ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
><><><><><><><><><><><><
หยางจื่อหันกลับไปมองอีกฝั่ง ก็เห็นทุกคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
แต่เป็ฝ่ายของท่านพ่อที่ได้เปรียบมากกว่า เพราะฝีมือต่อสู้ของแต่ละคนไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
หยางจื่อบังคับม้าวิ่งลัดเลาะไปตามทางเล็กๆ ท่านพ่อบอกว่าทางนี้เมื่อสมัยก่อนเคยเป็เส้นทางหลัก แต่เมื่อ10ปีก่อนเส้นทางตรงนี้โดนน้ำป่าทำให้เส้นทางถูกตัดขาดออกจากกัน
ทั้งยังกลายเป็เหวลึกอีก ทางการจึงสร้างทางขึ้นใหม่ น้องสาวของเข้าคงจะโดนโจรป่าหลอกล่อมาทางนี้เป็แน่
รถม้าวิ่งออกมาไกลจนสามารถเข้ามาวิ่งตามเส้นทางหลักได้ หยางจื่อเบี่ยงรถม้าเข้าข้างทางเพื่อหาสถานที่พักในคืนนี้
หยางจื่อก้มมองน้องสาวที่ตอนนี้หลับคาอกของเขาอยู่ มี่มี่ของเขาช่างผอมเหลือเกิน
"มี่เอ๋อร์"
"อืม...พี่ใหญ่"
หยางมี่งัวเงียตื่นขึ้นมา พร้อมกับมองไปรอบๆ
"เข้าไปนอนต่อในรถหรือไม่ "
หยางมี่ส่ายหน้าพร้อมกับลุกขึ้นยืน หลังจากนั้นหยางมี่ก็ทำตาโตเพราะนึกขึ้นได้ว่าน้องชายอยู่้า
"พี่ใหญ่เฉินเอ๋อร์ด้านในเ้าค่ะ"
หยางมี่เดินเข้าไปในรถม้าเพื่อไปหาน้องชาย ส่วนหยางจื่อะโลงข้างล่างเพื่อไปปลดสายปล่อยม้าออกมากินหญ้ากินน้ำ และกลับเข้าไปในรถม้าเพื่อไปดูน้องๆของเขา
แต่พอเขาเข้ามาก็ต้องตกตะลึง เนื่องจากพื้นที่ด้านในรถม้า กับด้านนอกมันต่างกันมาก
"รถม้ามิติหรือ ไม่หน้าเชื่อ!! มี่เอ๋อร์เฉินเอ๋อร์"
"พี่ใหญ่ข้าอยู่ข้างบนเ้าค่ะ"
หยางมี่ะโบอก หยางจื่อจึงรีบขึ้นไป แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้เข้าตาโตอีกรอบ
"ไม่อยากจะเชื่อเลย!!"
"ตอนแรกที่ข้าเห็นก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันเ้าค่ะ"
"พี่ใหญ่ขอรับ ฮึก.. ข้าคิดถึงท่านยิ่งนัก แง๊ๆๆ.."
"เฉินเอ๋อร์พี่ใหญ่กลับมาแล้วนะ ต่อไปพี่จะไม่ไปไหนอีกแล้ว ไม่ต้องร้องนะ เงียบซะเด็กดี"
หยางจื่อโอบกอดน้องชายอย่างเบามือ สายตาก็มองไปที่ขาของน้อยชายไปด้วย
"เจ็บหรือไม่"
"ไม่ค่อยเจ็บแล้วขอรับ พี่สาวให้ดื่มยาทุกวันเลย"
หยางจื่อลูกหัวน้องชายอย่างเอ็นดู ทั้งยังลูกหัวของมี่เอ๋อร์ด้วยเช่นกัน
"เ้าเก่งมากนะที่เ้ามีความกล้าที่ออกมากับน้องชายกันสองคน แต่เ้ารู้หรือไม่ออกมากันสองคนมันอันตรายมาก "
"ข้ารู้เ้าค่ะ แต่ข้าอยู่รอท่านปู่ท่านย่าซ่งนานไม่ได้ พวกมันจะจับข้าไปขาย ข้ากับน้องเลยขอไปตายเอาดาบหน้าเ้าค่ะพี่ใหญ่"
หยางมี่พูดด้วยเสียงที่แ่เบา และอธิบายตามความรู้สึกของหยางมี่คนเก่า หลังจากที่หยางจื่อได้ฟังคำอธิบายก็ถอนหายใจออกมา
"เอาล่ะ..เื่มันผ่านมาแล้ว และพวกเ้าก็ปลอดภัยดี ว่าแต่เ้าสี่ตัวนี้คือ.."
