จอมยุทธ์ซุปตาร์

ตอนที่ 196 แผนการร้ายเริ่มแล้ว Re

        เช้าวันนี้ไป่ฉีตื่นขึ้นมา  พร้อมกับจุมพิตลงบนแก้มของเมิ่งชิงชิง  ทำให้เธอลืมตาตื่นขึ้นมามองชายหนุ่มที่ปลุกเธอด้วยวิธีแบบนี้บ่อย ๆ


        “วันนี้ผมกับพวกเพื่อน ๆ จะไปทำธุระกัน  จะกลับมาช่วงค่ำ ๆ นะครับ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำ


        “อ้อ  จริงสิ  คุณตงไห่บอกว่าตารางการถ่ายทำเสร็จแล้ว” เมิ่งชิงชิงกล่าว  เมื่อวานเธอดีใจมากไปหน่อยจึงลืมเรื่องที่ตงไห่ฝากให้มาบอกไป่ฉีเมื่อวานนี้เสียสนิท


        “วันนี้พี่จะอยู่บ้านจัดตารางให้ผมใช่ไหมครับ” ไป่ฉีถามขณะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว


        “ใช่  วันนี้นายจะกลับมากินข้าวที่บ้านไหม” เมิ่งชิงชิงถาม


        “กลับมากินครับ  แต่อาจจะสักทุ่มสองทุ่มนะครับ  ให้โม่ลี่ทำเผื่อไว้ก็ได้” ไป่ฉีตอบ


        “ได้  เดี๋ยวจะสั่งไว้ให้นะ  นายไปอาบน้ำเถอะ” เมิ่งชิงชิงกล่าวก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อ


        ไป่ฉีอาบน้ำเสร็จก็ลงมาข้างล่าง  เขาเห็นไป๋หู่นั่งรออยู่แล้ว  แต่ท่าทางดูจะแปลกไปซะหน่อย  เพราะเล่นดมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตัวเองไม่ยอมหยุด


        “นายเป็นหมารึไง” ไป่ฉีถาม


        “ดมดูว่ามีกลิ่นไหม  วิธีของพี่สุดยอดเลย  ขนาดตอนเช้าผมไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ ยังไม่มีกลิ่นเลยสักนิด  สมแล้วที่ผมนับถือ” ไป๋หู่มองไป่ฉีตาเป็นประกาย


        “แล้วซีหยานล่ะ” ไป่ฉีถาม


        “หมอนั่นเหรอ  เช้าขึ้นมายืนส่องตัวเองหน้ากระจกอยู่ตั้งนานกว่าจะแต่งตัว  นี้กำลังเซตผมอยู่ล่ะมั้ง  ไม่รู้จะเซตไปทำไม  เดี๋ยวตอนต่อสู้หัวก็ยุ่งอยู่ดี” ไป๋หู่กล่าว


        “นายไม่รู้วัตถุประสงค์รึไง  ว่าการประลองไม่ได้มีแค่ความบันเทิง  การหาประสบการณ์ หรือการได้รับชื่อเสียงน่ะ  แต่ยังเป็นเรื่องของการหาคู่ครองหรือคู่ที่จะมาแต่งงานกับตนอีกด้วย” ไป่ฉีกล่าว


        “เอ๋ หาคู่เหรอ  ผมไม่เคยคิดเรื่องนั้นมาก่อนเลย” ไป๋หู่กล่าว


        “ในสมองนายนอกจากกินกับฝึกวิชาคงไม่มีเรื่องอื่นเลยสินะ” ไป่ฉีมองด้วยสายตาเหนื่อยใจ


        “พี่ก็เห็น  พี่กุ้ยอิงสวยจะตาย  ผมเลยต้านทานความสวยของเหล่าสาว ๆ ได้หมดเลย” ไป๋หู่กล่าว


        “คิดว่านายเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันซะอีก” ไป่ฉีหัวเราะเบา ๆ


        “ผมยอมตายซะดีกว่า” ไป๋หู่กล่าว


        “เสร็จแล้ว  พวกเราไปกันเถอะ” หลี่ซีหยานลงมาจากชั้น 2 แล้ว


        ไป่ฉีได้ให้ทั้ง 2 คนเดินออกมาหน้าบ้าน  จากนั้นส่งกระดาษให้ทั้ง 2 คน  เพื่อไปเจอเขาที่จุดนัดพบในนั้น  ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อยากให้คนรู้ว่าเขาเป็นเทพกระบี่  โดยเฉพาะพวกคนของตระกูลหลี่กับตระกูลไป๋  เพราะเรื่องของเขานั้นในตระกูลไป๋มีแค่ไป๋ชินหลง  ไป๋ซูฉี  ไป๋กุ้ยอิง และไป๋หู่เท่านั้นที่รู้  ส่วนตระกูลหลี่นั้นรู้กันหมด


        ทั้ง 2 ไปยังตรอกไร้ผู้คนแห่งหนึ่ง  ที่นั่นเขาได้พบว่าไป่ฉีได้แปลงโฉมเป็นอวี้กงเรียบร้อย  ซ้ำยังเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วอีกด้วย


        “ไปกันเถอะ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับเปิดประตูมิติให้ทั้ง 2 คนเดินเข้าไปก่อน  แล้วเขาค่อยเดินตามเข้าไปอีกที


        อีกฟากของประตูมิติคือตรอกที่เป็นทางเข้าสมาคมการค้าตะวันจันทรานั่นเอง  ทั้ง 2 คนพบว่าไป่ฉีที่ตามเข้ามาทางประตูมิติ  ไม่ได้โผล่มาพร้อมพวกเขา  ก็พอเข้าใจได้ว่าเขาคงแยกตัวออกไปก่อนแล้ว  เพราะมันคงจะกลายเป็นจุดสังเกตว่าทำไมอวี้กงถึงมาพร้อมกับพวกเขา


        ห้องทำงานของประมุขจาง

        จางหนี่หวังกำลังมีความสุขกับร่างกายที่ถูกฟื้นฟูขึ้นมา  ตอนนี้เธอเหมือนกลับไปเป็นสาวอายุ 200 ต้น ๆ อีกครั้ง  ขณะที่กำลังสำรวจผิวพรรณของตนเอง  เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเธอ


        “เข้ามา.....” จางหนี่หวังกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก  แต่ก็ไม่มีการเปิดประตูเข้ามา


        “คุณแน่ใจนะว่าจะให้สิทธิ์ขาดผมในการจัดการแข่งขั้นรอบแรกน่ะ” ไป่ฉียื่นหน้ามาอยู่ข้าง ๆ หน้าของจางหนี่หวัง


        “แว๊ก  ผีหลอก ๆ ๆ  อมิตตาพุทธ   อาเมน  อารีย์   อาหาร” จางหนี่หวังตะโกนลั่น  ทำให้ไป่ฉีอดขำไม่ได้  ป้าจางยังไงก็ยังเป็นป้าจาง


        “ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณก็อยู่ในโลกนี้มาหลายปี  ยังจะกลัวผีอีกรึไงกัน” ไป่ฉีถาม


        “ไม่เคย  และก็ไม่อยากด้วย  แค่เห็นรายการ Ghost Hunt ที่ไป่ฉีไปออกฉันก็นอนไม่หลับแล้ว” จางหนี่หวังกล่าว


        “เอาเถอะ  เราจะไม่พูดมาก  ที่มาเพื่อจะบอกว่าเราจะขอตัวไปเตรียมการก่อน” กล่าวจบร่างของไป่ฉีก็หายไปทันที


        “อ๊า ท่านอวี้กงตัวหอมใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย” จางหนี่หวังกล่าวก่อนจะหลุดเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการต่อ


        ด้านไป่ฉีนั้นโผล่ขึ้นที่ลานประลองหลัก  ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 อี้เซียนรีบเข้ามาคำนับเขาทันที  พร้อมกับเจ้าหน้าที่เตรียมสถานที่  ต่างหยุดมือเมื่อเห็นเทพกระบี่ปรากฏตัว


        “ท่านเทพกระบี่  ท่านมาทำอะไรที่นี่ครับ” อี้เซียนถาม


        “มาเตรียมรอบคัดเลือก  เพื่อคัดคนออก” ไป่ฉีตอบ


        “อ้อ  เช่นนั้นมีอะไรให้ทางเราช่วยรึเปล่าครับ” อี้เซียนถาม


        “ไม่ต้อง  เราจะลงอักขระลมปราณเพิ่มความแข็งแรงให้กับลานประลองและม่านพลังอีกนิดหน่อย” ไป่ฉีตอบ


        “แค่นี้มันก็แทบจะไม่มีรอยร้าวแล้ว  ท่านจะเพิ่มระดับมันขึ้นไปอีกรึครับ” อี้เซียนถาม


        “ใช่  เพราะระดับของคนที่เดินทางมาวันนี้  มีคนหนึ่งไม่ธรรมดาทีเดียว (เฟิงเทียน)” ไป่ฉีตอบ


        ที่ลานจอดรถของสมาคมการค้าตะวันจันทรา  ต่างเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากสำนักต่าง ๆ  สิ่งที่น่าตกใจในการประลองคราวนี้คือเส้าหลินตัดสินใจส่งคนเข้าร่วมประลองด้วย


        ในรถคันหนึ่งที่ลานจอดรถ  มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์  วันนี้เป็นวันที่เหยื่อของเธอต่างก็มากันพร้อมหน้า  ทั้งหลงเทียนหมิง  หู่จิ้ง  อู่กุยเหวินป๋อ และเฟิงเทียน  วันนี้เธอคิดจะจัดการสักคนหรือ 2 คนก่อน  ครั้งนี้เธอใช้ชื่อซือเหลียง


        การประลองครั้งนี้เป็นงานใหญ่  แน่นอนว่ามีการขายตั๋วเข้าชมงานประลองด้วย  เธอให้คนของพรรคตะวันดับหาตั๋วเข้าชมงานประลองนี้ให้เธอจนได้  แต่ตอนไปรับมาทางนั้นย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามยุ่งกับเทพกระบี่เด็ดขาด  เพราะพวกเขาบอกว่าเทพกระบี่น่าจะสามารถอ่านความทรงจำของคนได้  นั่นทำให้ซือซือสนใจไม่น้อย  เธอเป็นจิตแพทย์ การดึงเอาสิ่งที่อยู่ในหัวของคนไข้ออกมา  ต้องพึ่งการพูดโน้มน้าวและการสะกดจิต  แต่อวี้กงสามารถทำได้  แถมยังทำได้ดีกว่าเธอเสียด้วย  เธอจึงคิดว่าอวี้กงอาจจะเป็นจิตแพทย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอันดับต้น ๆ และนำความรู้ด้านจิตวิทยามารวมกับวิทยายุทธ์  จนเกิดเป็นวิชาเฉพาะตัว


        พวกที่เธอนึกออกและอายุพอ ๆ กับอวี้กงก็มีอยู่ไม่กี่คน  ไว้เธอจัดการเรื่องที่ทางพรรคตะวันดับจ้างมาก่อน  แล้วเธอจะเริ่มสืบหาตัวตนที่แท้จริงของอวี้กงอีกทีหนึ่ง  แต่ตอนนี้เธอขอมองดูอีกฝ่ายก่อนว่าเป็นคนยังไง


        ต้องยอมรับเลยว่าหลายสัปดาห์ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่ประเทศมังกรทอง  เธอใช้ยาสั่งกับคนของตำหนักเทพมังกรครามไป  ซึ่งคนคนนั้นติดตามหลงเทียนหมิงอยู่แทบจะตลอด และยังเป็นคนที่คอยเช็กสิ่งที่หลงเทียนหมิงจะกินด้วย  ดังนั้นวันนี้ที่โรงแรมที่หลงเทียนหมิงพักจะเป็นสถานที่ลงมือของเธอ  ส่วนที่นี่เธอเล็งเหยื่อไว้รายหนึ่งแล้ว


        ที่ทางเข้าสมาคมการค้า

        “นั่นประมุขตำหนักเทพเต่ามังกร ท่านอู่กุยหลงจิน” ผู้ชมที่มาชมการประลองคนหนึ่งชี้ให้ดูผู้ที่กำลังเดินเข้ามาที่ประตูทางเข้า


        “ท่านเหวินป๋อช่างหล่อล่ำยิ่งนัก” หญิงสาวคนหนึ่งมองอู่กุยเหวินป๋อราวกับต้องมนตร์สะกด


        ซือซือไม่รอช้า  เธอรีบสังเกตคนในกลุ่มของตำหนักเทพเต่ามังกรทันที  ด้วยการดูท่าทางแล้ว  เธอตัดสินใจที่จะเข้าหา 1 ในคนที่มาร่วมการประลองของตำหนักเทพเต่ามังกร


        เมื่อเธอเห็นว่าชายคนที่เธอเล็งไว้กำลังเดินแยกไปห้องน้ำ  เธอไม่รอช้า  ทำทีเหมือนปวดท้องหนักและกำลังวิ่งไปเข้าห้องน้ำเช่นกันจนชนเข้ากับเป้าหมาย


        “ว๊าย  ขอโทษค่ะ ๆ พอดีฉันปวดท้องเลยไม่ได้ดูทาง” ซือซือที่แกล้งล้มอย่างแนบเนี่ยนรีบกล่าวขอโทษขณะที่เธอนั่งกองอยู่ที่พื้น  ทำท่าจะลุกแล้วก็ร้องโอดโอยเหมือนคนข้อเท้าแพลง  ทำให้ชายหนุ่มที่เป็นเป้าหมายช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้น  จังหวะที่ลุกขึ้นซือซือแกล้งเซไปซบที่อกของชายหนุ่ม  ก่อนจะใช้เข็มยาอัมพาตที่ซ่อนอยู่ระหว่างนิ้วมือจิ้มลงไปตรงเส้นเลือดที่ต้นคอของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว


        พริบตาชายหนุ่มรู้สึกร่างกายไร้เรี่ยวแรง  เขาทรุดลงกับพื้น  ก่อนจะถูกซือซือลากเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดหน้าห้องน้ำ  เธอจัดการนำยาสั่งออกมา พร้อมกับจุดกำยาน


        “อือ  อืม” ชายหนุ่มที่ไร้เรี่ยวแรงได้รับจูบจากหญิงสาวที่เขาเพิ่งพบหน้า  ด้วยฤทธิ์ของกำยานทำให้เขาสมองเบลอไปหมดแล้วตอนนี้  พอหญิงสาวจูบเขาช่วงล่างของเขาก็ขยายตัวอย่างไม่สามารถบังคับให้มันสงบลงได้  เขาไม่รอช้าที่จะจูบตอบเธอพร้อมกับส่งลิ้นสากของเขาเข้าไปสำรวจในปากของอีกฝ่าย


        ซือซือที่เห็นว่าอีกฝ่ายสอดลิ้นเข้ามาเพื่อกวาดเอารสหวานในปากของเธอ  เธอจึงใช้ลิ้นดันยาสั่งเข้าปากอีกฝ่ายทันที


        ชายหนุ่มคิดว่ามันเป็นลูกอมที่อยู่ในปากของหญิงสาว  หลังชายหนุ่มได้รับยาสั่งไปแล้ว  ซือซือรอสักพักจนคาดว่ายาสั่งออกฤทธิ์แล้ว  เธอจึงเริ่มสั่งชายหนุ่มทันที


        “หาวิธีล่ออู่กุยเหวินป๋อเข้ามาที่ห้องน้ำชายนี้ให้ได้หลังจบการประลองของวันนี้  ให้เขามากับนายเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น” ซือซือกระซืบข้างหู  พร้อมกับใช้เข็มจิ้มยาแก้พิษอัมพาตให้เขา  ที่เธอเลือกห้องน้ำนี้เพราะหลังจากมาที่ประเทศนี้  เธอลองทดสอบหาจุดที่ไม่ค่อยมีผู้คนมาใช้บ่อยนัก  ซึ่งห้องน้ำนี้ตลอดหลายสัปดาห์  มีคนเข้าเพียงแค่ 1-2 คน  เท่านั้น


        “ได้ครับ  ถึงตอนนั้นให้รางวัลผมด้วยนะ” ชายหนุ่มมองซือซือด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม


        “ได้สิ” ซือซือจูบชายหนุ่มอีกที  ก่อนจะให้ชายหนุ่มไปสมทบกับคนของตำหนักเทพเต่ามังกรตามเดิม


        ตอนนี้เหล่าผู้ชมและผู้ร่วมการประลองต่างก็เข้ามายังสนามประลองหลักที่อยู่ใต้ดิน  พวกเขากำลังรอประธานอย่างจางหนี่หวังมาเปิดงาน  ภายใต้การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด  เพื่อป้องกันพวกพรรคตะวันดับบุกเข้ามาเหมือนคราวก่อน ๆ


        “นั่นประมุขจางมาแล้ว” ชายคนหนึ่งสังเกตเห็นจางหนี่หวังที่เดินออกมาที่สนามประลอง


        “สวัสดีทุกท่าน  วันนี้เป็นการประลองประจำปีที่ทางสมาคมการค้าตะวันจันทราจัดขึ้น  อย่างที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้ว่าจะมีการเปลี่ยนกฎการประลอง  นั่นก็คือ หากคู่ที่ต่อสู้กันมีระดับพลังปราณคนละชั้นปราณ  กติกาในการแข่งขันรอบนั้นจะใช้การต่อสู้ด้วยกระบวนท่าอย่างเดียว  แน่นอนว่าสามารถใช้อาวุธที่เราเตรียมเอาไว้ได้  ห้ามใช้อาวุธของตนเองเด็ดขาด  ในปีนี้เราได้รับความกรุณาจากเทพกระบี่อวี้กง  มาเป็นกรรมการในรอบแรก  เพื่อคัดคนออก” สิ้นคำของจางหนี่หวัง  ผู้ชมและคนในสำนักต่าง ๆ แตกตื่นกันใหญ่  พวกเขาคิดว่าอวี้กงต้องไม่ใช้วิธีเดิม ๆ อย่างที่สมาคมการค้าเคยใช้แน่นอน

__________________________________

+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+