ฝืนชะตาท้าสามภพ [นิยายแปล]

    ตอนที่ 39 กายจำแลง

    ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่ากับดักภายในสระกระบี่เนินพยัคฆ์ได้คร่าชีวิตของผู้คนไปแล้วเท่าใด

            เซียวจิ่งหยวนรู้สึกปิติยินดีเล็กน้อยที่จุดประสงค์ของเขานั้นชัดเจนคือเข้ามาที่นี่เพื่อบัวขาวจิตกระจ่าง และในเมื่อได้บัวขาวจิตกระจ่างมาแล้วเขาก็จะออกจากสระกระบี่นี้ไปอย่างแน่นอน

            ดังนั้นแม้ไม่มีคำเตือนของคุณชายรูปงาม เขาก็ไม่มีทางติดกับดักอยู่แล้ว

            และแน่นอนว่าเพื่อเป็นการตอบรับความเอาใจใส่ของคุณชายรูปงามเขาจึงรีบหยิบป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์ออกมาจากอกพลางเอ่ยขึ้นว่า “ป้ายคำสั่งยังอยู่ดี”

            “ไม่หายก็ดีแล้ว”

            คุณชายรูปงามคลี่ยิ้มพร้อมพูดขึ้นอย่างพึงพอใจ “หากเจ้าไม่มี ข้าคงต้องล้มเลิกการแย่งกระบี่แล้วไปช่วยเจ้าแย่งป้ายคำสั่งแทน”

            “แย่งกระบี่หรือ”

            เซียวจิ่งหยวนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา

            “ใช่แล้ว เป็นการแย่งชิงครั้งสุดท้าย”

            คุณชายรูปงามอธิบาย “เจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าในสระกระบี่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงพวกเราสามคนเท่านั้นแม้มีคนไม่รู้ความลับของถ้ำกระบี่ทว่าเมื่อฝูงกระบี่ก่อตัวขึ้นก็ไม่พ้นทำให้พวกเขาต้องประหลาดใจอยู่แล้ว และเมื่อถึงเวลานั้นในยามที่เหล่าผู้มากฝีมือมารวมตัวกัน หากมีคนสักหยิบมือจ้องคว้ากระบี่เล่มเดียวกันภายใต้สถานการณ์นั้นต่อให้เวลามีจำกัด พวกเขาก็คงแข่งกับเวลาไม่ยอมอ่อนข้อให้กันและกันและใช้พลังทั้งหมดเพื่อแย่งชิงกระบี่อย่างแน่นอน”

            คุณชายรูปงามตาเป็นกระกายพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันไพเราะที่ระคนไปด้วยความระมัดระวัง “ไม่ต้องพูดอะไรมากมาย เมื่อถึงเวลานั้นสถานการณ์จะวุ่นวายมากแน่นอน เจ้าห้ามประมาทเป็นอันขาด”

            “เข้าใจแล้ว...”

            เซียวจิ่งหยวนพยักหน้าเล็กน้อย “อย่ากังวลไปเลยข้าจะไม่ผลีผลามแน่นอน หากไม่ไหวจริงๆ ข้าจะไม่ลงมือใดๆ เพราะความปลอดภัยนั้นสำคัญที่สุดเจ้าเองก็เช่นกันนะ...”

            “อื้อ!”

            เสียงของคุณชายรูปงามอ่อนโยน ดวงตาที่ยิ้มแย้มงดงามดุจพระจันทร์ที่ถูกปกคลุมด้วยอาภรณ์บาง

            “อะแฮ่ม!”

            ทันใดนั้นเณรน้อยก็พูดแทรกด้วยท่าทางเคร่งขรึม “โยมทั้งสอง พวกเจ้าลองสังเกตดูดีๆ เหมือนรอบข้างจะมีการเคลื่อนไหวบางอย่าง”

            หัวใจของเซียวจิ่งหยวนเต้นแรง รีบตั้งใจฟังทันที

            ในเวลานั้นเองมีเสียงอันแผ่วเบาแว่วเข้าโสตประสาทของเขาเขาลองตั้งใจแยกแยะอย่างละเอียดก่อนจะรู้สึกว่าเสียงนั้นดังหึ่งประหนึ่งแมลงวันบินว่อน เหมือนฝูงผึ้งที่โบยบิน

            “กระบี่บินกำลังจะออกมาแล้ว...”

            ดวงตาของคุณชายรูปงามเป็นประกาย พูดขึ้นอย่างสุขใจ “ทุกคนรีบเตรียมตัวให้พร้อม”

            หัวใจของเซียวจิ่งหยวนตึงเครียดขึ้นทันใด เขารีบมองไปรอบๆ ถ้ำก่อนตรงหน้าจะปรากฏฉากอันวิจิตรอลังการที่ทำเอาเขาตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ

            ในยามนี้มีเงาดำทมึนบินว่อนไปทั่วกระบี่บินมากมายพุ่งออกมาจากช่องว่างแต่ละช่อง เดิมทีจำนวนของกระบี่บินมีน้อยบางตาแต่เพียงไม่นานจำนวนกระบี่บินกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมกลุ่มกันพรั่งพรูบินออกมาจากช่องว่างกระจัดกระจายไปทั่ว

            ฟิ้วๆๆๆ ...

            กระบี่บินจำนวนมหาศาลพุ่งเหินออกมาจากทุกทิศทางรวมกลุ่มบินว่อนไปมาบ้างเป็นระเบียบ บ้างยุ่งเหยิงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า ในช่วงเวลาอันสั้นฝูงกระบี่ก็ครอบคลุมไปทั่วโถงถ้ำอันกว้างใหญ่เสียงตึงตังดังสนั่นหวั่นไหว กระบี่บินจากมุมต่างๆบินเข้าปะทะเสียดสีกันจนก่อให้เกิดประกายไฟสว่างไสว

            กระบี่หลายหมื่นหรือหลายแสนเล่มบินว่อนขึ้นลงไปมาราวสายน้ำกว้างขวางท้องทะเลไพศาล เหินพาดผ่านกลางอากาศประดุจดวงดาวอันงดงามทำให้ผู้ที่มองมาต้องตาพร่าเป็นเวลานาน

            “เฮ้ เจ้าดูนั่นสิ...”

            ในขณะเดียวกัน คุณชายรูปงามดึงแขนของเซียวจิ่งหยวน พร้อมเหยียดริ้วเรียวยาวชี้ออกไป“กระบี่เล่มนั้นเป็นเช่นไร”

            เซียวจิ่งหยวนตั้งสติก่อนหันศีรษะกลับมามองท่ามกลางฝูงกระบี่ที่โหมกระหน่ำ กระบี่บินส่วนใหญ่มีรูปทรงธรรมดาพื้นผิวขรุขระเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ทั้งแตกทั้งหัก กระบี่บินที่ชำรุดเหล่านั้นคงถูกทิ้งให้บินปะทะกันเองไปมาเป็นเวลากว่าพันปีจนเกิดเป็นรอยแผลที่ลบไม่ออกเช่นนี้

            ทว่ายังมีกระบี่บินบางส่วนที่เปล่งแสงสว่างเจิดจ้าได้ไกลหลายลี้ลำแสงกระบี่สาดส่องทะลุกลีบเมฆบาดสายตา กระบี่บินประเภทนี้เป็นกระบี่ที่สวยงามโดดเด่นออกจากฝูงกระบี่ธรรมดาไม่มีผู้ใดสามารถละสายตาไปได้

            กระบี่บินเล่มที่คุณชายรูปงามสนใจคือกระบี่บินสีทองอร่ามเล่มหนึ่ง

            เซียวจิ่งหยวนรู้ดีว่ากระบี่บินเล่มนั้นมีจิตวิญญาณอยู่เต็มเปี่ยมราวหงส์งามร่อนสาดส่องแสงงดงาม แหวกว่ายไปมาอย่างไม่รีบร้อนอยู่ท่ามกลางกระแสกระบี่บินชำรุด

            เพียงแรกเห็นทุกคนก็รู้ได้ทันทีว่ากระบี่เล่มนี้คือกระบี่บินที่ดีที่สุด

            “กระบี่ที่ดี...”

