ชั้นบนสุดของตึกซินซู่ความเงียบงันปกคลุมทั้งห้องโถง
ในตอนนั้นทุกคนเบิกตากว้างอ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
แชมป์มวยเผิงกวงเป็นคนที่สร้างหมัดเพื่อฆ่าหมีตายแต่คาดไม่ถึงว่าหมัดของเขาในวันนี้จะไม่ได้สร้างแรงกดดันอะไรให้กับเด็กหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆที่มีรูปร่างผอมแห้งเลย?
“นี่… นี่มันเรื่องล้อเล่นบ้าอะไรกัน?” ผู้นำหน่วยย่อยทั้งสองคนหันมามองหน้ากันและพวกเขาสามารถเห็นความตื่นตระหนกจากแววตาของอีกฝ่ายได้
ไม่ใช่หลักวิทยาศาสตร์!
ไม่มีหลักวิทยาศาสตร์เลย!
ซูฮ่าวมีรูปร่างผอมแห้งอ่อนแอแต่เขากลับสามารถรับพลังหมัดอันหนักหน่วงของเผิงกวงได้อย่างง่ายดาย?
ต่อให้เป็นชายรูปร่างแข็งแรงกำยำหลังจากโดนหมัดของเผิงกวงแล้วก็ต้องถอยหลังไปหลายก้าว ง่ามมือชาหนึบ
ส่วนหวางเฉิงเทียนนั้นส่ายหน้าไปมาอย่างอดไม่ได้
ถ้าซูฮ่าวเป็นเพียงแค่คนธรรมดาเกรงว่าแขนของเขาคงจะพิการเพราะหมัดของเผิงกวงไปแล้ว
แต่น่าเสียดายมากที่ซูฮ่าวไม่ใช่คนธรรมดาแต่ด้วยร่างกายของยอดฝีมือระดับเซียนเทียน แม้ว่าเขาจะรับหมัดของเผิงกวงโดยตรงแต่ก็แทบจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย
“เป็น… เป็นไปไม่ได้!” เผิงกวงมองมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาเหมือนกับฟ้าผ่าลงกลางศีรษะตอนกลางวันและเหมือนกับมีคนเอาน้ำเย็นมาสาดเขาทำให้ร่างกายของเขานั้นชาหนึบไปทั้งตัว
เขามั่นใจในพลังหมัดของตนเองเป็นอย่างมากแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะจงใจเก็บพลังบางส่วนเอาไว้เพื่อไม่ให้โจมตีซูฮ่าวรุนแรงเกินไปจนถึงขั้นพิการแต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะรับหมัดนี้ได้อย่างง่ายดาย
นี่เขาใช้พลังน้อยเกินไปหรือว่าอีกฝ่ายใช้เล่ห์กลอะไรกันแน่?
“อ่อนแอเกินไปแล้ว” บนใบหน้าของซูฮ่าวมีประกายผิดหวัง แล้วพูดขึ้นมาเสียงเรียบ “ออกแรงให้เต็มกำลัง แล้วตั้งสมาธิกับมันหน่อย”
เย่อหยิ่งอวดดี
นี่คือความรู้สึกหลังจากที่ซูฮ่าวพูดประโยคนั้นออกมา!
เมื่อมองไปยังใบหน้าที่เหยียดหยามของซูฮ่าวหางตาของเผิงกวงก็กระตุกขึ้นมา ริมฝีปากของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวแม้กระทั่งใบหน้าก็ยังมืดครึ้ม
ในฐานะที่เขาเป็นแชมป์มวยคาดไม่ถึงเลยว่าจะถูกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่งดูถูกแบบนี้?
ทันใดนั้นความอับอายระคนโกรธก็จุกอกจนทำให้เขาสูญเสียสมาธิไป
“ฟิ้ว!”
เผิงกวงประสานมือทั้งสองข้างเส้นเลือดสีเขียวปูดโปน จากนั้นเขาก็ทุบลงไปที่ศีรษะของซูฮ่าวอย่างแรงโดยไม่ลังเล
ครั้งนี้เขาไม่ได้ยั้งมือเขาตั้งใจจะกำจัดซูฮ่าวให้สิ้นซาก
ซูฮ่าวมีสีหน้าเรียบเฉยและยืนอยู่ที่เดิมไม่เคลื่อนไหว
สายตาของเขาจดจ้องไปที่มือของเผิงกวงที่ฟาดลงมาในตอนนั้นเขาก็เบี่ยงตัวจนสามารถหลบการโจมตีได้ทันเวลา
เมื่อทุกคนเห็นท่าฟาดของเผิงกวงสัมผัสลงที่เสื้อผ้าของซูฮ่าวแต่ไม่สามารถสัมผัสร่างกายของเขาได้ และตรงไปที่พื้นที่ว่างด้านข้างแทน
ความเร็วจากท่าฟาดทำให้เกิดลมพัดแล้วทำให้ผมของซูฮ่าวยุ่งเหยิงไปในทันทีแต่ลมนั้นไม่ได้บดบังแววตาอันสดใส
“พลังไม่เลวเลยแต่ยังช้าไปมาก หมัดที่ต่อยไม่โดนคนมันก็ไร้ประโยชน์”
“บะ… บ้าที่สุด!” เผิงกวงได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็แดงซ่านขึ้นมาทันที
เขากัดฟันกรอดสองมือกำแน่นเป็นกำปั้น จากนั้นเขาก็รัวหมัดใส่ซูฮ่าวหากอีกฝ่ายไม่ตายเขาจะไม่เลิกรา
แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าเขาจะเกลียดแค้นซูฮ่าวมากแค่ไหน หรือต้องการระบายความโกรธมากเท่าใรแต่ซูฮ่าวก็สามารถหลบเลี่ยงหมัดของเขาได้อย่างแม่นยำราวกับเครื่องจักรกล
หลังจากเขาต่อยไปได้สักพักหมัดของเขาก็ไม่สามารถสัมผัสได้แม้กระทั่งชายเสื้อของซูฮ่าวเลย
“นี่… นี่มันเป็นไปไม่ได้ฉันจะแพ้ให้กับขยะอย่างนายได้อย่างไร!” ดวงตาของเผิงกวงแดงก่ำหน้าผากมีเหงื่อผุดพราย
เขาจ้องซูฮ่าวที่อยู่ตรงหน้าตาเขม็งจนดวงตาแทบจะถลนออกมา
แม้จะอยู่ในระยะใกล้ขนาดนี้ แต่กลับไม่มีหมัดไหนที่สามารถโดนตัวซูฮ่าวได้เลยทำให้เขารู้สึกว่าซูฮ่าวสามารถคาดเดาวิถีหมัดของเขาได้ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นซูฮ่าวจึงสามารถหลบหมัดได้ทุกครั้ง
ทันใดนั้นเสียงของหวางเฉิงเทียนก็ดังแทรกขึ้นมา “เผิงกวงคุณซูได้ยั้งมือไว้ไมตรีให้นายแล้ว นายก็ควรพอได้แล้ว”
“ยั้งมือไว้ไมตรี?” เผิงกวงรู้สึกอัปยศอดสู เขาพูดขึ้นด้วยโทสะว่า “พี่จะประชดฉัน เพราะฉันไม่สามารถเอาชนะไอ้ขี้ขลาดที่เอาแต่หลบอย่างนั้นได้หรือ?”
“นายดูที่เท้าของคุณซูสิ” หวางเฉิงเทียนถอนหายใจออกมา แล้วชี้นิ้วไปที่เท้าของซูฮ่าว
ร่างกายของเผิงกวงสั่นสะท้านแล้วเบี่ยงสายตากลับไปมอง รูม่านตาหดเล็กลง
แม้ว่าเขาจะโจมตีไปหลายสิบหมัดแต่เท้าของซูฮ่าว… ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย?
