หลังจากที่ได้ฟังเรื่องพ่อมดดำไซมอนจากเจ้าของร้านขายอาวุธ ทำให้ผมต้องรีบสร้างปาร์ตี้โดยเร็วทีี่สุดไม่อย่างนั้นอาจทำให้ต้องต่อสู้กับพ่อมดดำไซมอนได้ลำบาก ถึงแม้ว่าพูจิที่เป็นสัตว์เลี้ยงของผมนั้นจะแข็งแกร่งกว่าผู้เล่นคนอื่นหลายๆคน แต่ยังไม่พอที่จะกำจัดพ่อมดดำได้ ในขณะที่ผมครุ่นคิดบนเตียงนอนหลังจากที่ตื่นนานแล้วเพราะฉะนั้นออกจากโรงแรมไปเดินหาผูู้เล่นในเมือง 'เปตราท์' ที่สนใจอยากเข้าร่วมเป็นสมาชิกในปาร์ตี้ของผมดีกว่า พอคิดได้จึงรีบแต่งตัวและเดินออกจากโรงแรมทันที...
ผมกำลังเดินหาผู้เล่นที่ดูน่าจะมีเวลาว่างพอที่จะช่วยกันฟาร์มเลเวลได้ทั้งวันทั้งคืนในเมืองนี้อยู่ ต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด ผมจึงออกตระเวณหาผู้เล่นที่อยู่ในเมือง 'เปตราท์' ทุกซอกทุกมุมของเมืองเท่านั้นไม่พอ ยังไล่ถามคนที่ท่าทางดูเหมือนผู้เล่นด้วย จนเดินไปเขตขนส่งสินค้าของเมืองแล้วบังเอิญเจอกับนักกวีคนหนึ่ง ซึ่งนักกวีนั้นเป็นอาชีพที่สามารถช่วยผมและพูจิต่อสู้กับมอนสเตอร์ได้ดียิ่งขึ้นถ้าหากมีนักกวีคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลังด้วยล่ะนะ
โดยอาชีพนักกวีนั้นเป็นสายซัพพอร์ตที่มีสกิลหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสกิลที่ใช้ปั่นป่วนฝั่งตรงข้าม หรือเพิ่มพลังโจมตี หรือว่าเพิ่มความแข็งแกร่งหรือแม้กระทั่งเพิ่มความเร็วกับค่าต่างๆทุกค่าได้ด้วย เป็นตัวละครที่จำเป็นต้องมีในปาร์ตี้ใหญ่ๆเวลาลงเรดบอสและสุดท้ายนักเวทมนตร์เวทขาวที่เป็นฮีลเลอร์นั้นมีความสำคัญมากที่สุด เอาเป็นว่าเวลานี้ผมเจอนักกวีก่อนนักเวทมนตร์ขาว ลองเดินไปถามกวีคนนั้นดูก่อนแล้วกันว่าสนใจร่วมปาร์ตี้กับผมรึเปล่า?
ในขณะที่ผมเดินเข้าไปใกล้นักกวีคนนั้นขึ้นเรื่อยๆ ได้ยินเสียงของคนสองคนคุยโต้ตอบสลับกันไปมา ถ้าหากสังเกตน้ำเสียงที่นักกวีใช้นั้นน่าจะกำลังไม่พอใจพ่อค้าคนหนึ่งที่กำลังโหวกเหวกโวยวายเสียงดังคนนั้นซึ่งยืนอยูู่ข้างเด็กมนุษย์สัตว์ที่มีรูปร่างผอมโทรมและผิวขาวอีกทั้งยังมีหูที่มีขนรอบๆเป็นสีขาวอยู่บนหัว เนื้อตัวมอมเเมมใส่เสื้อเก่าขาดๆและตรงบริเวณคอนั้นมีปลอกคอสวมไว้อยู่แล้วมีโซ่ยาวประมาณครึ่งตัวของเด็กคนนั้นห้อยลงมาจากปลอกคอ ผมเห็นโซ่ละคาดเดาได้ว่าเด็กคนนั้นอาจเป็นทาสที่พ่อค้าปลาไหลทะเลในเมือง 'คาลาเทีย' เคยพูดไว้อยู่ก่อนที่ผมจะเดินทางมาที่เมืองนี้ ตอนแรกผมคาดเดาว่าอาจจะมีแค่มนุษย์ที่เป็นทาสเท่านั้นบนทวีปนี้ แต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ถ้าหากจะมีมนุษย์สัตว์อยู่ด้วย โดยส่วนตัวผมนั้นเพียงแค่เสียดายที่ไม่มีเผ่าดาร์คเอฟที่อัพเกรดอาวุธได้อยู่บนทวีปนี้เท่านั้นเองทำไมต้องโดนขับไล่ด้วยน้า....!
"เฮ้ย นี่มันทาสชั้น จะทำอะไรมันก็เรื่องของชั้น"
"คุณไม่ควรทำร้ายร่างกายเด็กคนนั้นนะครับ"
"แล้วยังไง ทาสมันก็แค่สิ่งของเท่านั้นแหละ จะตีจนตายมันก็แค่ของไร้ค่า"
"เค้ายังเป็นเด็กอยู่นะครับ"
"ทำไม ทาสมันมีอายุด้วยรึไงวะ เอ็งไม่รู้รึไงว่าข้าเป็นใคร"
"...."
"เฮอะ เงียบไปเลย คราวหลังอย่าหาเรื่องกับชั้นอีกล่ะ ไปกันได้แล้วไอ้หมาทาส"
"...ครับ"
อ่าว...! นักกวีเงียบเฉยเลยแฮะ ไม่โต้ตอบต่อแล้วเหรอไง
หลังจากที่นักกวีเงียบไปนั้นพ่อค้ากับทาสที่เป็นมนุษย์สัตว์ก็เดินจากไป
"โถ่...น่าสงสารจังเลยนะ ทาสที่เป็นเด็กนั่น"
ผมหันไปดูทางเสียงที่ได้ยินขึ้นมาหลังจากพ่อค้าเจ้าของเด็กคนนั้นเดินไปไกลจนมองไม่เห็นแม้แต่เงา เป็นเสียงพ่อค้าคนที่กำลังย่างปลาหมึกอยู่ ผมอดสงสัยไม่ได้เลยถามรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อกี้กับพ่อค้าขายปลาหมึก
"คุณลุง ตะกี้มีเรื่องอะไรป่าวครับ?"
"คุณนักกวีคนนั้นน่ะสิ ชั้นเตือนแล้วนะว่าให้ทำเป็นมองไม่เห็นที่พ่อค้าคนนั้นกำลังทำโทษทาสน่ะ"
คลับคล้ายคลับคลาว่าผมนั้นเคยโดนเตือนอยู่เหมือนกัน
"เมืองนี้ไม่มีกฎคุ้มครองทาสเหรอครับ?"
"ไม่มีหรอก เมืองนี้ทาสก็แค่สิ่งของเท่านั้นแหละ ถ้าทาสคนไหนตายไปก็โยนลงน้ำให้ปลาไหลทะเลกินเป็นอาหาร"
"...แล้วเด็กคนนั้นล่ะครับ?"
ผมถามชะตาของเด็กคนนั้นพร้อมกับสังเกตสีหน้าพ่อค้าปลาหมึกไปด้วย
"คงถูกทำแบบเดียวกับทาสคนอื่นนั่นแหละ"
เขาตอบกลับมาด้วยท่าทางสีหน้าที่เหมือนกับว่ามันกลายเป็นเรื่องปกติของทีนี่ไปแล้ว
เสียดายเด็กคนนั้น เอามาเข้าร่วมปาร์ตี้กับนักวีที่กำลังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นดีกว่า แต่ผมยังอยากรู้เกี่ยวกับพ่อค้าที่เป็นเจ้าของเด็กคนนั้นจึงได้ถามพ่อค้าปลาหมึกต่อ
"พ่อค้าคนนั้นคือใครเหรอครับ"
"พ่อค้าทาสน่ะ อยู่ตรงมุมขวาสุดของเมืองนี้ เป็นพ่อค้าที่รู้จักกับพวกคนมีอำนาจในเมืองนี้น่ะ"
โห พ่อค้าทาสเหรอ...! ผมคงต้องรีบไปซื้อเด็กคนนั้นก่อนกลายเป็นอาหารปลาไปซะก่อน
พอถามเรื่องที่สงสัยทั้งหมดกับพ่อค้าปลาหมึกเสร็จเรียบร้อย ผมจึงเดินไปหานักกวีจากนั้นก็ทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพซึ่งดูๆไปเขาคงแก่กว่าผมนิดหน่อยแถมยังเป็นคนเอเชียอีกด้วยซึงรู้ได้จากการสังเกตดูรูปร่างกับใบหน้าของเขา
"สวัสดีครับ คุณนักกวี"
"...สวัสดีครับ"
"ผมอยากให้คุณมาเข้าร่วมปาร์ตี้ผมน่ะครับ สนใจรึเปล่าครับ?"
