“เจ้ารู้หรือไม่ หนิงเอ๋อเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนแล้ว!” ลู่เพียวที่อยู่ด้านข้างพลันนึกได้ถึงบางสิ่ง เอ่ยปากพูดขึ้น
“เข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนแล้ว? เหตุใดไม่บอกข้าสักคำ?”เนี่ยหลีชะงักไปชั่วขณะ เอ่ยถามขึ้นอย่างตกใจ
“ช่วงที่ผ่านมา เจ้ากลับไปที่ตระกูลเทียนเหินจากนั้นก็เข้าร่วมงานประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์ ต่อมายังเข้ามาอยู่ในจวนเจ้าเมืองพวกเราคิดอยากมาหาเจ้าก็ยากเย็นนัก!” ลู่เพียวแบมือพูดอย่างช่วยไม่ได้
“ด้วยพรสวรรค์และวรยุทธ์ของหนิงเอ๋อเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนก็คงไม่มีปัญหาแต่ก็ไม่แน่ว่าจะเกิดเรื่องคาดไม่ถึงอะไรหรือไม่!” เนี่ยหลีจมอยู่ในความคิดครู่หนึ่งหันมองลู่เพียว ตู้เจ๋อและคณะจึงพูด “ไป พวกเราก็ไปกัน!”
เนี่ยหลีต้องการเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนมานานแล้วเพราะว่าในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนนั้นมีสมบัติล้ำค่าอย่างหนึ่งซึ่งเขาต้องการอย่างยิ่ง! ครั้งนี้เมื่อรู้ว่าหนิงเอ๋ออยู่ในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนเพียงครู่เดียวเนี่ยหลีก็นั่งไม่ติดแล้วเพราะได้รู้ชะตาชีวิตมากมายในชาติที่แล้วของหนิงเอ๋อ เนี่ยหลีจึงมีความเวทนาในชะตาชีวิตของหนิงเอ๋อยิ่งทั้งยังชื่นชมในความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวของนาง ยังมีนิสัยกล้ารักกล้าเกลียดนั้นหนิงเอ๋อไม่ปิดบังความรู้สึกที่มีต่อเขาแม้เนี่ยหลีจะมีเยี่ยจื่ออวิ๋นอยู่ในหัวใจแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรหนิงเอ๋อก็เป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เขาชื่นชมและให้ความสำคัญ
“เจ้าจะออกจากจวนเจ้าเมือง หากมีปัญหาเกิดขึ้นจะทำอย่างไร?” ตู้เจ๋อสองคิ้วขมวดมุ่น เอ่ยปากถามขึ้น
“ไม่มีปัญหา ข้ามีวิธี ข้าจะปลอมแปลงโฉมสักหน่อยจึงค่อยออกไปก็ได้แล้วเว่ยหนัน จูเสียงจวิ้น จางหมิง พวกเจ้าทั้งสามอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนน้องสาวข้าสักครู่! ห้องของข้าอยู่ทางนั้น พวกเจ้าไปพักที่นั่นได้” เนี่ยหลีชำเลืองมองคนทั้งสามและพูด
“ได้ ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกเราเอง ไม่มีปัญหา!” เว่ยหนันสามคนพยักหน้าและพูด
“เสี่ยวอวี่ เจ้าอยู่ที่นี่ ตั้งใจฝึกยุทธ์ต่อไป อีกสองสามวันข้าก็กลับมาแล้ว”เนี่ยหลีลูบศีรษะเล็กๆ ของเสี่ยวอวี่และพูด
“อืม พี่เนี่ยหลีระวังตัว กลับมาเร็วๆ!” เนี่ยอวี่พยักหน้าอย่างเฉลียวฉลาด
