เช่นเดียวกับฐานทัพทะเลมารผู้อยู่อาศัยทุกคนในฐานทัพจงไห่ก็มีบัตรประจำตัวบัตรประชาชนเช่นกัน แต่แน่นอนว่าบัตรประชาชนของฐานทะเลมารนั้นไร้ประโยชน์สำหรับที่นี่
“ผมเป็นผู้ฝึกยุทธ์ของฐานทะเลมารผมต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของฐานจงไห่?” เย่เทียนถาม
“ผู้ฝึกยุทธ์จากฐานทัพอื่น?”
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาที่เป็นคนเฝ้าประตูมองเย่เทียนด้วยความประหลาดใจผู้ฝึกยุทธ์จากฐานทัพใหญ่อื่นๆ เขาไม่ค่อยพบเห็นมากนัก
“มันง่ายมากประการแรกนายต้องอยู่ในขอบเขตราชา ประการที่สองคือนายต้องทิ้งรอยประทับยาวหนึ่งนิ้วไว้บนศิลาจารึกค่ายกลสวรรค์นายจึงจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของฐานทัพจงไห่ได้!”
ราชาผู้เฝ้าประตูกล่าว
“ผมจะทดสอบ!”
เย่เทียนกล่าว
“ขึ้นไปที่ชั้นสามของหอคอยแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการทดสอบเพื่อเข้าร่วมฐานหลังจากนั้นจะมีคนพานายไปทำการทดสอบ!”
ผู้เฝ้าประตูกล่าว
“ขอบคุณมาก!”
เย่เทียนประสานมือกล่าว
หอคอยประตูใหญ่มีอยู่หลายชั้นเย่เทียนขึ้นลิฟต์พลังปราณที่อยู่ข้างๆ ไปยังชั้นสาม ส่วนเสี่ยวเซวี่ยรอเขาอยู่ด้านนอก
ทันใดนั้น
เย่เทียนก็ได้พบกับคนแปลกๆเขาคือมนุษย์ที่สูงประมาณสามเมตร
“สิ่งที่ราชาเยว่หลิงบอกเราเป็นความจริงที่นี่มีมนุษย์ที่สูงสามเมตรอยู่จริงๆ ด้วย!”
เย่เทียนแอบตกใจ แต่ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงอาการผิดปกติใดๆ
ในสายตาของเขา มนุษย์ที่สูงสามเมตรอาจจะดูแปลกอยู่บ้างแต่หากเป็นในฐานทัพจงไห่ นี่อาจเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเย่เทียนแสดงสายตาแปลกๆ ออกไป ไม่แน่ว่าคนผู้นั้นอาจคิดว่าเขากำลังยั่วยุตนอยู่ซึ่งมันอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาโดยไม่ได้ตั้งใจได้
“ตรวจสอบ!”
พรสวรรค์ในการคัดลอกแผ่ขยายเข้าปกคลุมอีกฝ่ายทันทีข้อมูลของคนผู้นั้นปรากฏขึ้นบนจอประสาทตาของเย่เทียน
[พ่อมด : ซากา
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับหลุดพ้น]
คนผู้นี้มีเพียงพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นไร้ซึ่งพรสวรรค์พิเศษ แต่จากข้อมูล เขาไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นพ่อมด
“หรือว่าพ่อมดจะเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งของมนุษย์?”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
บางทีเมื่อเขาเข้าไปในฐานทัพระดับสุดยอดเขาก็จะได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ของโลกในบี้มากกว่าตอนนี้
ไม่นานปรมาจารย์มนุษย์คนหนึ่งก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเย่เทียน
“ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า?”
ปรมาจารย์ผู้นี้ไม่ได้แสดงท่าทีเคารพเย่เทียนมากนักนี่ทำให้เย่เทียนเข้าใจว่าระดับราชาไม่ได้มีฐานะสูงมากในฐานทัพจงไห่ ไม่อย่างนั้นปรมาจารย์ที่เห็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาจะต้องเรียกเขาว่าท่านอย่างแน่นอน
“ผมต้องการเข้ารับการทดสอบเพื่อเข้าร่วมฐานจงไห่คุณช่วยพาผมไปที่ทำการทดสอบได้ไหม?”
เย่เทียนถาม
“ได้สิ!”
ปรมาจารย์ผู้นั้นนำทางเย่เทียนไปยังห้องขนาดใหญ่ภายในมีแผ่นศิลาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ แผ่นศิลาขนาดมหึมานี้น่าจะเป็นแผ่นศิลาค่ายกลสวรรค์หลังจากนั้นเพียงไม่นานผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาก็มาถึงด้านหน้าของเย่เทียน
หญิงสาววัยกลางคนผู้นี้มีระดับการบ่มเพาะที่สูงมากคาดว่าเธอเกือบจะถึงขีดจำกัดของระดับราชาแล้ว
[มนุษย์ : หวังเยี่ยน
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับหลุดพ้น
พรสวรรค์ด้านดาบ : ระดับสูง
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ปานกลาง]
“แข็งแกร่งมาก!
นี่คือความรู้สึกแรกของเย่เทียนที่มีต่อหวังเยี่ยนอีกฝ่ายมีพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูง ด้วยอายุของเธอ บางทีเธออาจเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบได้หลายส่วนแล้วและแน่นอนว่าตอนนี้เธอคงจะต้องฝึกฝนทักษะดาบระดับเงินเป็นอย่างต่ำ
เมื่อรวมกับระดับการบ่มเพาะของฝ่ายตรงข้ามพลังการต่อสู้ของหวังเยี่ยนคงจะเป็นรองแค่ระดับราชาไร้เทียมทานเท่านั้น
“น้องชาย นายต้องการจะเข้าร่วมฐานทัพจงไห่ใช่หรือไม่?”
หวังเยี่ยนยิ้มมองเย่เทียนแล้วถาม
“คุณรู้ได้อย่างไรว่าผมยังเด็กอยู่?”
เย่เทียนไม่พอใจกับคําเรียกขานของอีกฝ่ายอยู่บ้าง
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นราชาเหมือนกันการเรียกคนอื่นเด็กกว่าแบบนี้ก็ดูไม่สุภาพเอาเสียเลย
“พลังชีวิตของนายนั้นอุดมสมบูรณ์มากแล้วนายก็ไม่ได้ปกปิดมันเลย มันไม่เหมือนกับระดับราชาที่อายุมากแล้ว ฉันเดาว่านายน่าจะอายุแค่ยี่สิบกว่าปีเท่านั้นแต่พี่สาวคนนี้น่ะอายุแปดสิบปีแล้ว การจะเรียกนายเหมือนคนอายุน้อยกว่าก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”หวังเยี่ยนกล่าว
“ออร่าของพลังชีวิต…”
สีหน้าของเย่เทียนเปลี่ยนไปทันใดนั้นเขาพบว่าพลังชีวิตของหวังเยี่ยนนั้นอ่อนแอกว่าเขามาก มันไม่ใช่ว่าเธอกำลังจะใกล้ตายแต่เป็นเพราะเขาไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้ราวกับว่ามันถูกซ่อนไว้อย่างดี
“ในฐานทัพระดับสุดยอดมีวิชาลับที่สามารถซ่อนพลังชีวิตได้อย่างนั้นหรือ?”
เย่เทียนถามด้วยความสงสัย
“ถูกต้อง แม้ว่ามันจะราคาแพงอยู่บ้างแต่ระดับราชาก็สามารถหามาเรียนกันได้ทุกคน น้องชาย ถ้านายสามารถทิ้งรอยประทับบนศิลาค่ายกลได้สิบนิ้วพี่สาวคนนี้จะมอบเคล็ดวิชาลับดังกล่าวให้กับนายดีหรือไม่?”
หวังเยี่ยนพูดอย่างเจ้าเล่ห์
“จริงเหรอ?”
เย่เทียนรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย
การที่หวังเยี่ยนมองออกถึงอายุของเขาและเห็นพลังชีวิตของเขามันทำให้เขารู้สึกไม่ดีจริงๆดังนั้นเขาจึงต้องการทักษะลับที่จะช่วยซ่อนกลิ่นอายชีวิตของเขาไว้ได้มา
“แน่นอน!”
หวังเยี่ยนตอบอย่างมั่นใจ
“การจะสร้างรอยประทับบนศิลาหนึ่งนิ้วต้องใช้พลังเท่าไหร่?”เย่เทียนมองไปที่แผ่นศิลาค่ายกลสวรรค์และถาม
หวังเยี่ยนตอบ “ศิลาค่ายกลสวรรค์ใช้วัตถุดิบพิเศษชนิดหนึ่งสลักอักขระอาคมระดับสูงเอาไว้ มันสามารถทนต่อการโจมตีของระดับที่สูงกว่าระดับราชาได้ถ้าต้องการทิ้งรอยประทับเอาไว้หนึ่งนิ้วต้องใช้พลัง 1,000 ช้าง”
“พลัง 1,000ช้าง?” เย่เทียนลอบคิดกับตัวเอง
เขาเพิ่งทะลวงผ่านระดับราชาได้ตอนนี้เขามีพลังทางกายภาพ 150 ช้าง หลังจากที่ทำให้พลังของเขามั่นคงแล้วพละกำลังของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็น 200 ช้าง เมื่อใช้พลังปราณจะเพิ่มขึ้นเป็น400 ช้าง บวกกับพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับ (ปลอม) พลังของเขาก็จะเพิ่มขึ้น30 เท่า มันก็จะเท่ากับ 12,000 ช้าง
เย่เทียนไม่อยากเปิดเผยทักษะดาบระดับเงินของเขามิฉะนั้นพลังโจมตีที่เขาปลดปล่อยออกมาจะรุนแรงผิดปกติเกินไป
“12,000 ช้างก็เพียงพอที่จะทิ้งรอยประทับ12 นิ้วไว้แล้ว!” เย่เทียนวางแผน
ทันใดนั้น เขาก็ชักดาบฟันไปที่แผ่นศิลาค่ายกลสวรรค์พร้อมกับแอบกระตุ้นพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับ
ตูม!!!!
แสงจากดาบตัดผ่านแผ่นศิลาค่ายกลสวรรค์ทิ้งรอยดาบไว้
หวังเยี่ยนขึ้นไปตรวจสอบและกล่าวว่า“ตราประทับขนาด 12 นิ้ว ขอแสดงความยินดีด้วยนายสามารถเข้าร่วมกับฐานจงไห่ได้เเล้ว และนี่ถือเป็นรางวัลของนาย!”
หวังเยี่ยนหยิบตำราออกมาและโยนมันให้กับเย่เทียน
เย่เทียนไม่ได้เปิดดู เขาเก็บมันไปและพูดว่า“ขอบคุณ!”
“ไปกันเถอะฉันจะพานายไปจัดการเรื่องเอกสาร!”
หวังเยี่ยนพาเย่เทียนไปจัดการเรื่องต่างๆอย่างรวดเร็ว ไม่นานเย่เทียนก็ได้รับบัตรประชาชนของฐานจงไห่มา จากนั้นเขาก็เข้าไปด้านในฐานทัพจงไห่ทันที
หวังเยี่ยนมองไปที่โพรไฟล์ของเย่เทียนและพึมพำว่า
“รากฐานสมบูรณ์แบบแม้แต่ฐานทัพระดับสุดยอดก็ไม่มีใครสามารถสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบได้แบบนี้ แต่ตอนนี้กลับมีแล้วหนึ่งคนน้องชายคนนี้คงจะเป็นลูกศิษย์ของปีศาจชราบางคนแน่ๆ การมีรากฐานที่สมบูรณ์แบบที่แม้แต่ตระกูลใหญ่ของฐานทัพระดับสุดยอดก็ยังยากที่จะทำได้แบบนี้มันเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ถ้าน้องชายคนนี้มาจากฐานทะเลมารจริงๆ มันไม่มีทางเลยที่ตระกูลไหนในฐานนั้นจะสามารถรวบรวมทรัพยากรที่เพียงพอที่จะสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบแบบนี้ได้เว้นเสียแต่ว่าเขาจะเป็นศิษย์ของชายชราเร้นกายบางคน การก้าวสู่ระดับราชาตั้งแต่ยังอายุน้อยเช่นนี้และยังมีรากฐานที่สมบูรณ์แบบแบบนี้พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขาอย่างน้อยต้องเป็นระดับดาราแน่ หรืออาจจะเป็นจันทราเลยก็ได้ฮี่ฮี่ ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่ฉันมอบให้เขาน่าจะทำให้เขารู้สึกดีกับฉันบ้างแหละ ถ้าสามารถสร้างความสัมพันธ์กับปีศาจน้อยเช่นนี้ได้มันก็นับว่าเป็นการลงทุนที่ไม่เลวเลย”
หลังจากเข้าสู่ฐานจงไห่
เย่เทียนก็ได้พบกับพ่อมดและเผ่าพันธุ์มนุษย์อีกประเภทหนึ่งซึ่งก็คือเผ่ามนุษย์สามตา!
แน่นอนว่ามีเผ่าพันธุ์มนุษย์อื่นๆอีก
เย่เทียนอยากรู้เรื่องเผ่าพันธุ์แปลกๆพวกนี้มาก แต่เขาก็ต้องข่มใจไว้แล้วหาโรงแรมเพื่อเปิดห้องพักผ่อนชั่วคราวก่อน
ภายในห้อง
เย่เทียนหยิบตำราที่หวังเยี่ยนให้ออกมาบนตำราปรากฏคำหนึ่งเขียนไว้ “เคล็ดวิชาลมหายใจเต่า!”
เย่เทียนอ่านชื่อของวิชาลับนี้แต่วิชาลับนี้มีเพียงหน้าเดียวเท่านั้น และยังมีข้อมูลมากมายที่อยู่ด้านหลัง หนึ่งในนั้นคือข้อมูลเกี่ยวกับฐานทัพจงไห่ข้อมูลของเผ่าพันธุ์มนุษย์และประวัติของฐานทัพ
“หวังเยี่ยนคนนี้ต้องมีแผนอะไรใช่หรือไม่ทำไมอยู่ๆ ถึงมาทำดีกับเราเช่นนี้?”
เย่เทียนลอบคิด
บางทีอีกฝ่ายคงมองออกว่าเขาเป็นมือใหม่และยังไม่รู้เรื่องราวของฐานทัพจงไห่มากนักจึงได้มอบของขวัญชิ้นนี้ให้ เย่เทียนเพิ่งเข้าร่วมกับฐานจงไห่ ของขวัญชิ้นนี้จึงช่วยเขาได้อย่างมาก
ต้องบอกว่าคราวนี้เขายอมรับน้ำใจของอีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