เมื่อทุกคนเห็นดังนั้นก็สูดลมหายใจเย็นๆ อย่างอดไม่ได้
หากหวางเฉิงเทียนไม่ได้กล่าวเตือนเผิงกวงพวกเขาก็ไม่อยากจะเชื่อว่าซูฮ่าวจะสามารถหลบหมัดของเผิงกวงได้โดยไม่ขยับปลายเท้าเลย
ชายคนนี้ดูเหมือนอายุยี่สิบต้นๆแต่เหมือนว่าเขาจะไม่ใช่คนธรรมดาเลย
“แกมันสมควรตายยกโทษให้ไม่ได้เด็ดขาด!” ที่ซูฮ่าวอ่อนข้อให้เช่นนี้ทำให้เผิงกวงมีสีหน้าย่ำแย่อย่างมาก
ในตอนนั้นเขารู้สึกเสียหน้ามากเพราะมีคนยืนมองอยู่โดยรอบ
ความอัปยศอดสูที่รุนแรงทำให้จิตสังหารของเขาพวยพุ่งมากขึ้น วินาทีต่อมาเขาก็ดึงกริชออกมาจากที่ซ่อนตรงเอวก่อนแทงไปที่หน้าอกของซูฮ่าวด้วยความเร็วดุจสายฟ้า
เขาต้องการสังหารซูฮ่าว!
สังหารคนที่ทำให้เขาต้องเสียหน้า!
“เผิงกวง!” เมื่อเห็นดังนั้นทุกคนก็รู้สึกตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี
มีดอยู่ห่างจากเป้าหมายในระยะศูนย์ถ้าซูฮ่าวหลบไม่ได้ จุดจบของเขาคือความตาย
ร้ายดีอย่างไรซูฮ่าวคนนี้ก็เป็นคนที่หวางเฉิงเทียนเชิญมาแต่เผิงกวงลงมือโหดเหี้ยมเช่นนี้ มันจะต้องเป็นการยั่วโมโหหวางเฉิงเทียนแน่นอน
แต่ใครจะรู้ว่า หวางเฉิงเทียนไม่มีความคิดที่จะหยุดยั้งเผิงกวงเลยแม้แต่น้อยเขาแค่ยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบ ก่อนมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความเงียบงันท่าทีเฉยเมยอย่างมาก
ทุกคนตกตะลึงจนนิ่งค้าง
หรือหวางเฉิงเทียนไม่กลัวว่าซูฮ่าวจะถูกเผิงกวงแทงจนตายหรือ?
ในทางกลับกันเมื่อซูฮ่าวเผชิญหน้ากับมีดเล่มนี้ เขาก็ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นมาแล้วปล่อยพลังแห่งความมืดไปเท่านั้น
“เป๊าะ!”
ภายใต้การโจมตีของพลังแห่งความมืดกริชของเผิงกวงที่ยังไม่ทันได้แทงเข้ามาหาเขาก็หักเป็นสองท่อนแล้วหล่นลงพื้นในทันที
เผิงกวงถือกริชอีกครึ่งหนึ่งเอาไว้ในมือเขาตกใจมากราวกับถูกฟ้าผ่า ผมชี้ตั้งขึ้นเหมือนถูกความเย็นเข้าครอบงำสมองที่สับสนขาวโพลนราวกับกระดาษเปล่า
หักกริชด้วยการดีดนิ้ว?
ล้อเล่นอะไรกันอยู่!
เขายังไม่ทันได้ตอบสนองซูฮ่าวก็ยกเท้าถีบ
“โครม!”
การโจมตีที่รุนแรงราวกับระเบิดเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบเผิงกวงถูกถีบจนตัวลอยกระเด็นออกไป หลังจากเขาหมุนตัวกลางอากาศสองรอบตัวเขาก็กระแทกลงพื้นอย่างแรง ทำให้ห้องโถงสั่นสะเทือน
ทันใดนั้นเองทั่วทั้งร่างกายของเผิงกวงก็เต็มไปด้วยเลือดกลิ่นคาวเลือดฉุนจมูก
ซูฮ่าวเหลือบสายตามองเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะคริสตัลอีกครั้งด้วยสีหน้าเฉยเมยเหมือนไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
ภายในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบ
หลังจากผ่านไปสักพักเสียงถอนหายใจเฮือกก็ดังขึ้นภายในชั้นบนสุดของตึก
ทุกคนกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบากแล้วขยี้ตาตัวเองอย่างอดไม่ได้ พวกเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลย
เผิงกวงนอนสลบอยู่บนพื้น
กริชถูกหักเป็นสองท่อน
ภาพเหตุการณ์นั้นทำให้พวกเขาทุกคนรู้สึกเหมือนถูกเอาไม้มาทุบสมองหัวใจเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง
แข็งแกร่งมาก!
เดิมทีเผิงกวงและซูฮ่าวก็อยู่คนละชั้น!
“พี่กวง!” เหล่าลูกน้องที่อยู่ด้านข้างเห็นเผิงกวงถูกซูฮ่าวเตะจนสลบลงไปที่พื้นพวกเขาก็รีบเข้ามาพยุงในทันที
ส่วนผู้นำหน่วยย่อยอีกสองคนต่างหันมามองหน้ากันบนใบหน้าของพวกเขามีความหวาดกลัวฉายชัดอยู่
คาดไม่ถึงว่าลูกเตะของซูฮ่าวนั้นจะทำให้หน้าอกของเผิงกวงยุบลงไปรอยฟกช้ำทั่วตัว อีกทั้งยังสามารถเห็นกระดูกสีขาวที่แทงทะลุเนื้อออกมาอีก
เขาต้องมีพละกำลังเท่าไรถึงจะสามารถสร้างบาดแผลได้รุนแรงขนาดนี้?
ในตอนนั้นพวกเขาก็รู้สึกหวาดกลัวซูฮ่าวอย่างถึงขีดสุด
“เด็กแซ่ซูลูกเตะของนายนี้รุนแรงเกินไปแล้ว พี่กวงแค่ลองทดสอบฝีมือของนายแล้วทำไมนายต้องลงมือหนักขนาดนี้ด้วย?” ลูกน้องของเผิงกวงคนหนึ่งมองซูฮ่าวด้วยสายตาโกรธแค้นแล้วกำหมัดแน่น
“ฉันยังไม่ได้ใช้แรงหนึ่งในสิบเลยด้วยซ้ำจะหาว่าฉันลงมือหนักได้อย่างไร?” ซูฮ่าวพูดด้วยสีหน้าราบเรียบ “ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่เขามีความสามารถไม่พอ แม้กระทั่งลูกเตะเบาๆของฉันก็ยังไม่สามารถรับได้”
“แม่มันเถอะจะรังแกกันเกินไปแล้ว!” เมื่อลูกน้องของเผิงกวงได้ยินดังนั้นเขาก็คว้าเก้าอี้แล้วโยนไปทางซูฮ่าวอย่างแรง
เขาติดตามเผิงกวงมาหลายปีอีกฝ่ายปฏิบัติต่อเขาเป็นเหมือนพี่น้อง เมื่อเห็นเผิงกวงมีสภาพแบบนี้แล้วจะให้เขาอดทนได้อย่างไร
“หนวกหู!” ซูฮ่าวหรี่ตาลงแล้วยกมือขึ้น พลังแห่งความมืดพาดผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
ภายในชั่วพริบตาเก้าอี้ที่ลูกน้องคนนั้นถือก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงในทันที
ใบหน้าของเขามีคราบเลือดไหลเป็นทางเลือดสดๆ ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องจนทำให้พื้นเปียกชุ่ม
เขาเสียวสันหลังวาบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เขาเหมือนกับหุ่นเชิดที่ถูกตัดสายตัวของเขายืนนิ่งค้างอยู่เช่นนั้น ใบหน้าซีดขาวยืนอยู่ตรงนั้นไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ แผ่นหลังเปียกชุ่มเพราะเหงื่อเย็นๆ
เพียงแค่สายลมพัดโชยเบาๆเขาก็ตกใจจนรีบถอยหลังไปสามสี่ก้าว ในตอนแรกใบหน้าซีดขาวต่อมาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
เมื่อครู่นี้เหมือนเขาได้ยินเสียงเพรียกหาจากความตายถ้าซูฮ่าวไม่หยุดมือได้ทันเวลา เช่นนั้นร่างกายของเขาก็คงจะแหลกละเอียดเหมือนกับเก้าอี้ตัวนั้นแล้ว
“ยังมีปัญหาอะไรอีกหรือเปล่า?” ซูฮ่าวไม่สนใจลูกน้องคนนั้น ใบหน้าของเขาไร้คลื่นอารมณ์
เขาพูดด้วยเสียงไม่ดัง แต่ทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกขนหัวลุก
ลูกน้องคนนั้นหันมองเศษเก้าอี้ที่อยู่บนพื้นและลูบคราบเลือดบนใบหน้าของตนเอง เขาพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองก่อนจะลากร่างของเผิงกวงไปด้านข้าง แต่เขาไม่กล้าพูดอะไรอีกแล้ว และยิ่งไม่กล้าสบตากับซูฮ่าวตรงๆด้วย
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ตัวสั่นสะท้านไปพร้อมกันเมื่อมองไปทางใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มของซูฮ่าว พวกเขาก็รู้สึกว่ามีเพียงแค่ปีศาจเท่านั้นที่สามารถยิ้มออกมาอย่างไร้ความผิดเช่นนี้ได้
ในตอนนั้นพวกเขาก็ไม่กล้าสงสัยในความแข็งแกร่งของซูฮ่าวอีกต่อไปแล้ว
“ยังมีใครที่อยากออกความเห็นอีกไหม?” ซูฮ่าวกวาดสายตาไปโดยรอบ สีหน้ายังคงราบเรียบเช่นเดิม
ทันทีที่สิ้นเสียงห้องโถงนี้ก็เงียบราวกับป่าช้า แม้กระทั่งเข็มตกก็ยังได้ยิน
ทุกคนก้มหน้าก้มตาด้วยความรู้สึกผิดเหมือนไม่ได้ยินประโยคคำถามของซูฮ่าว
การเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของทุกคนตกอยู่ในสายตาของซูฮ่าวทั้งหมดใบหน้าของเขาไร้คลื่นอารมณ์ เหมือนกับเขาไม่เห็นเรื่องเหล่านี้อยู่ในสายตาเลย
จากนั้นเขาก็หันไปมองผู้นำหน่วยย่อยสองคนที่เหลือแล้วถามขึ้นอย่างเชื่องช้าว่า “ฉันนึกขึ้นมาได้พอดีว่าเหมือนพวกนายจะไม่ยอมรับฉัน…”
“ไม่ๆ ๆคุณซูเข้าใจผิดแล้ว ก่อนหน้านี้พวกเรามีตาแต่ไร้แวว ไม่รู้ความสูงของภูเขาไท่ซานหวังว่าคุณจะไม่ถือสานะครับ” ทั้งสองคนตัวสั่นงันงกแล้วค่อยๆ หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาพร้อมดื่มให้กับซูฮ่าวเพื่อเป็นการขอโทษ
สามารถฆ่าคนได้ด้วยการยกมือแค่มองก็ทำให้ผู้คนหวาดกลัว
ยอดฝีมือระดับนี้ไม่ใช่คนที่พวกเขาสามารถยั่วโมโหได้!
ซูฮ่าวเห็นดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างเงียบๆ แล้วหลับตาลงเพื่อพักผ่อน
หวางเฉิงเทียนที่ยืนอยู่ด้านหลังเมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมา
เขารู้ดีว่าหากแสดงความแข็งแกร่งต่อหน้าคนเหล่านี้ฐานะของซูฮ่าวภายในใจคนเหล่านี้จะไม่มีทางสั่นคลอนเด็ดขาด
หากตอนนี้มีคนคัดค้านไม่ให้ซูฮ่าวเข้าร่วมการแข่งขันในสัปดาห์หน้าทุกคนก็น่าจะเป็นเดือดเป็นร้อนพร้อมกับเขาแล้ว
เขาหันมามองทางซูฮ่าวแล้วก็รู้สึกปล่อยวางขึ้นมา
ท่ามกลางความสงบยังรู้สึกเย่อหยิ่งท่ามกลางความบ้าคลั่งยังรู้สึกมั่นใจในตัวเอง
นี่สิคือยอดฝีมือที่แท้จริง!