เมื่อเด็กหนุ่มได้ยินได้ฟังตัวมันถึงกับขนหัวลุกมันจะต้องเป็นบุคคลเช่นไรกันที่สามารถทำให้คนทั่วทั้งโลกรู้สึกเกียจเข้าไส้ได้เช่นนี้ถึงแม้ว่าเซย์รินจะรู้จักกับเซอร์ชาได้ไม่นานนัก แต่มันก็สามารถคาดเดาได้ไม่ยากว่าด้วยลักษณะนิสัยของมันที่เหี้ยมโหดผิดมนุษย์เช่นนี้มันคงไปสร้างวีรกรรมไว้มากมายในยามนี้นั้นพลังของเซย์รินนั้นยังน้อยจนเกินไปที่จะไปต่อกรกับบุคคลชั้นนำของโลกได้
“ตัวท่านนั้นช่างมีพรสวรรค์ในการหาเรื่องผู้คนยิ่งนักข้าไม่เคยคิดว่าก่อนเลยว่าจะมีบุคคลเช่นนี้อยู่ภายในโลกใบนี้ด้วยไม่ทราบว่าเป็นวาสนาหรือมันเป็นคราวเคราะห์ของข้ากันที่ได้เป็นผู้สืบทอดของท่าน”เซย์รินพูดด้วยท่าทางเหนื่อยใจแต่ถึงมันจะเป็นอย่างนั้นมันก็รักและเคารพในตัวเซอร์ชาเพราะคนผู้นี้ถึงกับยอมเสียสละพลังของตนให้แก่มัน มันก็ไม่แปลกที่เด็กหนุ่มจะมีความรู้สึกดีๆให้กับบุคคลที่มีความโหดเหี้ยมราวกับปีศาจเช่นนี้ถึงแม้มันจะพบเจอกับสถานะการณ์ที่โหดร้ายแต่มันก็นับว่ามันเป็นประสบการณ์ที่มีค่าอย่างแท้จริงมันได้รู้ซึ่งถึงความไร้พลังของตนเองหากเป็นสถานการณ์จริงมันอาจจะไม่สามารถปกป้องบุคคลที่มันรักได้เลย
“ฮ่า ฮ่าข้าจะถือไว้ว่ามันคือคำชมก็แล้วกันเจ้าหนุ่มไอ้พวกโง่ที่กล้ามายั่วโทสะข้าพวกมันล้วนไม่มีจุดจบที่ดีนักไม่ว่ามันผู้นั้นมันจะยิ่งใหญ่มาจากไหนข้าก็หาได้เกรงกลัวพวกมัน”
นิสัยของเซอร์ชานั้นก็มีความคล้ายคลึงเซย์รินอยู่บ้างตรงที่ว่ามีนิสัยไม่ยอมคนแต่เรื่องความโหดร้ายป่าเถื่อนเด็กหนุ่มยังห่างไกลจากมันมากนัก
“เจ้าหนุ่มข้าคงมีเวลาที่อยู่บนโลกใบนี้ได้อีกไม่นานนักดวงจิตของข้าก็คงจะสูญสลายไป ข้ารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้เจ้าเป็นผู้สืบทอดในภายภาคหน้าหากตัวเจ้านั้นมีพลังที่เข้มแข็งขึ้นก็อย่าได้ทะนงตัวเป็นอันขาดไม่เช่นนั้นแล้วตัวเจ้านั้นจะมีจุดจบเช่นดังข้าที่พ่ายแพ้ให้กับชนชั้นสวะ”
“ตัวข้านั้นจะไม่ทะนงตัวเป็นอันขาดข้าขอขอบคุณจากใจจริงสำหรับคำเตือนของท่านข้าจะต้องไม่ทำให้ท่านต้องรู้สึกผิดหวังที่ท่านเลือกข้าเป็นผู้สืบทอด”
“ไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกให้ได้นะเซย์รินข้าเชื่อว่าเจ้าต้องทำได้”เมื่อสิ้นสุดคำพูดสุดท้ายของเซอร์ชาเกิดประกายแสงสีแดงเจิดจ้าอันร้อนแรงร่องรอยไปสู่ฟากฟ้าอันแสนไกลมันยังไม่ถึงเวลาที่จิตวิญญาณของมันนั้นจะสูญสลายหายไปแต่ตัวมันนั้นเลือกที่จะดับสลายดวงจิตของตนเอง ไม่มีเรื่องราวอันใดที่มันจะรู้สึกเป็นห่วงอีกแล้วความปรารถนาของมันเป็นจริงแล้วมันไม่จำเป็นที่จะรั้งอยู่อีกมันเชื่อว่าเซย์รินจะต้องสร้างตำนานบทใหม่ที่ยอดเยี่ยมกว่าตำนานของมัน
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังอาจารย์เพียงหนึ่งเดียวของข้าสักวันนึงข้าจะต้องไปยื่นอยู่บนจุดสูงสุดของโลกให้จงได้ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าท่านจะโหดร้ายกับคืนอื่นแม้แต่กับตัวท่านเองก็ยังโหดร้ายด้วย”
คนทุกคนล้วนหวาดกลัวต่อความตายแม้แต่ผู้ที่ตายไปแล้วก็เช่นกันมันก็ยังมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่แต่
เซอร์ชานั้นกับไม่เป็นเช่นนั้นมันกับที่จะกล้าดับดวงจิตของตนเองราวกับชีวิตของมันนั้นเป็นของเล่นความคิดของมันช่างเรียบง่ายดวงจิตของมันกำลังอ่อนแอลงอยู่ทุกชั่วขณะ สู้มันยอมดับดวงจิตวิญญาณของมันด้วยตนเองเสียยังดีกว่ายังมีเกียรติกว่ากันเยอะ
“คงมีคนไม่กี่คนบนโลกที่มีความกล้าบ้าบิ่นเช่นนี้”หลังการจากไปไม่นานของเซอร์ชาเด็กหนุ่มก็เตรียมตัวที่จะเดินทางไปสู่ชั้นถัดไปซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายจากคำบอกเหล่าของมันนั้นที่ชั้นสุดท้ายมันคือห้องเก็บสมบัติของราชาแห่งพิษและมันก็เป็นทางออกไปสู่โลกภายนอกด้วย
หวืด หวืด หวืด
ในตอนนี้นั้นเซย์รินเดินทางผ่านประตูมิมันได้ส่งเขามายังที่ชั้นสุดท้ายและจากการมาของเด็กหนุ่มแสงไฟจากตะเกียงมันก็ค่อยๆส่องสว่างไปทีละดวงมันทำให้เด็กหนุ่มสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบ ที่นี่มันถือว่าเป็นคลังสมบัติขนาดใหญ่ยักษ์อย่างแท้จริงมีทรัพย์สินมีค่ามากมายกองเป็นภูเขา ต่อให้มันใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยก็ไม่มีวันหมด
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าของเด็กหนุ่มนั้นมันเต็มไปด้วยกองภูเขามหาสมบัติแต่ละชิ้นนั้นราคายากที่จะประเมินอย่างแท้จริงความเก่าแก่ของพวกมันนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะราชาแห่งพิษนั้นมันคือตัวตนที่อยู่ภายในยุคสมัยหลายปีก่อนแสงสีทองช่างเหลืองอร่ามบาทตายิ่งนัก มันระยิบระยับเต็มสว่างไสวเต็มไปหมดด้วยจำนวนที่มีทรัพย์สมบัติเป็นจำนวนมหาศาลกองราวกับเป็นภูเขาอยู่ตรงหน้าไอ้เพียงแค่แหวนมิติมันคงไม่เพียงพอเป็นแน่เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจนำภูเขามหาสมบัติพวกนี้ย้ายไปที่ภายในมิติโลกเสมือน
หวืด หวืด หวืด เพียงพริบตาเดียวสถานที่แห่งนี้มันกลับกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าและในขณะเดียวกันที่มิติโลกเสมือนทรัพย์สมบัติเป็นจำนวนมหาศาลถูกส่งตรงมายังที่นี่
“เหวอ..เหวอ…อะไรกันนี่สมบัติขนาดนี้ใช้กี่ปีกี่ชาติก็คงไม่หมด รวยแล้วข้ารวยแล้ว”กัสในยามนี้ตัวมันที่อยู่ภายในมิติโลกเสมือนเพื่อดูแลเจ้าเด็กน้อยมันเห็นภาพภูเขาสมบัติตรงหน้ามันถึงกับตาโตเท่าไข่ห่าน ตัวมันนั้นทั้งเกิดความโลภและก็เกิดความปิติยินดีไปในตัวนั้นก็เป็นเพราะว่าการที่มีภูเขาสมบัติส่งมายังสถานที่แห่งนี้นั้นนั่นก็หมายความว่าเซย์รินผู้เป็นนายของมันนั้นปลอดภัยดีแถมยังสามารถเก็บเกี่ยวได้ผลกำไรเป็นจำนวนมหาศาลแล้วจะไม่ให้มันรู้สึกตื่นเต้นยินดีได้อย่างไร
ทางด้านเซย์รินเองหลังจากที่มันเก็บกวาดจนหมดสิ้นแล้วมันได้ทำการเดินสำรวจบริเวณโดยรอบและมันก็ได้พบกับข้อความขนาดใหญ่ที่ถูกขีดเขียนไว้บนกำแพงที่สูงใหญ่พร้อมไม่ใกล้ไกลนี้ยังพบหนังสือทักษะอะไรบางอย่างอยู่แต่เด็กหนุ่มยังไม่ได้สนใจมันแต่ตัวเขาเลือกที่จะอ่านข้อความนี้ก่อนโดยข้อความนี้เพราะมันถูกบันทึกไว้โดยราชาแห่งพิษ
“ข้าฮาร์ดีจากดินแดนนรกอเวจี ผู้คนต่างเรียกขาน ข้าว่าราชาแห่งพิษ สถานที่แห่งนี้มันเป็นสถานที่ทดลองพิษของข้ามีผู้คนมากมายที่ข้าได้จับพวกมันมาทดลองยังสถานที่แห่งนี้และพวกมันเหล่านั้นมันช่างน่าอ่อนแอเสียเหลือเกินโดนพิษของข้าเข้าไปนิดหน่อยพวกมันก็ดับสิ้นแล้วมันทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างเชื่องช้า มันต้องใช้เวลาไปถึงหลายร้อยปีกว่าศาสตร์ของพิษของข้ามันจะพัฒนาไปจนถึงขีดสุดแต่แล้ววันหนึ่งเหมือนสวรรค์จะเป็นใจได้มีบุคคลหนึ่งมาเยื่อนยังสถานที่แห่งนี้มันคือคนที่ทั่วทั้งโลกต่างต้องการล่าตัวมันมันคืออาชญากรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มันคือผู้ที่สังหารได้แม้กระทั่งผู้นำแห่งดินแดนเทพสวรรค์ผู้นำที่มีพลังความแข็งแกร่งที่สุดของโลกและมีคนนับล้านคนที่ต้องตกตายก็เป็นเพราะฝีมือของมัน เมื่อข้าต้องมาเผชิญหน้ากับมันพิษของข้ากับไร้ผลเพราะพลังความแข็งแกร่งมากจนเกินไป แต่โชคยังดีที่เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ข้าได้พบกับพิษสังหารราชันเข้าผลของมันก็เป็นที่หน้าพอใจในที่สุดข้าก็สามารถสังหารมันได้แต่มันก็น่าเสียดายยิ่งนักเพราะตัวข้าเองก็ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงเช่นกันอีกไม่นานชีวิตของข้าก็จะดับสิ้นลงหนังสือทักษะเล่มนี้คือความรู้ทั้งหมดของข้าราชาแห่งพิษ”
หลังจากที่ได้อ่านข้อความเจ้าราชาแห่งพิษเองก็ใช่ว่าตัวมันนั้นจะเป็นคนดีมันจับคนบริสุทธิ์มากมายเพื่อมาทดลองยาของมันและเขาเองก็พอจะรับทราบตัวตนบางอย่างของเซอร์ชาเช่นกันว่าตอนมันมีชีวิตอยู่ตัวมันคงจะเป็นคนลักษณะแบบไหนแต่นั่นไม่สำคัญเพราะคนผู้นี้ก็ถือว่าเป็นผู้ที่สอนให้มันเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายถึงแม้ว่าเจ้าราชาแห่งพิษนั้นเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจแต่เซย์รินก็ไม่รังเกียจที่จะเรียนรู้ทักษะและความรู้ที่มันสะสมมาทั้งชีวิตของมันแต่เด็กหนุ่มจะไม่มีทางไปทดลองยาพิษเหล่านี้กับคนบริสุทธิ์เป็นอันขาด