บทที่ 51 ห้ามพลาด! พลาดแล้วพลาดเลย!
ตอนนี้แหละ!
ห้ามพลาด พลาดแล้วพลาดเลย!
ไม่ใช่แค่ฉือฮวนที่ตื่นเต้น กระทั่งฉู่หนิงหนิงและจางถิงที่หลบอยู่ด้านข้างก็ทยอยลุกขึ้นยืน
“เธอเฝ้าตรงนี้นะ ฉันจะไปแจ้งสำนักอุตสาหกรรมและพาณิชย์”
ฉือฮวนสั่ง
“จำไว้ว่าอย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นล่ะ”
“ได้ค่ะ!”
ฉือฮวนลอบออกไป เธอเหลือบมองบ้านของเฉิงชิงชิงด้วยนัยน์ตาเปี่ยมความแค้น
เฉิงจื่อเฉียน เย่หมิงจู ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ฉันจะให้พวกแกตอบแทนอย่างสาสม!
บ้านเฉิงชิงชิง
เฉิงจื่อเฉียนกับเย่หมิงจูต่างต้อนรับทุกคนอย่างเป็นมิตร
เพียงเพราะต้องการเอาชนะฉือฮวน พวกเขาจึงขายเสื้อยืดสีขาวแค่ตัวละเก้าหยวน
ใครไม่อยากได้ของถูกบ้างล่ะ?
ตอนนี้คือปี 1982 ทุกบ้านต่างใช้ชีวิตโดยแบ่งเงินหนึ่งส่วนออกเป็นแปดส่วนทั้งนั้น ถ้าไม่ใช้เงินอย่างระมัดระวัง ไม่นานก็หมด
อย่างเรื่องซื้อเสื้อผ้า ถ้าใช้เงินยิ่งน้อยยิ่งดี หวังชุ่ยผิงใช้ข้อได้เปรียบนี้ชักชวนลูกค้าเข้ามาหลายสิบคน
เฉิงจื่อเฉียนและเย่หมิงจูรับสินค้าจากเมืองหนิงเซียงมา ราคาสินค้าแพงกว่ากวางตุ้งเล็กน้อย ต้นทุนตัวละเจ็ดหยวน ขายตัวละเก้าหยวน ขายได้ก็หักเงินให้หวังชุ่นผิงและเฉินเหยาอีกหนึ่งเหมา กำไรสุทธิที่ได้จากเสื้อหนึ่งตัวคือหนึ่งหยวนเก้าเหมา
เมื่อวานขายเสื้อสิบห้าตัวในครั้งเดียว ใช้เวลาเพียงครู่หนึ่งก็หาเงินได้ยี่สิบแปดหยวนห้าเหมาแล้ว
เมื่อเทียบกับเงินของฉือฮวน เงินพวกนี้น้อยกว่ามาก แต่เฉิงจื่อเฉียนกับเย่หมิงจูก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี
นี่เกือบจะเท่าเงินเดือนของเฉิงจื่อเฉียน พวกเขาใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงกว่าก็หาเงินได้แล้ว จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง
ดังนั้นเมื่อเห็นหวังชุ่ยผิงพาคนหลายสิบคนเดินมา ในสายตาของเฉิงจื่อเฉียนและเย่หมิงจูก็เหมือนเห็นธนบัตรโบกสะบัดตรงหน้า
พื้นที่บ้านเฉิงชิงชิงไม่กว้างนัก จึงเจียดพื้นที่เล็กน้อยเพื่อวางเสื้อผ้า เย่หมิงจูเชื้อเชิญให้คนมาซื้อ เฉิงชิงชิงเข้า ๆ ออก ๆ วุ่นวายกับการแจกน้ำให้ลูกค้า
เฉิงจื่อเฉียนยิ้มตาหยีเก็บเงินอยู่ด้านข้าง
เพียงไม่นานก็ขายไปได้หลายตัว
ตอนนั้นเองที่มีเสียงฝีเท้ากึกก้องดังจากข้างนอก เสียงฝีเท้าเข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
“ที่นี่เลยค่ะ! สหายหวัง!”
เฉิงจื่อเฉียนอดหรี่ตาไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น หรือเขาคิดถึงฉือฮวนมากเกินไปจนตอนนี้หูฝาด?
วินาทีต่อมา เย่หมิงจูเหมือนถูกฟ้าผ่าก็มิปาน สั่นเทาไปทั้งร่าง
“ท่าไม่ดีแล้ว!”
“รีบหลบเร็ว!”
“มีคนมา!”
“เสียงฉือฮวนนี่!”
คำเตือนของเย่หมิงจูทำให้สัญญาณระวังภัยของเฉิงจื่อเฉียนตื่นขึ้น เขามองไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าคุ้นเคยของหวังเสี่ยวเฉินอยู่ตรงหน้าเขา
เลือดในกายเฉิงจื่อเฉียนเย็นเฉียบ
สมองเขาว่างเปล่า ร่างกายแข็งอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อนอยู่พักหนึ่ง
เย่หมิงจูและเฉิงชิงชิงกลับชุลมุนวุ่นวายกับการม้วนเสื้อผ้าเป็นก้อนแล้วโยนไปใต้เตียง
เอี๊ยด!
บานประตูเก่าคร่ำคร่าเปิดออก หวังเสี่ยวเฉินและสหายจากสำนักงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์จำนวนหนึ่งก็ทยอยเข้ามาในบ้าน เมื่อเห็นสภาพอัดแน่นของคนกลุ่มนี้ก็เม้มปากจนเป็นเส้นตรง
สายตาดั่งคมมีดกวาดมองเฉิงจื่อเฉียน
“สหายเฉิง เราพบกันอีกแล้ว โอ้ คุณพาคนพวกนี้มาทำอะไรเหรอ?”
เฉิงจื่อเฉียนเหมือนถูกคนบีบคอ เค้นคำพูดไม่ออกอยู่นาน
ตอนนี้เองที่ร่างอรชรก้าวออกมาจากข้างหลังของหวังเสี่ยวเฉิน ดวงหน้าเล็กงดงามของฉือฮวนปรากฏในครรลองสายตา
“สหายหวัง ฉันขอแจ้งความค่ะ! เฉิงจื่อเฉียนทำผิดกฎหมายทั้งที่รู้ดีแก่ใจ ดำเนินการค้าเครื่องนุ่งห่มโดยไม่มีใบประกอบ การกระทำไร้ยางอายเช่นนี้ต้องจับเข้าคุกนะคะ ให้ไปนั่งในคุกจนคุกทะลุไปเลยค่ะ”
ริมฝีปากแดงของฉือฮวนยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นติดเยาะเย้ย เธอยกคำพูดที่เฉิงจื่อเฉียนเคยว่าร้ายพวกเธอคืนให้ทีละประโยค
สีเลือดบนใบหน้าเฉิงจื่อเฉียนสลายไปหมด
เย่หมิงจูขวัญหนีดีฝ่อ
ขนาดคนหัวหมออย่างเฉิงชิงชิงยังมีความตื่นตระหนก
ฉือฮวนมองสีหน้าทั้งสาม แล้วพูดอย่างแช่มช้า “คนรู้จักฉันบอกว่าคนที่ร่วมมือกับเขาก็คือเย่หมิงจูค่ะ”
เธอทอดสายตาคมกริบดั่งใบมีดมองหน้าเย่หมิงจู
เย่หมิงจูตื่นตกใจ “ฮวนฮวน พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกันนะ!”
พูดจบ น้ำตาเธอก็ไหลเหมือนสั่งได้แล้วกล่าวอย่างน้อยใจ “เธอทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง!”
ฉือฮวนยิ้มบาง “เพื่อนที่แย่งกิจการฉันแถมยังใส่ร้ายกันด้วยน่ะเหรอ?”
เย่หมิงจูม่านตาขยายด้วยความตื่นตะลึง จนไร้การตอบสนองอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าฉือฮวนก็ไม่เสียเวลากับอีกฝ่ายนาน เธอหันไปมองเฉิงจื่อเฉียน “สหายหวัง คุณยังจำสหายเฉิงได้ไหมคะ? ครั้งที่แล้วเขาเป็นคนแจ้งว่าเราดำเนินกิจการอย่างผิดกฎหมายค่ะ”
ฉือฮวนครุ่นคิดแล้วพูด “ไม่คิดเลยว่าคนที่พูดตำหนิเราอย่างจริงจังในตอนแรกจะหันกลับมาทำการค้าไม่ถูกกฎหมายเสียเอง”
“ทั้งที่รู้แต่ยังแหกกฎ โทษก็จะหนักขึ้นใช่ไหมคะ?”
ฉือฮวนถามเหมือนเจ้าหนูจำไม
แน่นอนว่าหวังเสี่ยวเฉินให้ความร่วมมือเต็มที่ “ไม่ผิดครับ แหกกฎทั้งที่รู้กฎย่อมมีการเพิ่มโทษ”
“เข้ามาแล้วค้นซะ!”
พูดจบคนของสำนักงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์ก็กรูเข้ามา
เมื่อทุกคนเห็นก็ตระหนก
“ไม่เกี่ยวกับเรานะ เราแค่มาซื้อเสื้อผ้าเฉย ๆ ในเมื่อพวกแกทำธุรกิจผิดกฎหมาย งั้นเราก็รีบไปเถอะ”
“เพ้ย! ทำไมถึงโดนพวกแกหลอกได้นะ! ซวยชะมัด!”
พูดจบคนอื่น ๆ ก็เดินออกไปเป็นแถว
เมื่อหวังชุ่ยผิงและเฉินเหยาเห็นท่าไม่ดีก็คิดฉวยสถานการณ์แอบย่องออกไป
“เดี๋ยวก่อน!”
ฉือฮวนเปิดปาก
ฉู่หนิงหนิงและจางถิงที่อยู่ด้านข้างคว้าไหล่ของสองคนนั้น
“สหายหวัง สองคนนี้คือผู้สมรู้ร่วมคิดกับเฉิงจื่อเฉียนค่ะ!”
ฉือฮวนทอดสายตามองสองคนนั้นอย่างไม่รีบร้อน “พวกเขาพาสาวโรงงานทอผ้ามาขายเสื้อผ้าด้วย”
เฉินเหยาโกรธจนขบกราม “ฉันว่าเธอก็แค่อยากแก้แค้นเรื่องส่วนตัวโดยแอบอ้างอำนาจรัฐมากกว่า!”
หวังชุ่ยผิงโกรธจนอกกระเพื่อม แต่ไม่ได้พูดอะไร
ฉือฮวนขมวดคิ้วสวย มองใบหน้าเฉินเหยาซึ่งกำลังแสดงความเป็นปรปักษ์
เธอพลันยิ้มออกมา เผยฟันเรียงสวยเป็นระเบียบ ความงามของเธอภายใต้แสงอาทิตย์ทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตา “สหายเฉิน คนที่พาสาวโรงงานทอผ้ามาขายเสื้อผ้าก็คือคุณและหวังชุ่ยผิงไม่ใช่เหรอ?”
ฉือฮวนรู้ชื่อทั้งสองคนจากปากของฉู่หนิงหนิงและจางถิง
เฉินเหยาโกรธจนอกกระเพื่อม แต่ก็พูดไม่ออก
ภายในห้อง
เฉิงชิงชิงและเฉิงจื่อเฉียนกำลังขัดขวางการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่สำนักอุตสาหกรรมและพาณิชย์
“สหาย เราไม่มีเสื้อผ้าอยู่ในห้องหรอกนะ”
“ไม่ต้องหาแล้ว!”
“ที่นี่ไม่มีสิ่งที่คุณต้องการหรอก”
“ตรงนี้ดูไม่ได้นะ”
ฉือฮวนสั่งฉู่หนิงหนิง “จับไว้ อย่าให้หนีไปได้!”
เธอตาไวเห็นถุงพลาสติกสีดำโผล่จากใต้เตียงจึงก้าวเท้ายาวไปลากถุงออกมา เสื้อผ้าภายในเผยต่อหน้าทุกคน
หวังเสี่ยวเฉินพูดอย่างเด็ดขาด “สหายเฉิง หยิบเสื้อผ้าของคุณแล้วตามผมมา!”
ฉือฮวนต้องตามไปด้วยในฐานะผู้แจ้งความ
ฉือฮวนลงบันทึกง่าย ๆ แล้วเดินออกจากประตูใหญ่ของสำนักงาน ขณะลงบันไดก็เห็นร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่ง
สืออวี่ไป๋
เขายืนอย่างสง่า มือสองข้างซุกกางเกง เหลือบมองเธอเงียบ ๆ จากระยะไกล
ในใจเธอพลันอุ่นร้อน รีบสาวเท้าไป สะกดความตื่นเต้นในใจแล้วโผเข้าสู่อ้อมกอดเขา
เขาอยู่เคียงข้างเธอในเวลาที่เธอต้องการตลอด
การปรากฏตัวอันทรงพลังและเงียบงันของเขาทำให้รู้สึกอุ่นใจจนแทบระเบิด เพียงกอดเขา เธอก็มีความรู้สึกเหมือนเห็นภาพฝันชั่วนิรันดร์
เธอรู้ดีกว่าใคร
วันแล้ววันเล่า ความชอบที่มีต่อสืออวี่ไป๋เพิ่มมากขึ้นไม่รู้กี่เท่า…