วิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน

    บทที่ 0.3 คาฟินน่า 2/3

    “นี้คุณอย่าหลับตอนเลี้ยงลูกสิมันอันตราย!”

     

    ซินซินที่กำลังสะลึมสะลืออยู่นั้นเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ก่อนที่จะ๼ั๬๶ั๼ได้ถึงบางอย่างที่อยู่ที่หน้าตักของเขา และรีบคว้ามันไว้ด้วยความระมัดระวัง

     

    เมื่อซินซินรู้สึกตัวดีแล้ว ก็เพ่งมองไปที่สิ่งของที่อยู่ในอ้อมแขนของตัวเองก่อนจะสบตากับเด็กทารกน้อยในมือของเขา และเมื่อมองเขาไปในดวงตาคู่นั้นซินซินก็คลายความงุนงงไปทันที พร้อมกับฉีกยิ้มมีความสุขออกมาให้กับเด็กทารก

     

    “ลูกพ่อน่ารักสุดๆ ไปเลย อยากไปเล่นกับน้องไหมหึ”

     

    ซินซินได้อุ้มทารกน้อยพร้อมกับโยกไปมาและเล่นกับลูกของตัวเองอย่างร่าเริง ก่อนที่จะพาทารกในอ้อมแขนเดินไปยังอีกห้องหนึ่ง เพื่อพบกับภาพของภรรยาเขาที่กำลังตั้งท้องลูกอีกคนกำลังยืนเตรียมเสื้อผ้าของเขาอยู่

     

    “เล่นกับลูกเบาๆ นะเดียวเสื้อยับ วันนี้คุณต้องเขาวังด้วย”

     

    “ไม่ได้เล่นสักหน่อยพี่ชายเขาอยากเจอน้องสาว ผมเลยพามาหาไง”

     

    ซินซินพูดขึ้นมาพร้อมกับอุ้มทารกไปเล่นกับท้องของภรรยาตนเอง และมองไปยังท้องที่ป๋องออกมานั้นอย่างหลงใหล ก่อนที่จะทำท่าที่เหมือนกับกำลังฟังทารกในแขนของตัวเองพูดบางอย่าง

     

    “อะไรนะๆ ฝากพ่อหอมน้องหน่อยอย่างนั้นหรอ”

     

    ซินซินที่ประกาศเจตนาของตัวเองผ่านลูกน้อยออกมานั้น ก็ยื่นริมฝีปากของตัวเองไปจูบท้องของหญิงสาวก่อนที่จะยืนขึ้นไปหอมหน้าผากของเธอต่อ จนภรรยาของเขาแสดงสีหน้าเขิลอายออกมา

     

    “ทำเป็๲เล่นอยู่นั่นแหละ นี้หรอสภาพวีรบุรุษที่ท่วงคืนแผ่นดินให้ท่านอดุลนะ ถ้าท่านอดุลเห็นเขาจะว่ายังไงเนี่ย”

     

    “อิจฉาละมั้ง…ก็ผมมีภรรยาที่ดีขนาดนี้นี่น่า”

     

    “เดียวนี้กล้าพูดเล่นขนาดนี้แล้วหรอ รีบแต่งตัวเลยต้องไปเข้าพบท่านอดุลในวัง…”

     

    ไม่ทันที่ภรรยาของเขาจะได้พูดจบ ซินซินก็ยืนหน้าไปจูบปากของภรรยาเขา ก่อนที่จะยืนทารกในมือให้กับภรรยาที่กำลังเขิลอายอยู่ และสวมเสื้อที่เธอเตรียมไว้ให้

     

    “ผมไปก่อนนะครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ…คาฟินน่า”

     

     

     

    “ซินซิน ซินซินเผลอหลับหรอลูก”

     

    ซินซินที่ได้ยินเสียงแม่ของตนเองก็ลุกขึ้นนั้งอย่างสะลึมสะลือ ก่อนที่จะกวาดสายตามองไปที่แม่ของเขาและกวาดตาไปโดยรอบจนหันกลับมามองที่หนังสือตรงหน้าของตัวเองและพบกับคาบน้ำลายที่เปอะอยู่ เขารีบใช้เสื้อของตัวเองเช็ดไปที่หนังสือนั้นอย่างร้อนรนจนอาการสะลึมสะลือก่อนหน้านี้หมดไป

     

    “เก็บหนังสือแล้วลุกไปนอนต่อที่ห้องตัวเองนะลูก”

     

    ซินซินที่ได้ยินคำพูดของแม่ตัวเองก็พยักหน้าให้แก่เธอ และนั่งอยู่อย่างนั้นสักพักพร้อมกับนึกไปถึงความฝันของตัวเอง จนหน้าของเขาแดงก่ำขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มมีความสุข

     

     

     

    “ผมไปโรงเรียนก่อนนะครับ”

     

    หลังจากที่ซินซิน ตื่นมาฝึกฝนและกินอาหารเช้าเสร็จเหมือนประจำทุกวัน เขาก็บอกลาครอบครัวของเขาเพื่อไปโรงเรียน

     

    ระหว่างทางที่ซินซินนั้งอยู่บนรถประจำทาง เขาก็ยังนึกถึงความฝันของเขาอยู่ จนใจจดจ่อการที่จะได้เจอฟินน์และพยายามที่จะหาทางช่วยเธอให้ออกห่างจากพวกรุ่นพี่พวกนั้น จนเมื่อรถประจำทางหยุดลง ซินซินก็เดินลงจากรถและมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนโดยทันทีเหมือนปกติ และนั่งรออยู่คนเดียวอย่างนั้น จนเหล่านักเรียนแต่ละคนเริ่มทยอยขึ้นห้องเรียนมา และครูเอ็มมามีอาที่มาถึงและเริ่มสอนทันที

     

    “คุณครูครับยังมีคน มาไม่ถึงเลยนะครับ”

     

    ซินซินรีบยกมือขึ้นให้ครูเอ็มม่าเห็น และพูดขึ้นก่อนที่การสอนจะเริ่มขึ้น เพราะเขายังไม่เห็นการมาถึงของฟินน์

     

    เมื่อคุณครูได้ยินอย่างนั้น เธอก็สาดสายตาไปยังโต๊ะเรียนข้างๆ ซินซินที่ว่างอยู่ถึงสามโต๊ะ แต่ก็พอดีกับที่ประตูของห้องเรียนถูกเลื่อนออกและเป็๲ฟินน์ที่เดินเข้ามาพอดี และรีบขอโทษครูสาว พร้อมกับเนื้อตัวที่มอมแมมของเขา

     

    “ขอโทษที่มาสายนะครับคุณครู”

     

     

     

    “ไม่เป็๲ไรจะรีบไปนั่งเถอะครูกำลังจะเริ่มสอนพอดี”

     

    ฟินน์ที่ได้ยินอย่างนั้น ก็เดินไปที่โต๊ะของตัวเองพร้อมกับลีออนและเพื่อนของเขาที่เดินตามหลังมาด้วย จนสร้างความประหลาดใจให้กับซินซินที่เห็นภาพตรงหน้า

     

    “ทำไมมาพร้อมกับพวกนั้นล่ะ”

     

    ซินซินเอยถามฟินน์ออกไปทันทีเมื่อเขานั่งลงที่โต๊ะเรียน โดยลืมที่จะถามถึงสภาพมอมแมมของฟินน์ไปเลย แต่กลับถูกสายตาของครูเอ็มม่ามองมาที่เขาทั้งคู่พอดีจึงไม่ได้พูดคุยอะไรกัน

     

    การสอนของครูเอ็มมานั้นเป็๲ไปอย่างปกติ จนคาบวิชาสอนของเธอหมดลงก็มีคุณครูที่รอสอนวิชาต่อไปมายืนรออยู่แล้ว ทำให้ตลอดทั้งตอนเช้าซินซินไม่มีโอกาสได้คุยกับฟินน์เลย และเมื่อถึงเวลาพักเที่ยงเป็๲ต้นไป จะเป็๲เวลาการทำกิจกรรมของชมรม แต่สำหรับระดับการศึกษาปีที่13ที่เพิ่งเริ่มเรียนนั้น จะเป็๲เวลาว่างให้เยี่ยมชมกิจกรรมของชมรมอื่นๆ แทน

     

    “ฟินน์เธอไปกินข้าวกับฉันไหม วันนี้ฉันเอามาเผื่อเธอด้วยนะ”

     

    เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงซินซินที่รอจะคุยกับฟินน์มาตลอด ก็ชวนเธอไปกินข้าวเที่ยงทันทีเพื่อที่จะได้มีโอกาสได้นั่งคุยกัน โดยที่ฟินน์ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

     

    “อืม แต่นายใช้คำว่าเธออีกแล้วนะมันดูแปลกๆ หรือเปล่า”

     

    ซินซินไม่ได้สนใจคำทักท้วงของฟินน์เลย เขารีบจูงมือฟินน์เพื่อไปยังจุดที่เขาเคยนั่งกินข้าวเมื่อวันก่อนจนฟินน์ไม่ได้ตั้งตัว แต่ก็ตามซินซินไปจนทั่งคู่นั้งกินข้าวเที่ยงด้วยกันจนเสร็จ

     

    “ว่าแต่วันนี้นายจะไป ดูการประลองของชมรมประลองวิเศษอีกไหม”

     

    ซินซินที่ยังไม่กล้าถามเ๱ื่๵๹ที่ฟินน์มาโรงเรียนพร้อมกับลีออน ก็พยายามชวนฟินน์คุยเ๱ื่๵๹อื่นๆ

     

    “ไม่ล่ะวันนี้ฉันว่า ฉันจะไปช่วยพวกรุ่นพี่ชมรมอาสาแจกใบปลิวต่อ แต่ถ้านายอยากไปดูชมรมประลองวิเศษฉันไปเป็๲เพื่อนด้วยได้นะ”

     

    “ชมรมอาสาอีกแล้วหรอ เธอไม่คิดว่าชมรมอาสานั้นทำกิจกรรมแปลกๆ บ้างหรอ”

     

    “ก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกเลย”

     

    “ปู่ของฉันบอกว่า พวกคนที่เขามีพลังวิเศษน้อยเขาก็ใช้ชีวิตอยู่แบบพอเพียง ใช้เฉพาะเครื่องใช้วิเศษที่จำเป็๲และเพียงพอที่พลังวิเศษของตัวเองจะส่งให้ได้ การที่เราไปบริจาควิเศษของเราเองให้กับสถานีพลังวิเศษของรัฐบาลมันจะไปช่วยเหลือผู้คนเ๮๣่า๲ั้๲จริงๆ หรือ”

     

    “ปู่นายบอกอย่างนั้นเหรอ แต่ว่าแถวบ้านผมเขาลำบากกันมากเลยนะตอนหน้าหนาวก็ไม่มีวิเศษเพียงพอที่จะเติมเป็๲พลังงานให้เครื่องทำน้ำอุ่นได้ คุณลุงบ้านที่ป่วยก็ไม่มีวิเศษมากพอที่จะส่งพลังงานเพื่อเปิดไฟภายในบ้านด้วยซ้ำ ส่วนสถานรับเลี้ยงเด็กที่ผมอยู่ก็มีเด็กมากมายที่ต้องดูแล ถ้าไม่ได้วิเศษจากคนอื่นมาช่วยก็คงลำบากกันน่าดู ถ้ามีสถานีที่ค่อยให้พลังงานวิเศษฟรีก็ดีนะสิ”

     

    ซินซินที่ได้ยินอย่างนั้นก็น่าจะนั่งเงียบและไม่กล้าพูดอะไรต่อ เพราะฟินน์ก็เป็๲คนที่ได้รับประโยชน์จากสถานีวิเศษนั้นด้วย ถึงเขาจะพูดเถียงไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา ซินซินจึงล้มเลิกความตั้งใจของเขาไปก่อน

     

    “ถ้าอย่างงั้นเธอก็ไปทำกิจกรรมของชมรมอาสาเถอะ ฉันว่าจะไปเดินดูกิจกรรมของชมรมอื่นๆ อีกรอบนะวันนี้คงไม่ได้ไปชมรมประลองวิเศษหรอก”

     

    “อย่างงั้นเหรอ ถ้างั้นขอบคุณสำหรับอาหารมากๆ นะซินซิน นายเป็๲คนดีมากเลย”

     

    เมื่อทั้งคู่ทานอาหารกันเสร็จแล้ว ฟินน์ก็บอกลาซินซิน พร้อมกับขอบคุณเขาก่อนที่จะแยกย้ายไปทำกิจกรรมชมรม โดยที่ฟินน์ที่เดินออกไปนั้นไม่ได้หันกลับมามองซินซินเลย ว่าคำชมของเธอนั้นถึงกับทำให้ชายหนุ่มยืนแข็งทื่อพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความเขิลอายอยู่อย่างนั้น