“อาอวิ้น ข้าขอโทษ” หลัวเจี้ยนกั่วใที่อยู่ดีๆ เกาซ่งอวิ้นก็โผล่มา เผลอเอ่ยคำขอโทษออกมาอย่างน่าสงสัย
“ท่านลุง ท่านขอโทษข้า ขอโทษสามพี่น้องสกุลถัง ท่านมีเื่ที่ปิดบังข้าอยู่ใช่หรือไม่”
“ข้าผิดไปแล้ว เ้ายกโทษให้ข้าเถิด ข้าไม่ได้อยากทำเช่นนั้นเลยจริงๆ แต่เป็เพราะบิดาเ้าดีต่อข้า ข้าจึงอยากตอบแทนโดยการช่วยเหลือเ้า” หลัวเจี้ยนกั่วตอบคำถามสับสนวกวนอย่างไม่มีสติ
“เอาเถิดท่านลุง ข้าเองก็มีเื่ทุกข์ใจอยู่เช่นกัน เช่นนั้นข้าจะนั่งดื่มเป็เพื่อนท่านเอง”
เกาซ่งอวิ้นนั่งลงกับพื้นดินข้างบุรุษสูงวัยที่กำลังประหม่า แต่สุดท้ายหลัวเจี้ยนกั่ว ก็เลิกคร่ำครวญแล้วส่งไหสุราไปให้ชายหนุ่ม
“น้องสาวข้าดีกับเ้าหรือไม่” หลังจากเงียบไปนานสุดท้ายหลัวเจี้ยนกั่วก็ควบคุมสติได้และถามคำถามออกมา
“ท่านน้าเลี้ยงดูข้าไม่ต่างจากบุตรชายแท้ๆ ข้าย่อมสำนึกขอรับ”
“หากนางทำเื่ผิดพลาดร้ายแรงไป เ้าจะอภัยให้นางได้หรือไม่” หลังเจี้ยนกั่วกล่าวพลางน้ำตาไหล หลานชายกำลังจะเป็ขุนนางซ้ำยังเป็คนซื่อสัตย์ ตนอยากรับความผิดเอาไว้เพียงผู้เดียว แต่หากเปิดเผยออกไปหลัวซิ่นย่อมไม่พ้นต้องถูกลงโทษไปด้วย
“ท่านลุง ข้าแอบฟังท่านมาพักใหญ่แล้ว และคิดว่าพอจะจับต้นชนปลายบางอย่างได้ ถังจื่อรั่วนางไม่ได้หนีไปใช่หรือไม่ และเื่นี้ยังเกี่ยวกับท่านน้าหลัวและท่านลุงอีกด้วย ท่านเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ข้าฟังเถิดขอรับ หากแก้ไขสิ่งใดได้เราจะได้ช่วยกันแก้ ท่านไม่ต้องกังวลเื่ท่านน้า นางมีบุญคุณกับข้า”
หลัวเจี้ยนกั่วเทสุราเข้าปากคำโต ก่อนจะเริ่มเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้ชายหนุ่มฟังจนหมดสิ้น
ตลอดเวลาเกาซ่งอวิ้นเผลอกำมือเอาไว้แน่นพยายามข่มกลั้นความะเืใจเอาไว้ ภาพความทรงจำวัยเด็กที่จางจื่อรั่วนำขนมที่นางชอบมาให้ตน แต่สายตาหวงแหนไม่ยินยอมของนางยังคงจดจ้องอยู่ที่ขนมชิ้นนั้นไม่วางตา เด็กน้อยน้ำตาคลอเบ้าแต่ก็ยังมอบขนมชิ้นนั้นให้เขาอยู่ดี นางจะไม่ดีกับผู้ใดก็ตาม แต่นางยังคงดีกับตนเสมอ
เป็เขาที่เอาหลัวลู่จิ่ว บุตรสาวของหลัวซิ่นไปเปรียบเทียบกับจางจื่อรั่วแล้วตั้งท่ารังเกียจนางขึ้นมา และยังไม่เคยออกมาตัดสินหรือสั่งสอนนางยามที่ทะเลาะกับหลัวซิ่น จนอีกฝ่ายย่ามใจกล้าลงมือกับเด็กสาว
หลัวเจี้ยนกั่วเมามายหลับใหลไปด้วยความทุกข์ใจ และเป็เกาซ่งอวิ้นที่แบกเขาขึ้นหลังกลับมาเรือนสกุลเกา ไร้ซึ่งความโกรธแค้น แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังคงนอนไม่หลับและนั่งพิจารณาเื่ราวของสามพี่น้องแซ่ถังจนถึงรุ่งสาง
……….
งานเลี้ยงร่วมแสดงความยินดีกับเกาซ่งอวิ้นถูกจัดขึ้นตามปกติ เกาซ่งอวิ้นทำราวกับว่าเื่เมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขายังคงพูดคุยกับนางหลัวซื่อด้วยความนอบน้อม แม้กับหลัวเจี้ยนกั่วและคนอื่น ๆ ชายหนุ่มก็ไม่ได้ชักสีหน้าเข้าใส่แต่อย่างใด ทั้งยังไม่ได้เอ่ยปากถึงเื่ราวที่เพิ่งรับรู้เมื่อคืนแม้แต่ประโยค
ชาวบ้านในหมู่บ้านหนิงป่อก็ไม่ได้คิดเอาเปรียบบ้านสกุลเกาและนางหลัว พวกเขาล้วนมีข้าวของติดไม้ติดมือนำมาเป็วัตถุดิบส่งมายังเรือนสกุลเกาั้แ่เช้า
สตรีในหมู่บ้านมาช่วยกันทำอาหารสำหรับงานเลี้ยง กล่าวคำชื่นชมเกาซ่งอวิ้นและนางหลัวไม่หยุดปาก ทำให้นางหลัวซื่อได้หน้าส่งสุราออกไปให้แเื่อย่างไม่ตระหนี่ กว่าชาวบ้านจะลากลับไปด้วยความสุขและอิ่มจนพุงกางเวลาก็ล่วงมาถึงยามเซิน (15.00-16.59) เรือนสกุลเกาจึงหลงเหลือเพียงครอบครัวสกุลหลัวและเกาซ่งอวิ้นเท่านั้น
“อาอวิ้น ข้ากับท่านลุงทั้งสองของเ้าจะเดินทางกลับหมู่บ้านเสียวันนี้เลย ไม่อยู่ค้างคืนที่นี่ต่อหรอกนะ แต่ข้ามีเื่จะหารือกับเ้าสักหน่อย” บิดาของนางหลัวเปิดปากออกมาเป็คนแรกเมื่อทุกคนมานั่งพักผ่อนรวมตัวกันอยู่กลางลานเรือน
“ท่านตามีสิ่งใดจะชี้แนะหลานหรือขอรับ”
“เื่การหมั้นหมายของเ้านั่นล่ะ เวลานี้เ้าก็อายุ 17 ปีแล้ว อีกหน่อยยังต้องเข้าร่วมสำนักศึกษาของทางการเพื่อเตรียมสอบจูเหรินอีก กว่าจะเสร็จสิ้นการสอบที่ยาวนานเ้าคงไม่มีเวลาคิดไตร่ตรองเื่นี้ อีกอย่างเ้าต้องจากบ้านจากเมืองไปอยู่ที่อื่น ไม่สู้ตบแต่งภรรยาไว้ก่อนจะดีกว่า”
“หลานหมั้นหมายกับถังจื่อรั่วมาั้แ่เด็ก ทุกคนก็ทราบเื่นี้ดีมิใช่หรือขอรับ เวลานี้นางไม่อยู่ที่นี่การแต่งงานของข้าก็ยังไม่อาจจัดขึ้นได้” เกาซ่งอวิ้นก้มศีรษะลงเล็กน้อยตามองต่ำลงพื้นตอบคำอย่างสุภาพ
“อาอวิ้น ข้าก็เล่าเื่ของนางให้เ้ารับรู้แล้วอย่างไร นางเป็ฝ่ายผิดต่อเ้าก่อนเื่นี้คนในหมู่บ้านล้วนรู้กันทั่ว เ้าไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบนางแม้แต่น้อย” นางหลัวขมวดคิ้วเขม็ง เอ่ยอย่างขัดใจ
“เ้าหยุดปากไปเสียน้องเล็ก ท่านพ่อท่านแม่ก็เช่นกัน นี่เป็เื่ส่วนตัวของหลานชาย พวกเราเป็ผู้อื่นจะเข้ามาวุ่นวายด้วยเหตุใด” หลัวเจี้ยนกั่วรีบยับยั้งการกระทำของคนทั้งหมด
ตลอดทั้งวันเกาซ่งอวิ้นไม่เอ่ยถึงเื่นี้ก็บุญเท่าใดแล้ว บิดามารดานั้นไม่เท่าใด พวกเขาไม่ได้ล่วงรู้ความลับนี้ด้วย แต่น้องสาวคนเล็กกลับสอดคำขึ้นมาหน้าตาเฉยอย่างไม่ละอายแก่ใจ ทำให้ตนโมโหขึ้นมา
“ท่านลุงกล่าวตามจริงข้าก็คิดจะคุยเื่นี้หลังจากเสร็จงานเลี้ยงไปแล้วอยู่เช่นกัน ในเมื่อท่านตาท่านยาย ท่านน้ากล่าวออกมาก็คุยกันให้รู้เื่เวลานี้ไปเสียทีเดียวก็ได้ขอรับ”
ได้ยินคำของเกาซ่งอวิ้น หลัวซิ่นค่อยเผยรอยยิ้มกว้างออกมาได้อีกครั้ง ที่แท้บุตรชายเลี้ยงก็ไม่ได้โง่งม ยังรู้จักวางแผนเื่การแต่งงานไว้ล่วงหน้า แต่เป็เพราะยังไม่ทันได้พูดคุยกันให้รู้เื่เท่านั้น เื่การแต่งงานชายหนุ่มจะไปนึกถึงผู้ใดได้นอกจากบุตรสาวของตนที่ใกล้ชิดเขามากที่สุด
หลัวเจี้ยนกั่วมองใบหน้าของน้องสาวแล้วก็ส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง ที่แท้เกาซ่งอวิ้นก็ไม่ได้คิดปล่อยเื่นี้ให้ผ่านไป แต่เป็เพราะเขาให้เกียรติหลัวซิ่นในฐานะมารดาเลี้ยงมากพอ จึงไม่ได้โวยวายทำลายงานเลี้ยง รอจนเหลือแต่คนในครอบครัวถึงได้คิดหยิบยกเื่นี้ออกมาพูด
พอคนทั้งหมดได้ยินเื่เล่าจากปากของเกาซ่งอวิ้น และยังมีหลัวเจี้ยนกั่วพยักหน้าละห้อยอย่างจำนนเป็การยืนยันแล้ว มารดาของหลัวซิ่นก็ถึงกับเป็ลมล้มพับไปทันที หลัวเจี้ยนกั่วจึงได้ไล่ภรรยาและสะใภ้รองให้พาหลานๆ แยกออกไปดูท่านยายด้วยความอับอาย
“อาอวิ้น ทั้งหมดนี้ข้าก็ทำเพื่ออนาคตของเ้านะ เ้าคิดจะส่งข้าให้ทางการหรือไร” หลัวซิ่นหน้าซีดเผือด รีบร้องขอความเป็ธรรมอย่างไม่สลด
“ท่านน้า หากข้าคิดเอาโทษกับท่าน ข้าคงจัดการไปเสียั้แ่เช้าแล้ว” เกาซ่งอวิ้นปรายตามองมารดาเลี้ยงอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก แทนที่นางจะสำนึกผิดกลับกลายเป็อ้างว่าทำเพื่อตน แต่จะโยนความผิดทั้งหมดไปให้หลัวซิ่นก็ไม่ได้เช่นกัน เื่นี้ส่วนหนึ่งก็เป็เพราะตนหลบหน้าหลบตาไม่ยอมพบเจอถังจื่อรั่วและตั้งท่ารังเกียจนางอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ทำอะไรให้ชัดเจนก่อน
“แล้วเ้าคิดเห็นอย่างไรอาอวิ้น บอกพวกเรามาเถิดว่าเราสองคนพี่น้องจะชดเชยสิ่งใดให้กับเ้าได้บ้าง” หลัวเจี้ยนกั่วมีสำนึกรับผิดชอบที่ดีกว่า หลานชายก็ไม่ได้มีท่าทีคุกคามทำให้ตนยินยอมอย่างราบคาบ
“ข้าจะให้โอกาสท่านน้าแก้ไขความผิดที่ท่านก่อมาเอง หลังจากนี้ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ท่านต้องอธิบายให้คนในหมู่บ้านเข้าใจว่าถังจื่อรั่วไม่ได้ทำเื่เสื่อมเสีย แต่เป็ท่านที่โกรธเคืองนางจึงคิดปล่อยนางไปใช้ชีวิตกันเองตามยถากรรม”
“เช่นนั้นก็ไม่เท่ากับว่าข้าต้องกลืนน้ำลายตนหรอกหรือ ข้าไม่ยอมหรอก” หลัวซิ่นคิดว่าตนยังคงควบคุมลูกเลี้ยงได้อยู่ นางจึงกล้าต่อปากต่อคำ
“หากท่านไม่ทำเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ลังเลที่จะบอกความจริงทั้งหมดให้ทางการได้รู้ พวกเขาจะได้ช่วยกันตามหาสามพี่น้องสกุลถัง เวลานั้นท่านค่อยพูดความจริงกับเ้าหน้าที่ทางการก็ย่อมได้”
“พอที!! ซิ่นเอ๋อร์ เ้าจะให้ข้าอับอายผู้คนจนตายไปเลยหรืออย่างไร!! อาอวิ้นกตัญญูไม่เอาความเ้าก็ดีเท่าใดแล้ว” ผู้เฒ่าหลัวบันดาลโทสะอย่างหนัก เมื่อเห็นกิริยาต่ำทรามของบุตรสาว ปรี่จะเข้าไปทุบตีหลัวซิ่นให้สาแก่ใจเดือดร้อนถึงสองพี่น้องสกุลหลัวต้องมาช่วยกันห้ามปราม