เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 98 สังหารต่อหน้าผู้คน

                เพียงชั่วพริบตาร่างของเมิ่งฝานก็ยังคงยืนอยู่กับที่ เพียงแต่ว่ามีการระเบิดพลังมากมายไร้เทียมทานออกจากร่างอย่างน่าสะพรึง

               เมื่อแขนทั้งสองข้างขยับก็ทำให้เมิ่งฝานออกมาจากการพันธนาการพลังของเมิ่งซีได้ในชั่วพริบตา ก่อนจะก้าวออกไปเบื้องหน้าแล้วใช้ฝ่ามือผ่าตรงไปยังเมิ่งซี

               พลังฝ่ามือนั้นแฝงไปด้วยพลังอันแข็งแกร่งทนทานดุจดั่งเหล็กกล้า!

               วิชายุทธ์ทะลวงธารา คือการแหวกคลื่นนับหมื่นในมหาสมุทรและโจมตีโดยทะลวงทุกสรรพสิ่ง

               ฉะนั้นแล้วจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าระดับความแข็งแกร่งของมันจะสูงถึงเพียงใด ในเมื่อมันเป็นวิชายุทธ์ที่สามารถอยู่ในระดับอักษรฮวงย่อมพิสูจน์ความรุนแรงของมันแล้ว ก่อนหน้านี้เมิ่งฝานสามารถอนุมานพลังออกมาได้เพียงสามกระบวนท่าแรกเท่านั้น

               แต่เมื่อตกอยู่ภายใต้อานุภาพอันยิ่งใหญ่คล้ายดั่งต้องการเอาชีวิตทำให้ศักยภาพที่ถูกซ่อนเร้นอยู่ในร่างกายได้รับการกระตุ้น พลังมากมายหาศาลจึงระเบิดออกมาในรูปแบบกระบวนท่าที่สี่ของทะลวงธารา

               หนึ่งกระบวนท่าคล้ายดั่งคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรที่ถาโถม พลังปราณในร่างกายสอดผสานดุจดั่งสายธารหลากแล้วกลายเป็นดวงดาว ฝ่ามือที่ผ่าไปหาเมิ่งซีนั้นจึงมีกลิ่นอายความยิ่งใหญ่คล้ายสั่งการให้อีกฝ่ายหยุดหายใจ

               นี่คือสิ่งใดกัน!

               เพียงชั่วพริบตาสีหน้าของเมิ่งซีก็เปลี่ยนไป นัยน์ตาคู่นั้นแฝงไปด้วยความตกตะลึงพลางรวบรวมพลังปราณในกายทั้งหมดที่มี แล้วยกแขนทั้งสองข้างขึ้นบดบังที่เบื้องหน้า

               วินาทีต่อมารอยฝ่ามือของเมิ่งฝานพลันพุ่งทะลวงขึ้นไปด้านบน เกิดเสียงระเบิดคล้ายดั่งสายฟ้าฟาดดังลั่นขึ้นในทันใด

               เปรี้ยง!

               ระลอกคลื่นแห่งพลังแผ่ซ่าน พื้นรอบตัวแตกร้าวไปถึงรอบนอกโดยมีทั้งสองเป็นศูนย์กลางแล้วแตกละเอียดกลายเป็นร่องลึก ฝุ่นควันฟุ้งกระจายลอยขึ้นในอากาศ การปะทะในครั้งนี้ทำให้หัวใจของผู้คนจำนวนไม่น้อยสั่นสะท้านไปด้วยความกลัว

               “วิชายุทธ์ระดับอักษรฮวง!”

               ตงหลายต้าซือมองระลอกคลื่นแห่งพลังที่แผ่ซ่านออกมาแล้วพึมพำเสียงเบา นัยน์ตาของเขาแฝงไปด้วยความสั่นสะท้านและชะงักงัน รวมถึง...ความยำเกรง!

               เมื่อฝุ่นควันสลายทุกคนจึงมองไปยังใจกลางการต่อสู้ แต่กลับพบว่ามีเพียงผู้เดียวที่ยังคงสามารถยืนหยัดอยู่ได้ซึ่งนั่นก็คือเมิ่งฝาน แม้ร่างกายจะอาบไปด้วยเลือดแต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ จากนั้นจึงถอนหายใจออกมาเสียงยาวเพราะกระดูกในร่างกายแตกหักไปหลายท่อน

               แม้ต้องบาดเจ็บสาหัส แต่สิ่งที่แลกมานั้น...คือความตายของเมิ่งซี!

