กิจกรรมงานวันเกิดของมายซัน ราบรื่นดี มีการร่วมเล่นเกมระหว่างตัวศิลปิน น้อง ๆ และเหล่าบรรดาแฟนคลับที่อาสาแย่งกันขึ้นไป
คงจะมีแต่ตัววารัญเองที่ได้แค่นั่งดูเฉย ๆ ไม่ได้ยกมือขอเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคนอื่น ๆ เขา
คงเพราะรู้สึกว่าเกมอะไรพวกนี้มันไม่ใช่ทางของตัวเองก็เลยขอเป็ผู้ชมที่ดีไปก่อน
ถึงแม้จะมีแฟนคลับบางคนมาคะยั้นคะยออยากเห็นเขาขึ้นไปร่วมสนุกบ้าง แต่วารัญก็ปฏิเสธออกไปว่าไม่ถนัดอะไรพวกนี้จริง ๆ
จนกระทั่งการเล่นเกมดำเนินมาถึงเกมสุดท้ายของวันนี้
ซึ่งเป็เกมสุดคลาสสิกอย่าง 'เก้าอี้ดนตรี' เด็ก ๆ ร้อง เล่น เต้นกันอย่างสนุกสนาน ผู้ชนะได้รางวัลเป็ตุ๊กตาตัวโตที่ได้รับจากมือของมายซัน
"เดี๋ยวรอบสุดท้ายจะเป็รอบของแฟนคลับนะคะขอตัวแทนแฟนคลับ 10 คนค่ะ ของรางวัลเป็เสื้อพร้อมลายเซ็นสดจากมายซันเลยจ้า....."
เสียงประกาศจากผู้ดำเนินงานดังขึ้น ทุกคนในงานมองหน้ากันไปมา
เกมที่เล่นคงไม่น่าดึงดูดใจเท่ากับของรางวัลที่ผู้ชนะจะได้รับ
"คุณแฟนบอย ไหน ๆ ก็มาแล้ว มาร่วมเล่นด้วยกันซิครับ นี่ก็เกมสุดท้ายแล้วนะ ไม่สนใจเลยเหรอ"
“กรี๊ด…”
จู่ ๆ เสียงใสจากพิธีกรบนเวทีด้านหน้าก็เปลี่ยนไป กลายมาเป็เสียงทุ้มนุ่ม ที่ทำให้วารัญแม้จะไม่ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองก็รู้ว่าเป็เสียงของใคร
มายซันจ้องมองลงมาด้วยแววตาที่แฝงความหมายบางอย่าง
ในขณะที่ตอนนี้รอบ ๆ งานพากันกรี๊ดจนวารัญแทบจะเอาหน้ามุดดินหนีให้มันรู้แล้วรู้รอด
ได้แต่ถามตัวเองว่าเขาคิดถูกหรือคิดผิดที่มานั่งอยู่ตรงนี้ที่ในอยู่ด้านหน้าสุด และเด่นสุด แต่ถ้าจะย้ายไปตอนนี้ก็คงไม่ทัน
"ไปเลยค่ะคุณวา ปออยู่ทีมเชียร์คุณวาเองค่ะ"
"แต่ว่า.."
วารัญอยากจะปฏิเสธเหมือนอย่างเกมที่ผ่าน ๆ มาแต่พอมองไปรอบ ๆ งาน ทุกคนดูลุ้นกับเขามากเหลือเกิน
ลุ้นจนตอนนี้กลายเป็กดดันแทน ..
ถ้าวารัญไม่ขึ้นไป สาว ๆ ในงานคงพร้อมใจกันมาอุ้มเขาขึ้นไปแน่ ๆ
แล้วพวกเธอไม่ขึ้นไปเล่นกันเองเล่า!!!
วารัญตบตีกับความคิดของตัวเอง
‘กลัว...แพ้....เหรอ’
จังหวะที่เขาหันไปสบตามายซันอีกครั้ง ปากเรียวสวยนั้นขยับพูดช้า ๆ โดยไม่ออกเสียง แต่คนที่เห็นก็รู้ดีว่าเขากำลังอ้าปากพูดว่าอะไร
และเพียงแค่คำสั้น ๆ สองคำจากมายซัน วารัญก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนอัตโนมัติในทันที
ใครเขาจะไปกลัว แค่เกมเก้าอี้ดนตรี...เล่นกันมาั้แ่หัดเดิน แค่งานนี้ถือว่ากระจอกมากสำหรับคนอย่างวารัญ เดี๋ยวจะอยู่จนถึงคนสุดท้ายให้เด็กมันดูเอง
วารัญส่งยิ้มเยาะเย้ยกลับไปอย่างไม่สะทกสะท้าน
เสียงปรบมือต้อนรับเหล่าผู้เข้าแข่งขันดังขึ้น
เก้าอี้ 8 ตัวถูกนำมาจัดเตรียมเป็วงกลมอยู่กลางเวที
"เดี๋ยวเกมนี้ผมเล่นด้วยครับ"
เ้าของงานยึดไมค์ของพิธีกรไปครองอีกครั้งเมื่อพูดจบเ้าตัวก็เดินเข้ามาแทรกในแถวของผู้ร่วมกิจกรรมที่กำลังยืนอึ้งด้วยไม่คิดว่าจะได้ใกล้ชิดศิลปินที่เขาปลื้มในระยะประชิดแบบนี้
บางส่วนด้านล่างกรีดร้องปานจะขาดใจของตัวเองดันพลาดโอกาสเข้ามาร่วมสนุก
เพลงจังหวะสนุกสนานสามช่า สลับเปิดปิดเพื่อคัดคนออกและหาผู้เข้าชิงสองคนสุดท้าย
จากที่ตัววารัญตั้งใจว่าเดี๋ยวจะแกล้งนั่งไม่ได้จะได้แพ้กลับลงไปนั่งสบาย ๆ อยู่ด้านล่าง ไป ๆ มา ๆ กลายเป็ว่าเขาดันเป็สองคนสุดท้ายที่อยู่บนเวทีกับผู้รอดชีวิตหนึ่งท่าน
นั่นก็คือ 'มายซัน'
"ดูเหมือนว่างานนี้สนุกแน่นอน รอบตัดสิน มายซัน กับ คุณวา แฟนบอยยย"
ดูเหมือนว่าแฟนคลับคนสำคัญจะมีนามสกุลพ่วงท้ายไปเรียบร้อยแล้ว
"ใครทีมใครเลือกเลยค่ะ ส่วนงานนี้พี่ขอนอกใจมายซันไปเชียร์คุณวาแฟนบอยนะจ้ะ"
“กรี๊ดด…”
เอาเข้าไป!
วารัญได้แต่ถามตัวเองว่านี่เขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่
แต่ในเมื่อมาถึงตรงนี้แล้วคงถอยไม่ได้และคนอย่างวารัญก็ไม่มีทางยอมแพ้มายซันเช่นกัน ยิ่งเขามองด้วยสายตาเย้ยหยันมากเท่าไหร่ ไฟแห่งการอยากเอาชนะก็มีมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อเสียงประกาศให้เริ่มเกมในรอบสุดท้ายจากผู้ดำเนินงานดังขึ้น สายตาของทั้งคู่ก็จับจ้องไปที่เก้าอี้แห่งชัยชนะทันที
วารัญเหลือบมองลงไปที่ด้านล่างเวทีเห็นแฟนคลับในกิจกรรมเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้
เสียงะโเชียร์แบ่งออกเป็สองฝั่ง
ดูท่าทางตัวแฟนคลับคงลุ้นกว่าคนที่ขึ้นมาแข่งเองเสียอีก
ไม่ทันให้ได้พักหายใจเมื่อสิ้นสุดเสียงใส เพลงก็ถูกเปิดให้ดังขึ้นเป็สัญญาณว่าอีกไม่นานต้องมีหนึ่งคนได้พบกับชัยชนะและอีกคนจะต้องพ่ายแพ้
ทั้งสองคนเริ่มเดินวนไปรอบ ๆ เก้าอี้ตามกติกาการเล่นที่พบเห็นได้ทั่วไป
ปี๊ด…
เมื่อเพลงดับลงตามมาด้วยเสียงนกหวีด ทุกอย่างในงานกลับตกอยู่ในความเงียบ เหตุผลไม่ใช่เพราะใครคนใดคนหนึ่งชนะ แต่...เพราะมายซันนั่งลงมาที่ตักของวารัญอย่างพอดิบพอดี แถมวารัญก็ดันเผลอโอบเอวเขาเอาไว้อีกต่างหาก
“กรี๊ด!”
“มึงงงง คุณวา คุณวา......”
“กูไม่ไหวแล้ววววว
“จิ้นได้ไหมมึงงงงงงงง”
“เอากูไปทอด เอากูไปทอดดดด”
“กรี๊ดดดดด”
“รักร้าย ๆ ของนายดารา.....เชี้ยพล็อตนิยาย”
“กูอิจฉาคุณวา....”
เสียงกรี๊ดดังอื้ออึงไปทั่วงาน
มายซันหันมามองหน้าวารัญด้วยสีหน้าใเล็กน้อย ใบหน้าคมเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อ ในขณะที่อีกฝ่ายก็ดูเหมือนสติหลุดจนทำอะไรไม่ถูก นอกจากรีบปล่อยมือออกจากเอวของเขาราวกับโดนของร้อน
คราวก่อนเขาก็เซไปซบอกอีกฝ่าย คราวนี้เขานั่งลงที่ตักนุ่มแถมยังโดนโอบเอวไว้เสียแน่นอีกต่างหาก ดูเหมือนการเจอกันแต่ละครั้งของเราจะมีเื่ให้ได้ตื่นเต้นได้ตลอดเวลาจริง ๆ
"ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ"
มายซันพูดเสียงสั่น แล้วรีบลุกขึ้นมาจากตัก ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
แต่คนใกล้ตัวตอนนี้รู้ดีว่า เขากำลังเขินและทำตัวไม่ถูกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างกันสักเท่าไหร่นัก
"ช็อตเมื่อครู่นี้เรียกว่าเืวายสูบฉีดกันเลยทีเดียว โอเคนะคะ ทุกคนใจเย็น ๆ นั่งลงก่อน คุณวากับน้องมายซันของเราเขินแย่แล้ว"
เวลานี้คงต้องขอบคุณพิธีกรสาวมาก ๆ ที่ช่วยกู้สถานการณ์ตรงหน้า แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าไม่ต้องไปพูดถึงเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น ทั้งสองคนคงอยากลืม ๆ มันไป ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเสียการควบคุมก็แทบอยากจะวิ่งลงเวทีให้รู้แล้วรู้รอด
"เกมเก้าอี้ดนตรี ผู้ชนะก็คือ คุณวา แฟนบอยของเราค่า!"
คงเป็ชัยชนะที่วารัญเองก็ไม่กล้าดีใจเลยจริง ๆ
"ผู้ชนะจะได้มีสิทธิ์ลงโทษผู้แพ้ของเรานะคะ"
วารัญหันมองหน้าพิธีกร
หรือจริง ๆ แล้วเขาควรจะรู้สึกดีใจกันแน่
ลงโทษมายซันงั้นเหรอ น่าสนุก
บทสรุปนี้ กลายเป็ที่น่าสนใจสำหรับวารัญขึ้นมาในทันที
"มีการลงโทษด้วยเหรอครับ" มายซัน คว้าไมค์ไปพูดอีกครั้ง
"ขออุปกรณ์ให้คุณวาหน่อยค่ะ"
พิธีกรหรือก็คือแอดมินคนเก่งของบ้านมายซัน ไม่ได้ตอบคำถามมายซันแต่หันไปบอกกับทีมงานเพื่อให้เตรียมบางอย่างขึ้นมาให้
โต๊ะสีขาวตัวเล็ก ๆ พร้อมอุปกรณ์ทำผม แต่งตัวที่วางอยู่เต็มโต๊ะ จะถูกยกขึ้นมาวางบนเวที
ดูเหมือนว่ากำลังจะเป็โอกาสอันดีของคนคนหนึ่งไปเสียแล้ว
"จะทำอะไรครับเนี่ย"
สีหน้าของศิลปินคนเก่งดูระแวงนิดหน่อย เมื่อเห็นของที่ทีมงานเตรียมขึ้นมาให้ ถ้าเป็แฟนคลับคนอื่น ๆ มายซันก็คงไม่ได้อะไรมาก
แต่บังเอิญว่าคนคนนี้คือวารัญ เขาก็น่าจะพอรู้ว่าบางทีแฟนบอยของเขา กำลังรอโอกาสที่จะเอาคืนอยู่
"คนแพ้ก็ต้องถูกทำโทษไงครับ คุณมายซัน"
วารัญหันไปยิ้มเยาะใส่ศิลปินคนโปรด นั่นทำให้เ้าตัวหน้าบูดขึ้นมาทันที
"ตอนแรกไม่เห็นบอกว่ามีอะไรแบบนี้ด้วย"
"ถ้าบอกก็ไม่สนุกซิครับ นั่งเฉย ๆ คนแพ้ไม่มีสิทธิ์พูด"
มายซันที่ตั้งท่าจะลุกหนีแต่ถูกวารัญแตะไหล่เขาเบา ๆ ให้กลับลงไปนั่งที่เก้าอี้ตัวที่เขาเพิ่งลุกออกมาจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
กิ๊ฟสีสันสดใสถูกหยิบขึ้นมาติดให้มายซันเกือบสิบอันพร้อมกับหูสุนัขสีน้ำตาล ผู้ชนะคงเพิ่งจะรู้สึกว่าเกมเก้าอี้ดนตรีมันสนุกก็ตอนนี้
"ทาลิปหน่อยไหมครับ"
"ไม่เอา"
มายซันรีบปฏิเสธทันที เมื่อเห็นแฟนคลับหยิบลิปสติกสีแดงขึ้นมาจากโต๊ะ
"คุณวา ไม่เอา เอาอย่างอื่น"
มายซันคงแทบอยากจะร้องไห้ให้มันรู้แล้วรู้รอด กับบทลงโทษที่ไม่คาดฝันในครั้งนี้
“ก็เป็คนเสนอตัวขึ้นมาเล่นเองนะ ช่วยไม่ได้ ยืนดูเฉย ๆ แต่แรกก็สิ้นเื่”
ดูเหมือนว่าทุกคนในงานจะมีความสุขกับการที่ได้เห็นเขาถูกทำโทษแบบนี้
เสียงลั่นชัตเตอร์ครั้งแล้วครั้งเล่าดังมาจากเหล่าแฟนคลับด้านล่าง ที่คาดว่าพรุ่งนี้รูปของทั้งสองคนคงได้กระจายอยู่โซเชียลอีกแน่ ๆ
ซึ่งตอนนี้ผู้ชนะก็ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น ขอเอาคืนอีกฝ่ายคงเป็อะไรที่น่าสนุกกว่ากันเยอะเลย
"วารัญ....ผมไม่เอาลิปสีแดง!"
มายซันเรียกชื่อเขาเต็มยศ และพยายามส่ายหน้าหนีเพื่อไม่ให้ทาริมฝีปากได้สะดวก
"มายซัน อยู่เฉย ๆ ซิครับ เดี๋ยวจะเปื้อนไปกันใหญ่นะ"
วารัญใช้มือข้างหนึ่งช้อนปลายคางของมายซันเบา ๆ แล้วก้มหน้าลงเพื่อให้ริมฝีปากของเขาอยู่ในระดับสายตาที่จะสามารถทาลิปสติกลงไปได้ตามที่ตั้งใจ
จากนั้นเกลี่ยแท่งลิปสติกสีแดงลงไปที่ริมฝีปากเรียวบางนั่นช้า ๆ จนทั่วบริเวณตามที่้า แล้วใช้ปลายนิ้วโป้งเช็ดในส่วนที่เลยล้นออกมาอย่างเบามือ
มายซันจ้องหน้าคนทาด้วยสายตาที่แปลกไป แต่นั่นมันก็ทำให้วารัญคิดอะไรดี ๆ ออก
"จะว่าไป แบบนี้คุณก็น่ารักดีนะ"
วารัญแกล้งใช้น้ำเสียงที่ไม่ดังมากเพราะ้าให้มายซันเป็คนเดียวที่ได้ยินประโยคนี้ ก่อนที่จะส่งยิ้มบาง ๆ ไปให้ดาราหนุ่ม ที่กำลังเบิกตากว้าง เพราะใในสิ่งที่เขาได้ยินจากปากของวารัญ
และเมื่อจัดการทิ้งะเิลูกใหญ่ไว้ให้ดาราหนุ่ม แฟนคลับคนเก่งก็เหยียดตัวยืนตรง ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มายซันคงคิดไม่ถึงว่าจะได้ยินประโยคอะไรแบบนั้นจากปาก เขาถึงได้เอาแต่จ้องมองวารัญไปจนกิจกรรมบนเวทีสิ้นสุดลง
หลังจากที่กิจกรรมในงานจบลง แอดมินของทีมบ้านก็ประกาศยอดทั้งหมดของเงินบริจาคสำหรับงานในวันนี้
รวมถึงบอกสถานที่นัดหมายต่อไป ที่จะได้ไปเจอกัน
"คุณวาไปคาเฟ่ต่อใช่ไหมคะ พอดีปอไม่มีรถเลยจะขอติดรถไปด้วย"
"อ๋อได้เลยครับ ไปพร้อมกันได้เลย สบายมาก"
วารัญตอบรับคำขอของเพื่อนใหม่อย่างไม่ลังเล อย่างน้อยโอปอก็ช่วยให้เขาผ่อนคลายมากขึ้นกับการต้องออกมางานอะไรแบบนี้คนเดียว
"แล้วคนอื่นละครับไปไหนกันหมด"
"อ๋อ เห็นว่ามีธุระต่อคงไม่ได้ไปที่คาเฟ่ค่ะ"
"อืมมม...เสียดายแทน งั้นเราไปกันเลยนะครับ"
วารัญตรวจดูความเรียบร้อยนิดหน่อย ก่อนจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง
"นี่ใช่ของขวัญที่จะให้มายซันหรือเปล่าคะ"
กล่องของขวัญที่วางเอาไว้ตรงเบาะข้างคนขับถูกโอปอหยิบขึ้นมาพลิกดูไปมา
"ใช่ครับ น่าจะเอาไปให้ที่ร้านเลย เมื่อกี้ในงานผมก็ลืม"
"อ๋อ งั้นเดี๋ยวปอถือไว้ให้นะคะ คุณวาจะได้ไม่ลืมอีก"
โอปอแสดงน้ำใจครั้งแล้วครั้งเล่าจนอดเกรงใจไม่ได้ ตัววารัญเองก็ไม่อยากเชื่อว่าในกลุ่มแฟนคลับจะมีมิตรภาพดี ๆ แบบนี้อยู่ด้วยในใจก็คิดว่าตัวเองโชคดีจริง ๆ ที่ได้มาจากเพื่อนร่วมด้อมดี ๆ แบบนี้
MW คาเฟ่
วารัญนำรถมาจอดตรงลานจอดรถด้านข้างของร้าน ที่ตอนนี้ด้านในดูคึกคักพอสมควร แฟนคลับเริ่มทยอยกันเข้ามาแล้ว
มีบางส่วนที่ต้องรออยู่ด้านนอก เพราะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมงาน ซึ่งโอปอบอกว่าคนที่ลงทะเบียนงานทำบุญเมื่อเช้านี้ทุกคนสามารถเข้างานนี้ได้เลยโดยไม่ต้องลงชื่อใหม่ ส่วนคนที่เหลือก็ต้องมารอลุ้นเอาเองว่าจะมีพื้นที่ให้เพิ่มเข้าไปได้อีกกี่คน
"เดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"
"โอเคค่ะ รีบมานะคะ เห็นเขาบอกว่ามายซันมาถึงสักพักแล้ว"
"ครับ"
เขาส่งยิ้มให้โอปอก่อนที่จะเดินเลี่ยงมาด้านข้างของตัวร้านที่เป็ห้องน้ำ
จริง ๆ เขา ก็ไม่ได้อยากจะเข้าห้องน้ำอะไรสักเท่าไร แต่อยากออกมาสูดอากาศมากกว่า คงเพราะไม่ได้เจอคนเยอะ ๆ แบบนี้มานาน ก็เลยรู้สึกไม่ค่อยชิน
"ไม่เข้าไปในงานเหรอคะคุณวา"
เสียงของใครบางคนดังขึ้นมาจากด้านหลัง
"คุณฟิล์ม"
"หืม? จำฟิล์มได้ด้วยเหรอคะ ดีใจจัง!"
เป็รอยยิ้มที่ใครเห็นก็คงจะอึดอัดแทนเขาจริง ๆ
"ทำไมไม่เข้าไปในงานล่ะคะ ซันมาถึงแล้วนะคะ"
"อ๋อ ผมออกมาเข้าห้องน้ำ สูดอากาศนิดหน่อยครับพอดีไม่ชินกับคนเยอะ ๆ เลยหายใจไม่ค่อยออกเท่าไรน่ะครับ"
วารัญเตรียมหมุนตัวกลับเข้าไปในคาเฟ่ เพราะจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าอากาศตรงนี้มันอึดอัดกว่าคนเยอะ ๆ ที่อยู่ด้านในเสียอีกทั้งน้ำเสียง สีหน้าและแววตาของฟิล์ม เขารู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลย
"คุณวานี่ ดูไม่ค่อยชอบหน้าฟิล์มเลยนะคะ เห็นคอยหลบหน้าฟิล์มตลอดเลย"
วารัญคงอยากจะบอกว่าที่หลบเพราะเขาไม่อยากมีปัญหากับใคร ส่วนเื่ไม่ชอบขี้หน้าจริง ๆ แล้ว ฟิล์มควรจะถามตัวเองก่อนด้วยซ้ำ เพราะเป็ฝ่ายแสดงอาการอย่างเห็นได้ชัดขนาดนี้
"เปล่าครับ ผมจะไม่ชอบคุณฟิล์มเื่อะไร"
"แต่ฟิล์มไม่ชอบคุณวาค่ะ"
"เพิ่งมาตามซันได้ไม่นานแต่ทำตัวเด่น อยากมีซีนเหรอคะ"
นั่นไง! ไม่ต้องสร้างปัญหา ปัญหาก็มาถึงที่
ทั้ง ๆ ที่เขาก็อยู่ของเขาเฉย ๆ พยายามไม่ขัดแย้งกับใครด้วยซ้ำ แต่ก็เคยได้ยินเหมือนกันว่าบางทีคนเก่าก็มักจะไม่ชอบคนใหม่ เพราะเหมือนมาแย้งพื้นที่หรือสิทธิ์ที่ตัวเองเคยได้สมัยก่อนไป
สิ่งที่อยากรู้ตอนนี้คือพวกเขาต่างก็มีสถานะเป็แฟนคลับเหมือนกันทั้งคู่ ดังนั้นการที่อีกฝ่ายประกาศว่าไม่ชอบหน้าเขาออกมาซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ เธอ้าอะไรจากเขากันแน่
"ผมก็แค่เล่นเกมตามกิจกรรมไปเรื่อยเปื่อยไม่ได้อยากมีซีนอะไรกับใครหรอกครับ คุณฟิล์มคิดมากเกินไปหรือเปล่า"
ถึงจะรู้สึกไม่ชอบใจ แต่เขาก็ไม่อยากใช้ถ้อยคำรุนแรงกับผู้หญิงเกินไปนัก
"ฟิล์มว่าฟิล์มดูคนออก คุณวาไม่ได้มองซันในแบบแฟนคลับปลื้มศิลปินใช่ไหมคะ"
"คุณวาชอบซัน สิ่งที่ทำอยู่ก็เพราะอยากให้ซันสนใจ ฟิล์มพูดถูกหรือเปล่า ถึงจะไม่ค่อยเนียน แต่ฟิล์มว่ามันได้ผล"
แฟนคลับเบอร์หนึ่งประจำด้อมร่ายยาวมาเป็ชุด แม้ว่าเธอจะเดาถูกเกินครึ่ง แต่ไม่ว่าเธอจะคิดอย่างไรก็ตาม มันก็คือเื่ส่วนตัวของเขา ที่ไม่ควรมาก้าวก่ายกัน
"คุณฟิล์มเองหรือเปล่าครับที่คิดกับมายซันเขาแบบนั้น"
สีหน้าของคุณแฟนคลับเบอร์หนึ่งดูใเล็กน้อยที่ถูกเขาตอบโต้ และนั่นทำให้วารัญแน่ใจว่ามันคงเป็อย่างที่คิดจริง ๆ
แฟนคลับหลงรักดาราที่ตัวเองชื่นชอบ เหมือนพล็อตนิยายน้ำเน่าเด๊ะ
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สนใจหรอก มาก่อนหรือหลังสุดท้ายก็ต้องดูกันที่ผลลัพธ์
"แล้วยังไงคะ ถ้าฟิล์มบอกว่าใช่ คุณวาจะเลิกมาวุ่นวายกับซันหรือเปล่าคะ"
"ผมเป็แฟนคลับมายซัน ถ้าผมไม่ตามเขา ผมจะไปตามใครละครับ คุณฟิล์มอย่าคิดมากเลย"
"แค่มายซันมีข่าวกับแบล็ก คุณวาเลยคิดว่าตัวเองน่าจะมีโอกาสที่มายซันเขาจะหันไปชอบผู้ชายจริง ๆ อย่างงั้นเหรอคะ ฟิล์มว่าคุณวาน่าจะลองคิดดูใหม่นะคะ"
วารัญเลือกที่จะยืนนิ่งฟังที่ฟิล์มพูด ถ้าเป็ผู้ชายเหมือนกันเขาคงต่อยไปให้มันจบ ๆ แล้วทางใครทางมัน แต่เพราะมันไม่ใช่แบบนั้น จึงจำเป็ต้องคิดให้รอบคอบก่อนที่จะทำอะไรลงไป
"ผมเป็แค่แฟนคลับธรรมดานี่แหละครับ แต่ถ้าจะให้เป็มากกว่านั้น คงต้องไปถามมายซันดีกว่าไหมครับเพราะตบมือข้างเดียวคงไม่ดัง ตอนแรกผมก็กะจะมาตามเล่น ๆ สักเดือนสองเดือน แต่ตอนนี้คาดว่าจะอยู่ยาว เพราะมายซันน่ารักดี คุณฟิล์มคิดแบบนั้นไหมครับ"
แม้ว่าคนอย่างวารัญจะไม่ชอบมีปัญหากับใคร แต่อย่าให้ใครมามีปัญหากับตัวเองด้วยเด็ดขาด และคนอย่างเขา เสียได้ทุกอย่าง ยกเว้นเสียหน้า
การที่ฟิล์มมายืนกอดอกแสดงสีหน้าแววตาดูถูกกันแบบนี้ ต่อให้เป็ผู้หญิงก็ใช่ว่าเขาจะยอมให้เธอว่าอยู่ฝ่ายเดียว
ในเมื่อมีคนบอกว่าสิทธิของผู้ชายกับผู้หญิงมันเท่าเทียมกัน ผู้หญิงก็ควรเข้าใจด้วยว่าตัวพวกเธอเองก็ไม่ควรทำอะไรที่ไม่เหมาะสมใส่คนอื่น ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็เพศไหนก็ตาม
"ที่แท้ก็เป็คนแบบนี้เองสินะคะ"
ฟิล์มกอดอกมองวารัญหัวจรดเท้า
วารัญก็อยากจะรู้ว่าคนแบบนี้ที่ว่ามันคือคนแบบไหน แบบที่มายืนต่อว่าคนอื่นในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่ได้มีสิทธิ์อย่างที่ตัวฟิล์มกำลังทำอยู่หรือเปล่าเพราะถ้าใช่ วารัญก็มั่นใจว่าเขาไม่ได้เป็แบบนั้น
"ก็มารอดูกันค่ะ"
"ไม่ต้องรอหรอกครับ เสียเวลา ผมเอาเวลาไปใส่ใจมายซันดีกว่า ขอตัวนะครับ"
เพื่อเป็การตัดบท วารัญจึงเดินออกมาจากตรงนั้นในทันที
จากที่ว่าจะอยู่ร่วมงานวันเกิดที่คาเฟ่ให้จบ กลายเป็ว่าตอนนี้มันทำให้เขารู้สึกอยากกลับบ้านมากกว่า
"คุณวาหายไปไหนมาคะปอหาตั้งนาน"
"พอดีห้องน้ำคนเยอะครับ"
"เอ๋ แล้วของขวัญอยู่ไหนล่ะคะ"
"อ่ะ อ๋ออยู่บนรถครับ ลืมเลย"
แต่จากที่ตั้งใจจะมาบอกโอปอว่าจะขอตัวกลับก่อน ดูเหมือนกลายเป็ว่าเขาจะหมดโอกาสพูดและคงต้องจำใจอยู่ต่อสักพักเพราะท่าทางเหมือนกำลังพลาดอะไรไปสักอย่าง เมื่อเดาได้จากสีหน้าตื่นเต้นของเธอในเวลานี้
"รีบไปเอามาเลยค่ะคุณวา เมื่อกี้ปออุตส่าห์ส่งต่อให้ ขี้ลืมจริง ๆ เลย"
"มีอะไรหรือเปล่าครับ"
วารัญพยายามรวบรวมสติแล้วเรียบเรียงคำพูดของเพื่อนแฟนคลับว่าเขา้าจะสื่ออะไรกันแน่
"เดี๋ยวเขาจะให้แฟนคลับที่มีของขวัญได้มอบของขวัญกับมือมายซันค่ะ เสียดายปอไม่ได้เตรียมมา คุณวารีบไปเอาเถอะค่ะ มายซันใกล้จะออกมาแล้ว"
โอปอไม่เสียเวลาอธิบายอะไรไปมากกว่านั้น เธอดันหลังให้วารัญออกมาจากร้านเพื่อให้เขารีบกลับไปที่รถแล้วเอาของขวัญมาหลังจากที่เธอพยายามเตือนหลายรอบว่าอย่าลืม แต่สุดท้ายเขาก็ลืมหยิบลงมาอยู่ดี
วารัญเดินเกาหัวอย่างงง ๆ กลับไปที่รถทั้ง ๆ ที่ยังจับใจความคำพูดขอโอปอไม่ได้ ด้วยเสียงในงานที่ค่อนข้างดัง รวมถึงตัวเขาเองที่ยังอึน ๆ งง ๆ ไม่หาย รู้แค่ว่าต้องกลับมาเอาของขวัญในรถไปให้มายซัน
"เออ ๆ รอจบงานก่อน แค่นี้ก่อนนะ ต้องรีบไป"
ปึก
"ขอโทษครับ"
"คุณแฟนบอย"
"มายซัน"
วารัญเงยหน้ามองคู่กรณีที่เขามัวแต่ใจลอยจนเผลอชนเข้าเต็มแรง ถึงได้รู้ว่า เป็เ้าของงานที่ทุกคนกำลังรออยู่ด้านใน รวมถึงเป็คนเดียวกันกับที่ทำให้เขาต้องลากสังขารออกมาหยิบของขวัญในรถไปให้
"นึกว่าจะไม่มาซะอีก"
"ทำไมเหรอครับ ถ้าผมไม่มาคุณจะเสียใจเหรอ"
ยิ่งนึกถึงหน้าของฟิล์มที่เพิ่งมีปัญหากันมาสด ๆ ร้อน ๆ ก็ยิ่งอยากเอาชนะ ถ้าสมมุติเขาดันจีบมายซันติดขึ้นมา ฟิล์มคงอกแตกตาย ไหนจะเื่ที่ฟิล์มพูดจาไม่ดีใส่เขาอีก
ปรี๊น!
ยังไม่ทันที่ศึกจะได้เริ่ม รถสีดำคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาในลานจอดรถพร้อมบีบแตรเสียงดังลั่น
มายซันคว้าแขนวารัญเหวี่ยงหลบเข้าข้างทาง แต่เพราะไม่รู้ว่าจัดระเบียบร่างกายผิดจังหวะหรืออาจเป็เพราะวารัญดันตัวหนักเกินไป พอถูกแรงเหวี่ยงจากมายซันเข้าไปอีก เลยทำให้เขาเสียหลักเซถอยหลังไปสะดุดกับขอบฟุตบาท
คนเรารักตัวกลัวเจ็บกันทั้งนั้นวารัญคว้าแขนมายซันซึ่งเป็บุคคลที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด แล้วด้วยความที่ตัวมายซันเองก็ไม่ทันตั้งหลัก เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก กว่าจะมีใครตั้งสติได้ก็เป็ตอนที่ริมฝีปากนุ่ม ๆ ของมายซัน แนบชิดริมฝีปากของวารัญลงมาแล้ว
เหมือนทุกอย่างรอบตัวเราสองคนหยุดนิ่ง
วารัญที่ได้สติเป็คนแรกรีบดันตัวมายซันให้ลุกออกไปแล้วรีบยัดตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
"หึ..."
"ขำอะไร"
เสียงมายซันหัวเราะเบา ๆ ในลำคอหันหลังเตรียมเดินกลับเข้าไปในงาน โดยไม่คิดจะอธิบายอะไร
"เดี๋ยว"
วารัญก้าวเท้าเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าคนตัวสูง “ขะ ขอบคุณ”
“หืม? อะไรนะครับผมไม่ค่อยได้ยินเลย” คิ้วคมเลิกขึ้นอย่างคนตั้งใจจะกวนประสาทกัน
“ผมบอกว่าขอบคุณ! ได้ยินรึยัง!” วารัญพองแก้มจากที่เมื่อกี้เขิน ๆ อยู่ก็เริ่มจะไม่พอใจแล้ว
“ไม่เป็ไรครับถือว่าเมื่อกี้คุณจ่ายค่าชดเชยให้ผมก็แล้วกัน” ชายหนุ่มยิ้มตาหยี วารัญที่ยังงุนงงว่าเขาไปจ่ายอะไรให้ตอนไหนก็พลันหน้าแดงเรื่อทันทีที่ดาราหนุ่มยกนิ้วเรียวขึ้นมาจรดริมฝีปากเบา ๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไป
“ชดเชยบ้าอะไรกัน..” วารัญจับหน้าที่ร้อนผ่าวพึมพำเสียงเบา