            เซียวจิ่งหยวนชำเลืองมองก่อนพบว่าบริเวณโดยรอบเงียบสงัดไร้ซึ่งผู้บำเพ็ญผู้อื่น ช่างเป็นโอกาสที่ดียิ่งนัก

            เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็อยากรีบบินออกไปเก็บกระบี่มาใส่ในกระเป๋าของตน

            ทว่าในขณะนั้นเอง คุณชายรูปงามกลับรั้งมือเขาไว้พร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตำหนิ “เจ้าจะทำสิ่งใด”

            “เอ่อ…”

            เซียวจิ่งหยวนงุนงง “เจ้าไม่ได้บอกว่าจะไปแย่งกระบี่บินหรอกหรือตอนนี้ยังไม่มีใครอยู่รอบๆ ข้ารีบไปแย่งมาเสียจะดีกว่า”

            “คิก!”

            จู่ๆ คุณชายรูปงามหลุดหัวเราะออกมาดวงตานั้นโค้งมนจนดูเหมือนจิ้งจอกตัวหนึ่ง “เจ้าควรขอบคุณข้านะนี่คือบุณคุณที่ข้าช่วยชีวิต เจ้าต้องจดจำให้ดี ห้ามลืมเด็ดขาด...”

            “อะไรนะ”

            เซียวจิ่งหยวนงุนงง ไม่เข้าใจเรื่องราว

            ระหว่างที่เขากำลังสับสนนั้นก็มีเงาของผู้บำเพ็ญผู้หนึ่งปรากฏขึ้นใบหน้าเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น รอบกายลอยคลุ้งไปด้วยหมอกหลากหลายสีสัน หมอกอันสวยงามนั้นคล้ายเป็นวงแหวนรอบกายมือขนาดใหญ่พุ่งผ่านทะลุอากาศมาจับกระบี่บินวิเศษอันแหลมคมที่เปล่งประกายสีเงินไว้แน่นในฉับพลัน

            “มีคนแอบซ่อนอยู่ในความมืดมิดจริงๆ ด้วย...” เหมือนเซียวจิ่งหยวนจะเข้าใจขึ้นเล็กน้อย ทว่ากลับยังคงงุนงงอยู่ไม่หายเพราะในเมื่อยังมีผู้อื่นซ่อนตัวอยู่ ดังนั้นจึงควรต้องรีบลงมือก่อนเพื่อไม่ให้ของดีถูกแย่งชิงไปเสียก่อนสิ

            เพราะเหตุใดคุณชายรูปงามถึงได้ห้ามไม่ให้เขาลงมือเช่นนี้

            ระหว่างที่เซียวจิ่งหยวนกำลังงุนงงก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในถ้ำกระบี่อันกว้างขวางอย่างฉับพลัน!

            ฝูงกระบี่ขนาดใหญ่และกระบี่บินจำนวนมากหยุดชะงักลง เพียงลมหายใจเดียว กระบี่บินเหล่านั้นก็ขยับเขยื้อนอีกครั้งราวกับตื่นขึ้น กระบี่บินนับหมื่นที่อยู่เต็มทุกซอกมุมในถ้ำกระบี่พุ่งเข้าไปจองจำผู้บำเพ็ญคนนั้นประหนึ่งลูกศรนับหมื่นที่ยิงออกไปในคราวเดียว

            กระบี่บินนับแสนเล่มบินว่อนไปทั่วราวสายฟ้าจนเซียวจิ่งหยวนรู้สึกเหมือนมีแสงสว่างเจิดจ้าอยู่ตรงหน้า เพียงหนึ่งครู่รัดนิ้วมือณ ตำแหน่งของผู้บำเพ็ญคนนั้นก็ระเบิดออกประดุจดอกไม้ไฟดอกหนึ่งบานสะพรั่ง...

            ฝูงกระบี่ที่เพิ่งตื่นขึ้นพลันสงบลงอีกครั้งตั้งแต่ที่เขายังไม่ทันตั้งตัว

            กระบี่บินอันหนาแน่นกลับมามีจังหวะที่ควรมีอีกครั้งบ้างเป็นเหมือนลูกศรที่ฉวัดเฉวียนไปมาอย่างรวดเร็วบ้างเป็นเหมือนฝุ่นในจักรวาลที่ล่องลอยไปมาอย่างเชื่องช้าเหตุการณ์เมื่อครู่เสมือนเป็นเพียงภาพลวงตา

            เซียวจิ่งหยวนมึนงง ยืนนิ่งไม่ขยับราวท่อนไม้

            “เป็นอย่างไรเล่า กลัวแล้วหรือไม่”

            มือเรียวเล็กของคุณชายรูปงามสั่นไหวเล็กน้อย พลางยิ้มเอ่ย “ใช่แล้ว เมื่อครู่ข้าลืมบอกเจ้าไปเลย ว่าช่วงเวลาที่กระบี่บินมารวมฝูงกันจะเป็นช่วงเวลาที่อันตรายมากที่สุดหากผู้ใดคิดว่าเพียงเห็นกระบี่ชั้นดีก็สามารถปรี่เข้าไปคว้าเอากระบี่ได้ตามต้องการนั้นถือว่ารนหาที่ตายนัก”

            คุณชายรูปงามคลี่ยิ้มอ่อน “หากด่านที่สามของสระกระบี่ง่ายเช่นนั้นแล้วเหตุใดผู้คนมากมายถึงต้องไปสู้รบกันที่สระบัวกับถ้ำเทพสถิตเพื่อแย่งชิงสมบัติกันด้วยเล่า”

            “การพุ่งตรงไปยังด่านที่สามโดยตรงทันทีหลังเข้ามาในสระกระบี่เพื่อเฝ้าคอยรอโอกาสเข้าหาเป็นการกระทำที่ประหยัดทั้งแรงและเวลาเลยคิดแบบนั้นอยู่หรือไม่”

            มีการเสียดสีแฝงอยู่ในน้ำเสียงของคุณชายรูปงาม “ทว่าน่าเสียดายนะ เนื้อไม่มีวันตกลงมาจากท้องฟ้า และการชุบมือเปิบก็ไม่มีวันเกิดขึ้นในสระกระบี่เนินพยัคฆ์แห่งนี้เพราะในความเป็นจริงแล้วเ มื่อเทียบกับสองด่านก่อนหน้านี้ด่านที่อันตรายที่สุดก็คือถ้ำกระบี่แห่งนี้ต่างหาก!”

            คุณชายรูปงามพูดอย่างตรงไปตรงมา “หรืออาจบอกได้ว่าเวลาที่อันตรายที่สุดคือเวลาที่กระบี่บินออกมารวมตัวกันนั่นเอง”

            “เพราะเหตุใด”

            เซียวจิ่งหยวนทั้งตะลึงไม่เข้าใจเขาจ้องขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนพบเพียงกระบี่บินที่กำลังแหวกว่ายอยู่กลางอากาศอย่างวุ่นวายแต่ก็เป็นระเบียบดูสงบและไร้ภัยอันตรายใดๆ แต่เขากลับยังคงจำได้ดี ว่าเมื่อครู่กระบี่บินอันหนาแน่นเหล่านั้นเป็นดั่งดาวตกที่ส่องแสงทอประกายสีทองออกมาแค่เพียงชั่วพริบตาผู้บำเพ็ญที่มีพลังมากคนหนึ่งกลับต้องกลายเป็นดั่งดอกไม้ไฟอันเรืองรองจางหายไปอย่างไร้ร่องรอยภายในเวลาอันรวดเร็ว

            การบำเพ็ญ อาวุธวิเศษ พลังเหนือธรรมชาติ และเคล็ดวิชาล้วนนำมาใช้ได้ไม่ทันจนต้องตายไปอย่างไม่เหลือซากช่างน่าสงสารยิ่งนัก ตอนนี้เขาถึงเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดคุณชายรูปงามจึงพูดว่าเมื่อครู่ถือเป็นบุญคุณช่วยชีวิต เพราะหากเมื่อครู่เขาออกไปคว้ากระบี่บินนั้นไว้บางทีคนที่กลายเป็นเหมือนดอกไม้ไฟอันสวยงามอาจต้องเป็นเขาแทนก็ได้

            เซียวจิ่งหยวนรู้สึกกลัวจนเหงื่อเย็นไหลโชกไปทั่วหน้าผากในทันใด

            “ข้าไม่รู้เหตุผลหรอก...”

            คุณชายรูปงามส่ายหน้าพร้อมพูดต่อ “บางทีอาจเป็นเพราะอาคมผนึกอันลึกลับที่อยู่ในถ้ำกระบี่หรืออาจเป็นเพราะกระบี่มีจิตวิญญาณ ซึ่งสามารถโจมตีหรือปกป้องกันและกันได้...”

            “แต่เมื่อกระบี่ทุกเล่ม ไม่ว่าจะสมบูรณ์ไร้รอยหรือจะพังจนไม่น่ามองรวมใจเข้าโจมตีใครสักคนหนึ่งเกรงว่าแม้แต่เซียนเองก็ยังต้องหนีให้ห่างจากหายนะครั้งนี้”

            เซียวจิ่งหยวนและฝ่าเซี่ยงล้วนเห็นด้วยกับสิ่งนี้

            แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาต่างต้องสงสัย แล้วพวกเขาจะเข้าไปคว้ากระบี่บินมาได้อย่างไร

            ยิ่งไปกว่านั้นจากคำพูดของคุณชายรูปงามเมื่อครู่ช่วงเวลาที่ต้องเข้าไปคว้ากระบี่บินไม่เพียงแต่เป็นการกระทำอันแสนลำบากแล้วบางทีอาจต้องต่อสู้แย่งชิงกับผู้บำเพ็ญผู้อื่นอีก ซึ่งจะอันตรายมากยิ่งขึ้น...

            ทว่าในยามนี้ทุกคนต่างไม่กล้าเสี่ยงลงมือชิงกระบี่บิน แล้วจะเกิดการต่อสู้ได้อย่างไร อันตรายจะมาจากที่ใดกันแน่

            คำถามมากมายทำให้เซียวจิ่งหยวนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีดวงตาเต็มไปด้วยความต้องการขอความช่วยเหลือ

            คุณชายรูปงามหัวเราะคิกคัก ดูสวยงามและโอนอ่อนประหนึ่งบุปผาที่กำลังผลิบาน “เณรน้อยเวลามีไม่มากแล้ว เจ้าช่วยสาธิตและเปิดโลกให้เขาหน่อยเถิด”

            “อมิตาพุทธ...ได้สิ” ฝ่าเซี่ยงตอบตกลง พร้อมลงมืออย่างไม่ลังเล

            ภายใต้การจดจ่อของเซียวจิ่งหยวน เณรน้อยกวาดพื้น นั่งขัดสมาธิลงไปก่อนเริ่มกำหนดลมหายใจเข้าสู่การทำสมาธิไปภายในเวลาอันรวดเร็ว

            “สิ่งนี้คือ...”

            เซียวจิ่งหยวนตะลึง ใจกำลังสงสัยว่าต้องนั่งท่าใดถึงจะถูกต้อง ทว่าในระหว่างที่กำลังสับสนเขาก็พลันเห็นมือเรียวของคุณชายรูปงามที่ส่งสัญญาณชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาเงยหน้ามองตามขึ้นไปก่อนตกใจจนอ้าปากค้าง

            ในยามนี้ท่ามกลางถ้ำกระบี่อันมืดมิดทันใดนั้นก็มีสัตว์ร้ายตัวใหญ่ดูดุร้ายน่าสะพรึงกลัวท่าทางคล้ายเต่าปรากฏขึ้น...ไม่สิ ควรเรียกว่าเต่ายักษ์ต่างหาก

            ร่างกายอันมหึมาของเต่ายักษ์เคลื่อนที่โซเซไปมาอย่างเชื่องช้าอยู่กลางอากาศเต่ายักษ์เงยหน้าขึ้นฟ้า ร้องคำรามเสียงกึกก้อง เปี่ยมด้วยพลังแห่งความชั่วร้าย

            “เกิดอะไรขึ้น”

            ในขณะที่เซียวจิ่งหยวนกำลังงุนงงจนทำอะไรไม่ถูกมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นอีกเหตุการณ์หนึ่งภายหลังที่เต่ายักษ์อัปลักษณ์ปรากฏกายขึ้นยังมีระฆังใบยักษ์ปรากฏขึ้นมาอีกหนึ่งใบด้วย...


     

    คล้ายกับเรื่องฝืนชะตาท้าสามภพ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734