จากนั้นไทก้าจึงได้ยกสองนิ้วขึ้นช้าๆ ก่อนจะมีแสงสีเหลืองปรากฏขึ้นมาครู่หนึ่ง และหยุดลง
วิ้ง!
"ธาตุแสงงั้นหรือ?"
"เป็นธาตุพิเศษจริงๆ"
ทั้งบีและคิลล์ต่างมองไปยังไทก้าด้วยความตกตะลึง ไทก้านั้นไม่ได้บอกเกี่ยวกับธาตุแห่งเวลาเพิ่มเติม เพราะเพียงเท่านี้ทั้งสองก็ตกตะลึงเป็นอย่างมากแล้ว
"แล้วธาตุของเจ้าเป็นอย่างไรเช่นนั้นหรือ แล้วเหตุใดเจ้าถึงต้องปิดบังไม่ให้คนอื่นๆรู้ด้วยเล่า?"ไทก้าเห็นทั้งสองคนตกอยู่ในความตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จึงหันไปถามคิลล์
เมื่อคิลล์ตั้งสติได้ จึงค่อยๆ ตอบไทก้าออกไป" อืม พลังธาตุของข้านั้นจะใช้ยากนิดหน่อยหน่ะ อย่างที่เจ้าเห็นตอนที่ข้าประลองกับบีก่อนหน้านี้ ธาตุมืดของข้ามีพลังในการดูดอาคมเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้ใช้อาคมได้ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดของเวลาในการใช้อาคมอยู่"
"เป็นเช่นนี้เอง ถึงว่าเหตุใดข้าถึงใช้อาคมไม่ได้ระยะหนึ่งในตอนที่ประลองกับเจ้า"บีที่นึกขึ้นได้ก็กล่าวขึ้นทั้งยังพยักหน้าเล็กน้อย
"นี่คงจะเป็นเหตุผลที่เจ้าเลือกที่จะประลองในช่วงเวลาค่ำด้วยล่ะสินะ"ไทก้าเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าเหตุผลที่คิลล์เลือกประลองในเวลาค่ำเพราะไม่ต้องการให้ใครเห็นตอนที่ตนใช้อาคมนั่นเอง
"อืม ใช่ แต่ว่าอีกเหตุผลที่ข้าต้องปิดบังไม่ให้ใครรู้นั้นเป็นเพราะว่า ธาตุของข้านั้นมีองค์กรหนึ่งต้องการอยู่ ตระกูลของข้าต้องคอยหลบซ่อนเนื่องจากการตามล่าขององค์กรนี้ที่ต้องการพลังของธาตุความมืด"คิลล์กล่าวขึ้นเบาๆ ด้วยความจริงจัง ในตอนนี้คิลล์ไม่ลังเลที่จะกล่าวเรื่องนี้ออกมา เพราะคิลล์มองว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่เชื่อใจได้
"คิลล์ องค์กรที่เจ้าว่า ใช่องค์กรที่มีชื่อว่าองค์กรมืดใช่รึไม่"ไทก้าที่ได้ยินเรื่องราวที่คิลล์เล่าออกมานั้นกลับนึกถึงองค์กรมืดที่คอยทำแต่สิ่งชั่วร้ายขึ้นมา
"ใช่แล้ว เจ้ารู้ได้อย่างไร?"คิลล์หันมองไปยังไทก้าและถามขึ้นด้วยความสงสัยทันที
"เพราะข้าได้ยินมาว่าองค์กรมืดนั้นทำแต่สิ่งที่ตรงข้ามกับการปกป้องมนุษย์และความดี อีกอย่างองค์กรมืดก็ยังเป็นศัตรูที่ข้าต้องจัดการให้ได้เช่นกัน"ไทก้ากล่าวทั้งยังกำหมัดแน่น
คิลล์มองไปยังไทก้าครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้น"เช่นนั้นข้ากับเจ้าไม่เพียงแต่เป็นเพื่อนกันเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายเดียวกันอีกด้วย"
"อื้อ เรามาตั้งใจฝึกให้แข็งแกร่งขึ้นและหาทางจัดการองค์กรนี้กันเถอะ คิลล์"กล่าวจบไทก้าจึงยื่นหมัดไปด้านหน้า
คิลล์กำหมัดชกไปที่หมัดของไทก้าเพื่อตอบรับในทันที
ตึง!
"ได้"
"นี่พวกเจ้า ลืมข้าไปแล้วงั้นเหรอ ข้าก็เป็นเพื่อนพวกเจ้าเหมือนกันนะ"บีกล่าวขึ้นก่อนจะชกหมัดไปแตะที่หมัดของทั้งสองคนบ้าง จากนั้นจึงกล่าวต่อ"ศัตรูของพวกเจ้าก็คือศัตรูของข้าเช่นกัน"
ทั้งสามคนต่างจ้องมองกันด้วยความเชื่อมั่น ก่อนที่ไทก้าจะหันไปด้านข้างแล้วกล่าวขึ้น
"แล้วเจ้าล่ะ?"
"...?"
ทั้งสองคนต่างหันไปมองในทิศทางที่ไทก้าหันไปและพบกับริวที่กำลังยืนยกตำราปิดหน้าอยู่ใกล้ๆ อย่างเงียบๆ
"นี่เจ้ารู้ด้วยเหรอว่าข้าอยู่ตรงนี้" ริวเอาตำราที่ใช้บังหน้าลง
"จริงๆ แล้วคิลล์เป็นคนเห็นเจ้าก่อนหน่ะ และบอกพวกเราอีกที ทั้งเสื้อผ้า สีผม เจ้าดูไม่ได้เด่นเลยสักกระติ๊ดด มันเลยทำให้เราเจอเจ้ายากหน่ะ"ไทก้ากล่าวขึ้นด้วยเสียงสูงเล็กน้อยในเชิงประชด
ก่อนหน้านี้คิลล์เห็นว่าริวอยู่ที่หอตำราแห่งนี้ก่อนแล้ว จึงได้บอกไทก้าและบีไป ไทก้าได้บอกให้ทั้งสองคนรอดูไปก่อน ดูเหมือนว่าริวกำลังใช้สมาธิในการอ่านตำราอาคมอะไรสักอย่าง แต่เมื่อริวเห็นทั้งสามคนในภายหลังจึงได้ใช้ตำราปิดหน้า และคอยมองดูไกลๆ เป็นระยะๆ ทั้งยังค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ๆ กับพวกไทก้าทั้งสามคนทีละนิดๆ อีกด้วย ซึ่งไทก้าก็เห็นท่าทางของริวอยู่ตลอดแต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
"ฮ่าๆ ที่แท้พวกเจ้าก็รู้อยู่ก่อนแล้วนี่เอง อืม ข้าเองก็เป็นเพื่อนของพวกเจ้าเช่นกันนะ ทำไมเห็นข้าแล้วไม่ทักทายกันบ้างเล่า"ริวกล่าวขึ้นทั้งยังใช้ศอกสกิดไปที่ไทก้าเบาๆ
"ก็ข้าเห็นเจ้าท่าทางลับๆ ล่อๆ ก็เลยรอดูว่าเจ้ากำลังทำอะไรที่นี่กันแน่"ไทก้ากล่าวขึ้นทั้งยังหัวเราะเบาๆ
"ข้าก็มาหาตำราอาคมเพื่อเตรียมรับมือประลองกับเจ้ารอบหน้ายังไงเล่า เฮ้อ โทษทีที่ข้าแอบฟังละกัน แต่ว่าหากข้าจะบอกเรื่องธาตุของข้ากับพวกเจ้าตอนนี้จะทันรึป่าวเนี่ย"ริวกล่าวขึ้นทั้งยังเกาหัวเบาๆ แม้ว่าริวจะมีความเก่งกาจเป็นอย่างมาก แต่ริวนั้นกับเป็นคนที่ซื่อตรงและตามเลห์เหลี่ยมของคนไม่ค่อยจะทัน ทั้งยังโดนไทก้าหลอกแล้วหลอกอีก
"เรื่องนั้นพวกเรารู้อยู่แล้ว เจ้าเป็นธาตุพิเศษ ที่เป็นธาตุไม้"ไทก้ากล่าวขึ้นด้วยท่าทางสบายๆ
"แต่ว่าข้าก็มีธาตุอื่นที่ยังใช้ได้อีกนะ คือธาตุน้ำ และดิน"ริวรีบกล่าวเสริมทั้งยังยืดอกขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทางภูมิใจ
"เรื่องนั้นพวกเราก็รู้แล้ว ก่อนที่ไทก้ากับเจ้าจะประลองกัน ข้ากับคิลล์ไปลองหาข้อมูลเจ้ามาก่อนแล้ว ฮ่าๆ"บีกล่าวเสริมขึ้น
"ห๊ะ "ริวอุทานขึ้นด้วยความตกใจเล็กน้อยที่ศิษย์ระดับกลางรู้เรื่องของเขาด้วย ก่อนที่จะกล่าวต่อพร้อมถอนหายใจ"เฮ้อ ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าพวกเจ้าจะมีความแค้นอะไรกับองค์กรมืด แต่ว่าข้าเองก็เป็นเพื่อนของพวกเจ้า และอีกอย่างข้านั้นก็เกลียดพวกคนไม่ดีด้วย เช่นนั้นข้าเองก็จะฝึกให้แข็งแกร่งขึ้นไปพร้อมพวกเจ้าเช่นกัน และจัดการองค์กรมืดนี้ด้วย แม้ว่าตอนนี้ข้าจะมีระดับพลังเหนือพวกเจ้าอยู่แล้วก็ตาม ฮ่าๆ"
"ถึงเจ้าจะเก่ง แต่เจ้าก็แพ้ให้กับไทก้านี่น่า ฮ่าๆ"คิลล์กล่าวขึ้นทั้งยัวหัวเราะพร้อมกับบี
"นั่นมันเป็นแผนของเจ้าไทก้าต่างหาก คอยดูหากพวกเจ้าระดับพลังเท่าข้าเมื่อไหร่ ข้าจะท้าประลองให้หมดเลย"ริวกล่าวทั้งยังเชิดหน้าเล็กน้อย
"ฮ่าๆ "
ทั้งสี่คนต่างหัวเราะออกมาทั้งยังพูดคุยกันในเรื่องต่างๆ ก่อนจะเริ่มทำการหาอาคมและท่วงท่ากันต่อ
สำหรับไทก้านั้นแม้ว่าตอนนี้เขาจะต้องการกลับไปยังโลกโน้นมากเพียงใด แต่กำลังของเขาเองก็ยังไม่พอ ทั้งยังมีสิ่งที่ต้องทำหลายอย่าง ในตอนแรกเขาไม่ได้คิดที่จะมีเพื่อนหรือผูกมิตรกับคนที่นี่แม้แต่น้อย แต่เมื่อได้อยู่กับเหล่าเพื่อนๆ ทำให้เขารู้สึกว่าอยากจะเห็นหลายๆ สิ่งในโลกนี้มากขึ้นและเดินทางไปกับเหล่าเพื่อนๆ ของเขา ส่วนบีนั้นโดดเดี่ยวมาตั้งแต่แรก แต่เมื่อพบกับไทก้า ไทก้าได้สอนให้เขาฝึกร่างกายอย่างหนักนั่นจึงช่วยให้เขาพัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้คิลล์ได้ทำการปกปิดตัวตนมาโดยตลอด ทำให้คนรอบข้างต่างมองเขาว่าเป็นคนที่ไร้ค่า แต่เมื่อไทก้าเป็นคนแรกที่ยอมรับในตัวเขาทั้งที่รู้ว่าเขาไม่สามารถใช้อาคมใดๆได้เลย คิลล์จึงไม่ลังเลที่จะเปิดเผยพลังของตนเองอีกต่อไป เพราะตอนนี้เขานั้นเชื่อมั่นในตัวเพื่อนของเขาอย่างแท้จริง การอยู่กับไทก้านั้นแม้ว่าเขาจะเพิ่งรู้จักกับไทก้า แต่ไทก้านั้นกับเป็นคนที่ดูน่าเชื่อถือ ทั้งยังพึ่งพาได้อีกด้วย ในตอนนี้การที่ได้เห็นไทก้ามีพลังที่แตกต่างจากคนอื่นแต่ยังไม่ยอมอวดโอ่งหรือกร่างไปทั่วเหมือนศิษย์ทั่วไป ยิ่งทำให้คิลล์นับถือไทก้ามากยิ่งขึ้น
โดยปกติแล้วริวนั้นเป็นคนที่ชอบเก็บตัวอยู่ตลอดเวลา และไม่ค่อยได้พูดคุยกับใครเท่าใดนัก แต่เมื่อได้พบกับพวกไทก้า เขาได้รู้สึกว่ายิ่งได้อยู่กับพวกไทก้าแล้วกับมีแต่ความสนุก และสิ่งแปลกใหม่สำหรับเขาอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าในตอนนี้เขาจะเป็นศิษย์ฝ่ายในแต่กลับไม่มีเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว ส่วนมาคนที่เขามาติดต่อกับเขาล้วนแต่หวังพึ่งในความเก่งกาจของเขา และสาเหตุส่วนใหญ่ที่เขาไม่มีเพื่อนนั้นมาจากศิษย์ฝ่ายในต่างแก่งแย่งชิงดีกันตลอดเวลา ทั้งยังท้าประลองกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งต่างจากพวกไทก้าที่จะร่วมกันฝึกและพัฒนาไปด้วยกัน ก่อนหน้านี้ริวต่างคิดว่าการมีพลังที่เหนือกว่าผู้อื่นจะสามารถทำให้ผู้อื่นเคารพยำเกรงได้ แต่เมื่อได้ประลองกับไทก้า ทำให้ริวนั้นมีความคิดที่ต่างออกไปจากเดิมเป็นอย่างมาก แม้ว่าไทก้าจะเอาชนะริวด้วยแผนการก็ตาม แต่นั่นก็พิสูจน์แล้วว่ากลยุทธสำคัญกว่ากำลังมากเพียงใด จึงทำให้ริวนั้นยอมรับความพ่ายแพ้ให้กับไทก้าอย่างแท้จริง
ในขณะที่ทั้งสี่คนต่างแยกย้ายกันหาตำราอยู่นั้น กลับมีคนกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นมายังชั้นสามของหอตำราอาคมและพบกับบีเข้า
"หึๆ เจ้าคนไร้ประโยชน์ นี่เจ้ามาทำอะไรที่นี่กัน"ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มกล่าวขึ้น
"เรย์ งั้นรึ นี่มันเรื่องของข้า"กล่าวจบบีก็พยายามเดินหนีจากกลุ่มนั้น แต่เมื่อลูกน้องของเรย์เห็นเข้าจึงรีบวิ่งไปดักทางไว้ทันที
"พวกเจ้าต้องการอะไรงั้นหรือ"บีกล่าวขึ้นทั้งยังมองไปทางเรย์ที่ยืนหัวเราะอยู่
"พอดีข้ามาหาตำราอาคมดีๆ สักเล่มแต่กลับเจอเจ้าก่อน ข้าเลยจะขอดูตำราที่อยู่ในมือเจ้าซะหน่อย"เรย์กล่าวตอบ
"ฝันไปเถอะ"กล่าวจบบีก็พยายามเดินหลบออกไป
"จับมันเอาไว้"เรย์ที่ต้องการจะเอาตำราที่อยู่ในมือของบีให้ได้ จึงได้สั่งให้ลูกน้องจับบีเอาไว้
หมับ!
บีไม่มีทางเลือกจึงได้ปลดปล่อยพลังออกมาและผลักลูกน้องคนหนึ่งของเรย์ออกไป
ตึง!
"อย่ามายุ่งกับข้า"บีกล่าวขึ้นหลังจากที่ผลักลูกน้องของเรย์
"ที่แท้ก็พลังเพิ่มขึ้นมานี่เอง แต่อย่าคิดว่ามีแค่เจ้าเท่านั้นที่พลังเพิ่มขึ้นนะ พวกเราแสดงพลังให้เจ้าคนไร้ประโยชน์นี่ดูหน่อยซิ"หลังจากกล่าวจบเรย์และลูกน้องอีกสี่คนก็ปลดปล่อยพลังจิตออกมาทันที
ย่าห์!