ครั้นสั่งการเสร็จสิ้น เนี่ยหลีจึงทำการแปลงโฉม กลายเป็นใบหน้าเว่ยหนันเหมือนเสียจนลู่เพียว ตู้เจ๋อและพวกตะลึงงันฝีมือแปลงโฉมของเนี่ยหลีช่างน่าอัศจรรย์ใจนัก เพียงแค่ปาดๆ ป้ายๆปรับบางส่วนบนใบหน้า ก็เปลี่ยนโฉมได้แล้ว นอกจากเสื้อผ้าที่แตกต่างกันใบหน้าทุกส่วนแทบจะเหมือนเว่ยหนันไม่ผิดเพี้ยน
“ในโลกใบนี้ มีอะไรที่เจ้าทำไม่ได้บ้าง?” ตู้เจ๋อหัวเราะขื่นจ้องมองเนี่ยหลี
“คิดไม่ถึงว่าเจ้ายังมีฝีมือประเภทนี้อีกด้วย ร้ายกาจนัก!” ลู่เพียวสองตาเบิกกว้าง ในเมื่อมีกลเม็ดแบบนี้เนี่ยหลีก็ไม่จำเป็นต้องซ่อนอยู่แต่ในจวนเจ้าเมือง ต่อให้เขาออกไปเดินร่อนบนถนนสมาคมมืดก็คงจำเนี่ยหลีไม่ได้เป็นแน่
“ในฐานะที่เป็นยอดฝีมือผู้หนึ่งเคล็ดวิชารักษาชีวิตเอาตัวรอดทุกชนิดล้วนควรต้องเชี่ยวชาญ!” เนี่ยหลีพูดหัวเราะเบาๆ วิชาแปลงโฉมชนิดนี้ ให้เขาพูดก็ถือว่าง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากมิใช่วิชาสูงส่งอันใด ยอดยุทธ์ที่แท้จริงย่อมสามารถจดจำผู้อื่นได้จากกลิ่นไอหลังจากฝึกถึงระดับตำนานแล้วการแปลงโฉมระดับสูงยังสามารถปรับเปลี่ยนกลิ่นไอรอบตัวได้อย่างง่ายดายเช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมอีกด้วยทำให้ศัตรูจดจำไม่ได้แล้ว
คนทั่วไปคิดจะกำจัดเนี่ยหลีที่กลับมาเกิดใหม่หากไม่ใช้วิธีการพิเศษอะไรก็คงเป็นไปไม่ได้ ตัวอย่างเช่นการเผชิญหน้ากับบิดาของเยี่ยจื่ออวิ๋นเนี่ยหลีก็ยังมีวิธีการบางอย่าง เพียงแต่ว่าวิธีการเหล่านั้นรุนแรงเกินไปย่อมส่งผลให้เกิดการสูญเสียต่อกันทั้งสองฝ่ายนี่เป็นสิ่งที่เนี่ยหลีไม่ต้องการเห็น ไม่ว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นบิดาของเยี่ยจื่ออวิ๋น ไม่เช่นนั้น ต่อให้เป็นยอดฝีมือเช่นบิดาของเยี่ยจื่ออวิ๋นเขาก็ไม่ย่ำแย่ถึงเพียงนั้น
“อ้อ จริงสิ เกือบลืมเอาของพวกนี้ให้พวกเจ้าเสียแล้ว!” มือขวาของเนี่ยหลียกขึ้นมา หยิบเอาหินผนึกจิตอสูรออกมาห้าชิ้นนี่คือจิตอสูรที่เนี่ยหลีกลั่นหลอมออกมาได้สำเร็จแต่ละตนล้วนมีอัตราการเจริญเติบโตระดับเทพ
“นี่คืออะไร? หินผนึกจิตอสูร?” ลู่เพียวยกสองมือเท้าสะโพกหัวเราะเบาๆ อย่างภาคภูมิใจและพูด “ช่วงที่ผ่านมาข้าอยู่บ้านตั้งใจฝึกยุทธ์ ทะลวงขึ้นถึงระดับเงิน ตาเฒ่าที่บ้านข้าดีใจนักตบรางวัลให้ข้าเป็นจิตอสูรระดับทองตนหนึ่ง ข้าได้หลอมรวมกับจิตอสูรเรียบร้อยแล้วดังนั้นจึงไม่ต้องการอีก! หลังจากหลอมรวมกับจิตอสูรระดับทองข้าก็กำลังจะเหยียบขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้ว กลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองที่ทรงพลังผู้หนึ่งฮ่าๆ!”
“ข้าอุตส่าห์เตรียมจิตอสูรเสือดาวปีศาจสีโลหิตให้เจ้าตนหนึ่งเป็นจิตอสูรที่มีอัตราการเจริญเติบโตระดับเทพสามารถเติบโตได้ถึงระดับตำนานเลยทีเดียว ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการเช่นนั้นก็ลืมมันเสียเถอะ!” เนี่ยหลียักไหล่ส่งมอบหินผนึกจิตอสูรให้แก่ตู้เจ๋อและพวก “นี่คือจิตอสูรพยัคฆ์โลกันตร์เป็นจิตอสูรขวงจั้น (สายการต่อสู้) ส่วนสามชิ้นนี้เป็นจิตอสูรที่มีคุณลักษณะจิตอสูรแบบเทพสวรรค์แบบเพลิงศักดิ์สิทธิ์ และแบบพลังรักษาศักดิ์สิทธิ์ล้วนตระเตรียมไว้ให้พวกเจ้าเป็นการเฉพาะ” เนี่ยหลีจ้องมองเว่ยหนันจู่เสียงจวิ้น และจางหมิง
ตู้เจ๋อและพวกตัดสินใจที่จะติดตามเนี่ยหลีอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่คิดเกรงใจกับเนี่ยหลีเข้าไปรับของจากเนี่ยหลีทีละคนๆ สายตาสำรวจหินผนึกจิตอสูรเหล่านี้ด้วยความสงสัยไม่ทราบว่าจิตอสูรเหล่านี้จะแข็งแกร่งดังที่เนี่ยหลีพูดหรือไม่พวกเขายังไม่รู้ว่าอัตราการเจริญเติบโตระดับเทพหมายความว่าอย่างไรแต่ในเมื่อเนี่ยหลีบอกว่ามันสามารถเจริญเติบโตได้จนถึงระดับตำนานเช่นนั้นก็ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ทรงพลังยิ่ง
อัตราการเจริญเติบโตระดับเทพ? สามารถเติบโตจนถึงระดับตำนานได้?
ยังมีจิตอสูรที่แข็งแกร่งปานนี้อยู่จริงหรือ?
“เจ้าบอกว่ามันสามารถเติบโตขึ้นถึงระดับตำนาน จริงหรือ?” ตู้เจ๋อเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“แน่นอนว่าจริง!” เนี่ยหลีพยักหน้าหงึกๆ อันที่จริงสิ่งที่เขายังไม่ได้บอกก็คือ จิตอสูรที่เขามอบให้ตู้เจ๋อและพวกนั้นไม่เพียงสามารถเจริญเติบโตได้ถึงระดับตำนานทว่าอัตราการเจริญเติบโตของพวกมันไม่อาจคาดเดาได้ ทว่าหากเวลานี้บอกตู้เจ๋อและพวกออกไปเกรงว่าพวกเขาก็ยังไม่อาจเข้าใจได้
“นี่ เนี่ยหลี พวกเราเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันใช่หรือไม่? จิตอสูรนี้ ให้ข้ายืมดูหน่อยได้หรือไม่?” ลู่เพียวถูไม้ถูมือหัวเราะแหะๆ และพูด
เห็นท่าทางของลู่เพียว เนี่ยหลียิ้มแย้ม ไม่แกล้งเย้าลู่เพียวแล้วเพียงขยับมือขวาคราวหนึ่ง โยนหินผนึกจิตอสูรเสือดาวปีศาจสีโลหิตออกไปให้ลู่เพียว
“ลู่เพียว รีบโยนจิตอสูรระดับทองของเจ้าทิ้งไปเร็วเข้าหลังจากที่พวกเจ้ากลับไป ก็ค่อยๆ หลอมรวมกับจิตอสูรนี้ พวกเราไปที่โรงเรียนก่อนเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน!” เนี่ยหลีพูดหนิงเอ๋อยังอยู่ในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน เนี่ยหลีจึงค่อนข้างเป็นห่วง
ไม่ว่าอย่างไรเนี่ยหลีไม่เคยเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนมาก่อนในชาติที่แล้วไม่ทราบว่าในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนเป็นอย่างไร เขาเพียงรู้คร่าวๆว่ามีสิ่งใดซ่อนอยู่ในนั้น
“ได้” ลู่เพียวและตู้เจ๋อพยักหน้า
ทั้งสามคนเดินออกจากจวนเจ้าเมืองไปด้วยกันมุ่งหน้าตรงไปทางโรงเรียนเซิ่งหลัน
ณ โรงเรียนเซิ่งหลัน
“ท่านรองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่ง เซียวหนิงเอ๋อเข้าไปในนั้นตั้งนานแล้ว เหตุใดยังไม่ออกมาเสียที?”อาจารย์หลายคนกำลังจ้องมองเยี่ยเซิ่งด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ
เยี่ยเซิ่งก็กำลังขมวดคิ้วมุ่นเวลาที่เซียวหนิงเอ๋ออยู่ในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนยาวนานกว่าผู้อื่นภายใต้สถานการณ์ปกติ ยิ่งมีพรสวรรค์สูง นักเรียนผู้นั้นก็จะยิ่งอยู่ในนั้นนานขึ้นส่วนพวกที่มีพรสวรรค์ต่ำ อยู่เพียงไม่นานก็ออกมาทว่าเซียวหนิงเอ๋อจะอยู่ในนั้นนานเกินไปแล้วหรือไม่?
“ท่านรองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่ง มีนักเรียนสามคนมาขอพบท่านขอรับ!” อาจารย์ท่านหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก “พวกเขาล้วนเป็นนักเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์!”
“พาพวกเขาเข้ามา!” รองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่งพยักหน้า
ผ่านไปครู่หนึ่ง เนี่ยหลีทั้งสามคนถูกพาเข้ามาเวลานี้โฉมแปลงของเนี่ยหลีถูกเปลี่ยนกลับเป็นปกติแล้ว เมื่อเห็นเนี่ยหลีดวงตาของเยี่ยเซิ่งพลันหรี่แคบลงทันที เขามีความประทับใจในตัวเนี่ยหลีอย่างยิ่งตอนทดสอบปลายปี ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังหรือพลังวิญญาณเพิ่งมีเพียงระดับทองแดงหนึ่งดาว ทว่าไม่นานหลังจากนั้นเนี่ยหลีเข้าร่วมงานประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์เปิดเผยพลังที่ไม่ด้อยไปกว่าผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองออกมาความเปลี่ยนแปลงอันแสนน่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้ทำให้เขาตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ผลการทดสอบพละกำลังนั้นสามารถทำขึ้นมาได้ ทว่าการทดสอบพลังวิญญาณเล่าจะหลอกกันได้อย่างไร?
ต่อให้เยี่ยเซิ่งคิดจนสมองระเบิดก็คงไม่เข้าใจ แต่ไม่ว่าอย่างไรในเมื่อโรงเรียนมีสุดยอดอัจฉริยะปรากฏกายออกมา ย่อมเป็นสิ่งที่สมควรฉลอง
“ท่านรองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่งข้าต้องการจะเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน คงไม่เป็นปัญหาอันใดใช่หรือไม่?”เนี่ยหลีจ้องมองเยี่ยเซิ่งและเอ่ยถามขึ้น
“ด้วยพลังของเจ้า ย่อมไม่เป็นปัญหาที่จะเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนอย่างแน่นอน!”เยี่ยเซิ่งพยักหน้า คิดจะเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนจะต้องเป็นผู้อยู่แถวหน้าของชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ทว่าด้วยพลังของเนี่ยหลีในขณะนี้ ภายในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ถือเป็นบุคคลที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้แล้ว
“เช่นนั้นก็ขอขอบคุณท่านรองอาจารย์ใหญ่แล้วข้าจะขอเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนเดี๋ยวนี้!” เนี่ยหลียกสองมือขึ้นคำนับเยี่ยเซิ่งและพูด
เยี่ยเซิ่งรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเซียวหนิงเอ๋อและเนี่ยหลีนั้นดีมากเซียวหนิงเอ๋ออยู่ในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนเป็นเวลานานแล้วก็ยังไม่ออกมาเสียทีให้เนี่ยหลีเข้าไปดูสักหน่อยก็ดีเช่นกัน
ทุกคนส่งเนี่ยหลีที่ปากทางเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนมองจากที่ไกลๆ ประตูที่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปปรากฏสู่สายตาของเนี่ยหลี
ในชีวิตชาติที่แล้ว เนี่ยหลีไม่เคยเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนความเข้าใจต่อด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนล้วนอ่านมาจากหนังสือสำหรับด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนนี้ เนี่ยหลียังคงมีความสงสัยอยู่หลายส่วนให้ตู้เจ๋อ ลู่เพียว สองคนรออยู่ด้านนอกด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน เนี่ยหลีมุ่งหน้าตรงเข้าสู่ด้านในของด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน