Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 45


    “นายใหญ่ครับ ผมอธิบายได้ครับ ผู้หญิงคนนี้ที่เป็นเพื่อนของนายเดินมาบอกกับผมว่า.....” ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร ป๊อปที่พึ่งรู้ว่าตัวเองได้ปล่อยออกมาเกือบทั้งเล้า เธอจึงเดินเข้ามาอยู่ข้างๆกับนที และควงแขนของนที ก่อนจะเอยออกมาว่า “ที เราไม่รู้เลยว่าผับนี้เป็นของที ลูกน้องทีตามมาจีบเรา ถึงขนาดเดินตามไปเราไปยังห้องน้ำเพื่อแอบดูเราเลยนะ เรากลัวมาก เราบอกว่าเรามีคนที่ชอบอยู่แล้วเขาก็ไม่ฟัง เขาบอกว่าใครหน้าไหนเป็นคนที่เราชอบ เขาจะตามมาเครียร์เอง ...” จากนั้นน้ำตาเธอเริ่มที่จะไหลออกมาจากการอินกับบทละครมากเกินไป แล้วเธอก็พูดขึ้นมาต่อว่า “เราขอโทษนะที่ทำให้เรื่องมันวุ่นวาย เราไม่รู้ว่าเราจะพึ่งให้ใคร หรือขอความช่วยเหลือจากใครได้อีกแล้ว โต๊ะเราก็มีแต่ผู้หญิงตัวเล็กๆกันแค่สามคน เราเห็นว่าโต๊ะของทีมีแต่ผู้ชายกันอยู่สามคน และเป็นแค่สามคนที่เรารู้จัก ก็เลยชี้มาทางที แต่เราไม่คิดเลยว่าเขาจะตามมาหาเรื่องทีถึงโต๊ะขนาดนี้” เธอเริ่มบีบน้ำตาแล้วหันไปซบที่แขนของนที ในตอนนี้บรรยากาศที่โต๊ะมันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย พนักงานต้อนรับเริ่มที่กลัวขึ้นมาภายในจิตใจ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้พาเข้ามาเจอเรื่องอะไรที่มันซวยมากๆขนาดนี้ ถ้านายใหญ่ของเขาเป็นแค่คนธรรมดาเขาจะไม่ว่าอะไรเลย อย่างมากก็แค่ตาย แต่กับนายใหญ่คนนี้แล้วมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณ เขาจะไม่กลัวได้อย่างไงละ จริงไม ส่วนทางด้านของสองหน่อเพื่อนรัก จากงงๆกับเรื่องราวที่ป๊อปได้อธิบายรอบแรก และกำลังจะเตรียมบวกถ้ามันคุยไม่รู้เรื่อง ก็กลายมาเป็นตลึงตกใจที่ไอ่ทีมันเป็นเจ้าของผับแห่งนี้ มันเป็นเรื่องที่จะต้องได้รับคำอธิบายจากมันอีกที แต่เมื่อพวกเขากำลังสงสัยก็กลับกลายเปลี่ยนความรู้สึกอีกครั้ง เมื่อป๊อปได้แสดงละครสองหน้ากับเหตุการณ์ทั้งหมด พวกเขาได้แต่มองหน้ากัน และมันก็เป็นที่รู้กันว่าผู้หญิงคนนี้มันสตอเก่ง และคงด้านเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ไม่สิของโลกเลยก็ว่าได้ ขนาดในหนังหรือละครไทยบางเรื่องที่ว่าน้ำเน่าแล้ว ยังสู้ยัยป๊อปคนนี้ไม่ได้เลย พวกเขาได้แต่หวังให้ไอ่ทีมันจะไม่โง่ทำอะไรที่เกินเลยไปกับลูกน้องของมัน จากนั้นพวกเขาหันกับมาสนใจที่นทีเป็นตาเดียวก่อนที่นทีมันจะเอยขึ้นมาว่า “ไหนนายลองเล่ามาให้ฉันเข้าใจหน่อยสิ ว่านี้มันเรื่องอะไรกัน นายรู้ใช่ไมว่าโกหกฉันมันจะเกิดอะไรขึ้น” นทีขู่ไปเล็กน้อย เพราะเขารู้ว่าลูกน้องของเขาทุกคนไม่สามารถพูดโกหกได้ ถ้าโกหกแม้แต่คำเดียว พวกเขาจะถือว่าไม่สื่อสัตย์ และมันจะทำให้พวกเขาดับศูนย์ได้เลย “รับครับนายใหญ่.........” พนักงานคนนี้เล่าตั้งแต่ป๊อปมาขอความช่วยเหลือ หรือแม้กระทั้งจะเป็นเรื่องที่เขาคิดจะกินเสือสาวนี้อีกด้วย และสุดท้ายเขาได้ขอโทษในความไม่รู้ของเขา ซึ่งนทีก็ดูปฏิกิริยาของลูกน้องคนนี้ไปด้วย และพบว่าเขาพูดความจริงเพราะมันไม่มีอาการอะไรที่แสดงออกมาเลย ป๊อปที่เห็นว่านทีที่ดูเหมือนจะเชื่อลูกน้องคนนี้มากกว่าเธอ เธอจึงเอยขึ้นมาอีกครั้ง “ทีอย่าเชื่อมันนะ มันโกหกทีก็เห็นๆอยู่ พวกนายสองคนก็เห็นใช่ไมละ หะๆว่าไงกันละ” เธอที่พยายามเป่าหูแล้วหาแนวร่วม ซึ่งทั้งสองคนที่ป๊อปเอยถึงก็ได้แต่คิดอยู่ในใจ ‘โห้ช่างกล้าช่างหนาอะไรอย่างนี้ นั้นหน้าหรือปูนซีเมน บอกว่าปูนซีเมน ปูนซีเมนยังต้องยอมเลยมั้งกับความหนานี้ ยัยนี้สตอเบอร์แหลจริงๆนั้นแหละ’ และความคิดนี้นทีก็คิด ถึงเขาจะดูซื่อๆในเรื่องผู้หญิงแต่เหตุการณ์นี้เด็กอนุบาลก็ยังดูออกเลย แต่ก็ช่างมันเถอะ นทีคิดว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรจึงเอยกับพนักงานคนนั้นว่า “นายกลับไปทำงานได้แล้ว ฉันไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่ เธอเองก็ด้วยให้มันผ่านๆไป และไม่ต้องกลัวนะว่าลูกน้องของฉันจะทำอะไรเธอ ฉันจะคอยดูให้อีกที ไปแยกย้าย” “ครับนายใหญ่” จากนั้นชายคนนั้นก็กลับไปทำงานของเขาต่อไป นทีเองก็กลับมานั่งที่เก้าอี้แล้วดื่มกับเพื่อนของเขาต่อทิ้งให้ป๊อปที่ยื่นไม่สบอารมณ์อยู่ตรงนั้น ป๊อปเธอก็เดินกลับไปที่โต๊ะด้วยความไม่พอใจ ทีนี้แผนไหนๆมันก็คงไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะยังไงมันก็ไม่ได้ผล กลับมาที่โต๊ะของนทีหลังจากที่ป๊อปเธอเดินกลับไป นนท์กับพีคที่กำลังสงสัยเรื่องของผับแห่งนี้ เมื่อก่อนเทาที่พวกเขารู้ ว่าผับแห่งนี้มันเป็นของนัท แล้วตอนนี้มันกลายมาเป็นของนทีได้ยังไง “แกคงต้องเล่าให้พวกข้าฟังแล้วละ” นนท์เปิดประเด็นก่อนเลย “พวกแกอย่างรู้อะไรละ” นทีเอยถามกลับ ทั้งสองมองหน้ากันก็จะคิดว่าเรื่องมาขนาดนี้จะต้องให้ถามอีกหรือไงกัน ก่อนที่พีคมันเอยขึ้นมาว่า “แกก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าพวกข้า อยากได้คำอธิบายเรื่องนี้” นทีที่ยิ้มขึ้นพร้อมกับหยิบแก้วออกมาหมุนวนๆน้ำในแก้ว ก่อนจะถามต่อว่า “พวกแกอยากรู้ความจริง หรือเรื่องที่แต่งขึ้นมาเองละ” “ถ้าแกยังเห็นว่าพวกข้าเป็นเพื่อนแกก็บอกมาตรงๆ ขอความจริงเน้นๆ” ทั้งสองเอยขึ้นพร้อมกันและไม่คิดว่าทั้งสองจะพูดออกมามันคือประโยคเดียวกัน นี่สินะเพื่อนสนิทจนเรียกได้ว่าเพื่อนตาย “ถ้าเรื่องที่แต่งข้าก็คงต้องบอกว่า ไอ่นัทมันขอชื้อแฟนของข้าด้วยผับแห่งนี้ แล้วข้าก็คงต้องบีบน้ำตาเล่าความเท็จออกไป แต่ถ้าพวกแกอยากฟังเรื่องจริงงั้นข้าก็คงต้องบอกว่า ข้าก็แค่มันและครอบครัวของมันทั้งหมด แล้วบังคับพ่อมันโอนธุรกิจให้เป็นชื่อข้าละมั้ง” ท่าทางในการเล่าของนทีมันดูเป็นธรรมชาติเป็นอย่างมาก เห็นกับเหตุการณ์นี้มันก็แค่เหยียบเท้ากันแล้วก็ขอโทษกันไป เรื่องทั้งหมดก็จบง่ายๆ แต่เหมือนพวกเพื่อนๆจะสับสนกับคนพูดของนที “โถ่ว..ข้าก็นึกว่าแกฆ่ามัน ฮ่าๆๆ” พีคที่เมาแล้วเหมือนจะยินอะไรผิดไป ก็หัวเราะออกมาอย่างดัง แต่กับนนท์แล้วมันไม่ใช่ เขาสะกิตพีคแล้วก็เอยออกมา “ไอ่พีค ไอ่ทีมันบอกว่ามันฆ่าไอ่นัทเว้ย” “ข้าได้ยินแล้วเว้ย ข้าว่าต้องเป็นมุกมันอย่างแน่นอน อย่างไอ่ทีเนี่ยจะฆ่าคน ฮ่าๆ” ก่อนที่นนท์จะคิดวามันก็จริง แล้วก็หัวเราะด้วยอีกคน แต่พวกเขาก็เริ่มที่จะไม่ตลกหลังจากเห็นหน้าไอ่ทีที่ดูนิ่งๆไป ก่อนที่พีคจะถามกลับไปว่า “เรื่องจริง? เรื่องตอนนี้จบแล้ว จงค้างกันต่อไป”