เช้าวันนี้ไป่ฉีตื่นขึ้นมา พร้อมกับจุมพิตลงบนแก้มของเมิ่งชิงชิง ทำให้เธอลืมตาตื่นขึ้นมามองชายหนุ่มที่ปลุกเธอด้วยวิธีแบบนี้บ่อย ๆ
“วันนี้ผมกับพวกเพื่อน ๆ จะไปทำธุระกัน จะกลับมาช่วงค่ำ ๆ นะครับ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำ
“อ้อ จริงสิ คุณตงไห่บอกว่าตารางการถ่ายทำเสร็จแล้ว” เมิ่งชิงชิงกล่าว เมื่อวานเธอดีใจมากไปหน่อยจึงลืมเรื่องที่ตงไห่ฝากให้มาบอกไป่ฉีเมื่อวานนี้เสียสนิท
“วันนี้พี่จะอยู่บ้านจัดตารางให้ผมใช่ไหมครับ” ไป่ฉีถามขณะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว
“ใช่ วันนี้นายจะกลับมากินข้าวที่บ้านไหม” เมิ่งชิงชิงถาม
“กลับมากินครับ แต่อาจจะสักทุ่มสองทุ่มนะครับ ให้โม่ลี่ทำเผื่อไว้ก็ได้” ไป่ฉีตอบ
“ได้ เดี๋ยวจะสั่งไว้ให้นะ นายไปอาบน้ำเถอะ” เมิ่งชิงชิงกล่าวก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อ
ไป่ฉีอาบน้ำเสร็จก็ลงมาข้างล่าง เขาเห็นไป๋หู่นั่งรออยู่แล้ว แต่ท่าทางดูจะแปลกไปซะหน่อย เพราะเล่นดมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตัวเองไม่ยอมหยุด
“นายเป็นหมารึไง” ไป่ฉีถาม
“ดมดูว่ามีกลิ่นไหม วิธีของพี่สุดยอดเลย ขนาดตอนเช้าผมไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ ยังไม่มีกลิ่นเลยสักนิด สมแล้วที่ผมนับถือ” ไป๋หู่มองไป่ฉีตาเป็นประกาย
“แล้วซีหยานล่ะ” ไป่ฉีถาม
“หมอนั่นเหรอ เช้าขึ้นมายืนส่องตัวเองหน้ากระจกอยู่ตั้งนานกว่าจะแต่งตัว นี้กำลังเซตผมอยู่ล่ะมั้ง ไม่รู้จะเซตไปทำไม เดี๋ยวตอนต่อสู้หัวก็ยุ่งอยู่ดี” ไป๋หู่กล่าว
“นายไม่รู้วัตถุประสงค์รึไง ว่าการประลองไม่ได้มีแค่ความบันเทิง การหาประสบการณ์ หรือการได้รับชื่อเสียงน่ะ แต่ยังเป็นเรื่องของการหาคู่ครองหรือคู่ที่จะมาแต่งงานกับตนอีกด้วย” ไป่ฉีกล่าว
“เอ๋ หาคู่เหรอ ผมไม่เคยคิดเรื่องนั้นมาก่อนเลย” ไป๋หู่กล่าว
“ในสมองนายนอกจากกินกับฝึกวิชาคงไม่มีเรื่องอื่นเลยสินะ” ไป่ฉีมองด้วยสายตาเหนื่อยใจ
“พี่ก็เห็น พี่กุ้ยอิงสวยจะตาย ผมเลยต้านทานความสวยของเหล่าสาว ๆ ได้หมดเลย” ไป๋หู่กล่าว
“คิดว่านายเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันซะอีก” ไป่ฉีหัวเราะเบา ๆ
“ผมยอมตายซะดีกว่า” ไป๋หู่กล่าว
“เสร็จแล้ว พวกเราไปกันเถอะ” หลี่ซีหยานลงมาจากชั้น 2 แล้ว
ไป่ฉีได้ให้ทั้ง 2 คนเดินออกมาหน้าบ้าน จากนั้นส่งกระดาษให้ทั้ง 2 คน เพื่อไปเจอเขาที่จุดนัดพบในนั้น ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อยากให้คนรู้ว่าเขาเป็นเทพกระบี่ โดยเฉพาะพวกคนของตระกูลหลี่กับตระกูลไป๋ เพราะเรื่องของเขานั้นในตระกูลไป๋มีแค่ไป๋ชินหลง ไป๋ซูฉี ไป๋กุ้ยอิง และไป๋หู่เท่านั้นที่รู้ ส่วนตระกูลหลี่นั้นรู้กันหมด
ทั้ง 2 ไปยังตรอกไร้ผู้คนแห่งหนึ่ง ที่นั่นเขาได้พบว่าไป่ฉีได้แปลงโฉมเป็นอวี้กงเรียบร้อย ซ้ำยังเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วอีกด้วย
“ไปกันเถอะ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับเปิดประตูมิติให้ทั้ง 2 คนเดินเข้าไปก่อน แล้วเขาค่อยเดินตามเข้าไปอีกที
อีกฟากของประตูมิติคือตรอกที่เป็นทางเข้าสมาคมการค้าตะวันจันทรานั่นเอง ทั้ง 2 คนพบว่าไป่ฉีที่ตามเข้ามาทางประตูมิติ ไม่ได้โผล่มาพร้อมพวกเขา ก็พอเข้าใจได้ว่าเขาคงแยกตัวออกไปก่อนแล้ว เพราะมันคงจะกลายเป็นจุดสังเกตว่าทำไมอวี้กงถึงมาพร้อมกับพวกเขา
ห้องทำงานของประมุขจาง
จางหนี่หวังกำลังมีความสุขกับร่างกายที่ถูกฟื้นฟูขึ้นมา ตอนนี้เธอเหมือนกลับไปเป็นสาวอายุ 200 ต้น ๆ อีกครั้ง ขณะที่กำลังสำรวจผิวพรรณของตนเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเธอ
“เข้ามา.....” จางหนี่หวังกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ก็ไม่มีการเปิดประตูเข้ามา
“คุณแน่ใจนะว่าจะให้สิทธิ์ขาดผมในการจัดการแข่งขั้นรอบแรกน่ะ” ไป่ฉียื่นหน้ามาอยู่ข้าง ๆ หน้าของจางหนี่หวัง
“แว๊ก ผีหลอก ๆ ๆ อมิตตาพุทธ อาเมน อารีย์ อาหาร” จางหนี่หวังตะโกนลั่น ทำให้ไป่ฉีอดขำไม่ได้ ป้าจางยังไงก็ยังเป็นป้าจาง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณก็อยู่ในโลกนี้มาหลายปี ยังจะกลัวผีอีกรึไงกัน” ไป่ฉีถาม
“ไม่เคย และก็ไม่อยากด้วย แค่เห็นรายการ Ghost Hunt ที่ไป่ฉีไปออกฉันก็นอนไม่หลับแล้ว” จางหนี่หวังกล่าว
“เอาเถอะ เราจะไม่พูดมาก ที่มาเพื่อจะบอกว่าเราจะขอตัวไปเตรียมการก่อน” กล่าวจบร่างของไป่ฉีก็หายไปทันที
“อ๊า ท่านอวี้กงตัวหอมใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย” จางหนี่หวังกล่าวก่อนจะหลุดเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการต่อ
ด้านไป่ฉีนั้นโผล่ขึ้นที่ลานประลองหลัก ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 อี้เซียนรีบเข้ามาคำนับเขาทันที พร้อมกับเจ้าหน้าที่เตรียมสถานที่ ต่างหยุดมือเมื่อเห็นเทพกระบี่ปรากฏตัว
“ท่านเทพกระบี่ ท่านมาทำอะไรที่นี่ครับ” อี้เซียนถาม
“มาเตรียมรอบคัดเลือก เพื่อคัดคนออก” ไป่ฉีตอบ
“อ้อ เช่นนั้นมีอะไรให้ทางเราช่วยรึเปล่าครับ” อี้เซียนถาม
“ไม่ต้อง เราจะลงอักขระลมปราณเพิ่มความแข็งแรงให้กับลานประลองและม่านพลังอีกนิดหน่อย” ไป่ฉีตอบ
“แค่นี้มันก็แทบจะไม่มีรอยร้าวแล้ว ท่านจะเพิ่มระดับมันขึ้นไปอีกรึครับ” อี้เซียนถาม
“ใช่ เพราะระดับของคนที่เดินทางมาวันนี้ มีคนหนึ่งไม่ธรรมดาทีเดียว (เฟิงเทียน)” ไป่ฉีตอบ
ที่ลานจอดรถของสมาคมการค้าตะวันจันทรา ต่างเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากสำนักต่าง ๆ สิ่งที่น่าตกใจในการประลองคราวนี้คือเส้าหลินตัดสินใจส่งคนเข้าร่วมประลองด้วย
ในรถคันหนึ่งที่ลานจอดรถ มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ วันนี้เป็นวันที่เหยื่อของเธอต่างก็มากันพร้อมหน้า ทั้งหลงเทียนหมิง หู่จิ้ง อู่กุยเหวินป๋อ และเฟิงเทียน วันนี้เธอคิดจะจัดการสักคนหรือ 2 คนก่อน ครั้งนี้เธอใช้ชื่อซือเหลียง
การประลองครั้งนี้เป็นงานใหญ่ แน่นอนว่ามีการขายตั๋วเข้าชมงานประลองด้วย เธอให้คนของพรรคตะวันดับหาตั๋วเข้าชมงานประลองนี้ให้เธอจนได้ แต่ตอนไปรับมาทางนั้นย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามยุ่งกับเทพกระบี่เด็ดขาด เพราะพวกเขาบอกว่าเทพกระบี่น่าจะสามารถอ่านความทรงจำของคนได้ นั่นทำให้ซือซือสนใจไม่น้อย เธอเป็นจิตแพทย์ การดึงเอาสิ่งที่อยู่ในหัวของคนไข้ออกมา ต้องพึ่งการพูดโน้มน้าวและการสะกดจิต แต่อวี้กงสามารถทำได้ แถมยังทำได้ดีกว่าเธอเสียด้วย เธอจึงคิดว่าอวี้กงอาจจะเป็นจิตแพทย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอันดับต้น ๆ และนำความรู้ด้านจิตวิทยามารวมกับวิทยายุทธ์ จนเกิดเป็นวิชาเฉพาะตัว
พวกที่เธอนึกออกและอายุพอ ๆ กับอวี้กงก็มีอยู่ไม่กี่คน ไว้เธอจัดการเรื่องที่ทางพรรคตะวันดับจ้างมาก่อน แล้วเธอจะเริ่มสืบหาตัวตนที่แท้จริงของอวี้กงอีกทีหนึ่ง แต่ตอนนี้เธอขอมองดูอีกฝ่ายก่อนว่าเป็นคนยังไง
ต้องยอมรับเลยว่าหลายสัปดาห์ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่ประเทศมังกรทอง เธอใช้ยาสั่งกับคนของตำหนักเทพมังกรครามไป ซึ่งคนคนนั้นติดตามหลงเทียนหมิงอยู่แทบจะตลอด และยังเป็นคนที่คอยเช็กสิ่งที่หลงเทียนหมิงจะกินด้วย ดังนั้นวันนี้ที่โรงแรมที่หลงเทียนหมิงพักจะเป็นสถานที่ลงมือของเธอ ส่วนที่นี่เธอเล็งเหยื่อไว้รายหนึ่งแล้ว
ที่ทางเข้าสมาคมการค้า
“นั่นประมุขตำหนักเทพเต่ามังกร ท่านอู่กุยหลงจิน” ผู้ชมที่มาชมการประลองคนหนึ่งชี้ให้ดูผู้ที่กำลังเดินเข้ามาที่ประตูทางเข้า
“ท่านเหวินป๋อช่างหล่อล่ำยิ่งนัก” หญิงสาวคนหนึ่งมองอู่กุยเหวินป๋อราวกับต้องมนตร์สะกด
ซือซือไม่รอช้า เธอรีบสังเกตคนในกลุ่มของตำหนักเทพเต่ามังกรทันที ด้วยการดูท่าทางแล้ว เธอตัดสินใจที่จะเข้าหา 1 ในคนที่มาร่วมการประลองของตำหนักเทพเต่ามังกร
เมื่อเธอเห็นว่าชายคนที่เธอเล็งไว้กำลังเดินแยกไปห้องน้ำ เธอไม่รอช้า ทำทีเหมือนปวดท้องหนักและกำลังวิ่งไปเข้าห้องน้ำเช่นกันจนชนเข้ากับเป้าหมาย
“ว๊าย ขอโทษค่ะ ๆ พอดีฉันปวดท้องเลยไม่ได้ดูทาง” ซือซือที่แกล้งล้มอย่างแนบเนี่ยนรีบกล่าวขอโทษขณะที่เธอนั่งกองอยู่ที่พื้น ทำท่าจะลุกแล้วก็ร้องโอดโอยเหมือนคนข้อเท้าแพลง ทำให้ชายหนุ่มที่เป็นเป้าหมายช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้น จังหวะที่ลุกขึ้นซือซือแกล้งเซไปซบที่อกของชายหนุ่ม ก่อนจะใช้เข็มยาอัมพาตที่ซ่อนอยู่ระหว่างนิ้วมือจิ้มลงไปตรงเส้นเลือดที่ต้นคอของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
พริบตาชายหนุ่มรู้สึกร่างกายไร้เรี่ยวแรง เขาทรุดลงกับพื้น ก่อนจะถูกซือซือลากเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดหน้าห้องน้ำ เธอจัดการนำยาสั่งออกมา พร้อมกับจุดกำยาน
“อือ อืม” ชายหนุ่มที่ไร้เรี่ยวแรงได้รับจูบจากหญิงสาวที่เขาเพิ่งพบหน้า ด้วยฤทธิ์ของกำยานทำให้เขาสมองเบลอไปหมดแล้วตอนนี้ พอหญิงสาวจูบเขาช่วงล่างของเขาก็ขยายตัวอย่างไม่สามารถบังคับให้มันสงบลงได้ เขาไม่รอช้าที่จะจูบตอบเธอพร้อมกับส่งลิ้นสากของเขาเข้าไปสำรวจในปากของอีกฝ่าย
ซือซือที่เห็นว่าอีกฝ่ายสอดลิ้นเข้ามาเพื่อกวาดเอารสหวานในปากของเธอ เธอจึงใช้ลิ้นดันยาสั่งเข้าปากอีกฝ่ายทันที
ชายหนุ่มคิดว่ามันเป็นลูกอมที่อยู่ในปากของหญิงสาว หลังชายหนุ่มได้รับยาสั่งไปแล้ว ซือซือรอสักพักจนคาดว่ายาสั่งออกฤทธิ์แล้ว เธอจึงเริ่มสั่งชายหนุ่มทันที
“หาวิธีล่ออู่กุยเหวินป๋อเข้ามาที่ห้องน้ำชายนี้ให้ได้หลังจบการประลองของวันนี้ ให้เขามากับนายเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น” ซือซือกระซืบข้างหู พร้อมกับใช้เข็มจิ้มยาแก้พิษอัมพาตให้เขา ที่เธอเลือกห้องน้ำนี้เพราะหลังจากมาที่ประเทศนี้ เธอลองทดสอบหาจุดที่ไม่ค่อยมีผู้คนมาใช้บ่อยนัก ซึ่งห้องน้ำนี้ตลอดหลายสัปดาห์ มีคนเข้าเพียงแค่ 1-2 คน เท่านั้น
“ได้ครับ ถึงตอนนั้นให้รางวัลผมด้วยนะ” ชายหนุ่มมองซือซือด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม
“ได้สิ” ซือซือจูบชายหนุ่มอีกที ก่อนจะให้ชายหนุ่มไปสมทบกับคนของตำหนักเทพเต่ามังกรตามเดิม
ตอนนี้เหล่าผู้ชมและผู้ร่วมการประลองต่างก็เข้ามายังสนามประลองหลักที่อยู่ใต้ดิน พวกเขากำลังรอประธานอย่างจางหนี่หวังมาเปิดงาน ภายใต้การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เพื่อป้องกันพวกพรรคตะวันดับบุกเข้ามาเหมือนคราวก่อน ๆ
“นั่นประมุขจางมาแล้ว” ชายคนหนึ่งสังเกตเห็นจางหนี่หวังที่เดินออกมาที่สนามประลอง
“สวัสดีทุกท่าน วันนี้เป็นการประลองประจำปีที่ทางสมาคมการค้าตะวันจันทราจัดขึ้น อย่างที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้ว่าจะมีการเปลี่ยนกฎการประลอง นั่นก็คือ หากคู่ที่ต่อสู้กันมีระดับพลังปราณคนละชั้นปราณ กติกาในการแข่งขันรอบนั้นจะใช้การต่อสู้ด้วยกระบวนท่าอย่างเดียว แน่นอนว่าสามารถใช้อาวุธที่เราเตรียมเอาไว้ได้ ห้ามใช้อาวุธของตนเองเด็ดขาด ในปีนี้เราได้รับความกรุณาจากเทพกระบี่อวี้กง มาเป็นกรรมการในรอบแรก เพื่อคัดคนออก” สิ้นคำของจางหนี่หวัง ผู้ชมและคนในสำนักต่าง ๆ แตกตื่นกันใหญ่ พวกเขาคิดว่าอวี้กงต้องไม่ใช้วิธีเดิม ๆ อย่างที่สมาคมการค้าเคยใช้แน่นอน
__________________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