"คงไม่ได้หรอกครับ เพราะผมกำลังรอเด็กคนหนึ่งอยู่"
"เดี๋ยวค่อยให้เด็กคนมาเข้าร่วมทีหลังก็ได้ครับ ไม่กีดกันอยู่แล้วถ้าเป็นคนสำคัญของคุณ"
พูดจบประโยคเสร็จแล้วผมก็ทำหน้ายิ้มอ่อนๆให้กับนักกวีคนนั้นไป
"งั้น...ถ้าต้องการร่วมปาร์ตี้กันจริง ไว้คุยกันพร้อมกับเด็กที่ผมกำลังรออยู่ที่เมืองเบกิลล์นะครับ"
"ได้ครับ ผมกำลังจะกลับเมืองเบกิลล์หลังจากที่ไปซื้อเด็กมนุษย์สัตว์ที่เป็นของทาสพ่อค้าคนเมื่ิอกี้อยู่พอดี"
"....คุณจะซื้อจริงๆเหรอครับ?"
"ใช่ครับ ทาสในเมืองนี้ซื้อได้ครับ"
แต่เท่าที่ผมสังเกตผู้เล่นในเมืองนี้ส่วนใหญ่ไม่ซื้อทาสกัน คงคิดว่าทาสไม่น่ามีประโยชน์และไร้มนุษยธรรมเกินไปในโลกที่ให้ความสำคัญกับชีวิตของมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งต่างจากพวกผู้เล่นบางคนที่เป็นอาชีพพ่อค้ากัน เพราะว่า npc ที่เป็นทาสนั้นคือแรงงานชั้นเยี่ยมเลยล่ะถึงใช้งานจนเสียชีวิตไปก็ยังมี npc ตัวอื่นมาเป็นทาสต่อ ทำให้บางทีผมรู้สึกว่าโลกใน Another World Fantasy นั้นสะท้อนสังคมของมนุษย์เช่นเดียวกัน ยังไงเกมส์นี้มันก็ถูกสร้างขึ้นมาโดยอ้างอิงจากประวัติศาสตร์เก่าของมนุษย์ จึงไม่แปลกถ้าหากมีเมืองที่ไร้มนุษยธรรมสักที่สองที่อยู่บ้างในเกมส์นี้
เมือง 'เปตราท์' กับ 'คาลาเทีย' นั้นผมยังเห็นทาสอยู่จำนวนหนึ่ง แม้ว่าตัวผมนั้นไม่ได้สนใจทาสคนไหนก็ตามแต่ตอนนี้ผมกำลังเตรียมเงินไปซื้อเด็กคนนั้นอยู่ ส่วนคุณนักกวีนั้นดูท่าทางอยากตามผมไปที่ร้านค้าทาส งั้นชวนไปด้วยเลยดีกว่าจะได้สนิทสนมกันขึ้นมากกว่าเดิม
"คุณนักกวีไปด้วยกันมั้ยครับ?"
"....ครับ ผมขอไปด้วยอีกคน"
"เราสองคนรีบไปร้านค้าทาสพร้อมกันเลยครับ"
"เข้าใจแล้วครับ"
เมื่อชวนนักกวีเสร็จแล้วผมจึงรีบวิ่งที่ร้านค้าทาสโดยเร็วที่สุด
**********************************************************************************************