หลินซือเยว่กัดฟันกรอด ก่อนจะหลับตาสูดลมหายใจลึกแล้วถามระบบในใจด้วยน้ำเสียงกัดฟัน
“นี่เ้าระบบ แกจะให้ฉันถูกอีตาพระเอกฆาตกรรมใช่ไหม?”
ไม่มีเสียงตอบกลับ… มีเพียงความเงียบที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าเสียงพูดเสียอีก
“ฉันจะขอหย่า เขาก็ไม่ยอมหย่าให้..แล้วแกยังจะให้ฉันไปสร้างความประหลาดใจให้เขาอีก?”
เสียงในใจของเธอแฝงไปด้วยความโมโหและสิ้นหวัง
“คนที่เกลียดขี้หน้ากันขนาดนี้ จะมีอะไรให้ประหลาดใจได้บ้างฮะ? หรือแกอยากให้ฉันยืนเต้นระบำเปลือยกลางลานหมู่บ้านหรือไง?”
[ติ๊ง]
ระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสซื่อเหมือนไม่ได้สำนึกอะไรเลยแม้แต่น้อย
“คำแนะนำนั้นไม่เหมาะสมกับมาตรฐานศีลธรรมของยุค 80 แต่ระบบขอบันทึกไว้ในคลังความคิดสร้างสรรค์เท่านั้น”
“…”
หลินซือเยว่แทบอยากโขกหัวกับโต๊ะทันที
ในเมื่อทำโน่นก็ไม่ได้ ทำนี่ก็ไม่ได้…เธอหรี่ตาลงอย่างคนเริ่มหมดความอดทน
“งั้นฟังนะ เ้าระบบ ถ้าแกอยากให้ฉันทำภารกิจบ้าบอนั่นให้ แกก็ควรจะให้อะไรกับฉันบ้าง ไม่ใช่โยนฉันมาตัวเปล่าในโลกที่ย้อนยุคแบบนี้”
เสียงในใจเธอเต็มไปด้วยความคับข้องใจ
“ในโลกเดิม ต่อให้ฉันโดนเพื่อนรักแทงข้างหลัง โดนโกงไปครึ่งชีวิต… ฉันก็ยังมีเงินเหลือในบัญชี ฉันรวยโว้ย”
[ติ๊ง]
เสียงระบบตอบกลับอย่างรวดเร็ว ราวกับรอคำนี้อยู่
“ยืนยันสิทธิ์เ้าของบัญชีในโลกเดิม... สำเร็จ”
“ดำเนินการโอนทรัพย์สินข้ามโลกพร้อมแปลงค่าเงินตามระบบเศรษฐกิจโลกนี้…”
“ติ๊ง ยอดเงินสุทธิ: 6,300 หยวน (แปลงค่าแล้ว)”
หลินซือเยว่เบิกตาขึ้นนิด ๆ หัวใจพลันพองโตขึ้นมาเล็กน้อย
'ค่อยยังชั่วหน่อยอย่างน้อยก็มีเงินติดตัวมาด้วย'
แต่ยังไม่ทันได้ยิ้มออกจนสุด เสียงเ้าระบบก็เอ่ยตัดบททันที
“ยอดเงินดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ในรูปแบบเงินดิจิทัลของระบบนะครับ โฮสต์สามารถใช้ซื้อของได้เฉพาะในคลังสินค้ามิติ เท่านั้น”
น้ำเสียงสดใสนั้นดังก้องอยู่ในหัว หลินซือเยว่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง 'แม้เงินนั้นจะใช้จับจ่ายในโลกภายนอกไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง'
ระหว่างที่เธอกำลังจดจ่อกับระบบ สีหน้าก็ผ่อนคลายลง เผลอยิ้มออกมาเหมือนคนบ้า และเธอลืมไปแล้วว่า ตอนนี้ตัวเองกำลังนั่งอยู่ตรงข้ามกับเว่ยหานเจิ้งอยู่ สายตาคมกริบจากอีกฝั่งของโต๊ะ จ้องมองมาเงียบ ๆ ในความคิดของเขา
'ผู้หญิงคนนี้ช่างไม่รู้สึกสำนึกผิด ยังมีหน้ามานั่งยิ้มแบบนี้อีก'
เขามองเธอด้วยแววตาเ็า มองรอยยิ้มของผู้หญิงที่เคยวางยาเขาเพื่อแต่งงาน และตอนนี้ยังมีหน้ามานั่งยิ้มให้ “อะไรบางอย่าง” ที่เขาไม่มีวันเข้าใจ
ความเงียบระอุคุกรุ่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงทุ้มเรียบนิ่งจะดังขึ้นอย่างไม่คาดคิด
“ในเมื่อเธออยากแต่งงานกับฉัน ถึงกับใช้แผนสกปรก… งั้นก็อยู่อย่างนี้ไปทั้งชีวิตนั่นแหละ”
คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าเธออย่างจัง ไม่ใช่แค่ปฏิเสธการหย่า แต่ยังตอกย้ำความผิดของร่างนี้อย่างเืเย็น
“นี่… คุณจะบ้าเหรอ?” เสียงของหลินซือเยว่หลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งใ ทั้งโกรธจัด
“จะให้พวกเราอยู่แบบที่ไม่ได้รักกันแบบนี้นะ? สู้หย่าไปยังจะดีเสียกว่า”
ประโยคนั้นทำเอาทั้งโต๊ะอาหารเงียบกริบทุกคนในบ้านเว่ยต่างตกตะลึง แววตาทุกคนเปลี่ยนเป็ความงุนงง ราวกับไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลินซือเยว่ที่พวกตนรู้จัก ถึงได้กล้าพูดคำว่าหย่าออกมาตรงๆ ต่อหน้าครอบครัวสามี… ทั้งที่เื่นี้มันไม่ใช่เื่เล็กๆ
เว่ยหานเจิ้งจ้องตาเธอเขม็ง แววตาคมกริบราวใบมีดคู่หนึ่งที่จ้องจะกรีดแทง “นี่เธอจะหาว่าฉันเป็บ้าอย่างนั้นหรือ?”
“ก็คุณปฏิเสธการหย่าอย่างไร้เหตุผลสิ้นดี ฉันไม่เข้าใจว่าคุณ้าอะไรกันแน่” เธอพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น “หรือว่าคุณมีความสุขกับการที่ทุกคนในบ้านเกลียดฉันนักหรือไง”
“เกลียด? นั่นไม่ใช่เพราะเธอสมควรได้รับมันหรอกเหรอ....สิ่งที่เธอทำกับฉัน… สิ่งที่เธอทำกับครอบครัวของฉัน… ยังไม่พออีกเหรอซือเยว่”
เขาน่าจะหมายถึงเื่ที่หลินซือเยว่คนเดิมวางยาและกระทำเื่เลวร้ายต่างๆ นานา กับครอบครัวของเขา หลินเสวี่ยอวิ๋นได้แต่ถอนหายใจในใจ เธอจะไปอธิบายได้อย่างไรว่าเธอไม่ใช่คนเดิม? เธอเป็แค่ตัวแสดงแทน ที่ถูกส่งมาเคลียร์ภารกิจขยะที่นางร้ายตัวจริงทิ้งไว้ให้? ร่างบางเริ่มเสียงอ่อนใส่เขา
“ฉันไม่รู้ว่าเมื่อก่อนฉันทำอะไรเลวร้ายไว้บ้าง... แต่ตอนนี้ ฉันไม่ใช่คนเดิมแล้ว...”
เธอพยายามรวบรวมถ้อยคำที่ฟังดูมีเหตุผลที่สุดในสถานการณ์ที่ไม่มีใครเชื่อเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
“ฉันแค่...รู้สึกผิดจริง ๆ กับเื่ที่เกิดขึ้น และอยากจะจบความเ็ปนี้ไปเสียที ได้โปรด… ให้ฉันหย่าเถอะ”
เว่ยหานเจิ้งหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็เสียงหัวเราะที่เ็าจนน่าขนลุก
“เธอแค่รู้สึกผิด หรือว่า้าจะหย่าจากฉันเพื่อไปอ่อยผู้ชายคนอื่นกันแน่?”
คำพูดของเว่ยหานเจิ้งตอกย้ำความเ็ปและแผลในใจของเขาได้อย่างชัดเจน หลินซือเยว่ได้แต่กัดริมฝีปากแน่น
“ติ๊ง คำเตือน: โฮสต์กำลังก่อความขัดแย้งกับเป้าหมายภารกิจ”
“คะแนนความสัมพันธ์กับเว่ยหานเจิ้ง: -10”
“หากคะแนนความสัมพันธ์ของเป้าหมายหลักติดลบถึงขีดสุด… ระบบจะไม่รับผิดชอบผลที่ตามมา…
เสียงกวนโอ๊ยของระบบ 8099 ดังขึ้นในหัวของเธอ น้ำเสียงนั้นยังคงความกวนและ...น่าตบเป็บ้า หลินซือเยว่แทบอยากจะะโเข้าไปบีบคอไอ้ AI ตัวนี้ให้ตายคามือ ปฏิเสธการหย่าก็เื่หนึ่ง แต่นี่ยังจะมาลดคะแนนความสัมพันธ์อะไรบ้าบออีก
“เว่ยหานเจิ้ง… ฟังนะ” เธอพยายามอธิบาย “ฉันแค่…”
“พอแล้ว” เขาตัดบทอย่างเด็ดขาดและไร้ความลังเล ดวงตาคมกริบฉายแววไม่เปิดช่องให้เธออธิบายอะไรทั้งนั้น
“ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร จะพยายามหว่านล้อมยังไง… ฉันก็ไม่หย่า”
ประโยคนั้น เป็เหมือนการตอกฝาโลงภาพจำของหลินซือเยว่คนเดิม ไม่ว่าตัวเธอจะพยายามเปลี่ยนแปลงแค่ไหน เขาก็ยังคงเห็นเธอเป็เพียง ผู้หญิงร้ายกาจที่เคยวางยาเขา ก็เท่านั้น
แล้ว จากนั้นชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันหลังเดินออกจากบ้านไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความอึดอัดที่คลุมเครือ
แม่สามีที่นั่งอึ้งอยู่พักหนึ่งก็ส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ “นี่หล่อนพูดอะไรของหล่อนน่ะ ทำไมอยู่ๆ ถึงอยากจะหย่าขึ้นมา คิดจะทิ้งเ้าใหญ่ไปหาผู้ชายคนอื่นอย่างนั้นเหรอ”
“ฮึ คงอยากได้สามีรวยๆ ที่ไหนสักคนมากกว่าล่ะมั้งคะคุณแม่” น้องสามีพูดเสริมขึ้นมาอย่างแดกดัน
หลินซือเยว่ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตอนนี้เธอกลายเป็ตัวปัญหาในทุกสถานการณ์จริงๆ สินะ
“ฉันเหนื่อยแล้ว” เธอพูดออกมาเพียงแค่นั้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินกลับเข้าห้องไปอย่างเงียบๆ ปล่อยให้แม่สามีและน้องสามีส่งเสียงบ่นตามหลังมา
เมื่อเธอกลับเข้ามาในห้องนอน ก็ทรุดตัวลงบนเตียงไม้เก่าๆ ที่นอนเมื่อเช้า และจมดิ่งลงในห้วงความคิด
“นี่เ้าระบบ ภารกิจที่นายให้ฉันแต่ละอย่างมันทำไมมันสิ้นคิดแบบนี้ ฉันอยากจะหย่า เพื่อที่จะได้กลับบ้าน แต่เขาไม่ยอมหย่า แล้วไอ้ภารกิจบ้าๆ นั่นคืออะไร ทำให้ประหลาดใจ 7 วันติดเนี่ยนะ คนที่เกลียดฉันเข้าไส้อย่างเขาเนี่ยนะ จะประหลาดใจเื่ของฉัน” เธอระบายความอัดอั้นออกมาในความคิด
“โฮสต์ได้โปรดทำความเข้าใจ ระบบมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการทำภารกิจและฟื้นฟูตัวละครนางร้ายเท่านั้น ส่วนเื่ความรู้สึกส่วนตัวของโฮสต์… ระบบไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กรุณาทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อรับรางวัลก็เพียงพอแล้ว” เสียงของเ้าระบบ ตอบกลับมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
“รางวัลโควตาใบอนุญาตทำธุรกิจขนาดเล็กแบบถูกกฎหมาย ฉันไม่เห็นอยากจะได้เสียหน่อย ฉันอยากได้รางวัลเป็ใบหย่า ฉันอยากกลับบ้านแล้วไปแก้แค้นนังเพื่อนสาวเลวนั่น”
“ใจเย็นก่อนครับโฮสต์… ถ้าหากโฮสต์สามารถทำภารกิจหลัก ‘ปรับปรุงภาพลักษณ์ในสายตาของเว่ยหานเจิ้ง โดยทำให้เขาประหลาดใจเป็เวลา 7 วันติดต่อกัน’ ได้สำเร็จ… ระบบจะมอบ ‘กุญแจมิติ’ ในการเข้าคลังสินค้าให้ระดับสูงให้ด้วย”
“กุญแจมิติ? มันคืออะไรหรือ?” หลินซือเยว่เริ่มสนใจ เธอยังไม่เคยเห็นมิติที่ระบบกล่าวถึงเลย
“กุญแจมิติคือทางเข้าสู่ คลังเสบียงของระบบ ซึ่งมีสินค้าและวัตถุดิบมากมายจากโลกปัจจุบันของโฮสต์ มีทุกสิ่งทุกอย่างที่โฮสต์้า ยิ่งทำภารกิจได้สำเร็จมากเท่าไหร่… ระดับการเข้าถึงคลังเสบียงก็จะเพิ่มมากขึ้น และมีโอกาสได้รับไอเท็มพิเศษที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนได้”
เสียงของระบบเริ่มฟังดูน่าสนใจขึ้นมาหน่อย คลังเสบียงที่มีของจากโลกปัจจุบัน? นั่นหมายถึงข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องปรุง หรือแม้กระทั่งยา สิ่งเหล่านี้คือสิ่งจำเป็สำหรับการเอาชีวิตรอดในยุคนี้เป็อย่างมาก
“แล้วฉันต้องทำยังไงถึงจะทำให้เขาประหลาดใจได้” เธออดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
“นั่นเป็หน้าที่ของโฮสต์ในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ระบบไม่สามารถให้คำแนะนำที่เจาะจงได้… แต่จะบอกใบ้ให้ว่า… การเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด ย่อมสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนได้เสมอ…”
แล้วทันใดนั้นเ้าระบบ 8099 ก็ดับวูบไป เหมือนจะจงใจทิ้งเธอไว้ในความสับสนกลางลานบ้านอับชื้นแห่งนี้ หลินซือเยว่กัดฟันแน่น
‘บ้าเอ๊ย...ไอ้ระบบเวรนี่มันก็ยังเป็ AI จอมกวนอยู่วันยังค่ำ’
หลินซือเยว่ขบฟันแน่นในใจ อยากจะตบหัวมันสักที
แต่กุญแจมิติ… คลังเสบียง… สิทธิ์ในการทำธุรกิจที่ถูกกฎหมาย… สิ่งเหล่านี้คือความหวังเดียวของเธอในโลกใหม่ใบนี้ เธอไม่มีทางปล่อยมันหลุดมือไปเด็ดขาด
'ยังไงก็ต้องคว้าเอามันมาให้ได้… เพื่อความอยู่รอดของฉันเอง'

ยัยน้องสบถในใจ“ระบบแกโยนฉันมาในร่างนางร้ายที่ทั้งบ้านเกลียด สามีก็อยากหย่า
แล้วภารกิจแรกที่ให้ฉันคือ... ‘ทำให้เขาประหลาดใจ’ ”
‘จะให้ฉันเต้นระบำเปลือยกลางลานหมู่บ้าน หรือไงเขาถึงจะได้ประหลาดใจ’
[ติ๊ง] เ้าระบบตอบมาอย่างภาคภูมิ:
“การเต้นระบำเปลือยกลางลานหมู่บ้านยังไม่อยู่ในลิสต์คำแนะนำ แต่จะบันทึกไว้เป็แิสร้างสรรค์”
สรุปยัยน้องไม่ได้ข้ามโลกมารอดชีวิต แต่ข้ามมางัดกับระบบปั่นประสาทค่ะ
มาเอาใจช่วยยัยน้องกันเยอะๆนะค่ะ ว่าจะมีชีวิตรอดจากพระเอก
หรือกระอักเืตายด้วยความโหโมอีระบบแทนค่ะ