“เจ้าเป็นมนุษย์คนแรกที่สามารถสู้กับข้าได้อย่างทัดเทียมเช่นนี้ เจ้าชื่ออะไรมนุษย์”ผู้นำวานรสวรรค์เอยขึ้นมาชวนไผ่และคนอื่น ๆ นั่งลง
“ผมอิทธิพลหรือจะเรียกสั้น ๆ ว่าไผ่ก็ได้”ไผ่มองอีกฝ่ายแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“ดี! ข้าชื่นชมในความแข็งแกร่งของเจ้ามากต่อไปนี้เจ้าจะเป็นสหายของข้าหยวนชิงเทียนผู้นี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ผู้นำวานรสวรรค์หรือหยวนชิงเทียนพูดแล้วหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างมีความสุข
สำหรับเผ่าวานรสวรรค์แล้วพวกมันเป็นเผ่าที่ชื่นชอบการต่อสู้ พวกมันจะรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้สู้กับคนที่แข็งแกร่ง นั้นจึงเป็นสาเหตุที่ยวนชิงเทียนผู้นี้รู้สึกสนใจในตัวของไผ่
ไผ่ไม่ตอบอะไรเพียงแค่หัวเราะออกมาอย่างมีความสุขไปกับหยวนชิบเทียนเท่านั้น
“ทำไมพวกเจ้าถึงได้เข้ามาในอาณาเขตของเผ่าข้ากัน หรือพวกเจ้าไม่รู้ว่าบริเวณที่เป็นอาณาเขตของข้า”หยวนชิงเทียนมองไผ่แล้วถาม
“ก็อย่างที่ข้าบอกไปข้าได้ยินชื่อเสียงของสุราวานรวิญญาณมานาน เมื่อมีโอกาสเข้ามาในดินแดนหมื่นอสูรแห่งนี้ ข้าจึงออกตามหาอาณาเขตของเผ่าเจ้าเผื่อว่าจะมีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติของมันสักครั้ง”ไผ่อธิบายออกมาแม้จะไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมดก็ตาม
“ในเมื่อเจ้าพูดขนาดนี้ข้าจะใจร้ายไม่ให้สหายของข้าได้ดื่มมันได้ยังไง” หยวนชิงเอยกับไผ่แล้วหันไปสั่งสมาชิกในเผ่า “ไปนำสุราวานรวิญญาณที่ดีที่สุดของเรามา”
“ขอบคุณมาก แต่ข้าไม่คิดจะเอาเปรียบเจ้าหรอกนะ ความจริงแล้วเรื่องของสุราวานรวิญญาณนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ที่ข้ามาที่นี่เพราะข้าต้องการมาแลกเปลี่ยนด้วย”ไผ่สัมผัสได้ถึงความจริงใจของหยวนชิงเทียน จึงตอบออกไปตรง ๆ
“แลกเปลี่ยนอะไร”หยวนชิงเทียนถามด้วยความสงสัย
“เจ้าก็รู้ว่าสำหรับมนุษย์อย่างเราสมุนไพรหรือผลไม้วิญญาณนั้นเป็นสมบัติล้ำค่าที่ช่วยให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถทัดเทียมกับเผ่าอื่นได้และสถานที่ที่จะมีผลไม้วิญญาณจำนวนมากจะมีที่ไหนได้อีกน้อยจากเผ่าวานรสวรรค์”
“เพราะว่าเผ่าวานรสวรรค์ของเจ้าได้ชื่อว่าเป็นเผ่าที่ชื่นชอบผลไม้วิญญาณที่สุดและเผ่าของเจ้าก็มีผลไม้วิญญาณมากมายหลากหลายชนิดเกินกว่าที่เผ่าอื่นจะมีได้ เมื่อข้ารู้ว่าประตูมิติที่เชื่อมต่อกับดินแดนหมื่นอสูรเปิดออกข้าก็รีบเดินทางมาทันที ข้าอยากจะแลกเปลี่ยนโอสถเหล่านี้กับผลไม้วิญญาณของพวกเจ้า”เอยจบไผ่ก็หยิบเอาแหวนมิติออกมาส่งให้กับหยวนชิงเทียน
หยวนชิงเทียนมองไผ่ด้วยความแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ยื่นมือไปรับแหวนมิติแต่กลับหัวเราะออกมาพร้อมกับตบไหล่ของไผ่แล้วพูดขึ้น “เราเป็นสหายกันเรื่องแค่นี้เล็กน้อย แม้สถานที่แห่งนี้จะเป็นเพียงอาณาเขตเล็ก ๆ ของเราแต่ที่นี่ก็มีผลไม้วิญญาณมากมาย ถ้าเจ้าต้องการข้าสามารถมอบให้เจ้าได้ตามที่เจ้าต้องการเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ไม่ได้! ในเมื่อเราเป็นสหายกันข้าก็ยิ่งไม่สมควรที่จะเอาเปรียบเจ้า แม้ว่าโอสถเหล่านี้จะไม่มีค่าในสายตาของเจ้าแต่มันก็ยังมีประโยชน์กับสมาชิกเผ่าของเจ้าไม่ใช่รึไง เพราะเจ้าอย่าลืมว่าสถานที่แห่งนี้เจ้าไม่สามารถหาซื้อโอสถได้” ไผ่ตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง ในเมื่ออีกฝ่ายจริงใจกับเขา เขาก็จะไม่มีทางเอาเปรียบอีกฝ่ายแน่นอน
“จริงของเจ้า ข้ามองคนไม่ผิดจริง ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”หยวนชิงเทียนได้ยินคำพูดของไผ่แล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างมีความสุข
จากนั้นหยวนชิงเทียนก็ยื่นมือไปรับแหวนมิติมาจากมือของไผ่ เมื่อตรวจดูภายในก็พบกับโอสถจำนวนหลายล้านเม็ด หยวนชิงเทียนเงยหน้าขึ้นมองไผ่แล้วตะโกนใส่หน้าไผ่“นี้เจ้าคิดจะปล้นอาหารของข้าไปหมดเลยใช่ไหม”
ไผ่ยักไหล่เล็กน้อยแล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ“ช่วยไม่ได้ก็เจ้าเป็นคนพูดเองว่าให้ได้มากเท่าที่ข้าต้องการ”
“หึคิดว่าข้าจะยอมแพ้เจ้ารึไง”หยวนชิงเทียนพูดด้วยสีหน้าหงุดหงิด จากนั้นหันไปสั่งวานรสวรรค์ที่นั่งอยู่ไม่ไกล “ไปเก็บผลไม้วิญญาณทั้งหมดของเรามาครึ่งหนึ่ง” หยวนชิงเทียนยื่นแหวนมิติที่มีโอสถจำนวนมากอยู่ภายในให้อีกฝ่าย
“นายท่านเอาจริงงั้นรึขอรับ”วานรสวรรค์ตัวนั้นเอยขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ
“นี่เจ้ากำลังสงสัยในการตัดสินใจของข้างั้นรึ”หยวนชิงเทียนหรี่ตามองพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แรงกดดันทางสายเลือดถึงกับทำให้อีกฝ่ายตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“ขอน้อยไม่กล้าขอรับนายท่าน”วานรสวรรค์ทุกตัวต่างก็คุกเข่าลงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
หยวนชิงเทียนเห็นแบบนี้ก็ไม่พูดอะไรอีกก่อนจะถอนแรงกดดันกลับไป มันคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนักถ้าจะให้คนนอกเห็นเหตุการณ์แบบนี้
“เอาไปดูแล้วพวกเจ้าจะเข้าใจ”พูดจบหยวนชิงเทียนโยนแหวนมิติให้กับอีกฝ่ายไป
เมื่อพวกเขาได้เห็นกองโอสถจำนวนมากอยู่ภายในแหวนมิติสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที จากนั้นวานรสวรรค์ทั้งหมดต่างก้มหัวลงแล้วแล้วเอยขึ้นพร้อมกับ “ต้องขออภัยในความโง่เขลาของพวกเราด้วยขอรับนายท่าน”
“ไปจัดการให้เรียบร้อย”หยวนชิงเทียนโบกมือแล้วเอยขึ้น
‘เป็นสายเลือดที่บริสุทธิ์มาก การต่อสู้เมื่อครู่นี้เจ้าบ้านี่มันยังไม่ได้เอาจริงสินะ’ไผ่ที่เห็นการกระทำของหยวนชิงเทียนเมื่อครู่ก็อดคิดในใจอย่างตื่นเต้นไม่ได้
หยวนชิงเทียนที่สัมผัสได้ถึงสายตาของไผ่ที่มองมาก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มเล็กน้อย
หลังจากนั้นไผ่ก็แนะนำหลินเฟย โจวเทียนและราฟาเอลให้หยวนชิงเทียนรู้จักแล้วบอกว่าทั้งสามคนคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา
พวกเขาพูดคุยกันไม่นานก็มองเห็นวานรตัวหนึ่งถือไหใบหนึ่งเดินออกมาจากกระท่อมใต้ต้นไม้ใหญ่.