ระดับพลังของเรย์และลูกน้องในตอนนี้ต่างอยู่ที่จิตระดับห้ากันหลายคน ทั้งยังมีศิษย์ที่เป็นศิษย์ฝ่ายในอยู่อีกด้วย ซึ่งบีก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเรย์ถึงมีลูกน้องที่เป็นศิษย์ฝ่ายในอยู่ด้วย ทำให้เกิดแรงกดดันรอบตัวบีเป็นอย่างมาก
แต่ในขณะที่เรย์และลูกน้องกำลังปลดปล่อยพลังเพื่อกดดันบีอยู่นั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังของเรย์ ทั้งที่เรย์และลูกน้องต่างไม่มีใครรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
"หมาหมู่อย่างพวกเจ้านี่น่าสนใจดีนี่น่า" คิลล์ที่อยู่ๆ โผล่มาอยู่ด้านหลังของเรย์กล่าวขึ้นทั้งยังหัวเราะเบาๆ
เรย์ที่เพิ่งจะรู้ตัวเข้าจึงได้หันกลับและรีบถอยออกมาอย่างรวดเร็ว
ฟุ่บ
ก่อนจะคิดว่าเจ้านี่เป็นใครกัน ทำไมถึงได้เร็วอะไรเช่นนี้ จึงได้กล่าวถามออกไป
"แกเป็นใคร"
คิลล์นั้นไม่ได้ตอบกลับอะไรทำเพียงส่งยิ้มให้เบาๆ ก่อนจะมีอีกเสียงตอบกลับมาทั้งคนที่พูดกลับยืนอยู่ใกล้ๆ กับบี ทั้งที่คนรอบๆ ต่างไม่รู้เช่นกันว่าเจ้านี่อีกคนโผล่มาตอนไหนกัน
"พวกเราก็เป็นเพื่อนบียังไงล่ะ"ไทก้าตอบกลับทั้งยังใช้มืออีกข้างจับลูกน้องของเรย์ที่อยู่ใกล้กับบีเอาไว้หนึ่งคนด้วย
"แก เจ้าไทก้า แกก็อยู่ที่นี่ด้วยงั้นรึ"เรย์เมื่อเห็นไทก้าจึงได้กล่าวขึ้นทั้งยังกำหมัดเล็กน้อย แต่ก่อนที่ความตกใจรอบด้านจะคลายไป กับมีอีกเสียงดังขึ้นไม่ไกลจากที่ทุกคนยืนอยู่
"พวกเจ้านี่ช่างกล้าหาญกันจริงๆ ถึงกลับกล้าปลดปล่อยพลังกดดันเพื่อนของข้าอย่างนั้นหรือ ดูเหมือนจะไม่รักชีวิตกันแล้วนะ"
เมื่อเรย์และลูกน้องได้ยินเข้าต่างมองไปทางต้นเสียงทั้งยังมีท่าทีตกใจเป็นอย่างมากก่อนจะมีศิษย์ฝ่ายในที่เป็นลูกน้องของเรย์คนหนึ่งอุทานขึ้น
"ละ ลูกพี่ริว"
"ลูกพี่ พวกเราแค่ทำตามคำสั่งของเจ้านี่เท่านั้นนะขอรับ"ลูกน้องของเรย์คนหนึ่งกล่าวขึ้นทั้งยังมองไปทางริว
"นี่เจ้าขอยืมคนของข้ามาทำกร่างแบบนี้งั้นหรือ ไหนเจ้าบอกว่าจะไปจัดการพวกคนไม่ดีไง"ริวกล่าวขึ้นด้วยความโมโหทั้งยังมองไปยังเรย์ที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่
".....? "
ทั้งไทก้า บี และคิลล์ ต่างตกอยู่ในความสับสน ลูกพี่งั้นรึ คนของริว?