ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 208 มหาปราชญ์เฟิง

หนึ่งในหัวหน้ากลุ่มผู้มีหน้าที่เคลื่อนย้าย ตะโกนสั่งเสียงดังพลางจ้องมองโลกมิติขนาดเล็กที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างช้าๆเข้าสู่กล่องกลไกสี่เหลี่ยมชนิดหนึ่ง

ซึ่งน่าจะเป็นอุปกรณ์ที่พวกมันเตรียมไว้อย่างพิถีพิถันกล่องนั้นเรืองแสงสลัวๆ คล้ายกับกำลังเตรียมพร้อมดูดกลืนสิ่งที่กำลังเข้ามา

ทุกสายตาจับจ้องไปที่โลกมิติลูกเล็กที่ทั้งกำลังถูกบีบอัดและเคลื่อนย้ายออกไปอย่างช้าๆเกิดเป็นความเสียใจและเศร้าหมอง

โลกมิติที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันประลองความเร็วของอาณานิคมและเป็นสิ่งสูงค่าของเมืองฝั่งตะวันตกกำลังจะถูกพรากจากไป

ในแต่ละวินาทีที่ผ่านไป เหล่าผู้ใช้พลังกลับได้แต่มองและไม่สามารถทำอะไรได้เลย

การกระทำครั้งนี้ของกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้เตรียมการและวางแผนไว้อย่างแยบยล

ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ กลุ่มคนระดับหัวหน้าตระกูลและที่ปรึกษาผู้ใกล้ชิดต่างเฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยความวิตกกังวลไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

 พวกเขาหันไปมองรองเจ้าอาณานิคมซึ่งยืนสงบเงียบอยู่ด้านข้างท่าทีของรองเจ้าอาณานิคมกลับดูผ่อนคลายเกินกว่าที่ควรจะเป็นในสถานการณ์เช่นนี้

"ท่านอ๋องขอรับ...!  พวกเราควรทำอย่างไรต่อไปดี?"

ที่ปรึกษาใกล้ชิดถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลเขาคาดหวังคำสั่งหรือแผนการบางอย่างที่จะแก้ไขวิกฤตครั้งนี้

แต่รองเจ้าอาณานิคมกลับไม่ได้ตอบในทันทีเขาเพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น ราวกับรอคอยบางสิ่งบางอย่าง สายตาจับจ้องไปยังกลุ่มก่อการร้ายด้านล่าง

ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน เส้นผมของเขาปลิวไหวเบาๆก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นช้าๆ และเอ่ยคำพูดเพียงไม่กี่คำออกมา

"มาแล้ว...!"

ทันใดนั้นเอง อากาศโดยรอบพลันบิดเบี้ยวราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างกระชากมันให้แหวกออกท้องฟ้าซึ่งเคยนิ่งสงบเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

สายลมพัดกระจายไปทั่วอาณาบริเวณก่อนที่มวลอากาศจะถูกแหวกออกอย่างกะทันหัน เป็นเส้นทางสู่มิติที่ไม่อาจคาดเดาได้

และจากรอยแยกของอากาศนั้น ปรากฏร่างของชายชราผู้หนึ่งชายชราผู้นั้นแม้จะมีอายุที่ล่วงเลยไปไกลแต่กลับมีรูปลักษณ์ที่สง่างามเหนือคำบรรยายเส้นผมและหนวดเคราของเขายาวเป็นสีขาวดุจหิมะดวงตาเปล่งประกายปัญญาและอำนาจอันลึกล้ำผิวพรรณยังคงเปล่งปลั่งราวกับแสงแห่งดวงอาทิตย์ ร่างของเขายืนสง่าเหนือทุกสรรพสิ่งเสมือนกับว่ามิตินี้สยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา

ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังชายชราผู้มาใหม่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ราวกับเวลาทั้งหมดหยุดนิ่งลงเพื่อยอมรับการปรากฏตัวของเขาความเงียบเข้าครอบงำชั่วขณะ ก่อนที่เสียงกระซิบเบาๆ ของที่ปรึกษาจะดังขึ้นอีกครั้ง

"มหาปราชญ์เฟิง?"

ทุกย่างก้าวของเขาดูแผ่วเบาราวกับสายลมที่พัดผ่านทว่าภายในนั้นกลับเต็มไปด้วยพลังอันมหาศาลที่ไม่อาจมองข้ามได้

มหาปราชญ์เฟิงหนึ่งในเจ็ดมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณานิคมก้าวออกมาจากมิติรอยแยกด้วยท่าทีสงบนิ่งและแฝงด้วยอำนาจลึกลับ ร่างสูงสง่าของเขาเปล่งประกายจางๆภายใต้แสงสว่างจากฟากฟ้า

ทันทีที่มหาปราชญ์เฟิงปรากฏตัวพลังงานบางอย่างก็พลันแผ่ออกไปทั่วทั้งสนามพื้นดินและอากาศโดยรอบต่างสั่นสะเทือนเล็กน้อยก่อนที่จะสงบลงเมื่อชายชราสะบัดมือเบาๆ ฟองอากาศบางๆ แต่เปล่งประกายแสงนวลตาก็ปรากฏขึ้นคลอบคลุมทุกอัฒจันทร์รอบสนามอย่างแม่นยำและรวดเร็ว

“ฟุบ...!”  “ฟุบ...!”

ฟองอากาศเหล่านั้นดูเหมือนจะบางเบาและอ่อนนุ่มทว่าภายในกลับซ่อนเร้นพลังการป้องกันอันมหาศาลที่สามารถกดพลังระเบิดทุกชนิดไว้ได้ราวกับถูกแช่แข็งอากาศรอบสนามที่เคยอัดแน่นไปด้วยพลังคุกคามของการโจมตีพลันเงียบสงบลงราวกับว่ามหาปราชญ์ได้ลบล้างทุกการเคลื่อนไหวอันตรายไปในพริบตา

มหาปราชญ์เฟิงกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยสายตาเฉียบคมดวงตาทอประกายเรืองรองของเขาจับจ้องไปที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายเบื้องล่าง มือยกขึ้นอย่างแผ่วเบา

“ฟู่!”

ฟองอากาศบางๆปรากฏขึ้นรอบกายก่อนจะลอยออกไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วเหนือความคาดหมายมันเคลื่อนที่ไปราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านความว่างเปล่า

มุ่งหน้าเข้าคลอบคลุมกลุ่มผู้ก่อการร้ายเพื่อกักขังพวกเขาไว้ในอาณาเขตแห่งพลัง

แต่ก่อนที่ฟองอากาศเหล่านั้นจะทันได้ปกคลุม

“ครืนนน!”

พลังแห่งความมืดอันหนาวเหน็บพลันแผ่ขยายออกจากตัวชายหนุ่มในชุดดำโบราณอำนาจลี้ลับนั้นกัดกร่อนฟองอากาศของมหาปราชญ์เฟิง จนทำให้มันแตกสลายไปกลางอากาศในพริบตากลุ่มควันสีดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นเบื้องหน้า และชายหนุ่มลอยตัวขึ้นไปในอากาศประจันหน้ากับมหาปราชญ์อย่างไม่เกรงกลัว

ชายหนุ่มที่มีผมสีดำขลับสวมชุดคลุมดำโบราณดวงตาสีแดงทอประกายเรืองรองร่างกายที่บอบบางนั้นแฝงไปด้วยพลังอำนาจมืดที่น่าเกรงขาม

มหาปราชญ์เฟิงมองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนปนสงสัยเขาเพ่งพินิจอย่าง

ละเอียดลออก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตระหนก

"รูปร่างแบบนี้… ใช่ท่านพี่ยู่เทียนหรือไม่?"

ชายหนุ่มเพียงยิ้มอย่างเย็นชา ไม่ได้ตอบคำถามตรงๆแต่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความทุกข์ระทมที่แฝงอยู่ลึกๆมหาปราชญ์เฟิงยังคงมองด้วยแววตาที่ไม่อาจซ่อนความเจ็บปวดไว้ได้

เขารู้ดีว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเขาอาจจะเป็นคนสำคัญในอดีตที่ถูกความมืดครอบงำไปแล้ว

ท่ามกลางความเงียบสงบที่บีบรัดราวกับห้วงอากาศทั้งหมดถูกตรึงไว้ดวงตาเขายังคงจับจ้องไปที่ชายหนุ่มซึ่งลอยตัวอยู่เบื้องหน้าความสงสัยและความเจ็บปวดสะท้อนอยู่ในแววตา ริมฝีปากบางของมหาปราชญ์ค่อยๆ ขยับเอ่ยพูด

"เจ้าคืออีกาตนนั้น....!”


คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน