เหวินหลางยิ้มให้ด้วยใบหน้าสดใส ไม่มีวี่แววเป็นกังวลหรือทุกข์ใจเหมือนตอนที่เจอกันที่เรือนของหมอจง จึงยิงคำถามไม่อ้อมค้อมว่าเขามาที่นี่แล้วเหม่ยอิงอยู่กับใครนางเป็นอย่างไรบ้าง
เหวินหลางยิ้มเคอะเขิลตอบว่าเหม่ยอิงอยู่กับคนงานหญิงชาวบ้าน ที่เขาจ้างให้มาดูแลเหม่ยอิงที่เรือน และกล่าวขอบใจแบบเขิลๆที่ช่วยให้เขากับเหม่ยอิงเข้าใจกัน เสร็จจากศึกครั้งนี้เขากับเหม่ยอิงจะเข้าพิธีแต่งงาน เชิญฉันกับพี่ชายทั้งสี่ไปรวมงานวันพิธีด้วย
ฉันมองหน้าเขาแล้วยิ้มไม่ถามเรื่องคืนนั้นต่อ เมื่อเขาพูดว่าจะแต่งงานก็ไม่ต้องสงสัยอีก จึงพยักหน้าตอบว่าจะไปร่วมงานแน่นอน เหวินหลางยังบอกอีกว่าหมอจงกับฉิงคุนก็มาด้วย กำลังช่วยหมอหวังแจกยาให้เหล่าทหาร สำหรับใช้ขณะเดินทางบนภูเขาเคียงนภาที่มีสภาพอากาศอันหนาวเหน็บ
จึงเดินตามเหวินหลางไปพบกับลี่จูกำลังยืนดูแผนที่หุบเขาเคียงนภาอยู่กับนายทหารยศสูงคนหนึ่ง เหวินหลางบอกว่านายทหารคนนั้นเป็นรองแม่ทัพที่ท่านจินส่งมาช่วยลี่จูคุมทัพ จากนั้นลี่จูก็ยื่นแผนที่ให้นายทหารคนนั้นไปจัดการต่อ แล้วเดินมาทักทายฉันด้วยใบหน้าสดใส ไม่ตึงเครียดเหมือนคนกำลังจะออกไปรบ
ลึ่จูบอกข่าวดีด้วยอีกคนว่านางกำลังจะเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของท่านจินหลังจากกลับไปเช่นกัน แต่ที่นางเป็นผู้นำทัพมาในครั้งนี้เป็นเพราะความตั้งใจของนางเอง อีกอย่างตอนนี้นางก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าค่ายหนิงอันแล้ว เพราะท่านจินส่งหัวหน้าคนใหม่ให้ไปเป็นผู้ปกครองค่ายแล้ว นางจึงขออาสานำทัพมาช่วยฉันรบกับปีศาจเยือกแข็ง และเพื่อตอบแทนที่ฉันเคยช่วยไม่ให้ค่ายหนิงอันถูกตีแตกครั้งสู้ศึกกับซูเซียว
ฉันจึงอยู่พูดคุยกับลี่จูสักพักเดียวก็ได้ยินเสียงของฉิงคุนร้องทัก เขาเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง ฉันจึงทักฉิงคุนว่าไม่คิดเลยว่าเขาจะมาที่นี่ด้วย เรือนหลังใหม่สร้างเสร็จแล้วหรอทำไมสร้างเสร็จไวจัง
ฉิงคุนยิ้มแล้วตอบว่าเรือนยังสร้างไม่เสร็จ แต่หมอจงให้ลุงช่างหลิวหัวหน้าหมู่บ้านช่วยจัดการคุมงานช่างให้ เขาจึงสามารถติดตามหมอจงมาช่วยรักษาทหารที่นี่ ฉันก็ถามว่าหมอจงยังแจกยาไม่เสร็จอีกหรือ ไม่เห็นเดินมาด้วยกันกับเขา
ฉิงคุนตอบว่าแจกยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่หมอจงไปที่จวนแพทย์หลวงกับหมอหวัง ได้ยินว่าหมอหวังมียารักษาพิษงูเก็บไว้ในคลังเยอะ หมอจงจึงไปขอแบ่งปันยารักษาพิษงู และยาสมุนไพรอื่นๆเพื่อนำกลับไปที่หมู่บ้านเผาถ่าน ส่วนเขารู้สึกหิวจึงมาหาอาหารเช้ากิน
ฉันจึงชวนฉิงคุนให้ไปกินอาหารเช้าด้วยกัน เพราะฉันเองก็ยังไม่ได้กินอาหารเช้าเหมือนกัน จึงหันไปชวนลี่จูให้ไปกินอาหารเช้าด้วยกันที่ตำหนักดอกบัว ซึ่งพอดีกับท่านอ๋องกำลังเดินตรงมาหาเรา ลี่จูก็พูดว่าจะขอพูดคุยธุระกับท่านอ๋องสักหน่อย ส่วนเรื่องอาหารเช้านางจะกินอาหารเช้าที่ค่ายพักเลย
ฉันจึงกล่าวทักทายท่านอ๋องและขอตัวลาพาฉิงคุนไปที่ตำหนักดอกบัว ท่ายอ๋องพยักหน้ายิ้มให้เล็กน้อยแต่สายตายังคงมองตามหลังกระทั่งฉันกับฉิงคุนเดินจากไป ฉันพาฉิงคุนเดินเข้ามาด้านในพระราชวัง พาเดินลัดสวนต้นหลิว ผ่านสระน้ำและผ่านตำหนักน้อยใหญ่หลายหลังเพื่อให้ถึงตำหนักดอกบัวเร็วขึ้น เขาหันมองซ้ายมองขวาหมุนไปหมุนมา มองดูความโอ่อ่าอลังการของพระราชวังด้วยความตื่นเต้น
จนเราเดินมาถึงตำหนักดอกบัว นางกำนัลที่ยืนอยู่หน้าตำหนักต่างค้อมตัวทำความเคารพ จึงบอกนางกำนัลว่าวันนี้ศิษย์พี่ฉิงคุนมากินอาหารเช้าด้วยที่ตำหนัก ให้ยกอาหารเช้าไปวางที่โต๊ะเลยกำลังหิว
ฉิงคุนมีท่าทางเก้ๆกังทำตัวไม่ถูกที่นางกำนัลค้อมตัวทำความเคารพเขาด้วย ฉันจึงเร่งฉิงคุนให้รีบเดินตามมาเร็วๆเพราะตอนนี้หิวจนท้องร้องจ๊อกๆแล้ว แต่ก็เจอเสวียฉียืนมือเท้าเอวมองหน้าฉิงคุนด้วยสายตาสีหน้าไม่เป็นมิตร
แล้วบ่นฉันว่าถึงเวลาอาหารเช้าตั้งนานแล้วทำไมไม่รีบกลับมากิน จากนั้นก็หันไปพูดกับฉิงคุนว่าอาหารไม่ได้มีเตรียมไว้สำหรับคนนอก จึงบอกกับเสวียฉีว่าฉันให้นางกำนัลไปเตรียมให้ฉิงคุนแล้ว
ซึ่งฉิงคุนคงจะรู้นิสัยและชินกับคำพูดแรงๆของเสวียฉี จึงค้อมตัวนอบน้อมและพูดว่าเขาขอฝากท้องกินอาหารเช้าที่นี่ด้วยคน แล้วยิ้มให้แบบคนไม่ค่อยคิดมากแม้จะถูกเสวียฉีเมินไม่ยิ้มตอบ ฉันจึงคล้องแขนเสวียฉีให้เดินกลับเข้าไปด้านใน โดยมีฉิงคุนเดินตามเข้าไปด้วยกัน
ทั้งยังมีราชากระต่ายที่นอนค้างคืนอยู่ในตำหนัก เพราะติดลมดื่มเหล้ากับซิ่นหลิงและเฟยเจินเกือบเช้า จึงได้อยู่ร่วมโต๊ะกินอาหารด้วยกันเช้านี้ หลังจากนั้นฉันก็ชวนฉิงคุนให้อยู่พูดคุยกันสักพักถึงเรื่องการใช้ชีวิตของเขากับหมอจงที่หมู่บ้านเผาถ่าน และถามว่าเขากับหมอจงมาที่นี่ทั้งสองคน แล้วคนที่หมู่บ้านเผาถ่านจะทำยังไง
ฉิงคุนตอบว่าเรื่องหมู่บ้านไม่มีหมอให้พักเอาไว้ก่อน แต่เรื่องมาช่วยฉันต่อสู้กับปีศาจเยือกแข็งนั้นสำคัญกว่า เขากับหมอจงดูดายนิ่งเฉยไม่ได้หรอก ฉันฟังแล้วรู้สึกปลาบปลื้มซาบซึ้งใจเหลือเกินที่มีฉิงคุนเป็นศิษย์พี่และมีหมอจงเป็นอาจารย์
เรานั่งคุยกันอยู่ไม่นานนัก ก็ต้องสะดุ้งตกใจเพราะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างถล่มดังครืน ตามมาด้วยเสียงเอะอะกรีดร้องของคนในวัง เราจึงรีบวิ่งออกไปดูเห็นทหารวิ่งกรูกันไปทางตำหนักท้องพระโรง เราจึงรีบวิ่งตามไปดูก็เห็นหลังคาตำหนักด้านหนึ่งถล่มลงมา และมีทหารบาดเจ็บหลายคนอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงถามทหารยามที่อยู่ใกล้ๆว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมหลังคาจึงถล่มพังลงมา
ทหารยังอยู่ในอาการตกใจแต่พยายามตั้งสติเล่าว่า มีสุนัขเยือกแข็งประมาณสิบกว่าตัวแอบเข้าไปในท้องพระโรง นับว่าโชคดีที่วันนี้ไม่มีประชุมขุนนางในท้องพระโรง พอพวกทหารเห็นสุนัขเยือกแข็งจึงกรูกันเข้าต่อสู้ และดีที่พวกเขานำอาวุธไปชุบยาพิษไฟที่ฉันทำไว้ให้ตั้งแต่เมื่อคืน จึงสามารถฆ่าสุนัขเยือกแข็งตายไปได้หกตัวแต่มีอีกหลายตัวที่หนีไปได้
แต่พวกเขาสังเกตุเห็นว่าสุนัขเยือกแข็งเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจมาโจมตี แต่แอบเข้ามาในท้องพระโรงเงียบๆ แยกกันสูดดมกลิ่นเหมือนกำลังค้นหาสิ่งของ ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นฮ่องเต้กับท่านอ๋องและคนอื่นๆต่างวิ่งกรูกันมาที่นี่และตกใจกับสภาพที่เห็น
ทหารจึงรายงานฮ่องเต้และท่านอ๋องทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ เสวียฉีจึงพูดด้วยความสงสัยว่าเขาเองก็สัมผัสไม่ได้ถึงจิตสังหารของพวกสุนัขเยือกแข็ง จึงเป็นไปได้ว่าพวกสุนัขอาจจะเข้ามาสอดแนม แต่แปลกตรงที่เข้าไปหาอะไรในท้องพระโรง
ทำให้ฮ่องเต้ขมวดคิ้วหันไปกระซิบกระซาบบางอย่างกับองครักษ์ฟู่เซียง จากนั้นองครักษ์ฟู่เซียงก็รับคำสั่งแล้วรีบเดินไปจากตรงนั้น จากนั้นฮ่องเต้ก็หันมาสั่งให้ทหารช่วยกันค้นหาว่ามีใครติดอยู่ใต้ซากหลังคาถล่มหรือไม่ พร้อมกับให้ช่วยกันพาทหารบาดเจ็บไปส่งที่จวนแพทย์
ท่านอ๋องจึงเรียกหัวหน้าทหารให้ไปแจ้งทหารทุกกองทั้งในและนอกกำแพง เตรียมตัวให้พร้อมรับศึกตลอดเวลา แต่แล้วเราก็ต้องมีเรื่องให้ตกใจกันขึ้นไปอีก เพราะจู่ๆมีผู้หญิงสองคนร่วงตกลงมาจากฟ้าลงมานอนหมดสภาพที่พื้น เนื้อตัวสะบักสะบอมเสื้อผ้าขาดวิ่นเต็มไปด้วยเลือด อีกทั้งยังมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะติดตามตัว
ทำให้เสวียฉีอุทานออกมาว่านั่นคือลู่เสียนกับกุ้ยถิง ฉันจึงมองหญิงสาวทั้งสองดีๆอีกครั้งก็เห็นว่าเป็นลู่เสียนกับกุ้ยถิงจริงๆ แต่ฉันกับเสวียฉีจำได้ว่าก่อนที่เราสองคนจะแยกกับพวกนาง ลู่เสียนไม่ได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้นี่นา แต่สภาพตอนนี้ไหงบาดเจ็บนอนสลบเจ็บหนักยิ่งกว่ากุ้ยถิงเสียอีก
แต่พวกเรายังไม่กล้าเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เพราะเสวียฉีสั่งทุกคนว่าอย่าเข้าไปใกล้ อาจเป็นแผนลวงของปีศาจงูสาวสองตนนี้ กุ้ยถิงที่ยังมีสติพยายามลุกขึ้นนั่งทั้งๆที่ยังกระอักเลือดไหลทะลักออกจากปาก จนฉันเริ่มรู้สึกสงสารและอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกนาง หรือจะเป็นแผนลวงตามที่เสวียฉีสงสัย
กุ้ยถิงลุกขึ้นนั่งตัวสั่นเจ็บปวดแทบไม่มีแรง แต่นางพยายามเค้นเสียงขอให้ช่วยลู่เสียนนายหญิงของนางด้วย เสวียฉีจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกนางหรือว่าเป็นแผนการร้ายอะไร ฉันจึงเปิดดวงตาปีศาจมองดูสองสาว ก็เห็นว่าทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัสจริง โดยเฉพาะลู่เสียนได้รับบาดเจ็บช้ำในรุนแรง
กุ้ยถิงส่ายหน้าว่าไม่ได้มีแผนการร้าย แต่พวกนางถูกปีศาจบนยอดเขาเคียงนภาโจมตี เป็นปีศาจรูปร่างเหมือนซากศพเนื้อตัวเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งแต่มีพลังแกร่งกล้า มันต้องการกินพลังวิญญาณของนางสองคน นางจึงบากหน้าพาลู่เสียนหนีมาขอความช่วยเหลือที่นี่
แต่เสวียฉีไม่เชื่อโดยเฉพาะเฟยเจินที่ยังโกรธเคืองลู่เสียนกับกุ้ยถิงที่เคยทำร้ายฉัน เฟยเจินพูดกับเสวียฉีว่าเป็นแผนลวงของนางสองคนแน่นอน ฉันจึงบอกพวกเขาว่าผู้หญิงสองคนนี้ได้บาดเจ็บจริงภายในบอบช้ำสาหัส อีกทั้งตามร่างกายยังมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะผิดปกติ ต้องเป็นเกล็ดน้ำแข็งที่ต่อสู้กับปีศาจเยือกแข็งมาแน่ๆ เพราะหากเป็นเกล็ดน้ำแข็งธรรมดาป่านนี้ต้องละลายหายไปหมดแล้ว
กุ้ยถิงรีบก้มหัวกับพื้นกล่าวคำขอโทษที่เคยทำร้ายฉัน และขอร้องให้ฉันช่วยชีวิตลู่เสียนด้วย แต่เฟยเจินกับซิ่นหลิงบอกว่าอย่าช่วย ถ้าช่วยจนหายดีเดี๋ยวก็แว้งกัดทำร้ายฉันอีก ทางที่ดีควรปล่อยให้ตายไปหรือไม่ก็ช่วยทำให้ตายไม่ต้องทรมาน กุ้ยถิงจึงกล่าวทั้งน้ำตาว่าจะใช้ให้นางทำอะไรก็ยอมทุกอย่าง หรือต้องการชีวิตนางก็จะยอมมอบชีวิตของตัวเองให้ แต่ขอให้ไว้ชีวิตและช่วยรักษาลู่เสียนคนเดียวก็พอ
หมอจงกับหมอหวังที่มาทันได้ฟังเหตุการณ์เรื่องของสองสาวนี้พอดี จึงแทรกตัวเข้ามาพูดกุ้ยถิงว่า จะช่วยรักษาให้ก็ได้แต่ต้องมาเข้าร่วมกับพวกเรา ไปต่อสู้กับปีศาจเยือกแข็งจะไปด้วยหรือไม่ กุ้ยถิงตอบทันทีว่าไปด้วยแน่นอน เพราะนางมีความแค้นกับปีศาจเยือกแข็ง ที่บังอาจทำร้ายลู่เสียนและพยายามจะกินพลังวิญญาณของนางสองคน
จึงทำให้เราพอจะเดาออกได้ว่าปีศาจเยือกแข็งมีกำลังกล้าแกร่งก้าวกระโดด เพราะกินพลังวิญญาณของพวกปีศาจบนภูเขาเคียงนภา มิน่าถึงได้ฟื้นตัวเร็วนัก หมอจงจึงหันมาพูดว่าเขาไม่รู้ว่าฉันเคยมีปัญหาอะไรกับปีศาจสาวสองคนนี้ แต่ถ้าพวกนางสาบานว่าจะยุติปัญหาทั้งหมดที่เคยมีกับฉันก็น่าจะดี
เพราะเรายังต้องการกำลังจากปีศาจเพื่อไปต่อกรกับปีศาจที่มีพละกำลังมากกว่า อย่างน้อยก็ช่วยให้มีพลังสูสีกันก็ยังดี แต่ถึงกระนั้นเขาจะให้ฉันเป็นคนตัดสินใจว่าจะช่วยชีวิตหรือปล่อยให้ตาย ฉันจึงหันไปมองฮ่องเต้กับท่านอ๋องก็เห็นแววตาแสดงออกว่าอยากได้สองสาวมาช่วยร่วมต่อสู้
ราชากระต่ายก็พูดแบบผู้ชายเสียดายของสวยๆว่า ปีศาจงูสาวสองตนนี้มีรูปร่างเย้ายวนหน้าตาสะสวย ถ้าปล่อยให้ตายไปเสียดายแย่ เขาอยากให้ฉันช่วยสองสาวพร้อมกับยื่นข้อเสนอว่า บนเกาะกระต่ายผียังมีสมุนไพรดีๆและดีกว่าดอกนกยูงแดงรำแพน นำมาอาบแช่ตัวรักษาบาดแผลให้หายได้ภายในชั่วข้ามคืน จะนำมาแลกกับการช่วยรักษาสองสาวนี้ เพราะเขาอยากได้สองสาวไปเป็นภรรยาอาศัยอยู่ด้วยกันบนเกาะ
ฉิงคุนจึงพูดกับราชากระต่ายเบาๆว่า คิดดีแล้วเหรอที่จะพาปีศาจงูไปเป็นภรรยา พวกนางสวยก็จริงแต่ความรู้สึกเขาบอกว่าหญิงสองคนนี้ดุร้ายน่ากลัว อีกอย่างถ้ามีลูกด้วยกันไม่กลัวลูกมีหัวเป็นงูมีตัวเป็นกระต่ายเหรอ นึกภาพแล้วไม่มีความน่ารักเอาเสียเลย ถึงยังไงงูก็ยังมีสัญชาตญาณนักล่า เฟยเจินจึงพูดเสริมด้วยอีกว่าถ้ามีปัญหาเรื่องงูกินลูกๆกินภรรยาของราชากระต่ายขึ้นมาอีก เขาไม่ไปช่วยจัดการให้อีกแล้วนะ
ราชากระต่ายถึงกับเปลี่ยนสีหน้าเป็นตื่นตระหนก รีบกลับคำพูดว่าเขาลืมคิดเรื่องนี้ขอยกเลิกไม่เอาแล้วภรรยางู หยงเป่าเห็นฉันยืนลังเลที่ใจหนึ่งอยากช่วย แต่อีกใจยังโกรธเคืองสองสาว อีกทั้งในใจฉันลึกๆยังหึงหวงไม่ชอบให้ลู่เสียนวนเวียนอยู่ใกล้เสวียฉี
หยงเป่าจึงเอื้อมมือมาจับและบีบที่ไหล่ฉันเบาๆแล้วพูดว่ารีบตัดสินใจเถอะ ลู่เสียนอาจจะทนพิษบาดแผลได้อีกไม่นาน ฉันจึงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง พยายามเลิกคิดโกรธเคืองหึงหวงก่อนจะพยักหน้าว่าให้ช่วยพวกนาง
ท่านอ๋องจึงเรียกให้ทหารที่ยืนคุ้มกันอยู่ช่วยกันอุ้มลู่เสียนที่นอนนอนสลบไม่ได้สติ กับกุ้ยถิงที่บาดเจ็บไม่มีแรงไปรักษาที่จวนแพทย์หลวง