ตอนที่ 55
ซูม!!
ไป๋กุนหลาง ยืนมองลำแสงจากยอดท้องพระโรงพุ่งขึ้นฟ้า ตรงระเบียง ใจหวนระลึกถึงความหลัง ชีวิตของเขาประมาณปีหนึ่งนับตั้งแต่มาถึงที่นี่ ตื่นเต้นหวาดเสียวกว่าชีวิตที่โลกเก่าของเขามากเลย และไป๋กุนหลางก็ชอบมันมาก
ต้องขอบคุณที่ในโลกเก่า เขาเหลือห่วงไม่มากนัก ทำให้ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อโลกเก่าของไป๋กุนหลางมีไม่เยอะ
ยืนอยู่ยี่สิบนาที จึงค่อยเคลื่อนไหว เดินไปยังห้องอาบน้ำ ด้วยบทลงโทษอันแสนหนักหน่วงเมื่อคืน ทำให้ปินปินเพลียมาก นางจึงยังไม่ตื่น ไป๋กุนหลางเลยต้องอาบน้ำเอง
อาบน้ำกินข้าวเสร็จ จึงถือกระบี่ออกเดินทางมุ่งหน้าไปหอฝึกมังกร ครั้งนี้ไป๋กุนหลางไม่ได้ไปฝึก แค่แวะไปทักทายข่งเขอ ที่นับได้ว่าเป็นทั้งเพื่อนสนิทและญาติผู้ใหญ่
พอเดินไปถึงก็เห็นข่งเขอนั่งหลับอยู่เก้าอี้ ไป๋กุนหลางจึงหยุดยืนอยู่ห่าง เป็นระยะห้าก้าว แล้วกล่าวทักทาย "คารวะท่านลุงข่ง ข้ากลับมาแล้ว"
ข่งเขอลืมตาขึ้นมอง "อื่อ...เจ้านี่เององค์ชายห้า ไปผจญภัยในป่าหมอกมา ได้อะไรกลับมาบ้างล่ะ?"
"ได้เยอะเลยล่ะท่านลุงข่ง ทั้งประสบการณ์ และความสนุกสนาน" ไป๋กุนหลางตอบ
"อืม..ดีแล้ว" ข่งเขอผงกศีรษะ "แล้วนี่เจ้าจะมาฝึกวิชาสินะ? งั้นก็เข้าไปได้เลย" กล่าวจบข่งเขอก็หลับตานอนต่อ
"ไม่ ครั้งนี้ข้าไม่ได้มาฝึก" ไป๋กุนหลางส่ายหน้าปฏิเสธ "และหอฝึกมังกรก็ไม่สามารถช่วยข้าพัฒนาฝีมือได้อีกต่อไปแล้ว"
"หืม.." อย่าเห็นว่าข่งเขอตัวใหญ่แล้วจะอุ้ยอ้าย ไม่ถึงหนึ่งวินาทีหลังจากไป๋กุนหลางกล่าวจบ ข่งเขอก็มายืนอยู่ด้านข้าง ยื่นมือออกมาคว้าไหล่เขาไว้ ระยะห่างห้าก้าวเหมือนเป็นภาพลวงตา
ไป๋กุนหลางสัมผัสได้ถึงพลังแปลกปลอม ที่แทรกผ่านเข้ามาทางหัวไหล่ แล้วไหลผ่านไปทั่วร่างกาย แต่ไป๋กุนหลางไม่ได้ขัดขืน เพราะรู้ว่านี่คือพลังของข่งเขอ และข่งเขอไม่มีเจตนาร้ายต่อเขา
สิบวินาทีต่อมา ข่งเขอก็คลายมือออก "เป็นอย่างที่เจ้าว่าจริงๆด้วย พลังวัตรของเจ้ายังเหนือกว่าข้า ตอนเป็นปรมาจารย์เกือบครึ่งเท่า"
ไม่แปลกที่จะเอาตัวเองเป็นเกณฑ์ เพราะข่งเขอได้รับฉายาจากเหล่าผู้ฝึกตนว่า เจ้าโรคจิตบ้าพลัง
"ต่อแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าควรไปฝึกวิชาที่หอคอยสวรรค์นะ" ข่งเขอแนะนำ
"ข้าก็คิดอย่างนั้นอยู่ท่านลุงข่ง" ไป๋กุนหลางแค่เออออไปตามเรื่อง เขายังไม่คิดจะไปเยือนสถานที่แห่งนั้นหรอก
ขณะจะอำลาข่งเขอ หูของไป๋กุนหลางก็แว่วเสียงออกมาจากหอฝึกมังกร "ใครฝึกอยู่ข้างในรึท่านลุงข่ง?"
"เด็กที่ราชสำนักรับอุปถัมป์น่ะ มีห้าคน" ข่งเขอตอบ "หึหึ..ปีนี้ช่างพิศดารแท้เลยล่ะเจ้าหลางน้อย ผู้เยาว์ที่เข้าเกณฑ์ราชสำนักมีตั้งสิบกว่าคน"
กล่าวจบสายตาที่มองไป๋กุนหลาง ก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง "ข้ารู้สึกว่าอีกไม่กี่ปี โลกของเราคงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ฐานะองค์ชายก็อาจจะไม่สามารถคุ้มครองเจ้าได้ มีเพียงความแข็งแกร่งที่แท้จริงเท่านั้น จึงจะพาเจ้าผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้...เพราะฉะนั้นจงอย่าได้ย่อท้อ!"
"ผู้เยาว์น้อมรับคำสั่งสอนขอรับ!!" ไป๋กุนหลางรับคำอย่างแข็งขัน แต่เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่มีอัจฉริยะผุดขึ้นมามากมาย เพราะถึงยังไงนี่ก็เป็นโลกในนิยาย ถ้าผองเพื่อนและตัวร้ายไม่โดดเด่น แล้วพระเอกจะโชว์ฟอร์มได้ยังไง
"แล้วแต่ละคนมีชื่อว่าอะไรบ้าง ท่านลุงข่งพอจะรู้หรือไม่?" ไป๋กุนหลางหวังให้มีพระเอกอยู่ในนั้น เขาจะได้เข้าไปผูกมิตร
มีมิตรก็ดีกว่ามีศัตรูอยู่แล้วละน่ะ
ข่งเขอขบคิดเล็กน้อย "ก็มี ต้วนหนิงเทียน,ต้วนจินเยว่,ต้วนจิวหู,จูลี่ปี้และถางอ้ายเยว่"
"อ๋อ...ขอบคุณท่านลุงข่ง" คนแซ่ต้วนทั้งสามไป๋กุนหลางรู้จักดี เป็นกลุ่มเพื่อนพระเอก ถูกตั้งฉายาให้ในนิยายว่า สามทหารเสือต้วน พวกเขาแม้จะมีแซ่เดียวกันแต่ไม่ใช่พี่น้องกัน อยู่ต่างเมืองกันด้วย
แต่อีกสองคนไม่เคยปรากฏในนิยาย
"เสร็จธุระแล้ว งั้นข้าก็ขอตัวลาก่อนนะ ท่านลุงข่ง" ชั่งใจอยู่สักพักว่าควรเข้าไปผูกมิตรดีหรือไม่ สุดท้ายไป๋กุนหลางก็เห็นว่าไม่จำเป็น พูดคุยสัพเพเหระกันอีกนิดหน่อย จึงกล่าวลาข่งเขอ
_______________________________
หาวววว...
ไป๋กุนหลางหาวนอนจนตาปรือ "เป็นยังไงบ้างเจ้าระบบได้เรื่องอะไรบ้างมั้ย?"
หลังจากกล่าวลาข่งเขอ ไป๋กุนหลางก็มาหมดตัวอยู่ในหอจดหมายเหตุ หอที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญทั่วแผ่นดิน ทั้งการค้า,การศึกสงคราม,กาพย์ฉันท์โคลงกลอน มาจัดทำเป็นหนังสือเก็บไว้ บางอย่างก็เผยแพร่ให้ประชาชนทั่วราชอาณาจักรรับรู้
"ไม่เลยขอรับนายท่าน ไม่มีตำราเล่มใดกล่าวถึง มนุษย์ที่สามารถรวมร่างกับสัตว์อสูรได้ เลยขอรับ"
"งั้นเหรอ" ไป๋กุนหลางนั่งเปิดหนังสือมาหลายสิบเล่ม เปิดจนจะกลายเป็นปรมาจารย์แห่งการพลิกหน้าหนังสือแล้ว แต่กลับไม่ได้ผลตอบรับอะไรเลย เขารู้สึกเซ็งมาก
เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วเห็นตะวันกำลังจะลับฟ้า ไป๋กุนหลางจึงกล่าว "วันนี้พอแค่นี้เถอะ"
กล่าวจบก็เก็บหนังสือ แล้วคว้ากระบี่กฤษณาโลหะทมิฬ เดินออกจากหอจดหมายเหตุ มุ่งหน้าไปยังริมสระน้ำที่ประลองกับพี่โม่งเป็นประจำ ไป๋กุนหลางรู้ว่า พี่โม่งต้องรู้ว่าเขากลับมาแล้วแน่นอน
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด
ไป๋กุนหลางยืนรอไม่นาน ก็มีเสียงเคลื่อนไหวดังมาจากข้างหลัง จึงหันไปดูก็เห็นเป็นพี่โม่ง
ไป๋กุนหลางยิ้มกล่าว "ข้าว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะให้เราใช้ประลองกันเสียแล้ว"
แม้ริมสระนี้จะไกลหูไกลตาผู้คน แต่ถ้าประลองกันด้วยพลังระดับปรมาจารย์ จะต้องมีคนสัมผัสได้แน่ และอีกอย่างหนึ่ง ถึงอย่างไรตรงนี้ก็เป็นจุดชมวิวของวังหลวง แม้จะไม่ค่อยมีคนมา แต่ต้นไม้ทุกต้นก็ถูกคนสวน ตัดแต่งและจัดวางอย่างสวยงาม
การเพิ่มภาระให้คนอื่นโดยใช่เหตุ คนดีๆอย่างไป๋กุนหลางไม่มีทางทำ
พี่โม่งไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เพียงหันหลังแล้วก้าวเดิน ไป๋กุนหลางจึงเดินตาม
พี่โม่งสมกับเป็นจักรพรรดิยิ่ง เส้นทางที่พาไป๋กุนหลางเดินไม่เจอร่องรอยของผู้คนเลย เมื่อพ้นจากเขตตำหนัก ก็มาเจอกับป่ารกชัฏ ตอนแรกไป๋กุนหลางคิดว่าเขากับพี่โม่ง จะประลองกันในป่า แต่พอเดินทะลุป่า กลับกลายเป็นว่ามีทุ่งหญ้าคาขนาดครึ่งสนามฟุตบอลอยู่
ต้องบอกว่าสมกับเป็น วังหลวงของราชอาณาจักรอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน พื้นที่ไม่ใช้ประโยชน์...แม้ง!ใหญ่ฉิบหาย
และแล้วการต่อสู้ระหว่างไป๋กุนหลางกับพี่โม่ง ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง
________________________________
"ขอขอบคุณสำหรับการชี้แนะครั้งนี้ ข้าขอตัวก่อนแล้ว" สู้กันเสร็จไป๋กุนหลางก็บอกลาทันที
'น่าเสียดาย เรากลับพ่ายแพ้ไปครึ่งกระบวนท่า' ไป๋กุนหลางส่ายหัวอย่างเซ็งๆ ในระหว่างที่เดินจากไป
ไป๋กุนหลางรู้สึกเสียดาย แต่องค์จักรพรรดิในคราบพี่โม่ง กำลังยืนมองแผ่นหลังของเขาด้วยความรู้สึก อึ้งทึ่ง! ถ้าไป๋กุนหลางขึ้นเป็นปรมาจารย์ตอนอยู่ในป่าหมอก นับตามวันเวลาก็ผ่านมาเพียงเดือนกว่าๆ พลังวัตรอันมหาศาล อาจพูดได้ว่าเพราะโชคช่วย แต่ทักษะยุทธ์ละ?
องค์จักรพรรดิรู้ดีว่า ทักษะยุทธ์มิอาจได้มาเพราะโชคช่วย มันเป็นสิ่งที่ต้องผ่านทั้งการฝึกและการต่อสู้สักระยะ เพื่อเก็บประสบการณ์ ถ้าเป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยังพอเข้าใจได้ ทว่าทักษะยุทธ์ของไป๋กุนหลาง กลับอยู่ในระดับสุดยอดปรมาจารย์แล้ว ในโลกนี้พระองค์ไม่เคยได้ยินว่ามีมนุษย์ผู้ใดทำได้อย่างนี้
'นี่มันอัจฉริยภาพระดับไหนกันนี่' นอกจากอึ้งทึ่งและยินดีแล้ว พระองค์ไม่รู้ว่าตนควรมีความรู้สึกอะไรอีก
อืม…(ผู้แต่งลากเสียง)...ขอบอก เรื่องนี้องค์จักรพรรดิเข้าใจผิดอย่างแรง!!
ถ้ามีคะแนน 100คะแนน ไป๋กุนหลางควรได้แค่ 20 นอกนั้นต้องยกให้เจ้าระบบ เพราะมิติของเจ้าระบบทำให้ไป๋กุนหลางมีเวลาฝึกมากกว่าคนอื่นถึงสามเท่า แถมยังออกแบบการฝึกที่เหมาะสมกับตัวเขาได้อีกด้วย
เพราะฉะนั้นขอเพียงไป๋กุนหลางไม่ขี้เกียจ ขยันหมั่นเพียรและอดทน คำว่าสุดยอดฝีมือ ก็ไม่หนีห่างเขาไปไหนหรอก
________________________________
ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน