“นี้คุณอย่าหลับตอนเลี้ยงลูกสิมันอันตราย!”
ซินซินที่กำลังสะลึมสะลืออยู่นั้นเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ก่อนที่จะััได้ถึงบางอย่างที่อยู่ที่หน้าตักของเขา และรีบคว้ามันไว้ด้วยความระมัดระวัง
เมื่อซินซินรู้สึกตัวดีแล้ว ก็เพ่งมองไปที่สิ่งของที่อยู่ในอ้อมแขนของตัวเองก่อนจะสบตากับเด็กทารกน้อยในมือของเขา และเมื่อมองเขาไปในดวงตาคู่นั้นซินซินก็คลายความงุนงงไปทันที พร้อมกับฉีกยิ้มมีความสุขออกมาให้กับเด็กทารก
“ลูกพ่อน่ารักสุดๆ ไปเลย อยากไปเล่นกับน้องไหมหึ”
ซินซินได้อุ้มทารกน้อยพร้อมกับโยกไปมาและเล่นกับลูกของตัวเองอย่างร่าเริง ก่อนที่จะพาทารกในอ้อมแขนเดินไปยังอีกห้องหนึ่ง เพื่อพบกับภาพของภรรยาเขาที่กำลังตั้งท้องลูกอีกคนกำลังยืนเตรียมเสื้อผ้าของเขาอยู่
“เล่นกับลูกเบาๆ นะเดียวเสื้อยับ วันนี้คุณต้องเขาวังด้วย”
“ไม่ได้เล่นสักหน่อยพี่ชายเขาอยากเจอน้องสาว ผมเลยพามาหาไง”
ซินซินพูดขึ้นมาพร้อมกับอุ้มทารกไปเล่นกับท้องของภรรยาตนเอง และมองไปยังท้องที่ป๋องออกมานั้นอย่างหลงใหล ก่อนที่จะทำท่าที่เหมือนกับกำลังฟังทารกในแขนของตัวเองพูดบางอย่าง
“อะไรนะๆ ฝากพ่อหอมน้องหน่อยอย่างนั้นหรอ”
ซินซินที่ประกาศเจตนาของตัวเองผ่านลูกน้อยออกมานั้น ก็ยื่นริมฝีปากของตัวเองไปจูบท้องของหญิงสาวก่อนที่จะยืนขึ้นไปหอมหน้าผากของเธอต่อ จนภรรยาของเขาแสดงสีหน้าเขิลอายออกมา
“ทำเป็เล่นอยู่นั่นแหละ นี้หรอสภาพวีรบุรุษที่ท่วงคืนแผ่นดินให้ท่านอดุลนะ ถ้าท่านอดุลเห็นเขาจะว่ายังไงเนี่ย”
“อิจฉาละมั้ง…ก็ผมมีภรรยาที่ดีขนาดนี้นี่น่า”
“เดียวนี้กล้าพูดเล่นขนาดนี้แล้วหรอ รีบแต่งตัวเลยต้องไปเข้าพบท่านอดุลในวัง…”
ไม่ทันที่ภรรยาของเขาจะได้พูดจบ ซินซินก็ยืนหน้าไปจูบปากของภรรยาเขา ก่อนที่จะยืนทารกในมือให้กับภรรยาที่กำลังเขิลอายอยู่ และสวมเสื้อที่เธอเตรียมไว้ให้
“ผมไปก่อนนะครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ…คาฟินน่า”
“ซินซิน ซินซินเผลอหลับหรอลูก”
ซินซินที่ได้ยินเสียงแม่ของตนเองก็ลุกขึ้นนั้งอย่างสะลึมสะลือ ก่อนที่จะกวาดสายตามองไปที่แม่ของเขาและกวาดตาไปโดยรอบจนหันกลับมามองที่หนังสือตรงหน้าของตัวเองและพบกับคาบน้ำลายที่เปอะอยู่ เขารีบใช้เสื้อของตัวเองเช็ดไปที่หนังสือนั้นอย่างร้อนรนจนอาการสะลึมสะลือก่อนหน้านี้หมดไป
“เก็บหนังสือแล้วลุกไปนอนต่อที่ห้องตัวเองนะลูก”
ซินซินที่ได้ยินคำพูดของแม่ตัวเองก็พยักหน้าให้แก่เธอ และนั่งอยู่อย่างนั้นสักพักพร้อมกับนึกไปถึงความฝันของตัวเอง จนหน้าของเขาแดงก่ำขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มมีความสุข
“ผมไปโรงเรียนก่อนนะครับ”
หลังจากที่ซินซิน ตื่นมาฝึกฝนและกินอาหารเช้าเสร็จเหมือนประจำทุกวัน เขาก็บอกลาครอบครัวของเขาเพื่อไปโรงเรียน
ระหว่างทางที่ซินซินนั้งอยู่บนรถประจำทาง เขาก็ยังนึกถึงความฝันของเขาอยู่ จนใจจดจ่อการที่จะได้เจอฟินน์และพยายามที่จะหาทางช่วยเธอให้ออกห่างจากพวกรุ่นพี่พวกนั้น จนเมื่อรถประจำทางหยุดลง ซินซินก็เดินลงจากรถและมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนโดยทันทีเหมือนปกติ และนั่งรออยู่คนเดียวอย่างนั้น จนเหล่านักเรียนแต่ละคนเริ่มทยอยขึ้นห้องเรียนมา และครูเอ็มมามีอาที่มาถึงและเริ่มสอนทันที
“คุณครูครับยังมีคน มาไม่ถึงเลยนะครับ”
ซินซินรีบยกมือขึ้นให้ครูเอ็มม่าเห็น และพูดขึ้นก่อนที่การสอนจะเริ่มขึ้น เพราะเขายังไม่เห็นการมาถึงของฟินน์
เมื่อคุณครูได้ยินอย่างนั้น เธอก็สาดสายตาไปยังโต๊ะเรียนข้างๆ ซินซินที่ว่างอยู่ถึงสามโต๊ะ แต่ก็พอดีกับที่ประตูของห้องเรียนถูกเลื่อนออกและเป็ฟินน์ที่เดินเข้ามาพอดี และรีบขอโทษครูสาว พร้อมกับเนื้อตัวที่มอมแมมของเขา
“ขอโทษที่มาสายนะครับคุณครู”
“ไม่เป็ไรจะรีบไปนั่งเถอะครูกำลังจะเริ่มสอนพอดี”
ฟินน์ที่ได้ยินอย่างนั้น ก็เดินไปที่โต๊ะของตัวเองพร้อมกับลีออนและเพื่อนของเขาที่เดินตามหลังมาด้วย จนสร้างความประหลาดใจให้กับซินซินที่เห็นภาพตรงหน้า
“ทำไมมาพร้อมกับพวกนั้นล่ะ”
ซินซินเอยถามฟินน์ออกไปทันทีเมื่อเขานั่งลงที่โต๊ะเรียน โดยลืมที่จะถามถึงสภาพมอมแมมของฟินน์ไปเลย แต่กลับถูกสายตาของครูเอ็มม่ามองมาที่เขาทั้งคู่พอดีจึงไม่ได้พูดคุยอะไรกัน
การสอนของครูเอ็มมานั้นเป็ไปอย่างปกติ จนคาบวิชาสอนของเธอหมดลงก็มีคุณครูที่รอสอนวิชาต่อไปมายืนรออยู่แล้ว ทำให้ตลอดทั้งตอนเช้าซินซินไม่มีโอกาสได้คุยกับฟินน์เลย และเมื่อถึงเวลาพักเที่ยงเป็ต้นไป จะเป็เวลาการทำกิจกรรมของชมรม แต่สำหรับระดับการศึกษาปีที่13ที่เพิ่งเริ่มเรียนนั้น จะเป็เวลาว่างให้เยี่ยมชมกิจกรรมของชมรมอื่นๆ แทน
“ฟินน์เธอไปกินข้าวกับฉันไหม วันนี้ฉันเอามาเผื่อเธอด้วยนะ”
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงซินซินที่รอจะคุยกับฟินน์มาตลอด ก็ชวนเธอไปกินข้าวเที่ยงทันทีเพื่อที่จะได้มีโอกาสได้นั่งคุยกัน โดยที่ฟินน์ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“อืม แต่นายใช้คำว่าเธออีกแล้วนะมันดูแปลกๆ หรือเปล่า”
ซินซินไม่ได้สนใจคำทักท้วงของฟินน์เลย เขารีบจูงมือฟินน์เพื่อไปยังจุดที่เขาเคยนั่งกินข้าวเมื่อวันก่อนจนฟินน์ไม่ได้ตั้งตัว แต่ก็ตามซินซินไปจนทั่งคู่นั้งกินข้าวเที่ยงด้วยกันจนเสร็จ
“ว่าแต่วันนี้นายจะไป ดูการประลองของชมรมประลองวิเศษอีกไหม”
ซินซินที่ยังไม่กล้าถามเื่ที่ฟินน์มาโรงเรียนพร้อมกับลีออน ก็พยายามชวนฟินน์คุยเื่อื่นๆ
“ไม่ล่ะวันนี้ฉันว่า ฉันจะไปช่วยพวกรุ่นพี่ชมรมอาสาแจกใบปลิวต่อ แต่ถ้านายอยากไปดูชมรมประลองวิเศษฉันไปเป็เพื่อนด้วยได้นะ”
“ชมรมอาสาอีกแล้วหรอ เธอไม่คิดว่าชมรมอาสานั้นทำกิจกรรมแปลกๆ บ้างหรอ”
“ก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกเลย”
“ปู่ของฉันบอกว่า พวกคนที่เขามีพลังวิเศษน้อยเขาก็ใช้ชีวิตอยู่แบบพอเพียง ใช้เฉพาะเครื่องใช้วิเศษที่จำเป็และเพียงพอที่พลังวิเศษของตัวเองจะส่งให้ได้ การที่เราไปบริจาควิเศษของเราเองให้กับสถานีพลังวิเศษของรัฐบาลมันจะไปช่วยเหลือผู้คนเ่าั้จริงๆ หรือ”
“ปู่นายบอกอย่างนั้นเหรอ แต่ว่าแถวบ้านผมเขาลำบากกันมากเลยนะตอนหน้าหนาวก็ไม่มีวิเศษเพียงพอที่จะเติมเป็พลังงานให้เครื่องทำน้ำอุ่นได้ คุณลุงบ้านที่ป่วยก็ไม่มีวิเศษมากพอที่จะส่งพลังงานเพื่อเปิดไฟภายในบ้านด้วยซ้ำ ส่วนสถานรับเลี้ยงเด็กที่ผมอยู่ก็มีเด็กมากมายที่ต้องดูแล ถ้าไม่ได้วิเศษจากคนอื่นมาช่วยก็คงลำบากกันน่าดู ถ้ามีสถานีที่ค่อยให้พลังงานวิเศษฟรีก็ดีนะสิ”
ซินซินที่ได้ยินอย่างนั้นก็น่าจะนั่งเงียบและไม่กล้าพูดอะไรต่อ เพราะฟินน์ก็เป็คนที่ได้รับประโยชน์จากสถานีวิเศษนั้นด้วย ถึงเขาจะพูดเถียงไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา ซินซินจึงล้มเลิกความตั้งใจของเขาไปก่อน
“ถ้าอย่างงั้นเธอก็ไปทำกิจกรรมของชมรมอาสาเถอะ ฉันว่าจะไปเดินดูกิจกรรมของชมรมอื่นๆ อีกรอบนะวันนี้คงไม่ได้ไปชมรมประลองวิเศษหรอก”
“อย่างงั้นเหรอ ถ้างั้นขอบคุณสำหรับอาหารมากๆ นะซินซิน นายเป็คนดีมากเลย”
เมื่อทั้งคู่ทานอาหารกันเสร็จแล้ว ฟินน์ก็บอกลาซินซิน พร้อมกับขอบคุณเขาก่อนที่จะแยกย้ายไปทำกิจกรรมชมรม โดยที่ฟินน์ที่เดินออกไปนั้นไม่ได้หันกลับมามองซินซินเลย ว่าคำชมของเธอนั้นถึงกับทำให้ชายหนุ่มยืนแข็งทื่อพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความเขิลอายอยู่อย่างนั้น