ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 178 ราชวงศ์นักฆ่าฟื้นคืนชีพ และร่องรอยของบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวง!

            ภายหลังมู่เสินฉวนก็จากเมืองโบราณไปท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วน

            ไม่มีฝ่ายใดกล้าออกหน้าขัดขวางได้แต่เฝ้ามองเขาจากไปเช่นนั้น

            เผ่าบรรพกาลที่เพิ่งถือกำเนิดใหม่บางส่วนมีสีหน้าเปลี่ยนไปและจดจำชื่อนี้ไว้ในใจ

            ไม่นานมู่เสินฉวนก็เหยียบย่างสู่หนทางกลับไปยังทะเลไร้สิ้นสุด

            เพียงครึ่งวัน เขาก็ทะยานผ่านไปหลายแสนลี้ใกล้จะออกจากแคว้นเหนือแล้ว

            ทว่าในขณะนั้นเอง จากห้วงอากาศที่ไม่ไกลนักพลันปรากฏร่างหนึ่งพุ่งออกมา!

            เป็นชายชราสวมชุดป่านหยาบๆเขารวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ทั่วทั้งร่างราวกับประกายแสงเย็น พุ่งมาในชั่วพริบตาคมกระบี่เย็นยะเยือกส่งพลังสังหารน่ากลัวยิ่ง!

            ขวับ!

            มู่เสินฉวนหันกายกลับอย่างรวดเร็วใช้เพียงสองนิ้วหนีบกระบี่สังหารเล่มนั้นไว้

            "อะไรกัน!" ชายชราชุดป่านตกใจอย่างยิ่ง เมื่อโจมตีไม่สำเร็จก็คิดจะเผ่นแน่บ

            แต่มู่เสินฉวนจักปล่อยให้เขาทำตามใจได้อย่างไร?

            มือใหญ่ดุจแท่งเหล็กอีกข้างรีบคว้าหมับที่ลำคอของเขา

            "วิชาเทพพรางตาและวิชาลับอักษรเคลื่อนย้าย!"

            "เจ้าเป็นคนจากแดนมนุษย์!"

            มู่เสินฉวนมองไปยังชายชราผู้นั้นด้วยสายตาเย็นชา

            ชายชราชุดป่านคำราม พยายามดิ้นอย่างสุดชีวิตแต่กลับพบว่ามิอาจหลุดจากพันธนาการนี้ไปได้

            ทั้งกระบี่และร่างถูกตรึงไว้แน่นจนเขยื้อนไม่ได้

            "เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงที่สั่งให้เจ้ามาใช่หรือไม่?"

            "ช่างกล้าลงทุนจริงถึงกับส่งกึ่งเซียนมาสังหารข้า"

            มู่เสินฉวนขมวดคิ้ว

            จากบทสนทนากับมู่อู๋ซวงก่อนหน้า เขารู้ว่า"แดนมนุษย์" หนึ่งในสามราชวงศ์นักฆ่าโบราณคือผู้พิทักษ์วิถีของสายสืบทอดหานเหริน

            ในยุคโบราณกลุ่มคนเหล่านี้มีชื่อเสียงเกรียงไกร ฝึกฝนแต่นักฆ่าที่พิสูจน์วิถีด้วยการสังหาร!

            จนเหล่าราชันย์ล้วนต้องหวาดหวั่น!

            แต่เคล็ดวิชาเทพพรางตาของชายผู้นี้ยอดเยี่ยมจริงๆถึงกับปิดบังทุกอย่างเอาไว้ได้

            แม้เขาจะฝึกฝนเคล็ดวิชาอักษรนิรันดร์ที่สามารถหยั่งรู้อนาคตได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ไม่อาจรับรู้ได้มากนักมือสังหารก็ประชิดตัวเสียแล้ว

            แต่ก็ยังไม่เร็วพออีกฝ่ายยังถูกเขาตอบโต้ได้

            "นี่ไม่เกี่ยวกับผู้สืบทอดหานเหริน!"

            "ในยุคที่แดนมนุษย์หวนคืนสู่ความรุ่งโรจน์พวกเราจะสังหารกายาศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าเพื่อประกาศศักดา!"

            ชายชราชุดป่านตะโกนอย่างดุดัน

            "สังหารข้าเพื่อประกาศศักดา?"

            "น่าสนใจ"

            มุมปากของมู่เสินฉวนยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยตบฝ่ามือลงบนศีรษะที่เต็มไปด้วยผมสีเงินของเขา แล้วเริ่มเสาะหาจิตวิญญาณ

            ยังไม่ทันสิ้นลมหายใจแรกเขากลับต้องเผชิญกับอาคมต้องห้าม

            ศีรษะของชายชราชุดป่านระเบิดออกดังโผละเหมือนแตงโมเนื้อสีแดงและขาวกระจัดกระจายไปทั่วนภา

            เป็นอย่างที่คิดดวงจิตของผู้ฝึกตนที่สังกัดราชวงศ์นักฆ่าเช่นนี้ ล้วนถูกผนึกด้วยอาคมยากที่จะสืบสาวราวเรื่องใดๆ จากพวกเขาได้

            มู่เสินฉวนทิ้งศพนั้นลงบนผืนป่าเชิงเขาอย่างไม่แยแสดุจขว้างปาสิ่งไร้ค่ากวาดจิตผัสค้นหาไปทั่วบริเวณโดยรอบ ไม่พบร่องรอยของมือสังหารคนอื่นอีก

            "เหมือนว่าโลกใบนี้จะดูน่าสนใจขึ้นแล้ว"

            "แม้แต่ราชวงศ์นักฆ่าในยุคโบราณก็ฟื้นตื่น"

            "ไม่ใช่เพื่อสิ่งใดเพียงเพื่อพิสูจน์วิถีในการสังหาร และเพื่อขัดขวางเหล่าอัจฉริยะ"

            มู่เสินฉวนพึมพำจากนั้นก็ก้าวเท้าพุ่งทะยานต่อไปยังทิศทางทะเลไร้สิ้นสุด

            ……

            หนึ่งวันต่อมา

            มู่เสินฉวนกลับมายังดินแดนของตระกูลมู่

            หลังจากการเดินทางไปยังแคว้นทางเหนือครั้งนี้ถือว่าได้ข้อมูลมามากมาย

            ในส่วนของเผ่าบรรพกาลยังมีราชันย์บรรพกาลจำนวนมากที่ยังหลับใหลอยู่

            คาดว่าจะตื่นขึ้นทั้งหมดภายในร้อยปีนี้

            ในบรรดาอำนาจสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ฐานอำนาจของเซียนต่างๆ ก็ไม่ได้ลดน้อยลง

            เนื่องจากวิถีเต๋าได้สลายไปก่อนกำหนดหลายปีทั้งยังมีเซียนที่ปรากฏตัวในโลกมนุษย์บางส่วนที่ยังไม่ได้หวนคืน

            อายุขัยของกึ่งเซียนคือห้าพันปีเซียนหกพันปี ส่วนมหาเซียนนั้นมีอายุขัยถึงเจ็ดพันปี

            หลังจากสั่งสมมาเป็นเวลานานอาจมีมหาเซียนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ได้

            ผู้แข็งแกร่งระดับนั้นเกรงว่าคงทำลายล้างโลกนี้ได้ในทุกเมื่อ

            "ข้าจะไม่ผลีผลาม"

            "ต้องเร่งเพิ่มพูนพลังฝีมือ"

            มู่เสินฉวนถอนหายใจเบาๆสายตาจับจ้องไปยังตำหนักด้านข้างที่เหยาซีอาศัยอยู่

            กายวิถีศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลแต่กำเนิดอย่างน้อยที่สุดก็จะดูดซับปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินทั่วทั้งผืน

            ในเวลานั้นย่อมมีเซียนจำนวนมากโผล่มาขัดขวางเป็นแน่

            แต่เขาไม่ได้คิดที่จะให้เหยาซีคลอดในแคว้นใต้นี้ตั้งแต่แรก

            แคว้นตงฮวงมีเจ็ดเขตแดนต้องห้ามซึ่งเป็นที่ซ่อนเร้นของเหล่าจอมยุทธ์โบราณ ผู้ซึ่งเป็นตัวแปรที่มิอาจคาดเดาได้

            เวิ้งทราย หนานหลิงเขตเป่ยหยวนก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว

            ส่วนจะไปที่ใดกันแน่ ยังต้องวางแผนกันอีกยาว

            ภายหลังมู่เสินฉวนวูบกายมายังสวนด้านหลังของตำหนักผู้นำตระกูล

            เขายังเหลือโอสถมังกรอมตะที่ไม่ได้กลั่นก่อนหน้านี้อยู่เกินครึ่ง

            เขาจึงเตรียมที่จะรวบรวมลมปราณเพื่อกลั่นโอสถอมตะนี้ให้หมด

            เช่นนั้นความแข็งแกร่งของกายเนื้อก็จะก้าวไปอีกขั้น

            ชั่วครู่เดียวเขาก็กลับเข้าสู่ห้วงแห่งการบ่มเพาะอีกครั้ง

            ……

            หลายวันต่อมา

            มีข่าวสารหนึ่งจากเวิ้งทรายส่งมายังตงฮวง

            ในเวิ้งทรายนั้นเจ้าอาวาสแห่งสำนักพุทธขนาดใหญ่ถูกผู้สืบทอดหานเหรินปลิดชีพและกลืนกินพลังชีวิตไปจนหมด

            มู่อู๋ซวงได้ยินข่าวก็เคลื่อนไหวรีบไปหามู่อวี่เซิง ขอให้ช่วยสลักค่ายกลเวทมิติที่สามารถพาไปยังเวิ้งทรายได้

            วิชามารกลืนสวรรค์ของเขากำลังจะบรรลุขั้นสุดและเจียนจะให้กำเนิดครรภ์มารแล้ว!

            การต่อสู้กับตัวตนอีกหนึ่งนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้

            บัดนี้ได้รับข่าวสารแล้วเขาก็เตรียมที่จะมุ่งหน้าไปยังเวิ้งทรายทันที เพื่อไล่ล่าบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวง!

            ถึงแม้เขาจะรู้ว่ามีเคล็ดลับหลายประการที่สามารถยับยั้งวิชามารกลืนสวรรค์ของเขาได้

            แต่ด้วยคัมภีร์โบราณที่ผู้นำตระกูลส่งมอบและเคล็ดลับสุดยอดต่างๆเขามั่นใจว่าจะสังหารคนผู้นั้นให้พ่ายได้!

            "ผู้นำตระกูลเชื่อมั่นในข้า!"

            "เมื่อข้ากลับมาอีกครั้งย่อมต้องเป็นกายาโกลาหลคนที่สองของตระกูลมู่!!"

            มู่อู๋ซวงโค้งคำนับไปยังทิศทางตำหนักผู้นำตระกูลและก้าวเท้าเข้าไปในค่ายกลมิติอย่างด้วยความเด็ดเดี่ยว!

            "เฮ้อ เอาแต่ต่อสู้ฆ่าฟันกันทั้งวัน"

            มู่อวี่เซิงถอนหายใจชี้ปลายนิ้วเรียวยาวลงบนแท่นบูชาเสวียนเทียนเบื้องหน้าเบาๆเส้นหลายเส้นประสานกันเป็นทางเดินอันเจิดจ้า

            "ไปขุดหลุมศพกันเถิด"

            "ไปสำรวจดูหน่อยเผื่อจะค้นพบสมบัติล้ำค่า รอมอบเป็นของขวัญต้อนรับขวัญใจคนใหม่ของตระกูล"

            กล่าวจบมู่อวี่เซิงก็ก้าวเท้าออกจากค่ายกลมิติหายวับไป!

            จากนั้น ในช่วงเวลานี้

            แคว้นใต้ก็มีสิ่งมีชีวิตบรรพกาลแปลกหน้าทยอยเข้ามาเมียงมองเพื่อหาสถานที่อยู่อาศัยอยู่ทุกหนแห่ง

            ตลอดทางก็ไม่ได้เกิดความขัดแย้งใดๆเซียนจากอำนาจสูงสุดต่างก็มองข้ามไป

            บัดนี้พลังกดดันของวิถีเพิ่งจะสลายไปเป็นช่วงเวลาที่ดีในการฝึกฝน

            มีคนคาดว่า ทั่วหล้าทั้งห้าแคว้นกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขเล็กน้อยเพื่อรอคอยการเปลี่ยนแปลงต่อไป

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน