เช้าวันถัดมาวงจรชีวิตการทำงานก็หมุนวนกลับเข้าสู่ลูปเดิม ตื่นเช้ามาฟังการบรีฟของไมตรีแล้วก็เปิดแอปซัมอินไซด์อ่านงานที่บรรณาธิการอีกสองคนมอบหมาย ข้อดีเพียงอย่างเดียวของภาระงานอันมหาศาลคือมันช่วยบีบอัดความสนใจของผมให้พุ่งเป้าไปที่จุดเดียว ไม่ได้มีเวลาตามข่าวลุงของธรณีไม่มีเวลาพะวงเรื่องอิสรา เช้านี้ผมเจอเธอในวงประชุมแค่ช่วงสั้น ๆผมอาจทึกทักไปเองว่าสายตาแฟนเก่าเป็นมิตรมากขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่กล้าเอ่ยปากขอโทษเธอเมื่อคืนนี้คิดแล้วก็เสียดายโอกาส ตอนจบคงสวยงามกว่านี้ถ้าไม่มัวแต่เล่นตัวปฏิเสธน้ำใจของเธอ
มีจังหวะหนึ่งที่ผมเอี้ยวตัวไปยังชั้นวางของด้านหลังโต๊ะทำงานพอเหลือบไปเห็นผนังกระจกมันปิดทึบมานานจนเกือบลืมไปแล้วว่าช่วงหนึ่งพวกเราเคยปรับให้โปร่งใสเพื่อมองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้ทุกเวลายอมรับว่ายังตัดใจไม่ขาด ยังคิดถึงเธอก่อนนอนแทบทุกวัน บางคืนก็เก็บไปเป็นความฝันผมเคยอดใจไม่ไหวจนต้องแอบส่องดูเธอจากกล้องวงจรปิดตัวที่อยู่บนเสาไฟหน้าบ้านบังเอิญตรงกับช่วงเวลาที่อิสราเดินผ่านแค่ไม่กี่ครั้งแต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่อีกฝ่ายหันมายิ้มให้กล้องเหมือนเคย
ชัดเจนแล้วว่าความหวังที่จะคืนดีกับเธอช่างริบหรี่ผมไม่อาจกอบกู้สิ่งที่สูญเสียไปได้อีก ราวกับเป็นแก้วที่แตกเป็นเสี่ยง ๆซึ่งไม่อาจกลับมาสมานกันได้ สายตาเฉยเมยของเธอทำจิตใจผมเจ็บช้ำทุกคราความสัมพันธ์ระหว่างเราไม่ควรจบกันแบบนี้ ไม่เหลือเยื่อใยแม้กระทั่งความเป็นเพื่อนชอบมีคนบอกว่าเวลาจะเป็นเครื่องเยียวยาได้ แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีผลลัพธ์กลัวว่านานวันเข้าจะกลายเป็นด้านชาและไม่รู้สึกอะไรอีก
เวลาบนนาฬิกาข้อมือสีดำเป็นตัวเร่งให้ผมตั้งสติกลับมาสนใจงานตรงหน้า เหลืออีกเป็นสิบเรื่องที่ต้องทำผมกวาดสายตาผ่านลิสต์ข่าวอย่างรวดเร็วกะว่าจะทำเรื่องยากสลับง่ายเพื่อให้มีเวลาพักสมอง
{ -ครบรอบ 1 ปี เอไอไมโป (Maipo AI) ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ พัฒนามาช่วยคัดกรองเนื้อหาลามกอนาจารทุกประเภทในโลกอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย รัฐบาลประกาศกร้าวเอไอตัวนี้สามารถลดอาชญากรรมทางเพศลงได้จริง
-คณะกรรมการป้องกันการผูกขาดเข้าตรวจสอบการผูกขาดของบริษัทเมปโป (Meppo) ผู้จัดจำหน่ายระบบเอไอที่ใช้ในการบังคับรถแท็กซี่สาธารณะ ตามข้อร้องเรียนของประชาชนว่าเข้าข่ายการผูกขาดสินค้าหรือไม่หลังจากที่ควบรวมบริษัทคู่แข่งอย่างร็อดไดรฟ์ (Roddrive) หลังจากการเจรจาเบื้องต้นไม่เป็นผล บริษัทเมปโปยืนกรานจะควบรวมจึงเตรียมจัดการดีเบตเพื่อตัดสินในวันพฤหัสหน้า
-ดีเบตดูเอลนัดสำคัญ ดรัณภพ Vs รักษาวิเคราะห์ประเด็นการส่งออกนวไทยขยายตัวน้อยกว่าที่คาด
ผมเลือกข่าวสุดท้ายแล้วเริ่มต้นอ่านจากแหล่งต่างๆ
“การขยายตัวเป็นผลมาจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตต่อเนื่องตามวัฏจักรอาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องจักรกล เครื่องเอวีเอสอีอุปกรณ์และส่วนประกอบหุ่นอวตาร ประกอบกับสินค้ามีคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้ขณะที่เศรษฐกิจในตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์เงินเฟ้อที่คลี่คลาย ส่งผลให้อุปสงค์ในตลาดเหล่านี้เพิ่มขึ้น...ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัวได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เม็ดพลาสติก เหล็กกล้า เนื้อเพาะผลิตผลทางการเกษตร...การปรับตัวลดลงของค่าระวางเรือในเส้นทางการค้าสำคัญยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา...ในขณะที่การแข็งตัวของค่าเงินบาทกระทบความสามารถแข่งขันด้านราคา”
แม้จะพยายามอ่านออกเสียงเพื่อทลายความง่วงแต่ก็อดสัปหงกไม่ไหว ส่วนหนึ่งก็เพราะยากเกินความเข้าใจผมไม่เก่งเรื่องการเงินมาแต่ไหนแต่ไรในโลกอดีตตั้งแต่เริ่มต้นทำงานมาผมไม่เคยได้เงินมากพอที่จะเริ่มสนใจการลงทุนในเมื่อไม่ได้เป็นนักธุรกิจผู้มีฐานะก็ไม่จำเป็นต้องสนใจข่าวเศรษฐกิจมหภาคพวกนี้มากนักตัวเลขจีดีพีหรือดุลการค้าพวกนี้ช่างเป็นเรื่องไกลตัวเหลือเกินนักลงทุนจะวิเคราะห์ไปในทิศทางไหน เงินค่าตอบแทนจะเพิ่มหรือลดข้าวของเครื่องใช้จะแพงแค่ไหน ผมก็เป็นแค่คนตัวเล็ก ๆที่ไม่มีอำนาจอะไรเปลี่ยนแปลงได้ แค่เจียดรายได้ไปฝากธนาคารเก็บออมไว้ก็พอใจแล้ว
ไม่น่าหลวมตัวไปเสนอรับทำข่าวเศรษฐกิจเลยนึกว่าจะง่ายกว่านี้เสียอีก ผมเลยหันไปสนใจประเด็นการดวลดีเบตแทน เอาเท่าที่ได้ขอให้ทันเวลา
“แม้ว่าข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์และแรงงานเผยการส่งออกไตรมาสสุดท้ายขยายตัว 0.5% น้อยกว่าที่คาดแต่ยังนับว่าประเทศเราเกินดุลการค้าต่อเนื่องมาเป็นเดือนที่สอง ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของภาคการส่งออกไทยแต่ก็ยังติดปัญหาอยู่ที่เศรษฐกิจประเทศคู่การค้านอกยูเอ็นดี โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่อย่างจีนชะลอตัวซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าอย่างเลี่ยงไม่ได้”สส.ดรัณภพ จากพรรคผ่อนเกริ่นนำ ฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างจึงบอกให้ไอรินเร่งเข้าสู่เนื้อหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลวางแผนไว้
“สุดท้ายเราก็ต้องหาทางพัฒนาอุตสาหกรรมการส่งออกสินค้าให้มากขึ้นทำให้เงินในประเทศเพิ่มขึ้นในระยะยาวเพราะถ้าหากไม่แก้ปัญหาจะทำให้ประเทศมีเงินน้อยลง บางคนบอกว่าก็ตัดสวัสดิการกับเงินเดือนข้าราชการประจำไปสิ แต่เราบอกเลยว่าจากข้อมูลที่มีในช่วงสามปีมานี้เป็นขาลง จำนวนข้าราชการลดลงปีละ 3%คนที่เกษียณมีมากกว่าคนรุ่นใหม่ที่เขาเข้ามาสมัครหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปจะเหลือใครทำงาน จริงไหมครับ”
ผมฟังจากที่ไอรินย่อความ กับอ่านข่าวปฐมภูมิแต่ละสำนักแล้วจับใจความได้ว่า สส. ทั้งสองคนต่างเห็นพ้องกันว่าต้องพัฒนาอุตสาหกรรมการส่งออกลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ แต่มีจุดต่างกันที่สำคัญคือ สส.รักษามือเศรษฐกิจจากพรรคพีเพิลชอยส์ ต้องการสนับสนุนบริษัทชั้นนำจำนวนมากที่มีศักยภาพระดับโลก เพื่อให้สุดท้ายเม็ดเงินก็จะกระจายมาให้ประชาชนคนระดับล่างเองในขณะที่ สส.ดรัณภพ เชื่อว่าทำให้แต่ละคนอยู่ดีกินดีก็จะเกิดผู้ประกอบการรายย่อย ๆหลายคนที่พัฒนาตนเองควบคู่กับการช่วยส่งออกซึ่งช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศดีขึ้นสุดท้ายก็วกมาหาอุดมการณ์ทางเศรษฐกิจสองแบบที่เป็นขั้วตรงข้ามกันอยู่ดี }
ผมปาดเหงื่อที่ผุดบนหน้าผากมาแม้เปิดแอร์เย็นฉ่ำกว่าจะผ่านไปข่าวเศรษฐกิจไปได้ข่าวหนึ่งช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกินผมลุกขึ้นบิดขี้เกียจ คว้าแก้วน้ำส่วนตัวแล้วเปิดประตูออกจากห้องถ้าไม่เติมความสดชื่นแจ่มใสคงทำข่าวต่อไปไม่ไหว ผมตรงรี่ไปยังโซนเลานจ์ห้องนั่งเล่นชงเอสเปรสโซ่ดับเบิลช็อตแก้วหนึ่ง แล้วไปหยิบฉวยขนมแครกเกอร์ไส้สตรอว์เบอร์รีฟรีในตู้ขายขนมมาเคี้ยวเล่นทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังสดใสมาจากมุมหนึ่งของห้องมีพนักงานสามคนมาพักผ่อนก่อนหน้าผม ด้วยความอยากรู้อยากเห็นผมจึงเยื้องย่างเข้าหาสามสหายเจ้าเดิมที่สนิทสนมกันนิกรณ์และรวงทองกำลังมุงดูมือถือของอาทร
“หัวเราะอะไรกันเหรอ”ผมทักทายเป็นประโยคแรกเมื่อเข้าใกล้ ปรากฏว่าอาทรรีบกดปิดจอ ท่าทางลุกลี้ลุกลน
“ไม่มีอะไรหรอก”เขาแสยะยิ้มอย่างมีพิรุธ ยิ่งดูน่าสงสัยไปใหญ่
“ท่านยังไม่เห็นใช่ไหม”นิกรณ์เอ่ยขึ้น อาทรทำท่าเหมือนจะยกมือห้ามเพื่อน แต่ก็เปลี่ยนใจ
“เรื่องอะไร”ผมยืนงุนงง พอไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดียเลยไม่ทันข่าวสารฉับไวของคนยุคนี้
“ยังไงเขาก็ต้องรู้อยู่ดีรึเปล่า” รวงทองเห็นด้วยกับนิกรณ์อาทรจึงยื่นมือถือมาด้านหน้าให้ผมดูเต็มสองตา
แค่แวบเดียวที่มองก็จำได้ทันทีความสุนทรีย์จากรสหวานของขนมเมื่อครู่มลายหายวับ แทนที่ด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะที่ลุกโชน
“นี่มันอะไรกันเนี่ย”ผมพูดเบา ๆ กับตัวเอง แต่เสียงหนักแน่นไปด้วยความโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
มันคือคลิปที่แอบถ่ายเหตุการณ์ในสวนนิภาราตรีตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อนผมดูตนเองกระโดดโหยง ส่งเสียงกรีดร้องเหมือนเป็ดถูกเชือดดังลั่นแล้วเตรียมวิ่งหน้าตั้งหนีท่อนเหล็กก่อสร้างที่หล่นกระทบพื้นผมเห็นใบหน้าซีดเซียวที่บิดเบี้ยวของตัวเองชัดทุกรูขุมขนไม่ต่างจากเหล่านักแสดงตลกที่วิ่งหนีผีในหนังบุปผาราตรี พอตัวผมในคลิปโดนอิสราฉุดรั้งไว้ก็ยืนตัวสั่นเหมือนเจ้าเข้า มันไม่ใช่แค่ตลกแต่มันคือความน่าสมเพชที่ถูกบันทึกไว้ตลอดกาล
แน่นอนว่าคนทั้งสามที่หัวเราะกันอย่างสนุกสนานคงไม่มีทางเข้าใจว่าตอนนั้นผมตื่นกลัวมากแค่ไหน
“ท่านเอามาจากไหน”ผมตะเบ็งเสียงถามเจ้าของมือถือ เขาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่ตอบสักที
“ไม่รู้สิมันส่งต่อๆ กันมาในกราฟี (App Graphy)”นิกรณ์ช่วยตอบให้ กราฟีเป็นแอปสื่อสารอีกอันหนึ่งที่นิยมใช้กันในหมู่พนักงานบริษัทออกแบบมาสำหรับการทำงานกลุ่มโดยเฉพาะ เขาเคยชวนผมเข้าครั้งหนึ่งตั้งแต่มาทำงานใหม่ๆ แต่ตอนนั้นยังไม่รู้จักใครจึงปฏิเสธไป
“มีใครแกล้งตัดต่อภาพท่านไปใส่รึเปล่า”รวงทองพูดขึ้น สีหน้าดูเป็นห่วงทั้งที่เมื่อครู่ก็เพิ่งหัวเราะกับเพื่อนมาหมาด ๆ
“เราใช้ออริจินกับเพรสเซนทาสต์ตรวจดูแล้วไม่ได้ตัดต่อนะ” อาทรพูดเสียงดัง สีหน้าดูยิ้มแย้มไม่ได้สนใจผมที่ยืนตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย ทั้งออริจิน (Origin) และเพรสเซนทาสต์(Presentast) เป็นเอไอประเภทเวริฟายเออร์สมรรถนะสูงแค่ดัดแปลงเนื้อหาเพียงน้อยนิดก็ตรวจสอบเจอ
“ท่านส่งให้เราหน่อย”ผมสั่งเสียงเข้ม ชั่วอึดใจก็ตั้งสติได้จึงฝืนฉีกยิ้มแทนเก็บกดความขุ่นเคืองที่เดือดพล่านไว้ข้างใน
นิกรณ์กับรวงทองหันไปสบตากันแล้วกดส่งให้แต่โดยดีผ่านแอปเดย์แชต ผมผงกศีรษะเป็นเชิงขอบคุณ แล้วหมุนตัวกลับจ้ำพรวดถลันจากไปในทันทีที่ส่งสำเร็จ มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นพอจะรู้แล้วว่าเป็นฝีมือใคร มีคนเดียวเท่านั้นที่แอบสอดแนมผมมาตลอด
ผมโฉบผ่านประตูห้องบล็อกสี่เหลี่ยมของตัวเองผ่านโถงประชุม ไปจนถึงลิฟต์ ถึงภาระงานจะคั่งค้างแค่ไหนตอนนี้ก็ไม่มีกะจิตกะใจทำข่าวต่อ ปุ่มกดขึ้นถูกกดซ้ำรัว ๆ ระบายอารมณ์ชั่วพริบตาประตูลิฟต์ก็เปิดออกที่ชั้นแปด ตอนที่สัมภาษณ์งานเสร็จหมาด ๆพิมพ์ไม่ได้พามาแนะนำที่นี่เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานข่าวผมเลยต้องถามทางจากคนแถวนั้น แม้จะขึ้นมาครั้งแรกก็ตามหาห้องที่เป็นเป้าหมายได้ไม่ยาก เพราะโครงสร้างของแต่ละชั้นมีแปลนคล้ายกันประตูสีแดงอยู่ในสุดของโถงทางเดินที่ทอดยาว ผมก้าวเท้าทื่อ ๆรุดไปยังเป้าหมายโดยไม่แยแสสายตาเหล่าพนักงานที่มองมายังคนแปลกหน้า
“ติดต่ออะไรค่ะ”หญิงสาวที่ผมไม่รู้จักชื่อเป็นคนเปิดประตูเลื่อนบานสีแดงเมื่อได้ยินเสียงกดออดเธอสวมผ้ากันเปื้อนสีเขียวเข้มไร้ลวดลาย
“อัญชันอยู่ที่นี่รึเปล่า...ครับ”ผมเติมคำลงท้ายเพื่อให้น้ำเสียงที่ดุดันสุภาพลงบ้าง
หญิงสาวแม่บ้านหันไปตะโกนเข้าไปในห้องเพียงครู่เดียวเธอคนนั้นก็โผล่หน้าออกมา ดูเหมือนรฐรักษ์พยายามหลบตาผมเป็นหลักฐานชั้นดีว่าเธอคาดเดาจุดประสงค์ของผมได้
“ท่าน...เอ่อ...ไปรอที่โคเวิร์คกิ้งสเปซก่อนเลย...เดี๋ยวเราตามไป”รฐรักษ์พูดอ้อมแอ้มพลางชี้ไปทางขวามือ
พื้นที่โคเวิร์คกิ้งสเปซของชั้นนี้เรียบง่ายจนไม่มีอะไรโดดเด่นมีแค่โต๊ะเก้าอี้เปล่า ๆ กับช่องเสียบปลั๊กไฟโดยปราศจากสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นผิดจากชั้นบีสามที่ผมใช้ประจำอย่างสิ้นเชิง จึงไม่แปลกที่ผู้ใช้บริการจะน้อย ดีเลยจะได้คุยกันสะดวกขึ้นหญิงสาวร่างท้วมใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก็ตามมาสมทบพวกเรามองหาโต๊ะที่ค่อนข้างปลีกวิเวก ทิ้งระยะห่างจากคนอื่นพอเหมาะพอควร
“ท่านมีอะไรเหรอ”รฐรักษ์เอ่ยขึ้น ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีก
“ก็คลิปนั่นไง”ผมตอบเข้าประเด็นอย่างไม่รอช้า
“คลิปไวรัลที่แพร่กระจายในบริษัทเหรอ”
“แน่นอนสิ”ผมตวาดเสียงแข็ง ความโกรธถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง “ก็ฝีมือท่านไม่ใช่เหรอจะจ้องล้างจองผลาญกันไปถึงไหน”
รฐรักษ์หลบตาผมอีกครั้งปิดปากเงียบอยู่พักหนึ่ง จนผมอดทนรอไม่ไหว
“เงียบแสดงว่ายอมรับสินะ”
“ก็ใช่แต่ไม่ทั้งหมด” เธออ้อมแอ้มตอบ
“หมายความว่าไง”ผมถามกลับในทันที แววตาอีกฝ่ายดูเฉยเมยไร้ความสำนึกผิด
“จริงอยู่ที่เราเป็นคนถ่าย...แต่ว่าเราไม่ใช่คนปล่อย”เธอแก้ตัว
“โกหก”ผมไม่เชื่อ รู้จักเล่ห์เหลี่ยมพิษภัยเพื่อนสนิทอิสราคนนี้ดีเธอเคยหลอกล่อผมให้ติดกับ ฉวยโอกาสขโมยรหัสผ่านอีเมลจนนำมาสู่เรื่องฉิบหายทั้งหมดในชีวิตเดือนที่ผ่านมาในคลิปนั้นมีการจงใจตัดช็อตที่เห็นใบหน้าของอิสราออกไปถ้าไม่ใช่เพื่อปกป้องเพื่อนสนิทสุดรัก แล้วจะเป็นใครได้อีก
“ใจเย็นๆ ฟังเราก่อน” รฐรักษ์ชูมือขึ้นมาห้าม “เราไม่ใช่คนเดียวที่มีคลิปนี้”
ผมชะงักสมองทำงานอย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมาผมไม่เคยถามเธอตรง ๆว่าแฉความลับผมให้ใครฟังอีกนอกจากเพื่อนสาวมีโอกาสสูงที่อิสราจะเล่าให้คนในครอบครัวฟังแต่ไม่น่าใช่ฝีมือแฟนเก่าผมกับครอบครัวแน่ในตอนนั้นเองชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในจังหวะเดียวกับที่หญิงสาวเฉลยพอดี
สหาย
“แต่ท่านสองคนไม่ได้บอกเรื่องเราให้สหายฟังไม่ใช่เหรอ”ผมนึกไปถึงบทสนทนาที่แอบได้ยินเมื่อสัปดาห์ก่อนชายคนนั้นยังพูดจาอวดดีจะหาคำตอบเอง ไม่ง้อเธออยู่เลย
“ใช่แต่...” รฐรักษ์ก้มหน้าพูดเสียงอ่อยเหมือนกำลังละอายใจ“เราให้คลิปท่านไปเพื่อแลกกับที่ให้เขาช่วยแฮกอีเมล”
ผมอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออกอันที่จริงมีคำสบถหยาบคายมากมายที่อยากตะโกนด่าเธอว่าชั่วช้า สารเลวแค่ไหนการให้ปืนกับโจรไปก็ไม่ต่างจากการลงมือปล้นเอง มันคือการยืมมือฆ่าแบบหนึ่งนั่นแหละแต่สติอันน้อยนิดช่วยยับยั้งไว้เพราะมีเป้าหมายใหม่ที่สมควรโดนมากกว่า รฐรักษ์ไม่น่าพูดปดถ้าเป็นฝีมือชายหน้าหล่อก็ลงล็อกมันคงไม่อยากให้ผู้หญิงที่มันชอบติดร่างแหไปด้วยเลยจงใจตัดเนื้อหาส่วนที่มีใบหน้าอิสราออกเจ้าหมอนั่นหมายตาทำลายผมมาตั้งนานแล้ว
“เราให้เขาไปแล้วเขาจะโพสต์หรือไม่โพสต์เมื่อไหร่เราก็ไม่รู้ใครจะไปคิดว่าสหายจำแบบนั้น...ถ้าไม่เชื่อที่เราพูดก็ลองไปถามอีฟดูก็ได้”รฐรักษ์พูดอย่างตะกุกตะกัก สรุปก็คือบอกปัดความรับผิดชอบนั่นแหละเธอพยายามปกป้องความบริสุทธิ์ของตนเอง รอบนี้ผมเชื่อว่าเธอพูดความจริงถ้าเทียบกับสหายแล้วรฐรักษ์คงไม่มีทางเสี่ยงดึงอิสราเข้ามาพัวพันด้วย
“แม่งเอ้ย”ผมสบถให้ตนเองฟัง แล้วผุดลุกยืน หมุนตัวก้าวปราดออกไป รฐรักษ์มองตามตาปริบ ๆคงงุนงงอาการกระวีกระวาดของผมไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำขอบคุณหญิงสาวผู้นี้ในเมื่อเธอเองก็มีส่วนในความผิดเพียงแต่เป้าหมายเบนเข็มไปสู่ชายอีกคนหนึ่งที่เลวทรามยิ่งกว่า