秘蜜 หฤทัยจอมนาง

    คราวเคราะห์ [1]

    Ep 045 :: คราวเคราะห์ [1]

     

    เฟิ่งปิงที่ตอนแรกรั้งอยู่ท้าย ๆ ก็ถูกทหารหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาตามบอกให้ไปเกาะติดขบวนเสด็จจะได้ง่ายแก่การรักษาความปลอดภัย มิคาดคิดว่าเพียงกระทำตามคำแนะนำไปตามเกาะติดขบวนเสด็จเข้าหน่อย มินานเกินรอเรื่องก็วิ่งเข้าใส่ตัว

    “กรี๊ดดดดดดดดด!!!”

    “ไม่นะ!!”

    สตรีนางอื่นที่ตามติดอยู่แนวหลังขบวนเสด็จเช่นเดียวกันส่งเสียงกรีดร้องยามห่าฝนธนูพุ่งเข้ามา ขุนนางเฒ่าและบรรดาโฉมงามทั้งหลายสติแตกทำอะไรไม่ถูก แม้แต่จะบังคับม้าที่ตัวเองขี่อยู่ไม่ให้เตลิดไปไหนก็กระทำไม่ได้ รอบข้างเริ่มมีคนได้รับบาดเจ็บจากลูกธนูที่ไม่นานก็ล้มไปนอนกองกับพื้น

    แค่ลูกธนูที่ยังคงสาดมาเป็นสายฝนก็ว่าแย่แล้ว แต่เทพเจ้าแห่งความซวยยังเหมือนจะมอบความซวยได้ไม่เพียงพอ ถึงได้มีกลุ่มชายชุดดำที่ดูยังไง ๆ ก็ศัตรูแน่ ๆ วิ่งขนาบเข้ามา

    “อารักขาฝ่าบาท!!”

    เฟิ่งปิงได้ยินเสียงบิดาดังมาจากด้านหน้า แต่นางมิคิดจะเบียดแทรกฝูงชนบนหลังม้าที่กำลังโกลาหลนี้เข้าไปหาบิดาและพี่ชายแน่นอน เพราะขืนเข้าไปในวงล้อมขุนนางฉินคงได้วุ่นวายจนดีมิดีจะตกจากหลังม้าเอา

    “หลบหลังทหาร อย่าทะเล่อทะล่าออกไป!”

    นายกองคนหนึ่งตะโกนขัดความวุ่นวายของเหล่าสตรี ด้านหลังนี้จัดการป้องกันคนร้ายได้ยากกว่าด้านหน้าเป็นอย่างยิ่งเมื่อคนตรงนี้กว่าครึ่งคือสตรี

    “...มะ...ไม่นะ...ข้ายังไม่อยากตาย!!”

    “ย้ากกกกก-!”

    สตรีผู้หนึ่งที่รั้งท้ายไม่ได้เข้ามาเกาะกลุ่มด้วย สตรีคนนั้นคือคนที่เข้ามาหาเรื่องเฟิ่งปิงก่อนหน้านี้ ม้าของนางคงโดนลูกธนูจนล้มลงไปกองกับพื้น ส่วนขาข้างหนึ่งถูกตัวม้าทับไว้ทำให้วิ่งหนีไปไหนไม่ได้ กำลังถูกชายชุดดำคนหนึ่งพุ่งเข้าใส่ ดาบที่เงื้อขึ้นเหนือหัวส่องกระทบกับแสงอาทิตย์จนตาพร่า ทำให้นางได้แต่ส่งเสียงกรีดร้อง

    ฟุ่บ! ฉึก!!

    “ไปช่วยนาง ข้าจะยิงคุ้มกันให้”

    หยางเฟิ่งปิงนั่งอย่างสง่าอยู่บนหลังม้า มือข้างหนึ่งยังคงอยู่ในท่วงท่าเหนี่ยวสายธนู เด็กสาวอายุสิบสี่ที่ยิงธนูปักเข้ากลางอกคนโดยไม่กะพริบตา หันกลับไปสั่งการทหารด้วยเสียงทรงอำนาจ จนนายทหารเผลอรับคำสั่งนั้นไปโดยมิทันไตร่ตรอง

    นายทหารหลายคนแทบไม่เชื่อสายตาว่าสตรีผู้หนึ่งจะเด็ดขาดและใจกล้าถึงขนาดนี้ ความเร็วในการยิงศรนั้นว่องไวเสียจนเข้าขั้นน่ากลัว

    “ขะ-ขอรับ!!”

    ดรุณีคนงามยิงลูกธนูออกไปทางชายชุดดำที่เข้ามาใกล้หญิงสาวและนายทหารดอกแล้วดอกเล่าตามคำพูดของตนเอง มิมีชายชุดดำคนใดเลยที่สามารถเข้าใกล้พวกเขาได้ แต่มิได้หมายความว่าลูกธนูที่ถูกยิงมาเหนือหัวของนางจะหยุดไปเพราะนางโชว์สกิลเสียเมื่อไหร่

    เคร้ง! เคร้ง!

    “คุณหนู!!”

    “ไม่ผิดหวังเลยที่ให้เจ้าระวังหลังให้”

    นางเอ่ยชมเชยเมื่อลูกธนูที่มุ่งหน้ามาทางนางถูกทำลายหมดด้วยฝีมือคนสนิทของนาง (ที่อุตส่าห์ไปอ้อนให้พี่ใหญ่ช่วยยัดเข้าเป็นทหารปลอมเฉพาะช่วงนี้ให้คอยมาดูแลนางคนเดียว) อันเนื่องมาจากนางไม่ไว้ใจทหารตัวประกอบของกองทัพที่เฝ้าระวังให้ทุกคน เท่าคนของตัวเองที่จะคอยดูแลนางเพียงคนเดียว

    “หมีกู่เล่าตี้ถู่?”

    “ชุยเฟิงตามไปดูแลแล้วขอรับ คุณหนูรีบออกไปจากที่นี่เถอะขอรับ”

    “จะไปอย่างไรล่ะ?”

    คำกล่าวของเด็กชายในวันวานที่โตเป็นหนุ่มในวันนี้ก็ใช่ว่านางจะไม่เห็นด้วยหรอกนะ แต่หางมองไปรอบตัวก็จะรู้ได้ทันทีว่าแม้ฝนธนูจะบางตาลงบ้างแล้ว ทว่าชายชุดดำที่ยกพวกมาคงมิคิดปล่อยให้ใครหนีไปไหนง่าย ๆ กระมัง

    “ที่ค่ายเองก็ไม่แน่ว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไรเสียด้วยสิ”

    เสียงดาบกระทบกันของทหารและนักฆ่ายังคงดังก้องไปทั่ว เสียงตะโกนเสียงโห่ร้อง เสียงร่ำไห้ ยังคงดังมาจากทั่วทิศทาง แต่ที่นางยังนิ่งอยู่ได้นั้นเป็นเพราะนางยังหลบอยู่มุมใน ๆ ของคนหมู่มาก ธนูบนหัวก็มีตี้ถู่คอยสกัดให้ มิเช่นนั้นนางก็คงลนลานมิต่างจากสตรีนางอื่นสักเท่าไหร่...มั้ง?

    นางมองฝ่ามือของตนเองก่อนจะลูบไปมาบริเวณต้นขา หากสถานการณ์จวนตัวขึ้นมานางคงไม่แคล้วต้องได้ใช้ปราณไม่ก็หยิบปืนขึ้นมาป้องกันตัวเป็นแน่

    ...

    “ฆ่า!!”

    “ย๊ากกกกกกกกกกกกก-!!”

    ชายชุดดำลงมือกดดันโดยมิเกรงกลัวความตาย เพียงเป็นแนวหน้าเปิดทางให้คนข้างหลังเข้าใกล้เป้าหมายได้มากยิ่งขึ้นก็ถือว่าคุ้มค่า หากแต่ชายชุดดำเหล่านั้นจะมีผู้ใดรู้ไม่ว่าเฟยเกาจงฮ่องเต้หรือแม้แต่คนสนิทหลายคนล้วนมิได้ตื่นตระหนกตกใจกับการโจมตีนี้เท่าที่ควร

    “ตรงตามที่คิดไว้เลยนะพ่ะย่ะค่ะ”

    “อืม... จัดการคนร้ายให้หมด หากจับเป็นมิได้ก็จับตาย!!”

    “รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!!”

    จากที่ตอนแรก ‘แสร้ง’ ตื่นตระหนกจนเกินกว่าเหตุไปบ้าง แต่เสียงขานรับอันหนักแน่นทรงพลังของแม่ทัพผู้พิชิตจตุรทิศที่เวลานี้กำลังทำหน้าที่เป็นดาบอันกล้าแกร่งไล่ล่าฆ่าฟันศัตรูจนตกตายคนแล้วคนเล่า ไอปราณกดดันหนักหน่วง แผ่รังสีอำมหิตหนาแน่นที่ออกมาจากร่าง สร้างแรงกดดันต่อศัตรูและเสริมขวัญกำลังใจแก่ทหารฝ่ายตนได้เป็นอย่างดี

    พิธีล่าสัตว์จัดขึ้นในพื้นที่เปิดโล่งที่แม้แต่ชาวบ้านก็รู้กันดีว่าที่ใด หากจะให้พูดแล้วล่ะก็เรื่องการโดนลอบโจมตีนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ร้อยทั้งร้อยก็คงจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะจัดการเวรยามเท่าใดศัตรูก็คงหาทางเข้ามาเล่นงานจนได้ เช่นนั้นเหตุใดจึงมิสู้ใช้โอกาสนี้ในการกวาดศัตรูจำนวนหนึ่งที่ยังอยู่ในแคว้น ไปจนถึงกวาดล้างขุนนางสกปรกไปด้วยเสียเลยล่ะ

    หากปล่อยให้ตายไปซะด้วยอุบัติเหตุจากการโจมตีไม่คาดฝัน ก็แบ่งเบาสมองในการหาวิธีกำจัดคนพวกนั้นทิ้งไปได้ง่ายดายนัก

    ...นั่นคือสิ่งที่ผู้นั่งบนบัลลังก์มังกรและแม่ทัพคู่กายลงความเห็นตรงกัน...

    พิธีล่าสัตว์จะจัดทั้งสิ้นเป็นเวลาสามวัน ตอนแรกก็เลยตกใจเล็กน้อยที่พวกมันลงมือกันตั้งแต่วันแรกที่ทหารส่วนมากจะตั้งใจป้องกันกันหนาแน่นที่สุด ถึงกระนั้นคำสั่งของเขาก็ยังถูกปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

    หากมองไปโดยรอบดี ๆ จะเห็นได้ว่ามีขุนนางบางส่วนที่ไม่มีทหารเข้าไปป้องกันอันตรายให้เลยแม้แต่คนเดียว ขุนนางเลวที่หลักฐานเอาผิดหายากหาเย็นปล่อยให้ตายด้วยลูกหลงจากเหตุการณ์ลอบฆ่าก็ถือว่าสมควร

    ส่วนลูกธนูเคลือบพิษนั่นก็เป็นสิ่งที่คาดเดาไว้ เพียงแต่เรื่องจำนวนลูกศรนั้นก็มากจนคาดไม่ถึงอยู่บ้าง แต่หากเป็นยาพิษที่ใช้เป็นชนิดเดิมยาถอนพิษที่หาได้ยากยิ่งก็กินเผื่อไว้แล้ว

    ...อาจจะต้องเอาบรรดาคุณหนูบ้านต่าง ๆ มาเสี่ยงด้วย แต่อย่างไรเสียชีวิตของผู้คนทั้งแคว้นก็ย่อมสำคัญยิ่งกว่าอยู่ดี... นั่นรวมไปถึงชีวิตของพระองค์เองด้วย...

    “ฆ่าพวกมันซะ!!!”

    “โอ้ววววว!!!”

    ทหารที่หลบซ่อนตัวอยู่ตามที่ต่าง ๆ วิ่งออกมาตลบหลังชายชุดดำ ก่อนจะเริ่มต้นการฆ่าฟันที่ดุเดือดยิ่งขึ้น กลางวงด้านหน้าคือฮ่องเต้และบรรดาขุนนางรวมไปถึงแม่ทัพทหาร ส่วนด้านหลังคือบรรดาขุนนางและบุตรสาวขุนนางหลายสิบนางมีทหารคอยประมือกับชายชุดดำอยู่รอบนอก แล้วทหารฉินก็ตลบหลังโอบล้อมชายชุดดำอีกที

    ...ซึ่งหากพูดถึงจำนวนแล้วทหารฉินที่มาสมทบมีมากกว่าเป็นเท่าตัว ขอเพียงด้านในยังยันได้สักพัก การลอบจู่โจมของเหล่าชายชุดดำคงจบลงด้วยความล้มเหลวไม่เป็นท่า...

    เฟยเกาจงฮ่องเต้ใช้พระเนตรจับจ้องภาพเบื้องหน้าด้วยความนิ่งสงบ นิ่งเสียจนน่าคิดว่าหากเวลานี้แผ่นดินกำลังถล่มอยู่เบื้องหน้าพระองค์จะยังนิ่งอยู่หรือไม่

    จะแคว้นเว่ยหรือแคว้นหม่า หรือจะเป็นคนในตระกูลใดที่ให้ความช่วยเหลือในการลงมือครั้งนี้ เฟยเกาจงฮ่องเต้ก็ตั้งพระทัยไว้แล้วว่าจะสาวไส้เน่าเหม็นออกมาให้หมดและฆ่าล้างมันไม่ให้เหลือเฉกเช่นสกุลเถา ดูสิว่าหากมิมีผู้ช่วยเหลืออยู่ภายในแคว้นอีกแล้วเจ้าลูกเต่าพวกนั้นจะกระทำเช่นไรอีก

    ...สงครามคือสิ่งที่พระองค์มิปลาบปลื้มเนื่องเพราะมันมีแต่จะนำพามาซึ่งการศูนย์เสีย แต่หากการประนีประนอมทำให้ฝ่ายตรงข้ามยิ่งหยิ่งผยองได้ใจจนคิดว่าเขาเป็นเพียงเต่าหดหัวในกระดอง มิคิดจะลุกขึ้นสู้กลับแล้วล่ะก็...หึ!

    สุดท้ายหากมิอาจหลีกเลี่ยงสงครามได้จริง ๆ พระองค์ก็พร้อมจะใช้ทุกวิถีทางในการนำชัยชนะมาสู่แคว้น เพื่อผืนแผ่นดินของบรรพบุรุษและราษฎรใต้ปีกของเขาทุกคน!!

    ...

    “เสี่ยวจูธนูมาทางเราแล้ว!!”

    “องค์ชายทรงเงียบหน่อยเถอะพ่ะย่ะค่ะ!”

    องค์ชายต่างแคว้นชักม้าวิ่งไปทางโน้นทางทางนี้ทางจนคนสนิทที่ติดตามมาดูแลต้องวิ่งวุ่นคอยตามไปสกัดลูกธนูดอกโน้นดอกนี้ ไปจนถึงต้องตามปาดคอชายชุดดำทางโน้นทางนี้ทีเช่นกัน

    “เสี่ยวจูมันมาอีกแล้ว!”

    “หุบปากสักทีเถอะพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย!”

    หากมิใช่เห็น ๆ กันอยู่ว่าองค์ชายนอกคอกผู้นี้มิใช่เป้าหมายของเหล่าชายชุดดำ ป่านนี้ชายชุดดำเหล่านั้นคงยกโขยงขนกันมาปาดคอองค์ชายอู่เซียวเฉินจนเขารับมือไม่ทันแล้วกระมัง

    “แล้วชินอ๋องมิคิดเข้าไปช่วยเหลือฮ่องเต้เสียหน่อยหรือ?”

    “...มิจำเป็น”

    เทพสงครามชินอ๋องฮุ่ยเทียนเหมิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเรียบนิ่ง ทั้ง ๆ ที่มือยังถือกระบี่ปาดคอชายชุดดำบางคนที่หลงผิดเข้ามาใกล้

    เป้าหมายของชายชุดดำเหล่านี้ล้วนเป็นบรรดาขุนนางรวมไปถึงเชื้อพระวงศ์ของแคว้นฉิน โดยเฉพาะฮ่องเต้แห่งฉิน ไม่ว่าจะเว่ยหรือหม่าล้วนมิคิดหาเรื่องแคว้นอู๋กับแคว้นเซี่ยยามที่ตั้งใจทำศึกกับฉินหรอก

    “หากฮ่องเต้แห่งฉินสวรรคต มิใช่ว่าการเป็นพันธมิตรของพวกท่านจะสิ้นสุดหรอกหรือ”

    อู่เซียวเฉินยังคงหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ความกลัวตายของเขามิรู้กระเด็นหายไปไหนหมดตั้งแต่เมื่อใด หรือเขาก็แค่เสแสร้งแกล้งกลัวตั้งแต่ต้นก็ไม่อาจทราบ

    “...ทุกอย่างอยู่ในกำมือของฮ่องเต้แห่งฉิน”

    ฮุ่ยเทียนเหมิงไม่ได้สนใจคำถามของอู่เซียวเฉิน เพียงดูด้วยตาก็รู้ว่าภายในป่านี้ฮ่องเต้จัดฉากไว้อย่างไร มิเช่นนั้นคนร้ายคงมิอาจเข้ามาถึงตัวได้ง่ายเพียงนี้ ถึงกับยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อกวาดล้างวังหลวงให้สะอาด

    หากให้คาดเดา...มินานก็คงเตรียมพร้อมจะโต้กลับอย่างดุเดือดเป็นแน่

    ...พระเชษฐาของเขามองการณ์ไกลเสมอ...

    แต่แล้วสายตาของเขาพลันหันไปมองกลุ่มสตรีที่หนึ่งในนั้นอนาคตต้องแต่งมาเป็นพระชายาในวังอ๋องของเขา ดวงตาคมดุดันพลันเห็นมือของสตรีนางหนึ่งที่ผลักร่างเล็กบางบนหลังม้า ที่กำลังตั้งใจยิงธนูดับลมหายใจอริศัตรูอยู่ให้ร่วงตกลงมา

    ร่างของเด็กสาวเซหล่นหากแต่เชือกบังเหียนที่ยาวเกี่ยวขาข้างหนึ่งของนางไว้ ไม่ให้ตัวของนางหล่นลงไปจนถูกม้าเหยียบได้พอดี ทว่าม้าที่ถูกเด็กสาวที่ร่วงหล่นพยายามดึงรั้งตัวเองไว้จับหมับเข้าไปที่ใต้ท้อง กลับแตกตื่นและวิ่งออกไปจากกลุ่มคน

    หนึ่งสตรีที่ห้อยโหนโงนเงนหนึ่งม้าที่ไร้การควบคุมพุ่งออกไปยังทิศทางที่เบื้องหน้ายังมีมือสังหารหลายคนเหลืออยู่ และพวกมันก็คงพร้อมใจกันจัดการเหยื่อที่หลุดเข้ามาใกล้

    ตัวเขาจะมิคิดให้ความสนใจเลยหากสตรีนางนั้นมิใช่...นาง

     

     

    -------

    ยาวไปๆ เย้ 

    คล้ายกับเรื่อง秘蜜 หฤทัยจอมนาง ที่คุณอ่าน