กระแสน้ำพัดร่างขององค์ชายและองค์หญิงไปยังหมู่บ้านผานหุย ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงออกไป ไม่ไกลมากนัก ชาวบ้านพบทั้งสองพระองค์นอนสลบไสลอยู่ตรงชายฝั่งแม่น้ำ เลยช่วยชีวิตไว้ ทั้งสองคนได้ไปอยู่ในบ้านของสองพ่อลูก ลูกสาวของบ้านนี้ชื่อนานตง นางช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้องค์หญิง ในขณะที่ผู้เป็พ่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้องค์ชาย
ในคืนหนึ่ง องค์หญิงทรงฟื้นก่อน และตอนนี้ก็เป็ปกติดี แต่องค์ชายกลับขาหัก น่าจะเกิดจากกระแสน้ำพัดไปชนก้อนหินขนาดใหญ่เข้า ทำให้องค์ชายเดินไปไหนไม่ได้เลย แต่ยังดีที่นานตงคอยประคบประหงมดูแลเกือบทั้งวี่ทั้งวัน
องค์หญิงทรงบอกกับชาวบ้านว่า ตนชื่อชานชิว เป็น้องสาวของอันฉู่ ชายผู้ขาหัก เพราะไม่อยากให้นานตงเข้าใจผิด ดูลักษณะที่นางดูแลอันฉู่อยู่ตลอดเวลาแล้ว แสดงว่านางมีใจให้อันฉู่อยู่ไม่ใช่น้อย ชานชิวไม่อยากเห็นภาพที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน เลยขอออกไปกับพ่อของนานตงเพื่อสำรวจหมู่บ้าน
“ทำไมสภาพดินถึงแห้งแล้งขนาดนี้ล่ะท่านลุง แล้วจะปลูกพืชได้อย่างไร” องค์หญิงตรัส
“ก็่นี้ ฝนไม่ตกมานานมากแล้ว คิดแล้ว ลุงก็เครียด แถมทางการยังมาเร่งเก็บภาษีเสียอีก ไม่รู้จะเอาอัฐที่ไหนไปให้” พ่อของนานตงบ่น
“แล้วทำไมลุงไม่แจ้งทางการ ให้ช่วยกันแก้ปัญหาล่ะ” องค์หญิงตรัส
“เฮ้อ ลุงก็แจ้งเขาไปหลายทีแล้ว แต่เขาไม่ยอมรับฟังพวกเราเลย” พ่อของนานตงเล่า
ด้วยความที่องค์หญิงชานชิวแพ้พนันบ่อย และไป่หลิงมักจะให้ตนสอบถามสารทุกข์สุกดิบกับชาวบ้าน ดังนั้นครั้งนี้องค์หญิงจึงสอบถามด้วยความเคยชิน ทำให้องค์หญิงทรงรู้ปัญหาและรู้สึกสงสารชาวบ้านอย่างมาก
ทันใดนั้น ไป่หลิง ธงอี่ และต่งหนาน ที่กำลังออกตามหาองค์หญิงและองค์ชายอยู่ก็เข้ามาในหมู่บ้านพอดี องค์หญิงทรงดีพระทัยอย่างมากที่เจอพวกเขา เลยรีบเสด็จไปหาพวกเขาทันที
“เราอยู่นี่ ไป่หลิง” องค์หญิงตรัส
“ทรงปลอดภัยดีใช่มัยเพคะ” ไป่หลิงถาม
“ใช่เราปลอดภัยดี แต่ชายที่มากับเราด้วยเขาขาหัก เดินไปไหนไม่ได้เลย และเพราะพวกเราหนีมาด้วยกัน เราเลยไม่อยากทิ้งเขาน่ะ” “และเ้ารู้มั้ยว่า พวกนักฆ่า้าฆ่าใครกันแน่ ข้าไม่เคยมีศัตรูที่ไหนนี่ หรือ้าฆ่าชายคนนั้น”
ไป่หลิงยังไม่อยากเปิดเผยเื่องค์ชาย เพราะนักฆ่าน่าจะหมายชีวิตองค์ชายอันฉู่ เลยกล่าวว่า “เื่นี้ ท่านเสนาบดีกำลังสืบเพคะ” “งั้น ข้าจะไปดูอาการชายคนนั้นให้ก่อนนะเพคะ”
ธงอี่กับต่งหนานกำลังจะเดินตามไป่หลิงไป แต่กลับถูกองค์หญิงรั้งตัวไว้ “เดี๋ยวท่านทั้งสอง เรามีเื่ด่วนที่จะให้พวกท่านไปทำ” “ในตอนนี้ชาวบ้านผานหุย เดือดร้อนอย่างมาก ฝนไม่ตกมานานมากแล้ว ทำให้เพาะปลูกพืชผลไม่ได้เลย อีกทั้ง ทางการยังเร่งเก็บภาษีอีก เราจึงอยากให้ท่านทั้งสองไปแจ้งให้ท่านเสนาบดีทราบและแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน และหากจะต้องใช้ทรัพย์สินเพิ่มเติม เราก็พร้อมสละทรัพย์ส่วนตัวให้”
“รับทราบเพคะ” ต่งหนานจึงรีบพาธงอี่ ไปหาท่านเสนาบดีทันทีเพื่อแจ้งปัญหาของชาวบ้านผานหุย
จากนั้นองค์หญิงจึงรีบเสด็จไปดูไป่หลิงรักษาอันฉู่ทันที
“นี่ท่านจะทำอะไรน่ะ ท่านเป็ใคร ถึงกล้ามายุ่งกับอันฉู่ของข้า” นานตงกล่าว
ไป่หลิงกำลังจะพูด แต่องค์หญิงกลับตรัสตัดหน้าทันที “เราเป็คนไปตามหมอไป่หลิงมาเอง พี่ของเรานั้นขาหักอยู่ ต้องรีบรักษา ไม่เช่นนั้นอาจพิการได้ หรือเ้าอยากเห็นพี่ของเราพิการล่ะ”
นานตงจึงยอมปล่อยให้ไป่หลิงเข้าไปรักษาอันฉู่
ในใจไป่หลิงคิดว่า “นึกไม่ถึงว่า องค์หญิงชานชิวจะมีคู่แข่งเสียแล้ว นั่นก็คือ นานตง แถมหวงก้างสุดๆ เสียด้วย”
ระหว่างที่ไป่หลิงรักษาให้องค์ชายอันฉู่อยู่นั้น ไป่หลิงก็ได้สังเกตเห็นองค์ชายลอบมององค์หญิงชานชิวอยู่เสมอ ซึ่งองค์หญิงเองก็รู้พระองค์ว่าโดนลอบมอง องค์หญิงทนกับสายตาอันฉู่ไม่ไหวจึงเป็ฝ่ายออกไปรอนอกบ้านทันที
“ยานี้เป็ยาดี อีกสองวันท่านจะหายเป็ปกติ ไม่ต้องเป็ห่วงนะ” ไป่หลิงกล่าว
“ขอบคุณมาก ท่านหมอ” องค์ชายอันฉู่ตรัส
หลังจากนั้นไป่หลิงก็ขอลาองค์หญิงกลับก่อน เพราะองค์หญิงเป็คนรับผิดชอบ ในเมื่อชายคนนี้ช่วยชีวิตตนไว้ พระองค์ก็จะไปส่งเขาที่เมืองหลวงเอง แต่ถ้าถึงเวลาแล้ว ชายคนนี้้าอยู่ที่นี่ พระองค์ค่อยกลับเมืองหลวงคนเดียว
พอครบกำหนดสองวัน อันฉู่ก็รีบขอลาทั้งสองพ่อลูกทันที นานตงโศกเศร้าเสียใจอย่างมากที่อันฉู่ต้องเดินทางจากไป
ตัวองค์หญิงก็แปลกพระทัยตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงทนไม่ได้เวลาที่อันฉู่อยู่กับผู้หญิงคนอื่น แต่องค์หญิงก็พยายามยับยั้งชั่งใจเพราะตนไม่ได้เป็อะไรกับชายคนนี้ ดังนั้นองค์หญิงจึงเสด็จนำไปก่อน
องค์ชายเห็นว่าชานชิวไม่รอ เลยแกล้งล้ม ทำให้ชานชิวต้องรีบวิ่งกลับมาเพื่อประคององค์ชายตลอดการเดินทาง
องค์หญิงเห็นว่าการเดินทางมันจะช้าเกินไป โชคดีที่พระองค์ได้ขออัฐจากไป่หลิงมาแล้ว พระองค์จึงจ้างรถม้าเพื่อไปส่งที่เมืองหลวง ทำให้ทั้งสองพระองค์ถึงเมืองหลวงเร็วขึ้น
เมื่อมาถึงเมืองหลวง องค์หญิงจึงรีบล่ำลาอันฉู่ทันที “เราต้องรีบกลับบ้านแล้ว ป่านนี้ท่านพ่อคงจะรีบตามหาเรา ลาก่อนนะอันฉู่”
องค์ชายทรงรู้สึกอาลัย เลยรีบรั้งตัวชานชิวไว้ก่อน “หวังว่าพวกเราจะได้พบกันอีกนะ ชานชิว ขอบคุณท่านมากที่ช่วยดูแลเรา”
“เราก็ไม่ได้ช่วยอะไรท่านมากนักหรอก คนที่ดูแลท่านจริงๆ ก็คือนานตงซะมากกว่า ลาก่อนนะท่าน” องค์หญิงรีบจากไปทันที
โชคดีที่คนสนิทขององค์ชายปลอดภัยดี เลยมารอองค์ชายอยู่ที่เมืองหลวง พอเห็นองค์ชายปลอดภัยก็ดีใจ แล้วพาองค์ชายอันฉู่เข้าวังทันที
*********************************
ณ ตำหนักองค์หญิงชานชิว
“ทรงหายไปไหนมาเพคะ รู้มั้ยเพคะ คนในวังพากันตามหาพระองค์จนทั่วเลยน่ะ”
“เราถูกตามฆ่าน่ะสิ เราก็ไม่รู้ว่าพวกมันเป็ใคร เราว่ายน้ำหนี แต่กระแสน้ำแรงมาก พัดเราไปติดที่หมู่บ้านผานหุย ตัวเราไม่ได้เป็อะไร แต่ชายที่อาสานำเราเที่ยวกลับขาหักนี่สิ เราก็เลยต้องรับผิดชอบให้เขาหายก่อน ค่อยกลับมาเมืองหลวงไง”
“แล้วนี่พระองค์ก็ไม่ได้ฝึกการแสดงอะไรเลย มันวันพรุ่งนี้แล้วนะเพคะ”
“เื่นี้ ช่างมันเถอะ เราบอกกี่ครั้งแล้ว เราไม่อยากอภิเษกไง”
องค์หญิงชานชิวทรงเบื่อนางกำนัลที่เรียกร้องแต่ให้ตนฝึกการแสดง จึงเสด็จไปที่สวนอุทยาน สักพักก็เห็นเหล่าบรรดาองค์หญิงแอบมุงดูอะไรบางอย่าง เลยเข้าไปดูบ้าง ปรากฏว่า พวกองค์หญิงมาเฝ้าดูองค์ชายอันฉู่แห่งแคว้นฉู่นี่เอง องค์หญิงชานชิวทรงทอดพระเนตรจากระยะไกล ก็จำได้ทันทีว่า องค์ชาย คือ ชายคนนั้น ชายที่มีชื่อว่า อันฉู่ นี่เอง