บทที่ 26 ขาของเขามีไออัปมงคล
"จวงหยวนเตี้ยน เ้าเห็นคำพูดของแม่เป็เพียงลมผ่านหูใช่ไหม ใครสั่งให้เ้าลงมือ!" ฮูหยินจวงโกรธจนเผลอเตะเข้าให้ทีหนึ่ง
นางไม่เชื่อว่าในเวลานี้มู่มู่จะรังแกลูกคนที่สามของนาง
ซูมู่มู่ปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า พลางเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า "ข้ารักษาได้"
จวงหยวนเตี้ยนที่ถูกเตะจนกลิ้งไปรอบหนึ่งมีสภาพอเนจอนาถยิ่งนัก "เ้าพูดบ้าอะไรของเ้า? อย่างเ้าน่ะหรือ!"
"ใช่ ข้านี่แหละที่จะทำให้เขากลับมายืนได้อีกครั้ง และยังกลับมาฝึกยุทธ์ได้ด้วย เขาเป็อัมพาตเพราะฝืนชำระไขกระดูกใช่หรือไม่" ซูมู่มู่ถลึงตาใส่เ้าเด็กแสบคนนี้
นางเห็นแก่ว่าฮูหยินจวงดีกับนางมาก จึงยอมช่วยเหลือ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเ้าเด็กพวกนี้เลยสักนิด
ฮูหยินจวงดึงมือเด็กสาวมา แล้วช่วยปัดฝุ่นบนตัวให้นางอีกครั้ง "มู่มู่ พี่สามของเ้าเป็เพราะการชำระไขกระดูกจริง ๆ อาการาเ็นี้พวกเราตามหาหมอชื่อดังทั่วทั้งแคว้นต้าโจวแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรักษาได้เลย"
"ไม่ใช่ว่าแม่ไม่เชื่อเ้าแต่เป็เพราะเขานิสัยไม่ดีเอาเสียเลย"
จวงหยวนเหลยเมื่อได้ยินมารดาแท้ ๆ บอกว่าเขานิสัยไม่ดี สีหน้าของเขาไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
เขาเข็นรถเข็นกลับเข้าห้องไปโดยไม่สนใจเื่ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอีก
ซูมู่มู่มองพวกเขา แล้วเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ ว่า "หมอชื่อดังรักษาขาไม่ได้ ไม่ใช่เพราะขาดความสามารถแต่เป็เพราะไม่สามารถกำจัดไออัปมงคลที่ขาของเขาได้ พูดอีกอย่างก็คือครอบครัวของพวกท่านถูกคนวางแผนเล่นงานเข้าให้แล้ว"
"ไม่ใช่แค่เขาแม้แต่ท่าน... จวงหยวนเฟิงท่านมีพร์เฉลียวฉลาด ขยันอ่านหนังสือ แต่พอถึงสนามสอบไม่ป่วยก็โชคร้าย แม้แต่ซิ่วไฉก็ยังสอบไม่ติด ใช่หรือไม่?"
ฮูหยินจวงได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าหงึก ๆ "ใช่! ลูกคนโตของข้าเป็แบบนั้นจริง ๆ อาจารย์ชมเชยทุกครั้ง แต่พอสอบทีไรก็ตกทุกที ขาของหยวนเหลยที่แท้ก็เป็เพราะเหตุนี้ มู่มู่ เ้าช่วยพวกเขาสองคนด้วยเถอะ"
"เหลวไหลสิ้นดี" จวงหยวนเฟิงในวัยสิบสี่ปี ในขณะนี้ไม่เชื่อเลยว่าจะมีไออัปมงคลอะไร
ส่วนเื่ที่เขาสอบไม่ติดบ่อยครั้ง นั่นเป็เพราะดวงไม่ดีต่างหาก
"จวงหยวนเฟิง เช่นนั้นท่านลองััไออัปมงคลดูหน่อยเป็อย่างไร" ซูมู่มู่ไม่ได้เรียกพี่ใหญ่เพราะเขาไม่ชอบนาง นางจะเอาหน้าไปประจบประแจงทำไม
นางใช้นิ้วแทนพู่กันวาดอักขระกลางอากาศโดยตรง แสงสีทองวาบขึ้นมาแล้วนางก็ซัดมันเข้าที่ขาของจวงหยวนเฟิงทันที
จวงหยวนอวี่และจวงหยวนเตี้ยนที่ยืนอยู่ข้างกายจวงหยวนเฟิงถึงกับขนลุกซู่ เพราะพวกเขาััได้ถึงลมเย็นะเืสายหนึ่ง
"พี่ใหญ่ ท่านไม่เป็ไรใช่ไหม!" จวงหยวนอวี่รีบถาม
"เฟิง อวี่ เหลย เตี้ยน ปิง ท่านแม่จวงกับแม่ทัพใหญ่ตั้งชื่อให้พวกเ้าได้ดีมากแต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ให้สมองดี ๆ ติดตัวมาด้วย" ซูมู่มู่แค่นยิ้ม
นางไม่ได้คิดจะแสร้งทำตัวเป็เด็กดีต่อหน้าคนตระกูลจวง นางมีนิสัยเช่นนี้แหละ
หากฮูหยินจวงเปลี่ยนใจ นางก็พร้อมจะเดินจากไปทันที
ใบหน้าของจวงหยวนเฟิงซีดเผือด ไม่ใช่เพราะถูกเยาะเย้ย แต่เป็เพราะขาทั้งสองข้างของเขาขยับไม่ได้จริง ๆ "น้องรอง น้องสี่ พวกเ้าช่วยพยุงข้าที"
เมื่อเห็นพี่ใหญ่เป็เช่นนี้ จวงหยวนปิงก็ะโออกมาด้วยความโกรธ "นังปีศาจน้อย เ้าทำอะไรกับพี่ใหญ่ของข้า!"
ฮูหยินจวงตบเข้าที่หัวของเขาหนึ่งฉาด "ไม่ได้ยินที่มู่มู่บอกหรือ ว่าจะให้พี่ใหญ่ของเ้าลองลิ้มรสไออัปมงคลดู!"
นางหันกลับมามองซูมู่มู่ด้วยสายตาอ่อนโยน "ลูกรัก เ้าเก่งจริง ๆ เ้าลูกคนโตปากแข็งที่สุดให้เ้าสั่งสอนเขาก็ดีแล้ว ทำไมเขาถึงโชคร้ายอยู่เรื่อยเลยเล่า"
ซูมู่มู่เห็นดวงตาทั้งสองข้างของฮูหยินจวงเป็ประกายจ้องมองนาง ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นราวกับเป็ผู้เลื่อมใสศรัทธา
การที่อีกฝ่ายชื่นชมนางทำให้ความรู้สึกของนางดีขึ้นทันที "เพราะเขาถูกขโมยโชคลาภไปเ้าค่ะ"
"อะไรนะ! ใครกล้าขโมยของลูกข้า บังอาจนักนะ ข้าจะไปฆ่ามันให้ตาย!" ฮูหยินจวงได้ยินดังนั้นก็โกรธจนไฟลุก นางตบลงบนโต๊ะหินอย่างแรงจนโต๊ะหินแตกเป็แปดเสี่ยง
จวงหยวนเฟิงได้ยินเช่นนี้ ในที่สุดเขาก็ยอมลดทิฐิก้มศีรษะลงยอมแพ้ "น้องมู่มู่ โปรดช่วยข้าด้วย"
"อะไรนะ? ท่านพูดเบาเกินไปข้าไม่ได้ยิน" ซูมู่มู่แคะหูทำเป็ไม่ได้ยิน
"โปรดให้น้องมู่มู่ช่วยข้าตามหาโชคลาภกลับคืนมาและช่วยสลายไออัปมงคลที่ขาให้ข้าด้วย" จวงหยวนเฟิงพูดเสียงดัง เขารู้ว่าคำพูดเมื่อครู่ได้ล่วงเกินอีกฝ่าย
"เื่ที่ข้าพูดมันเหลวไหลสิ้นดี ไม่ใช่คำสอนของนักปราชญ์ ท่านอย่าได้ถือเป็จริงเป็จัง ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น" ซูมู่มู่ใช้คำพูดของเขาโต้กลับใช้ชีวิตต้องเน้นความสำราญเป็หลัก
ใครทำให้นางไม่สบายใจ นางก็จะโต้กลับไป
อย่างไรเสีย จะหาบิดาแท้ ๆ เจอหรือไม่นั้นนางก็ไม่ใส่ใจ เน้นปล่อยวางและใช้ชีวิตให้มีความสุข
ใบหน้าของจวงหยวนเฟิงเปลี่ยนจากแดงเป็ขาว จากขาวเป็แดง "ขอโทษ ข้าไม่รู้เื่วิถีลี้ลับข้าขอโทษเ้า น้องมู่มู่"
จวงหยวนอวี่ไม่ยอมและอยากจะพูดบางอย่าง แต่ถูกพี่ใหญ่กดมือไว้พร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ
พวกเขาทั้งห้าคนรวมกันยังสู้เด็กสาวคนนี้ไม่ได้ และเมื่อดูท่าทางของท่านแม่ หากใครทำตัวไม่ดีกับเด็กสาวคนนี้คงได้โดนทุบแน่
"ลูกรัก เ้าดูสิเขาขอโทษแล้วเ้าจะยอมยกโทษให้เขาหรือไม่ ถ้าคิดว่าท่าทางยังไม่เพียงพอก็ให้เขาเขียนจดหมายขอโทษหนึ่งพันคำแล้วอ่านออกเสียงสิบจบ" ฮูหยินจวงช่วยลูกสาวคิดแผน ต้องให้นางหายโกรธก่อนจึงจะคุยขั้นตอนต่อไปได้
จวงหยวนเฟิง 'นี่มันแม่แท้ ๆ จริง ๆ'
"ท่านแม่ ท่านโหดร้ายเกินไปแล้ว พวกข้าต่างหากที่เป็ลูกแท้ ๆ ของท่าน" จวงหยวนอวี่อดไม่ได้ที่จะส่งเสียง
ท่านแม่ทำกับพี่ใหญ่แบบนี้ได้อย่างไร ก็แค่คำว่าเหลวไหลสิ้นดี มีแค่สี่คำเองจะเอาอะไรอีก!
"เพราะพวกเ้าเป็ลูกแท้ ๆ ของข้าหรอกนะ ไม่อย่างนั้นข้าโยนทิ้งไปนานแล้ว ในใจข้ามู่มู่ก็เหมือนลูกแท้ ๆ พวกเ้าห้าคนไร้มารยาทรังแกผู้อื่นก่อน" ฮูหยินจวงเน้นความยุติธรรมเป็หลัก
นางจะไม่ลำเอียงเข้าข้างลูกตัวเอง ต่อให้ตอนนี้ไม่ใช่มู่มู่ แต่เป็คนอื่นก็เช่นกัน
การตามใจลูกจนเสียคนเท่ากับเป็การฆ่าลูก ความผิดพลาดเช่นนี้ นางต่อให้ตายก็จะไม่ทำ
"น้องมู่มู่ ข้ายอมคุกเข่าขอให้เ้าช่วยสลายไออัปมงคลให้พี่ใหญ่เถิด เช่นนี้คงเพียงพอแล้วใช่ไหม!" จวงหยวนอวี่มีนิสัยมุทะลุอยู่แล้ว เขาบอกจะคุกเข่าก็คุกเข่าทันที
แต่ซูมู่มู่ไม่ยอมให้เขาคุกเข่า เข่าของเขาจึงไม่อาจแตะพื้นได้
เขาอยู่ในท่าทางที่แปลกประหลาด คือยืนไม่ได้และคุกเข่าไม่ลง ขาทั้งสองข้างงออยู่ สูงกว่าท่านั่งยอง ๆ เล็กน้อย
"โอ้ ลูกรัก เ้าเก่งจริง ๆ พลังนี้ไม่เลวเลย" ฮูหยินจวงนอกจากจะไม่ขอร้องแทนลูกแล้ว ยังแอบลองทำตามด้วย
ครู่หนึ่งนางก็เสียหลัก จากนั้นจึงชูนิ้วหัวแม่มือให้ลูกชาย
จวงหยวนอวี่อายุสิบเอ็ดปี เพราะบิดามารดาร่างกายสูงใหญ่ เขายังเด็กแต่มีความสูงถึงเจ็ดฉื่อ ท่าทางนี้ทำให้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ
แต่เขากัดฟันแน่นไม่ยอมแพ้ อดทนไว้ทั้งหมด
"มู่มู่ ลูกรัก ได้เวลากินข้าวแล้ว" เสียงของแม่ทัพใหญ่จวงเต็มไปด้วยความสุข
เขาตั้งใจจะดีกับลูกสาวให้มากกว่าเมิ่งเฮ่อ เขาไม่ใช่พ่อมือใหม่อ่อนหัดเหมือนอย่างเมิ่งเฮ่อ
เมิ่งเฮ่อก็ไม่ยอมแพ้ "มู่มู่มาทานข้าวกับพ่อเถอะ"
ซูมู่มู่ตอบรับทันที "ข้ามาแล้วเ้าค่ะ!"
นางสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ไออัปมงคลที่ขาของจวงหยวนเฟิงก็หายไปและจวงหยวนอวี่ก็ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง
แม้ว่าการล้มลงพื้นจะเจ็บเล็กน้อย แต่จวงหยวนอวี่กลับลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาไม่ได้ยอมแพ้ เช่นนั้นเขาก็ยังเป็ลูกผู้ชาย
อีกด้านหนึ่ง หากน้องสาวคนนี้สามารถรักษาขาของน้องสามได้จริง ๆ ในภายหน้าพวกเขาสองพี่น้องก็จะสามารถฝึกยุทธ์ด้วยกัน ออกสนามรบด้วยกันและเป็มือซ้ายมือขวาให้ท่านพ่อได้