“ทำอย่างไรจะเข้าไปได้” หอสมุดถูกปิดยามดึก จะเปิดอีกครั้งเมื่อรุ่งเช้าที่พระอาทิตย์ขึ้น ทั้งสองยังเป็เพียงนักเรียน เวทมนตร์พรางตัวใช้ไม่ได้กับบรรณารักษ์ และผู้เฝ้าหอสมุด ทั้งคู่ซ่อนตัวอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ แสงสว่างบนหอสมุด บ่งบอกว่าบรรณารักษ์ยังทำงานอยู่
“พรุ่งนี้ หอสมุดจะปิดเร็ว พวกบรรณารักษ์จะไปรับเหล่าเทพที่มาเยือน น่าจะปลอดคน” คนผอมแตะไหล่คนอ้วน
“พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่ กลับกันเถอะ”
“อือ” ทั้งคู่ย่องถอยกลับไป
วรกานต์นอนกระสับกระส่าย อยากให้เช้าโดยเร็ว นางวางแผนไว้ในใจแล้ว พรุ่งนี้นางจะซ่อนตัวอยู่ที่นั่น แต่นางจะเข้าไปยังห้องเก็บสมบัติอย่างไร สถานที่แห่งนั้นใช่ว่าจะเข้าไปก็เข้าไปได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ ั้แ่นางมาอยู่ที่นี่ ก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ที่ได้เข้าห้องนั้นก็ตอนอาจารย์พาไปทัศนศึกษา หญิงสาวนอนกัดเล็บขบคิด
“ไม่ง่ายเลยๆ” สาวน้อยถอนใจเฮือกใหญ่
“…!…..” น้ำนิ่งหมุนวน ตีวงกระจายออกไปเป็วงกว้าง ณ ทะเลสาบกลางหุบเขา บริเวณนี้เหล่าเทพใช้เป็ทางสัญจรสู่เมืองบาดาล ม่านประตูเมืองบาดาลกำลังจะเปิด แสงวิบวับบนท้องฟ้าส่องประกายเจิดจ้า พระจันทร์ดวงใหญ่สองดวงประกบ ร่างเหล่าเทพ อาบรัศมีรอบกายแสงสีแตกต่างกันตามระดับชั้นเผยกายขึ้น
“พวกเขามากันแล้ว” ชาวบาดาลมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายังดวงรัศมีที่ส่องประกาย เหล่าอาจารย์และศิษย์รวมถึงชาวบาดาลยืนรอต้อนรับคณะเทพ ร้องขึ้น ในบรรดาผู้มาต้อนรับมีร่างอ้วนของกุ้งน้อยน้ำเค็มรวมอยู่ด้วย…
ขณะที่ร่างเล็กของวรกานต์คลานไปยังประตูบานใหญ่ มีแสงขาวนวลสว่างตาเล็ดลอดออกมา ภายในหอสมุดไม่น่าจะมีใครอยู่แล้ว นางหลบหลังเสาวูบหนึ่งเมื่อประตูศิลาเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวงดงามนางหนึ่ง เ้าหน้าที่บรรณารักษ์ ใช่หรือไม่ แสงสีนวลสาดเข้าหน้าวรกานต์จนต้องหลี่ตามอง
หญิงสาวคนนั้นหายไปแต่ประตูยังเปิดอยู่
์เข้าข้างคนดีแล้ว สาวน้อยกระหยิ่มใจ ออกจากที่ซ่อนวิ่งหายเข้าห้องนั้นไป
ไม่ช้านางก็ยืนอยู่ตรงหน้าแท่นวางรองเท้ากินรี แสงสีเงินยวงอาบไร้อัญมณี หญิงสาวยกมือเรียว ยื่นปลายนิ้วไปแตะ
“ตุ้บ” เพียงเท่านั้นรองเท้าก็ล่วงสู่พื้นวางแทบเท้าน้อยๆ
“อะไรจะง่ายดายเพียงนี้” วรกานต์อุทานในใจ ง่ายดายเกินไป