อินฟินน์และลีออนได้เดินทางมาถึงอาคารของหน่วยสืบสวนที่ตั้งแยกออกมาจากสำนักงานหน่วยบริการประชาชน เพราะโดนเรียกตัวมาเรื่องเหตุการณ์ที่เขาได้ปะทะกับชายชุดสูทสีดำ หน้ามินิมาร์ทหลายวันก่อน
ภายในอาคารที่ทั้งสามคนเพิ่งเดินเข้ามานั้นต่างเต็มไปด้วยเสียงของความวุ่นวายของทีมสืบสวนแต่ละทีม และภาพพนักงานที่เดินไปมาก่อนที่
หนึ่งในพนักงานเหล่านั้นจะมองเห็นสามคน
เมื่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยสืบสวนเห็นการมาของทั้งสามคนก็ได้พาพวกเขาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นเพื่อเจอกับ หน่วยสืบสวนที่รอพวกเขาอยู่
เมื่อลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นที่เป็นจุดหมายของพวกเขา ทันทีที่มันเปิดออกก็ปรากฏป้ายชื่อแผนกอยู่หน้าทางเข้าที่เขียนว่า “หน่วยสืบสวนเฉพาะกิจ ฟายฟิน” เจ้าหน้าที่ได้พาทั้งสามคนเดินเข้าไปข้างในจนเจอห้อง ที่มีชายแก่หัวโล้นที่ฟินน์เคยช่วยไว นิคาซิโอ้ แคร์ และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ
“คนพวกนี้คือเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเหตุการณ์คืนนั้นค่ะ ฟินน์ อิน และลีออน”
แคร์ที่เห็นการมาถึงของทั้งสามคนก็แนะนำตัวพวกเขาให้กับ เจ้าหน้าที่กลุ่มนั้นฟัง ก่อนที่จะเริ่มแนะนำตัวเจ้าหน้าที่กลุ่มนั้น
"คนกลุ่มนี้เป็นคนของหน่วยแผนกสืบสวน คนที่ใส่แว่นเป็นเพื่อนฉันเองชื่อฮิวจิต ข้างหลังอีกสองคนก็เป็นคนของหน่วยสืบสวนเหมือนกันชื่อ ตรง กับ พิทักษ์ ส่วนคนที่ใส่ชุดกาวน์ คือ โรเบิร์ต นักวิทยาศาสตร์ที่ช่วยดูแลด้านยาฟายฟิน และคนที่เธอเคยช่วยไว้ วริศ”
ฟินน์ที่เห็นการแนะนำตัวของแคร์เมื่อเห็นว่ามีนักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับยาฟายฟินมาอยู่ด้วยก็นึกสงสัยออกมา พร้อมกับนึกไปถึงป้ายที่เขียนชื่อแผนก ก็เริ่มปะติดปะต่อเหตุการณ์ขึ้นมา
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับยาเสพติดฟายฟินนั้นหรอครับ”
“ใช่ พวกที่ลักพาตัวลุงวริศ เป็นกลุ่มขายยาเสพฟายฟิน…หน่วยสืบสวนให้เรียกพวกเธอทั้งสามคนมาเพื่อช่วยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น”
หลังจากที่แคร์บอกจุดประสงค์ที่เรียกทั่งสามคนมา ฟินน์ อิน และลีออนก็เริ่มเล่าเหตุการณ์วันนั้นออกมาในมุมมองของแต่ละคน โดยที่เจ้าหน้าที่สืบสวนคอยบันทึกเสียงพวกเขาอยู่
การถามรายละเอียดของทั้งสามคนกินเวลาอยู่สักพักใหญ่ กว่าจะจบลง หน่วยสืบสวนถึงปิดเครื่องบันทึกเสียงและปล่อยให้ฟินน์ได้พูดคุยในสิ่งที่อยากรู้กันเพิ่มเติมอีก
“นอกจากสองคนที่พวกผมจัดการไป ยังมีพวกมันอีกห้าคนอย่างนั้นหรอครับ…
แถมคุณนิคาซิโอยังกัดการพวกมันทั้งห้าคน ด้วยตัวเองด้วย”
ฟินน์ที่ได้ฟังที่อินน์เล่า นิคาซิโอ้ก็ช่วยเสริมขึ้นมา จนฟินน์หันไปมองนิคาซิโอ้อย่างชื่นชมในความสามารถของเขา
“ระหว่างที่ฉันสู้กับพวกห้าคนนั้น พวกมันได้ใช้ยาฟายฟินในการเพิ่มวิเศษของตัวเอง หัวหน้าของมันได้ใช้ยามากกว่าคนอื่นจนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แทบจะไม่ใช้มนุษย์แล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยว่าจะมีการใช้ยาฟายฟินในรูปแบบนี้ แต่ฟังจากที่เธอเล่าพวกที่เธอเจอคงไม่ได้ใช้ยา หรืออาจจะใช้ไปก่อนที่เธอจะเห็นก็ได้”
หลังจากนิคาซิโอ้พูดจบแคร์ก็พูดเสริมอธิบายให้ทั่งสามคนฟังต่อ
“ฮิวจิตเพื่อนของฉันมีความสามารถพิเศษในการอ่านใจ ที่ผ่านมาเขาใช้พลังพิเศษในการปิดคดีไปมากมาย แต่เขาไม่สามารถอ่านใจพวกที่จับมาได้เลย รวมถึงสองคนที่พวกเธอจัดการด้วย”
“ใช่ครับทันที่ผมอ่านใจพวกเขามันก็มีเรื่องราวในหัวของเขาที่ซับซ้อนไปหมดจนไม่สามารถจับความได้เลย ปกติแล้วเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อผมอ่านใจคนที่มีปัญหาทางจิต แต่พวกเขากลับดูปกติมาก”
เมื่ฮิวจิตเห็นแคร์พูดถึงพลังพิเศษของตนก็อธิบายเพิ่มขึ้นมาก่อนที่จะส่งให้แคร์ได้พูดต่อจากเดิม
“นั่นแหละเป็นสาเหตุที่ทำไมหน่วยสืบสวนถึงต้องเรียกพวกเธอมาสอบถามเพิ่มเติม เพราะหน่วยสืบสวนไม่ได้รับข้อมูลอะไรจากพวกมันเลย ไม่เคยแจ้งเสียภาษี หรือจดทะเบียนกิจการอะไรทั้งนั้น เรื่องสำคัญที่สุดที่เราได้รู้จากลุงวริศคือพวกมันเกี่ยวข้องกับกลุ่ม ที่มันเริ่มผลิตยาฟายฟินมาขายแต่แรกแน่นอน”
“แล้วลุงวริศไปเกี่ยวข้องกับพวกมันได้ยังไงหรอครับ”
ฟินน์ที่นั่งฟังเรื่องทั้งหมดอยู่ก็เอ่ยถามชายแก่หัวโล้นที่เขาเคยช่วยไป
“ฉันเคยเป็นคนขายยาฟายฟินให้พวกนั้นนะ”
“ขายอยากให้พวกเขางั้นหรอครับ ถ้าอย่างนั้นคุณก็จะโดนจับด้วยหรอ”
“ฉันเคยขายยาให้พวกเขาจริงๆ แต่สมัยนั้นยังไม่ผิดกฎหมายยังไงล่ะ พอเขาประกาศว่าเป็นยาเสพติดที่ผิดกฎหมายและมีผลข้างเคียง ฉันก็เลยตัดสินใจที่จะหยุดทำ แต่พวกมันไม่ยอมและจะพยายามฆ่าฉัน โชคดีที่ฉันรอดมาได้เลยหนี้ไปอยู่รัฐอื่น”
“หนี้ไปได้ก็ดีแล้วนิ ทำไมถึงกลับมาละ”
อยู่ดีๆ ลีออนก็ถามลุงวริศขึ้นมาเพราะไม่เข้าใจเหตุผลที่เขากลับมา
“ถ้าฟังแล้วมันก็อาจจะดูแปลกๆ แต่ฉันน่ะ อยู่คนเดียวมาตลอดใช้ชีวิตเร่รอนไร้บ้านไปวันวัน แต่มีช่วงหนึ่งที่ฉันได้ สนิทสนมกับเด็กคนหนึ่ง เขาชื่อซินซิน เขาเป็นคนเดียวที่เคยให้ความสำคัญกับฉัน แต่พอนึกย้อนกลับไปแล้ว ถ้าฟายฟินมันเป็นยาเสพติด ฉันก็พาเขาพี้ยาทุกวันเลยนะซิ ฮาๆๆๆ …ฉันก็เลยว่าจะแอบมาหาเขาหน่อย อยากรู้ว่าตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง”
“ซินซินอย่างนั้นหรอครับชื่อเหมือนเพื่อนของผมเลย”
ทันทีที่ฟินน์พูดขึ้นมาว่าเหมื่อนจะรู้จักซินซิน วริศก็แสดงท่าทีตกใจออกมาด้วยความดีใจ
“ว่ายังไงนะ เธอรู้จักเขาอย่างนั้นเหรอ”
“คือผมยังไม่รู้เลยนะครับว่าจะใช่คนเดียวกันหรือเปล่า”
“รีบบอกเขาไปเถอะฟินน์ อาจจะเป็นคนเดียวกันก็ได้ ตั้งแต่สอบปากคำลุงวริศมาก็ชอบพูดถึงเด็กคนนั้นประจำเลย”
แคร์ที่เห็นท่าทีลังเลของฟินน์ก็พูดสนับสนุนให้เขาบอกวริศไป
“ถ้าซินซินที่ผมรู้จักละก็ คุณแคร์ก็รู้จักนะครับเป็นเด็กที่ เคยโดนหลอกให้ถือระเบิดเข้าโรงเรียนไงครับ ช่วงเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในครั้งนั้น”
“เด็กนั้นอย่างงั้นเหรอ!...ใช่สิเด็กนั้นชื่อซินซินนิ ว่าแต่เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย”
“ผมคือเด็กที่คุณแคร์เคยช่วยไว้ตอนเกิดระเบิดครับ คุณเอาตัวมาบังผมไว้”
“เด็กคนนั้นคือนายยังงั้นหรอ ว่าแล้วทำไมถึงรู้ชื่อฉันตั้งแต่ตอนแรกที่พบกันเลย”
ทั้งฟินน์และแคร์ที่พูดถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ยิ้มให้กันออกมา โดยที่ไม่ได้สนใจวริศที่กำลังจะถามเรื่องของซินซินต่อเลย แต่เมื่อวริศเห็นบรรยากาศแปลกๆ ของทั้งสองคนเขาก็เลือกที่จะรอก่อน โดยไม่รู้เลยว่ามีฮิวมอนสิงโตขวานผ่าซากที่ไม่สนใจบรรยากาศที่เกิดขึ้นและชิงถามออกมาก่อน พร้อมกับมองไปที่คนใส่ชุดกาวน์
“ว่าแต่ไอ้ยาฟายฟินนี่มันคืออะไรเหรอ เคยถูกกฎหมายและมาผิดกฎหมายเนี่ย”
“มันเป็นยาเสพติดที่ทำให้เห็น สิ่งที่อยากเห็นน่ะสิ เมื่อตรวจสอบตัวยาในแคปซูลก็พบว่าเป็นวิเศษบางอย่าง และทุกวันนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าวิเศษในยานั้นมันคืออะไร
ด้วยความที่มันไม่ได้มีตัวยาเหมือนยาอื่นๆ เราเลยไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามันเป็นยาเสพติดเพราะมันไม่ได้มีตัวยาที่ผิดกฎหมายอยู่ แต่ว่าในภายหลังเราพบว่ามันมีผลข้างเคียงในการทำลายระบบประสาทและเป็นอันตราย มันจึงถูกยื่นให้บรรจุเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง นับแต่นั้นมาก็เลยผิดกฎหมาย”
“ยาที่บรรจุ วิเศษที่ทำให้เห็นในสิ่งที่ต้องการอย่างนั้นหรอครับ ไม่คิดว่าจะเกี่ยวกับวีรบุรุษของดีอาดูแอลที่มีพลังพิเศษภาพลวงตาคนนั้นหรอ”
“เป็นทฤษฎีที่น่าสนใจดีนะ เอาภัยคุกคามสองอย่างมารวมกัน เดียวว่างๆ จะตรวจดูให้ละกัน”
โรเบิร์ตที่เห็นอินพูดถึงความเป็นไปได้ออกมา ก็ยิ้มให้กับความคิดของเขาและตอบรับแบบส่งๆ ออกไป
หลังจากนั้นแคร์ก็บอกให้ทั้งสามคนกลับไปทำหน้าที่ต่อได้ก่อนที่วริศจะฝากทั่งสามคนช่วยตามหาซินซินที่ทั้งเขาและทั้งสามคนไม่ได้เจอกันนานแล้ว
“ให้การต้อนรับเจ้าหน้าที่ฝึกหัดของฉันดีจังเลยนะ”
หลังจากที่ฟินน์อินและลีออกกลับไป หน่วยสืบสวนและแคร์ก็ยังอยู่ทำคดีกันต่อ ก่อนที่แคร์จะแซวเพื่อนของเขาออกไป
“อนาคตวีรบุรุษเลยนะ ต้องสร้างความประทับใจแรกเจอให้ดีสิ ใครจะไม่อยากสนิทกับพวกนั้นกัน…ฉันไม่ใช้เธอที่จะใช่เสน่ห์มัดใจเจ้าหนุ่มนั้นได้นะ"
ฮิวจิตที่แซวแคร์กลับไปเรื่องฟินน์ก็ทำให้เธอมองกลับมาที่เขาอย่างไม่พอใจ ก่อนที่ฮิวจิตจะเห็นว่าโรเบิร์ตกำลังยุ่งกับสมาร์ทโฟนของเขาด้วยหน้าตาเคร่งเครียด
“นี้โรเบิร์ต กำลังติดต่อใครนะ”
“ฉันกำลังติดต่อทีมงานให้ไปขอความร่วมมือกับทีมของคุณแอนเพื่อตรวจสอบวิเศษในยาฟายฟิน เหมือนที่เด็กนั้นพูดนะ”
“นายก็คิดเหมือนเด็กนั้นหรอ”
“ไม่ใช่หรอก แค่มีความเป็นไปได้อยู่บ้าง ก็เลยลองตรวจสอบดู…ขอให้อย่าเกี่ยวข้องกันเลยเถอะไม่งั้นเสียหน้ากันทั้งแผนกแน่ๆ”
หลังจากนั้นไม่กี่วันสำนักข่าวทุกช่องก็ประกาศข่าว ที่หน่วยบริการประชาชนจะทำสงครามปราบปรามยาฟายฟินอย่างเต็มตัว เพราะเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับวีรบุรุษของดีอาดูแอล และยกระดับสถานการณ์เป็นการแทรกแซงระหว่างประเทศ