"เป็สุนัขของท่านตาเฒ่าที่ขายรถม้าให้ข้าเ้าค่ะ ท่านตาคนนั้นบอกว่าแถมให้กับข้า สี่ยอดองครักษ์ของข้าเก่งมากเลยนะเ้าค่ะ"
หยางจื่อหันไปมองสี่ยอดองครักษ์ของสาวด้วยตาเปล่งประกาย เพราะสุนัขทั้งสี่มีรูปร่างและหน้าตาที่น่าเกรงขามเป็อย่างมาก พร้อมกับฟังเื่ต่อสู้ของสี่องครักษ์จากปากน้องน้อยของเข้าด้วย
...โครกกกก...
เสียงท้องร้องมาจากหยางเฉินตัวน้อย ทำให้หยางมี่หยุดชะงักพร้อมกับตาโตนึกขึ้นได้ว่าน้องชายยังไม่ได้กินข้าว รวมถึงหมาน้อยของนางด้วย
"เฉินเอ๋อร์พี่ขอโทษที่พูดเยอะไปหน่อย"
"ขอรับพี่สาว"
หยางจื่อยิ้มแฉ่งให้คนเป็พี่อย่างน่ารัก ทั้งยังมีความสุขมากที่พี่ใหญ่ของเขากลับมากแล้ว เขากับพี่สาวจะได้ไม่รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป
ที่ผ่านมาเขารู้ดีว่าพี่สาวของเขาทั้งหวาดกลัวและเหนื่อยมากขนาดไหน แต่พี่สาวของเขาก็ทำตัวให้เข้มแข็งเพื่อที่จะเป็ที่พึ่งกับน้องชายอย่างข้า
"พี่ใหญ่เดี๋ยวข้าไปทำอะไรมาให้กินน่ะเ้าคะ"
หยางมี่บอกพี่ใหญ่ด้วยเสียงที่สดใส นางรู้สึกว่าปลอดภัยมากเมื่อมีพี่ใหญ่คอยอยู่ข้างๆ
เสียงวิ่งลงบันไดดังสนั่นหวั่นไหว หมาทั้งสี่ตัวต่างก็ส่ายหน้าไปมาอย่างระอา
"พี่ใหญ่ขอรับ ตรงนั้นมีห้องน้ำ พี่ใหญ่อาบน้ำก่อนดีหรือไม่ พี่รองบอกว่ามีคันโยกสำหรับเอาน้ำออกมาได้ด้วย"
"ได้ๆ พี่ใหญ่จะไปอาบน้ำนะ เ้านอนรอพี่่ก่อนนะอย่างเพิ่งหลับ"
"ขอรับ"
หยางมี่ทำราเมนไว้สามถ้วย เพราะว่าน้ำซุปราเมนของนางยังเหลือ
ตอนนี้นางรู้สึกมีความสุขมากที่พี่ใหญ่และท่านพ่อไม่ได้ตายไปอย่างที่ใครหลายๆคนพูดกรอกหูนางอยู่ทุกวัน
"พี่ใหญ่ไปไหนล่ะเฉินเอ๋อร์"
"พี่ใหญ่อาบน้ำขอรับ"
"เฉินเอ๋อร์มากินบะหมี่ก่อน จะได้กินยา วันนี้พี่ตั้งใจต้มยาให้เ้าเป็พิเศษเลยนะ"
"โถ่..พี่สาวขอรับ ท่านจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจต้ม มันก็ขมอยู่ดี"
หยางเฉินทำหน้ายู่ที่โดนพี่สาวพูดหยอกล้อ ระหว่างที่หยางมี่กับหบางเฉินพูดคุยกัน พี่ใหญ่ก็ออกมาจากห้องน้ำพอดี
"พี่ใหญ่กินบะหมี่เ้าค่ะ"
"ได้ๆ"
หยางจื่อตั้งหน้าตั้งตากินอย่างไม่พูดไม่พูดไม่จา ถึงกับยกถ้วยซดน้ำจนหยดสุดท้าย
'ดีต่อใจของหยางมี่ที่สุด...'
"พี่ใหญ่ท่านหายไปไหนมาเ้าค่ะ"
หลังจากนั้น หยางจื่อจึงได้บอกเล่าเื่ราวอย่างที่ได้เคยเล่าให้ลุงซ่งกับน้าอวี่เหวินฟังั้แ่ต้นจนจบ
รวมถึงการไปแก้แค้นลุงเขยให้หยางมี่กับหยางเฉินอีกด้วย
"ขอบคุณพี่ใหญ่ที่แก้แค้นแทนข้า ก่อนที่ข้าจะออกมาจากที่นั้น ข้าได้สาบานเอาไว้ว่าเมื่อโตขึ้นจะกลับไปแก้แค้นอีกครั้ง"
"พี่หวังว่าคนพวกนั้นจะมีชีวิตอยู่ให้เ้ากลับไปแก้แค้นคืนอีกครั้งนะ หึหึ"
หยางจื่อพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมออกมาด้วยความคับแค้นใจที่ไม่มีวันจางหาย หยางมี่เห็นพี่ชายเป็เช่นนี้ก็เข้าไปกอด
"ขอบใจพวกเ้ายิ่งนัก ที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่อย่างนั้นพี่กับท่านพ่อคงจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตเป็แน่"
หลังจากกินราเมนกันเรียบร้อยแล้ว หยางมี่ก็ตักอาหารเม็ดใส่ถ้วยให้หมาน้อยของนางกิน เมื่อสี่ยอดองครักษ์กินเสร็จก็ลงไปข้างล่างทำหน้าที่เฝ้ายามอยู่ข้างรถม้าต่อไป
หยางเจี้ยนเห็นลูกชายบังคับรถม้าข้ามไปได้อย่างปลอดภัยทำให้เขารู้สึกสบายใจเป็อย่างมาก
มีพี่ใหญ่อย่างหยางจื่ออยู่ด้วย ลูกสาวลูกชายคนเล็กก็ปลอดภัยแล้ว
หลังจากนั้นตนก็เข้าฟาดฟันกับกลุุ่มโจรป่าที่บังอาจมาทำลูกน้อยของเขาทันที
ถ้าเขามาไม่ทัน ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น พอคิดว่ารถม้าของลูกสาวตกเหว หัวใจของคนเป็พ่อก็รู้เ็ปอีกครั้ง
"พวกมันล่าถอยไปแล้ว ไม่ต้องตามไป"
เสี่ยงของอวี่เหวินะโบอกลูกน้องของตนด้วยเสียงและดวงตาที่แข็งกร้าว
"โจรป่าพวกนี้มันสารเลวยิ่งนัก แม้แต่เด็กตัวเล็กๆมันก็จะฆ่าให้ตายเลยหรือ อาเจี้ยน!!หยางจื่อพาน้องไปแล้วใช่หรือไม่"
"ขอรับท่านป้า ข้ามไปฝั่งนั้นอย่างปลอดภัยแล้ว เหลือแต่พวกเราที่ต้องเดินไปอีกทางและเราจะไปเจอกันที่เมืองข้างหน้า"
"พวกเราออกจากหุบเขานี้แล้วก็พักกันก่อนเถอะ"
อวี่เหวินบอกกับทุกคนและออกจากหุบเขาแห่งนี้อย่างไม่เร่งรีบมากนัก เนื่องจากส่งหยางจื่อไปดูแลน้องๆกันแล้ว