               ที่เบื้องหน้าของเขา เมิ่งซีถูกพลังผสานสัตตะดาราหั่นสังหารจนขาดเป็นหลายส่วนอยู่บนพื้น เลือดเนื้อกระจัดกระจาย บริเวณหน้าอกถูกทะลวงเป็นรูโหว่

               แม้ว่าทั้งสองจะมีความแตกต่างกันอย่างมากในเรื่องของพลัง แต่พลังผสานสัตตะดารานั้นก็น่าสะพรึงเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน

               มันผสานพลังปราณของเมิ่งฝานเอาไว้ในจุดเดียวจึงทำให้การโจมตีคล้ายดั่งอุกกาบาตที่พุ่งดิ่ง ฉะนั้นแล้วต่อให้เป็นเมิ่งซีก็ยังถูกสังหารได้ในกระบวนท่าเดียว

               เพียงชั่วพริบตาความเงียบงันพลันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทุกคนล้วนแต่มองภาพเบื้องหน้าด้วยความเหลือเชื่อ นึกไม่ถึงว่าศิษย์แห่งพรรควรยุทธ์ตระกูลเมิ่งจะถูกเมิ่งฝาน...สังหารต่อหน้าผู้คนมากมาย!

               เวลานี้หลินถังที่ขาทั้งสองข้างสั่นเทาก็พึมพำออกมาเสียงเบา “เจ้ากล้าฆ่าเขาได้เช่นไร...เจ้ากล้าฆ่าเขาได้เช่นไร?” 

               ต่อให้เป็นการต่อสู้ให้ตายกันไปข้าง แต่ทุกคนล้วนแต่คิดว่าเมิ่งฝานคงจะออมมือไว้ในช่วงท้ายเพื่อไว้ชีวิตอีกฝ่าย แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มอายุน้อยเบื้องหน้าผู้นี้จะโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้

               เมิ่งฝานเงยหน้าขึ้นพร้อมทั้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “เหตุใดข้าจะไม่กล้า ไสหัวไปให้หมด มิเช่นนั้นแล้วพวกเจ้าจะไม่มีโอกาสได้กลับไปยังเมืองซ่างจิงอีก!”

               เมื่อสิ้นเสียงนั้นบรรดาจอมยุทธ์น้อยที่มาจากเมืองซ่างจิงทั้งหลายต่างก็หน้าถอดสีทั้งหมด พวกเขามองไปยังเมิ่งฝานที่ร่างอาบไปด้วยเลือด แม้จะรู้ดีว่าเวลานี้พลังปราณของอีกฝ่ายไม่มากพอที่จะต่อสู้อีกครั้ง แต่พวกเขาก็ยังล่าถอยแล้วหายไปจากลานกว้างในทันใด

               แม้แต่เมิ่งซีเขายังกล้าสังหารได้อย่างไม่เกรงกลัว เวลานี้เมิ่งฝานจึงกลายเป็นเสมือนภาพจำที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะต้านทาน แม้ว่าที่ผ่านมาคนพวกนั้นจะกำเริบเสิบสานเป็นอย่างยิ่ง แต่ยามนี้กลับเชื่อฟังยิ่งกว่าแมว

               เมิ่งฝานมองไปยังผู้คนทั้งหลายแล้วกระตุกยิ้ม จากนั้นจึงเดินไปที่ข้างร่างของเมิ่งซี

               แม้ว่าอีกฝ่ายจะตายไปแล้วแต่เขาไม่ยอมละทิ้งสิ่งที่อยู่บนร่างอีกฝ่ายเป็นแน่

               นัยน์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์เมื่อสังเกตเห็นแหวนของอีกฝ่ายซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าของตนเองไม่น้อย เห็นได้ชัดว่ามันคือแหวนคลังวัตถุ

               เมิ่งฝานถอดมันออกมาจากนิ้วของอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล

               “เมิ่งฝาน เจ้ารู้ผลที่จะตามมาจากการกระทำครั้งนี้หรือไม่?”

               เซี่ยหลันที่อยู่ไม่ไกลก็ถูกความโหดเหี้ยมของเมิ่งฝานทำให้ตกตะลึงเช่นกัน นางจึงได้เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัยและชะงักงัน

               เมิ่งฝานได้ยินแล้วส่ายหน้า หลังจากนั้นจึงเอ่ยเสียงเรียบ “ข้ายังมีทางเลือกอื่นงั้นหรือ?”

               เมื่อสิ้นเสียงนั้นเซี่ยหลันก็ชะงักงันไปชั่วครู่ ความแค้นของทั้งสองเป็นเรื่องที่ไม่อาจสะสางได้ ยิ่งเป็นผู้ที่มีนิสัยเช่นเมิ่งซีนั้นก็ยิ่งต้องหาวิธีเอาคืนเมิ่งฝานในภายหลัง และแม้ว่านางจะเป็นถึงทายาทคนที่สามแห่งอาณาจักรต้าก้านก็ยังต้องยอมนับถือความกล้าของเมิ่งฝาน

               ถึงอย่างไรเมิ่งซีก็เป็นถึงบุตรชายคนที่สี่ของเมิ่งเทียนเซิง แม้ว่าเมิ่งเทียนเซิงจะเป็นยอดฝีมือผู้กล้าและมีบุตรชายไม่น้อย แต่การกระทำของเมิ่งฝานก็ไม่ต่างจากการท้าทายอำนาจของตระกูลเมิ่ง ที่มากไปกว่านั้นคือเขายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่หาได้เลื่องลือไม่

               เมิ่งฝานลูบปลายจมูก มีความเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่นัยน์ตา

               ต่อให้วันข้างหน้าตระกูลเมิ่งจะออกตามหาตนก็ยังคงเป็นเรื่องของอนาคตอยู่ดี ที่มากไปกว่านั้นคือการตายของเมิ่งซีเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรเขาก็ได้รับปากมารดาเอาไว้แล้วว่าจะต้องเอาคืนในสิ่งที่คนพวกนั้นทำให้พวกเขาทั้งสองต้องตกทุกข์ได้ยาก

               เมื่อคิดได้ดังนั้นเมิ่งฝานพลันกำหมัดแน่น หลังจากที่ถอดแหวนคลังวัตถุออกมาได้เขาก็หันไปประสานมือเคารพตงหลายต้าซือ ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับ

               ทุกคนต่างมองตามแผ่นหลังของเมิ่งฝานด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน รู้ดีว่าหากข่าวนี้แพร่ออกไปจะต้องทำให้เมืองไท่หยางแห่งนี้สั่นสะเทือนเป็นแน่ แม้แต่เมืองซ่างจิงซึ่งเป็นใจกลางของอาณาจักรต้าก้านก็เกรงว่าคงจะตื่นตระหนกไม่น้อย!

               เมิ่งฝานหาได้สนใจสายตาของผู้คนเหล่านั้นไม่ เมื่อออกมาจากลานกว้างแห่งนั้นเขาก็มุ่งตรงไปยังที่พักของตนในสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราทันที

               เมื่อกลับมาถึงห้องพักเมิ่งฝานก็นั่งขัดสมาธิ ใช้พลังปราณปิดกั้นทุกสิ่งจากรอบนอก การต่อสู้กับเมิ่งซีเมื่อครู่ทำให้พลังในร่างของเมิ่งฝานสูญสิ้นไปจนหมด จึงต้องรีบนำไข่อสูรทมิฬออกมาเพื่อฟื้นฟูพลัง

               เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามเมิ่งฝานจึงลืมตาขึ้น เวลานี้พลังภายในกายได้ฟื้นฟูกลับมาอย่างมากแล้ว

               เมื่อสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย เมิ่งฝานก็ครุ่นคิดขึ้นในใจว่าการพัฒนาท่ามกลางการเข่นฆ่านั้นเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดอย่างที่คิดเอาไว้ แม้ว่าการต่อสู้นั้นเกือบทำให้ตนเองต้องตาย แต่ก็ทำให้เข้าถึงวิชายุทธ์ทะลวงธาราได้ลึกกว่าเดิม

               ในหัวของเมิ่งฝานยามนี้ ภาพของพลังแห่งทะลวงธาราปรากฏขึ้นมาเป็นฉากๆ เวลานี้นอกจากกระบวนท่าสุดท้ายของวิชายุทธ์ระดับอักษรฮวงนี้ กระบวนท่าที่เหลือเขาสามารถอนุมานมันออกมาได้แล้วทั้งสิ้น

               เมื่อคิดได้ดังนั้นเมิ่งฝานก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ จะว่าไปแล้วเขาต่างหากจึงจะเป็นผู้ชนะในการช่วงชิงแห่งหอโอสถอย่างแท้จริง เลื่อนพลังขึ้นสามระดับทั้งยังผสานพลังกับวิชายุทธ์ได้ด้วย นับว่าเป็นประโยชน์ที่ไม่ใช่น้อยๆ

               แล้วในเวลาต่อมาเสียงของรั่วสุ่ยอีพลันดังขึ้นข้างหูของเด็กหนุ่ม “มีอันใดน่าภูมิใจกัน เจ้าคิดว่าวิชายุทธ์ระดับอักษรฮวงง่ายต่อการฝึกฝนจริงๆ หรือ?”

               เมื่อสิ้นเสียงนั้นเมิ่งฝานพลันยกยิ้มอย่างเก้อเขิน เพราะดูคล้ายว่าทุกครั้งที่แสดงความสามารถออกมาได้ไม่เลวจะต้องถูกรั่วสุ่ยอีพูดจาเสียดสีอยู่เสมอ

               “พัฒนาตนเองถึงขั้นเกลาวิญญาณให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน เพราะมีเพียงการไปถึงขั้นเกลาวิญญาณเท่านั้นเจ้าจึงจะสามารถผสานพลังกับกระบวนท่าสุดท้ายของทะลวงธาราได้ การมีหัวใจที่สอดผสานจิตวิญญาณถึงจะเรียกว่าเป็นมรรคาแห่งราชาที่แท้จริง เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าก็จะได้สัมผัสถึงการทะลวงและทำลายคลื่นนับหมื่นได้เพียงดีดนิ้ว แต่นั่นก็นับว่าเป็นเพียงพลังในระดับต้นของวิชายุทธ์ทะลวงธาราเท่านั้น!”

               เมื่อได้ยินในสิ่งที่รั่วสุ่ยอีเอ่ยออกมาร่างกายของเมิ่งฝานก็สั่นสะท้าน ขั้นเกลาวิญญาณ! แม้ว่าการพัฒนาขึ้นไปยังขั้นพลังดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่ยากเย็น แต่สำหรับเขาในยามนี้มันก็ขึ้นอยู่กับเวลาที่อาจจะช้าหรือเร็วเท่านั้น

               เมิ่งฝานคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะนำแหวนคลังวัตถุของเมิ่งซีออกมา

               การช่วงชิงแห่งหอโอสถในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ระดับการบำเพ็ญตนพัฒนาขึ้นแล้ว ยังได้รับสิ่งที่คล้ายดั่งขุมทรัพย์มาด้วย เป็นสิ่งที่ไม่ทำให้เขาผิดหวังเลยจริงๆ!

               เมิ่งฝานรวบรวมพลังจิตแล้วมองเข้าไปภายในอย่างละเอียด ทว่ากลับถูกบางสิ่งต่อต้านกลับมา

               “มันคือสิ่งใดกัน?”

               เมิ่งฝานเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย

               รั่วสุ่ยอีพลันหัวเราะเสียงเบา จากนั้นจึงเอ่ยอธิบาย “พบเห็นมาน้อยไม่ว่าสิ่งใดก็ดูแปลกไปเสียหมด แหวนคลังวัตถุวงนั้นของเจ้าเป็นเพียงวัตถุระดับต่ำ แต่สิ่งที่อยู่ในมือเจ้าเวลานี้นับว่าไม่เลว พื้นที่ภายในค่อนข้างกว้างใหญ่ซ้ำยังมีผลึกโลกาเป็นของตนเองด้วย ฉะนั้นแล้วหากเจาะทะลวงเข้าไปเช่นนี้ก็อาจทำให้สิ่งของที่อยู่ภายในได้รับความเสียหาย!”

               “แล้วต้องทำเช่นไรเล่าขอรับ?” เมิ่งฝานเอ่ยถามด้วยความชะงักงัน

               รั่วสุ่ยอีคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะบอกไป “ไม่ต้องห่วง มีข้าอยู่ทั้งคน!”

               เมื่อบอกไปเช่นนั้นพลันมีพลังลึกลับลอยออกมาจากไข่อสูรทมิฬ แล้วเมิ่งฝานก็พบว่ามันทำให้พลังของผลึกโลกาภายในแหวนคลังวัตถุวงนี้หายไปในชั่วพริบตา

               พลังแห่งห้วงมิติ!

               สีหน้าของเมิ่งฝานเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันเพราะรู้ดีว่าพลังลึกลับเมื่อครู่นั้นคือพลังแห่งห้วงมิติ ซึ่งต่อให้เป็นจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณผู้แข็งแกร่งก็ยังไม่อาจได้สัมผัส มีเพียงผู้ที่อยู่ในขั้นปัญจปราณระดับสูงเท่านั้นจึงจะมีสิทธิได้สัมผัสหรือควบคุมพลังนี้

               พื้นฐานของการใช้พลังแห่งห้วงมิติคือร่างกายของผู้ใช้จะต้องสามารถลอยอยู่บนท้องฟ้าได้อย่างอิสระ หลุดจากแรงโน้มถ่วงราวกับเทพเซียนก็ไม่ปาน ฉะนั้นแล้วมันจึงมีความแตกต่างมากมายต่อผู้ที่ยังอยู่ในขั้นเกลาวิญญาณ เมื่อคิดได้เช่นนั้นเมิ่งฝานพลันมีความวาดหวังเกิดขึ้นมาในหัวใจ

               เขาเก็บความคิดนั้นไว้ก่อนจะหันมาจ้องมองแหวนคลังวัตถุอีกครั้ง เมื่อพลังจิตเข้าไปเมิ่งฝานก็พบว่าภายในเป็นพื้นที่กว้างขวางราวสิบกว่าเมตร และของล้ำค่าทั้งหลายต่างก็ประจักษ์แก่สายตา

               ภายในมีวัตถุดิบที่ใช้ในการบำเพ็ญตน ของล้ำค่าหายากและอื่นๆ เมิ่งฝานพยักหน้าเมื่อได้เห็น ถึงอย่างไรเมิ่งซีก็เป็นถึงบุตรคนที่สี่ของเมิ่งเทียนเซิง ฉะนั้นแล้วจึงมีของติดตัวมากมาย

               แล้วในวินาทีต่อมาเมิ่งฝานก็สังเกตเห็นว่ามีกล่องสองใบถูกวางเอาไว้มุมหนึ่งในพื้นที่ มันไม่ได้ถูกจัดวางเอาไว้กับของที่เหลือเหล่านั้น เมื่อใช้พลังจิตควบคุมเขาจึงเปิดกล่องใบหนึ่งออกมาแล้วพบว่าข้างในเป็นบัตรสีม่วงใบหนึ่ง

               บัตรอินทนิล!

               รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลงในทันใด เขาเข้าใจในทันทีว่านี่คือสิ่งใด ก่อนจะรู้สึกตื่นเต้นในหัวใจ บัตรอินทนิลนี้เป็นสิ่งที่ใช้แทนเหรียญทองคำในการจับจ่ายซื้อของซึ่งเป็นที่นิยมในพรมแดนจตุทิศ และจำนวนเหรียญที่น้อยที่สุดในบัตรนี้ก็มีอยู่ราวๆ ...ห้าแสนเหรียญ!

               เมื่อมองอย่างละเอียดเมิ่งฝานพลันรู้สึกตื่นเต้นในหัวใจ เพราะบนบัตรอินทนิลนั้นมีตัวเลขบ่งบอกจำนวนเงินในนั้นถึงห้าแสนเหรียญทองคำ

               มีมากถึงห้าแสนเหรียญทองคำเช่นนี้...ดูท่าในระยะเวลาอันสั้นเมิ่งฝานคงไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกแล้ว

               เขาระงับความตื่นเต้นเอาไว้ในใจ ก่อนจะเปิดกล่องอีกใบหนึ่ง

               เพียงกล่องใบแรกนั้นเมิ่งฝานก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งแล้ว เมื่อเปิดกล่องใบที่สองออกมาก็ถึงกับต้องมองสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นอย่างชะงักงัน

               เพราะมันคือม้วนคัมภีร์สีเหลืองทองซึ่งไม่รู้ว่าอยู่ในกล่องใบนี้มานานเท่าใด เพราะมีกลิ่นอายเก่าแก่อยู่ภายในด้วย ไม่นานเขาก็เห็นตัวอักษรที่ถูกเขียนเอาไว้บนคัมภีร์

               โดยมันเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าวิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับอักษรหง หมัดเงี้ยวโลกันตร์!

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน