวในครึ่งเดือน เขาเอาแต่มองหน้าสุดท้ายของหนังสือโบราณ 


       ครั้งหนึ่งครีเทลเคยส่งพลังไปตรวจสอบสายฝน ผลปรากฏว่าเขาไม่ได้โดนคำสาปหรืออะไรทั้งนั้น เมื่อรู้คำตอบชายแก่ก็เลิกคาดเดาเหตุผลที่สายฝนเป็นเช่นนั้น สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดคงเป็นชายหนุ่มผมดำอ่านหนังสือมากจนกลายเป็นคนเสียสติ ชายชราครีเทลถอนหายใจ มันตัดสินใจถูกหรือไม่ที่ฝากความหวังใว้กับอีกฝ่าย? 


    /// 


       สายฝนไม่รู้ว่าชายชราครีเทลคิดอย่างไรกับตนเอง หากเขารู้เขาน่าจะอารมณ์เสียทันที อะไรคืออ่านจนบ้า? มันอ่านหนังสือกี่เล่มแล้วในชีวิตนี้? ถ้าสายฝนบ้า ชายแก่จะบ้ายิ่งกว่าเพราะมันอ่านหนังสือมากกว่าเขาเสียอีก 


       เวลาสามวันไหลผ่านไปด้วยความเร็วสูง เวลานี้สิ่งที่สายฝนรอมานานได้เป็นจริงเรียบร้อยแล้ว ในท้ายที่สุดอักษรประหลาดก็ถูกแปล ความหมายและอื่นๆไหลเข้าสู่หัวชายหนุ่ม บนใบหน้าสายฝนตอนนี้มีรอยยิ้มปรากฏขึ้น ได้อีกสองตัวแล้ว เหลืออีกแค่สองตัวเงื่อนไขแรกในการกลายเป็นระดับสองในโลกแห่งความเป็นจริงก็จะสำเร็จ 


       ใช่แล้ว อักษรหนึ่งคู่นั้นคืออักษรลี้ลับ อักษรที่อยู่รอบๆประตูเส้นทางโบราณ กว่าจะรู้ความหมายแต่ละตัวอักษรมันยากลำบากเหลือเกิน สายฝนไม่สามารถใช้การแปลกับอักษลี้ลับบนร่างกายได้ วิธีรู้ความหมายอักษรลี้ลับมีอยู่สองวิธี ในปัจจุบัน เขารู้เพียงแค่สองวิธีนี้เท่านั้น วิธีแรกมีคือได้รับมาจากความทรงจำและประสบการณ์ วิธีสองคือแปลอักษรลี้ลับที่ไม่ได้อยู่บนร่างกายตนเอง 


       เวลานั้นชายหนุ่มพลันครุ่นคิดบางอย่างภายในใจ เป็นไปได้ไหมว่าในห้องสมุดที่นี่จะมีอักษรลี้ลับตัวอื่นซ่อนอยู่ สายฝนเดินสำรวจภายในห้องสมุดหลายชั่วโมง ไม่มีอักษรลี้ลับอยู่ในห้องสมุดนี้อีกแล้ว คิดเช่นนี้เป็นเพราะสายฝนหาไม่เจอและความรู้สึกเขาก็บอกแบบนั้น ไม่มีทางที่สายฝนจะไม่เชื่อความรู้สึกตัวเอง 


       หลังจากวันที่ได้รู้ความหมายของอักษรลี้ลับเพิ่มอีกสองความหมาย สายฝนก็อารมณ์ดีสุดๆ เขากลับมาอ่านหนังสือห้าเล่มและเริ่มฝึกฝนอย่างจริงจังอีกครั้ง เมื่อยกระดับกลายเป็นระดับสามก็ดูเหมือนว่าเงื่อนไขจะยากขึ้นมาก สำหรับสายฝนการทำให้พลังเวทย์เต็มลูกแก้วไม่ใช่เรื่องยาก ในห้องสมุดอันกว้างใหญ่มีพลังเวทย์มหาศาลอยู่ในอากาศ 


       เงื่อนไขข้อแรกไม่ได้ยากแต่ข้อสองกับข้อสามนั้นยากโคตรๆ น่าจะใช้เวลาอีกนานกว่าจะทำตามเงื่อนไขยกระดับสำเร็จ ยิ่งระดับสูงขึ้น เงื่อนไขการยกระดับก็จะแปลกประหลาดและยากทำสำเร็จมากกว่าเดิม ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าในอนาคตเขาจะไปได้ถึงระดับไหน 


       ต้องรู้ก่อนว่าเงื่อนไขยกระดับกลายเป็นระดับสองของสายฝนแทบไม่มีทางทำตามได้ ถ้าไม่ใช่เพราะโชคชะตาที่ราวกับถูกใครบางคนควบคุมใว้เขาอาจจะไม่ได้รู้ความหมายอักษรลี้ลับเลย 


       หลายวันถัดไป ยามนี้สายฝนกำลังนั่งอ่านหนังสือ หนังสือเล่มที่เขาอ่านมีการกล่าวถึงเส้นทางเล็กน้อย เพียงแค่การกล่าวถึงเล็กๆความอยากรู้อยากเห็นของสายฝนก็เพิ่มมากขึ้น เขาจำได้ว่าในหนังสือโบราณซึ่งถูกเขียนโดยลูเวนเทียร์เองก็มีการเอ่ยถึงเส้นทาง 


       สายฝนไม่อาจทนความสงสัยต่อไปได้ เขาปิดหนังสือจากนั้นก็ออจจากห้องสมุด เขาถามสาวรับใช้หนึ่งคำถาม ได้รับคำตอบแล้วชายหนุ่มพลันมุ่งหน้าเดินไปยังบ้านฟีซิเลีย สาวรับใช้บอกกับเขาว่าชายชราครีเทลไปบ้านฟีซิเลีย ซึ่งสายฝนไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ชายแก่จะไปหาหลานสาวของมัน 


       ใช้เวลาไม่นานสายฝนก็อยู่ตรงหน้าบ้านฟีซิเลีย เนื่องจากเขามีความแข็งแกร่งระดับสามจึงไม่แปลกที่จะถึงอย่างรวดเร็ว


       “ท่าน… ท่าน” ยามรักษาความปลอดภัยซึ่งจริงๆไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ตกใจกลัวเมื่อเห็นร่างสายฝนปรากฏตรงหน้ากะทันหัน


       “นายเป็นยามจริงใช่มั้ยเนี่ย?” สายฝนมองยามและกล่าวออกไป หากเขาเป็นเจ้าของบ้านเขาจะไม่มีทางจ้างยามแบบนี้แน่ พวกมันไม่ต่างจากตัวประกอบเกรดอีในนิยาย ไม่มีความสามารถมากพอป้องกันผู้บุกรุก 


       “...” ยามเงียบ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

       ชายหนุ่มผมดำไม่สนใจยามอีกต่อไป เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปภายในบ้าน ยามไม่ได้ห้าม มันรู้ดีอีกฝ่ายเป็นใคร ชายหนุ่มผู้นี้มานอนที่นี่เป็นประจำ ฝ่ายตรงข้ามน่าจะมีความสัมพันธ์อันดีกับนายท่าน บางทีอาจเป็นลูกชายที่นายท่านซ่อนมาหลายปี หรือไม่ก็ลูกเขย ‘คงเป็นอย่างหลังมากกว่า’ ยามคาดเดา 


    /// 


       บ้านฟีซิเลียมีขนาดใหญ่มาก อาจจะเท่ากับคฤหาสน์ชายชราครีเทลก็ได้ จะเรียกบ้านฟีซิเลียว่าเป็นคฤหาสน์ก็สามารถทำได้ สายฝนไม่ค่อยคุ้นเคยเส้นทางในบ้านสักเท่าไหร่แต่เขารู้ว่าห้องฟีซิเลียไปทางไหน เมื่ออยู่เบื้องหน้าห้องเด็กสาวฟีซิเลียเขาพลันได้ยินเสียงของเธอ 


       ด้วยระดับสามของเขาเป็นเรื่องง่ายที่จะได้ยินเสียงในระยะไม่ไกล สายฝนใช้มือเคาะประตูจนเกิดเสียงขึ้น ต่อจากเสียงเคาะประตูเป็นเสียงซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ “ท่านเข้ามาเถอะ” โดยไม่มีความลังเลชายหนุ่มเปิดประตูและเข้าไปในห้องทันที นี่เป็นครั้งแรกที่สายฝนได้เข้ามาในห้องฟีซิเลียทว่าเขากลับไม่ได้แสดงอาการใดๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สายฝนข้าห้องนอนผู้หญิง 


       “โอ้! เจ้าหายเป็นบ้าแล้วหรือ?” ชายชราครีเทลจ้องสายฝนซึ่งเพิ่งเข้ามาราวกับจ้องคนเสียสติ มันเอ่ยขึ้นด้วยนํ้าเสียงประหลาดใจ สายฝนพลันรู้สึกไม่สบอารมณ์ ใครคือคนบ้ากัน? เขาเป็นคนจิตใจปกติธรรมดา 


       “ฉันไม่ได้เป็นบ้า คุณอย่าใส่ร้ายฉัน” สายฝนกล่าวสวนกลับ เขาอยากจะทำให้ชายแก่นี่หุบปากแต่น่าเสียดาย ความแข็งแกร่งเขาไม่เพียงพอ ชายหนุ่มทำได้เพียงพูดกลับไปเท่านั้น 


       “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าดูเหมือนบ้ามากกว่าเดิม?” ชายชราครีเทลถาม 


       “ยังไง?” 


       ชายชราตอบในวินาทีต่อไป “เจ้ามองอักษรที่อ่านไม่ออกสองตัวทั้งวันและทุกวัน นี่ไม่เรียกไม่เสียสติแล้วจะเรียกว่าอย่างไร? ข้ายิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อได้ยินคำกล่าวของเจ้าเมื่อครู่ ผู้ที่เสียสติมักไม่ยอมรับว่าตัวเองเสียสติ” 


       “...” สายฝนกล่าวสิ่งใดไม่ได้แม้แต่น้อย เขาอ้าปากเล็กน้อยราวกับกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าวินาทีถัดมาเขาก็ปิดปากไป 


       “...” เด็กสาวมองสายฝนแปลกๆ ความมั่นใจในตนเองเพิ่มขึ้นหลายเท่า ไม่ใช่ว่าเธอไม่สวย ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีเสน่ห์ สาเหตุที่สายฝนไม่สนใจเธอเป็นเพราะเขาสติไม่ดีแน่ๆ ไม่งั้นเขาจะไม่สนใจเด็กสาวที่น่ารักอย่างเธอได้อย่างไร?