"พี่เจี้ยน ลูกชายของท่านเก่งมากเลยขอรับ ทั้งยังกล้าหาญบังคับรถม้าวิ่งข้ามหุบเหวอีก"
"ข้ากับท่านลุงท่านป้าฝึกจื่อเอ๋อร์มาั้แ่จื่อเอ๋อร์เริ่มจำความได้ "
"ข้าชอบแววตาของอาจื่อยิ่งนัก ไม่มีความหวาดกลัวหรือลังเลเลยสักนิด"
หยางเจี้ยน ท่านลุงซ่งและท่านป้าซ่ง ได้ยินคนอื่นชื่นชมอาจื่อ พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจเป็อย่างมาก
หลังจากที่กลุ่มของหยางเจี้ยนออกจากหุบเขาแล้ว ก็หาสถานที่พักในคืนนี้ทันที
หยางเจี้ยนรู้สึกสบายใจมากจึงได้หลับได้อย่างเต็มตื่น ก่อนจะลุกขึ้นมาเข้าเวรดูแลความปลอดภัยต่อ
อวี่เหวินและคนติดตามรู้ว่าทั้งสามคนไม่ว่าจะเป็พี่เจี้ยน ท่านป้าซ่ง ท่านลุงซ่งจะต้องไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาเป็แน่ เอาไว้ให้ถึงที่หมายก่อนข้าคงต้องตามสืบ
หยางจื่อนอนมองน้องสาวน้องชายอยู่บนเตียงชั้นล่าง พร้อมกับคอยฟังเสียงความเคลื่อนไหวข้างนอกอยู่ตลอดเวลา
ถึงแม้จะมีสี่ยอดองครักษ์ของน้องสาวเฝ้าอยู่ก็ตาม แต่เขาทำเช่นนี้จนชินเสียแล้ว
เขาเดินมาลูบหัวน้องทั้งสองก่อนที่จะไปสำรวจภายในรถม้า ท่านพ่อเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อหลายหมื่นหลายแสนปีก่อน
แผ่นดินนี้เคยมีสิ่งที่เรียกว่าพลังปราณและอักขระ แต่ปัจจุบันสิ่งเ่าั้มันได้หายไปหมดแล้ว
หลงเหลือเพียงซากปรักหักพัง
หรือที่เรียกว่าสุสานโบราณเอาไว้ให้ลูกหลานได้ดูต่างหน้าเท่านั้น
เื่เล่าของแหวนมิติถูกเล่าขานกันมายาวนานจากรุ่นต่อรุ่น ทำให้ผู้คนที่ไม่เชื่อเื่นี้ต่างออกตามหาสุสานโบราณเพื่อพิสูจน์ความจริง
และผู้คนอีกส่วนหนึ่งที่มีความเชื่อต่างออกค้นหาของวิเศษอย่างเช่นแหวนมิติหรือตำราวิเศษ
ใครโชดดีก็ได้ของวิเศษไป ส่วนคนที่โชคร้ายส่วนมากจะโดนฆ่าตายเพื่อแย่งชิงของเก่าๆพวกนั้น
แต่ท่านพ่อของเขาก็สามารถค้นหามันเจอได้ที่สุสานโบราณที่แคว้นเป่ยเปียน
และพ่อของเขาก็บอกว่ายังมีของอยู่ในแหวนเต็มไปหมด แต่ไม่เอาออกมาจะเป็การดีที่สุด
><><><><><><><><><><><><
ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนมากๆนะคะ