อลินตาตอบทันที “แลกกับการได้เจอคนในหัวแหวนของคุณ”ชัยยันตร์ เป๋า หมิง และเนตรนภาต่างก็พากันสงสัยว่าอลินตาหมายถึงใครทางด้านปราถะรู้ดีว่าอลินตาต้องการจะพบและพูดคุยกับเจ้าภูแสนตัวจริงเสียงจริงชายหนุ่มหวนนึกไปถึงคำพูดของนาคทิพย์ ที่เคยพูดเอาไว้ว่าถ้าอลินตาได้เจอเจ้าภูแสนตัวจริงและได้พูดคุยกันก็ไม่แน่ว่าอลินตาอาจจะปิ๊งเจ้าภูแสนเพราะทางนั้นอ่อนโยน สุภาพ และหล่อละมุนเมื่อปราถะกัดกรามแน่น สมองประมวลเรื่องราวก่อนจะตัดสินใจ
“ได้แต่ต้องกลับคุ้มเชียงภูแสนก่อน และระหว่างพูดคุยกันจะต้องมีฉันอยู่ด้วยทุกครั้งถ้าเธอตกลงฉันก็ตกลง” ปราถะพูดพลางจ้องหน้าอลินตาวัดใจส่วนอลินตาคิ้วขมวดไม่พอใจที่เขามีข้อต่อรองเพิ่มเติม แต่ไหนๆก็จะได้ไปที่คุ้มเชียงภูแสนอยู่แล้วและอีกอย่างอลินตาก็ไม่ได้มีความลับอะไรเป็นการส่วนตัว
“ฉันตกลง แต่...”
“แต่อะไร..”ปราถะถามเสียงห้วน ด้วยความร้อนใจหน่อยๆ
“เรื่องไปเชียงภูแสนในฐานะแพงอร คุณก็ต้องทำความเข้าใจว่าฉันจะไม่ไปฟรี..” ปราถะมองสบตาอลินตาก่อนตอบกลับอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้
“อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ไม่ต้องย้ำเลย ร่างสัญญาจ้างให้เรียบร้อยก็แล้วกัน..” อลินตายิ้มออกในที่สุดแม้อลินตาจะอยากเจอเจ้าภูแสนแต่ก็ยังน้อยกว่าการที่เธอจะต้องได้ทำสัญญาว่าจ้างในการไปคุ้มเชียงภูแสนและในครั้งนี้มันงานใหญ่มากกกก มากเวอร์เชียวล่ะ จะมาเรียกแสนสองแสนเห็นทีจะไม่ได้หรอกนะพ่อหนุ่มนาคาเมื่อการเจรจาผ่านไปได้ด้วยดี อลินตาก็หันกลับมาพูดกับทุกคนน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ
“งานครั้งนี้เราจะแยกเป็นสองทีมคือทีมเอ กับทีมบี....!”
“ตอนแรกผมก็นึกว่าไปด้วยกันหมดนี่ซะอีก”หมิงไม่เข้าใจที่เจ้านายของตนต้องแบ่งทีมอลินตาส่ายหน้าแล้วบอกทุกคนด้วยสีหน้าจริงจังเป็นงานเป็นการ
“ตอนแรกก็ว่าจะไปกันแค่เรา4 คน แต่ว่าดันมีบุคลากรเพิ่มมาอีกสอง” อลินตาพูดพร้อมกับบุ้ยใบ้ไปทางปราถะกับชัยยันตร์ลูกน้องคนสนิท
“อีกอย่างเรามีงานซ้อนขึ้นมาอีกหนึ่งงานและฉันก็รับปากเจ้าของงานไปแล้วด้วยว่าจะจัดการให้” อลินตาหยุดพูดพร้อมกับมองไปที่ทุกคนซึ่งจ้องเขม็งมายังเธอ
“อย่าเพิ่งมองหน้าฉันแบบนั้นเลยที่ต้องทำแบบนี้เพราะฉันจะฝึกงานเด็กใหม่ซักหน่อย” อลินตาพูดพร้อมมองไปทางเนตรนภาอย่างมีความหมายเนตรนภาสะดุ้งรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีงานเข้าอลินตาเล่ารายละเอียดงานและอธิบายการแบ่งทีมให้ทุกคนฟัง
“จะเอาแบบนั้นจริงๆเหรอ?” ปราถะในร่างของเจ้าภูแสนถามขึ้นทันทีเมื่ออลินตาอธิบายจบขณะเดียวกันหมิงก็เดินลงจากเรือนไปหยิบน้ำในตู้เย็นที่อยู่ในครัวใต้ถุนเรือนมาให้กับทุกคนอลินตามองตามหมิงด้วยสายตามีคำถามในใจว่า เลิกกลัวผีไปตั้งแต่เมื่อไร? ทำไมถึงกล้าเดินลงไปด้านล่างคนเดียว!ปกติเห็นแสดงอาการกลัวผีไม่กล้าไปไหนมาไหนคนเดียว โดยเฉพาะในที่มืดเมื่อหมิงเดินขึ้นมาหาทุกคนเขาก็ยื่นน้ำเย็นขวดหนึ่งให้อลินตา หญิงสาวรับมาแต่ปรายตามองหมิงลูกน้องฝ่ายขวาของตัวเองอย่างมีความหมายหมิงยื่นน้ำให้ทุกคนแล้วตัวเองก็ลงนั่งที่เดิม อลินตาเปิดขวดน้ำจิบนิดๆ จากนั้นก็พูดต่อ
“ฉันรับปากคุณไอดินว่าจะส่งตัวแทนไปปราบผีในโรงแรมให้เขาที่จังหวัดชลบุรี”เนตรนภาขยับท่านั่งจากพับเพียงอยู่เป็นคุกเข่าทันที
“อย่าบอกนะคะว่า..”พูดพลางชี้มาที่ตัวเอง อลินตาพยักหน้าช้าๆ แล้วพูดต่อ
“ทีมเอจะย้อนเวลากลับไปกับฉัน ในช่วงรัชการที่ห้าส่วนทีมบีจะเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรีในวันพรุ่งนี้ ทีมเอจะมีฉันเจ้าภูแสนและเป๋าตุง ทีมบีจะมีเนตรนภา หมิงเต๋อ และชัยยันตร์และในระหว่างที่พวกเราปฏิบัติภารกิจกันอยู่ฉันอนุญาตให้ชัยยันตร์มาพักที่บ้านของฉันได้หมิงเต๋อนายช่วยดูแลเรื่องที่อยู่และอาหารให้ชัยยันตร์ด้วย” หมิงพยักหน้ารับชัยยันตร์ที่นั่งเงียบที่สุดและคิดว่าเรื่องต่างๆจะไม่มาถึงตัวก็ถึงกับสะดุ้งโหยงเพราะดูเหมือนว่างานจะเข้าตัวเองเช่นเดียวกับเนตรนภา
“ผมเกี่ยวอะไรด้วย”ชัยยันตร์ออกตัวทันที
“ทำตามที่อลินตาสั่งเถอะ”ปราถะพูดนิ่งๆเมื่อนายเหนือหัวของตนพูดเหมือนเป็นการสำทับคำสั่งของอลินตาชัยยันตร์ถึงกับปิดปากเงียบสนิทอลินตาเห็นทุกคนกำลังงงก็อธิบายเพิ่มเติม
“ที่เนตรนภาไม่ได้ไปด้วยครั้งนี้เพราะเนตรนภาจะต้องเป็นตัวแทนของฉันไปปราบผีที่โรงแรมของคุณไอดินซึ่งผีที่นั่นไม่ใช่เล่นๆ หมอผีที่ส่งคุณไสยน้ำมันพรายมาคาถาแข็งแกร่งน่าดู และ...”อลินตาหน้าขรึมขึ้นมาถนัดตา
“หมอผีคนนี้โหดเหี้ยมไม่เบาแน่นอนพลังวิญญาณของเนตรนภาตอนนี้ยังเหลื่อมล้ำกับไอ้หมอผีตนนั้นและถ้าตัวต่อตัวก็สู้ไม่ได้อยู่แล้วแต่..” ทุกคนนั่งฟังแทบจะหยุดหายใจ
“ดวงมหาอุตม์ของหมิงและความรวดเร็วแห่งภูมิจิตวิญญาณของชัยยันตร์จะเติมเต็มสิ่งที่เนตรนภาขาดไปให้สมบูรณ์แบบได้”ทุกคนนั่งฟังตัวเกร็งเพราะจากน้ำเสียงของอลินตามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เสียแล้ว
“และที่ฉันไม่เอาหมิงไปเพราะชะตาชีวิตของหมิงยังอยู่ได้อีกยาวทั้งยังมีดวงมหาอุตม์ที่คอยปกป้องคุ้มครองตัวเองและคนใกล้ตัวอีกด้วยส่วนเจ้าภูแสนที่ต้องไปกับฉันเพราะเรามีข้อตกลงระหว่างกันและน่าจะเป็นงานใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าขณะที่เป๋าตุงชะตาชีวิตแทบจะไม่เหลืออยู่แล้วซึ่งงานของทีมเอมันขึ้นอยู่กับความเป็นความตายฉันคงต้องให้คนที่มีพลังวิญญาณแข็งแกร่งเกือบเท่าฉันไปด้วย”อลินตาปลายตามองไปทางปราถะที่นั่งฟังในท่วงท่าที่สบายผ่อนคลายราวกับว่าสิ่งที่อลินตาพูดถึงมันสิวๆเสียเหลือเกิน
ก็จะไม่ให้สบายใจได้อย่างไรในเมื่อตัวเองเป็นสมาชิกทีมเอที่จะต้องเดินทางไปกับอลินตานี่นะสถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่สน ขอแค่ได้ไปกับยัยหมอผีจอมงก ก็พอแล้ว
“และ...ถ้าขากลับไม่เห็นเป๋ากลับมาด้วย นั่นแสดงว่าเป๋าไม่ได้ไปต่อกับพวกเรา!!!” เมื่ออลินตาพูดมาถึงตรงนี้ทุกคนเงียบกริบทันทีมีเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่ส่งเสียงคลอเบาๆ เนตรนภาที่นั่งฟังเงียบๆ อยู่นาน ก็อดไม่ได้ที่จะถามพี่สาวตนเอง
“พี่อลินเนตรจะทำได้เหรอคะ?” น้ำเสียงเบาแต่ดูเหมือนจะยอมรับกับชะตาชีวิตที่ต้องเผชิญอลินตาหันมองน้องสาวของตัวเองด้วยแววตามั่นใจ
“ทำได้สิแค่ตั้งสติและมีสมาธิดีๆก็พอ ออ.. แล้วก็” อลินตาพูดพลางลุกเดินหายเข้าไปในห้องพิธีสำหรับปลุกเสกและฝึกฝนมนต์คาถาต่างๆสักพัก ก็เดินออกมานั่งที่เดิมเพิ่มเติมคือยื่นสิ่งหนึ่งให้กับเนตรนภา
“เอ้า เอานี่ไป”อลินตายื่นกระจกหกเหลี่ยมล้อมด้วยกรอบไม้สีน้ำเงินลงอักขระโบราณตัวเล็กๆให้กับเนตรนภา เนตรนภาหยิบขึ้นมาพินิจดูทุกคนเองก็โฟกัสสายตาไปที่กระจกหกเหลี่ยมนั้นด้วยความใคร่รู้และในตอนนี้ปราถะนาคราชในร่างของเจ้าภูแสนก็เปลี่ยนอิริยาบถจากนั่ง เป็นเดินเล่นไปมา
ปราถะยิ้มทักทายพร้อมค้อมศีรษะเล็กน้อยให้กับคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลผีบ้านผีเรือนของอลินตาฝั่งทางด้านของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลก็คำนับตอบด้วยเห็นว่าเป็นแขกเจ้าของบ้านและพลังวิญญาณเหนือกว่าตนจากนั้นทั้งสองก็เดินสวนกันไปมาราวกับขบวนพาเหรด อลินตาปรายหางตาดูปราถะกับผีบ้านผีเรือนของเธอโดยไม่ได้พูดอะไรนอกจากอธิบายขั้นตอนการปราบผีคร่าวๆ ให้กับหมอผีมือใหม่อย่างเนตรนภาได้เรียนรู้ในเบื้องต้น...