“หนูอย่าทำหน้าทุกข์ใจอย่างนั้นสิจ๊ะ” จินลี่ซือพูดกับลูกสาว “แม่รู้ว่าหนูเสียใจกับการจากไปของหนูลี่ลี่ แต่หนูจะเอาแต่ทำหน้าอมทุกข์อย่างนี้ไม่ได้ อีกอย่างนี่ก็ใกล้จะถึงวันแต่งงานแล้ว หนูต้องทำตัวสดใสให้สมกับคนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวหน่อยสิจ๊ะ”
หลิวผูเถากอดคุณแม่ “เมื่อก่อนตอนที่หนูยังอยู่ที่บ้านตระกูลหวง หนูเคยคิดว่าหากวันใดวันหนึ่งที่หนูสามารถแก้แค้นคนบ้านนั้นได้ หนูจะไม่มีทางใจอ่อนกับพวกเขา แต่พอหนูเห็นสภาพครอบครัวของพวกเขาตอนนี้ หนูกลับรู้สึกว่าหนูสงสารพวกเขามาก ยิ่งตอนนี้คุณพ่อหวงกับคุณแม่หวงไม่เหลือใคร หวงหมิงเฉินกับลี่ลี่จากพวกเขาไปหมดแล้ว หนูสงสารพวกเขาจังเลยค่ะแม่ หรือว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะหนูเคยสาปแช่งพวกเขาไว้คะ”
“หนูเศร้าและเสียใจไปกับพวกเขาได้ แต่หนูไม่ควรเก็บเอาเรื่องนี้มาโทษตัวเองนะจ๊ะ” จินลี่ซือลูบผมลูกสาว
“หนูจะพยายามนะคะแม่”
“สวัสดีครับคุณแม่ สวัสดีเถาเถา” เย่จื่อหานเดินยิ้มเข้ามา
“สวัสดีจ้ะ วันนี้พวกเธอจะไปลองชุดแต่งงานกันใช่ไหม” จินลี่ซือยิ้มทักทายลูกเขย
“ครับคุณแม่ ผมจะมารับเถาเถาไปลองชุดแต่งงานสักหน่อยครับ ตั้งใจว่าจะพาเธอไปเดินเล่นด้วย” เย่จื่อหานตอบ
“ก็ดีเหมือนกัน ออกไปเดินเที่ยวกันบ้าง บางทีเถาเถาอาจจะสบายใจขึ้น”
เย่จื่อหานหันไปยิ้มให้คู่หมั้น “ฉันจะพาเธอไปพบใครคนหนึ่ง จากนั้นเราก็จะไปหาลี่ลี่กัน”
หลิงผูเถามองหน้าคู่หมั้นอย่างสงสัย แต่เธอก็ไม่ได้ถาม คิดว่าคู่หมั้นคงเตรียมเซอร์ไพรส์บางอย่างไว้เท่านั้น
ณ โรงพยาบาล
เย่จื่อหานกับหลิงผูเถาเปลี่ยนเป็นชุดปลอดเชื้อเพื่อเข้าเยี่ยมหานซ่งเฉวียน ปกติแล้วแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลคดีจะไม่อนุญาตให้คนเข้าเยี่ยม เพราะกลัวว่าหานซ่งเฉวียนจะถูกลอบสังหารจากขบวนการค้ายาที่ต้องการจะฆ่าปิดปาก แต่เป็นหานซ่งเฉวียนเองที่ขอว่าอยากจะพบเย่จื่อหานกับหลิงผูเถา เพื่อแลกกับที่เขาจะยอมให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดทั้งหมดที่เขารู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงอนุญาตตามคำขอ
“นายพาฉันมาเยี่ยมเขาทำไม” หลิงผูเถาขมวดคิ้ว ที่ลี่ลี่ต้องมาด่วนจากไปก็เพราะผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้ เธอไม่อยากเห็นหน้าเขา
หานซ่งเฉวียนลืมตาเมื่อรู้สึกได้ว่ามีคนมายืนอยู่ข้างเตียง เขาถูกยิงเข้าจุดสำคัญหลายจุด อุปกรณ์ช่วยชีวิตจึงถูกต่อสายอยู่ระโยงระยาง ถึงแม้เขาจะรักษาชีวิตไว้ได้ แต่ตลอดชีวิตนี้เขาก็จะไม่สามารถขยับร่างกายส่วนอื่นได้อีกแล้ว ยกเว้นปากและดวงตา
“เธอมาแล้วเหรอเถาเถา” หานซ่งเฉวียนถามเสียงเบา เขาเพิ่งฟื้นตัวทำให้ร่างกายยังอ่อนแออยู่มาก
“นายอยากพบฉันทำไม”
“เถาเถา” หานซ่งเฉวียนจ้องอีกฝ่ายไม่วางตา “ฉันรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงเกลียดฉัน เป็นเพราะชีวิตที่แล้วฉันทำไม่ดีกับเธอไว้มากใช่ไหม และไม่ใช่แค่ฉัน ตระกูลหานกับตระกูลหวงทั้งหมดล้วนเคยทำไม่ดีไว้กับเธอ”
หลิงผูเถาหันไปมองหานซ่งเฉวียนอย่างตกใจ เขารู้แล้วหรือ?
หานซ่งเฉวียนยิ้ม “เมื่อก่อนฉันคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าอยู่ดีๆ ทำไมเธอถึงเกลียดฉัน หรือแม้แต่ไม่ยอมเข้าใกล้ฉันด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเธอไม่ยอมละสายตาไปจากฉันได้เลย”
“นายไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องในอดีต ฉันไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระนั้นอีกแล้ว ตอนนี้ฉันมีคนรักและเรากำลังจะแต่งงานกัน”
“ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะไปก่อกวนพวกเธอสองคน ฉันแค่อยากบอกเธอว่า ตอนที่ฉันอยู่ระหว่างความเป็นความตาย ฉันฝัน...ไม่สิ ฉันว่าฉันย้อนกลับไปเห็นภาพในอดีตและเห็นการกระทำทุกอย่างที่ฉันเคยทำไว้กับเธอ” หานซ่งเฉวียนหัวเราะ “ฉันเล่าเรื่องนี้ให้เย่จื่อหานฟังมาก่อนแล้ว และเขาก็ยอมรับแล้วว่าเขากับเธอได้กลับมามีชีวิตใหม่ด้วยกันทั้งคู่”
“นายอยากจะพูดอะไรกันแน่”
“ฉันอยากขอโทษเธอสำหรับเรื่องที่ผ่านมา ที่ฉันต้องนอนเป็นอัมพาตอยู่อย่างนี้คงเพราะสิ่งเลวๆ ที่ฉันเคยทำ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังอยากจะขอร้องให้เธอช่วยฉันทำอะไรบางอย่าง หากไม่ใช่เธอกับจื่อหาน ก็คงไม่มีใครทำเรื่องนี้ให้ฉันได้”
“นายอยากให้ฉันช่วยอะไร ถ้ามันมากเกินไป ฉันขอปฏิเสธ”
“เธอช่วยเอาจี้หยกที่อยู่ใต้หมอนกับช่วยซื้อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ไปให้ลี่ลี่สักช่อสิ” หานซ่งเฉวียนจ้องหลิงผูเถาอย่างจริงจัง “ช่วยบอกเธอด้วยว่าฉันมันโง่ที่ปฏิเสธหัวใจตัวเอง กว่าจะรู้ตัวว่าเธอเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน ฉันก็อยู่กับเธอไม่ได้แล้ว หากชาติหน้ามีจริง ฉันจะขอไปเกิดเป็นคนรักของเธออีก และคราวนี้ฉันจะเป็นฝ่ายเข้าหาเธอเอง อืม...ความจริงแล้วฉันอยากจะบอกว่าให้เธอรอฉัน แต่มันค่อนข้างเห็นแก่ตัวเกินไป”
“นายไม่ไปบอกเธอเองล่ะ เรื่องแบบนี้พูดออกมาเองจะดีกว่าฝากคนอื่นไปบอก ลี่ลี่ก็คงอยากฟังเสียงของนาย”
“อีกไม่นานฉันจะถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเรือนจำ หลังจากนี้ฉันคงออกมาใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกไม่ได้อีกแล้ว”
“นายจะไม่ขอให้ฉันอภัยให้นายใช่ไหม”
หานซ่งเฉวียนยิ้ม “ไม่ ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำไว้กับเธอมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย ฉันจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ไถ่โทษให้เธอ คนป่วยที่นอนติดเตียงมักจะถูกรังแกไม่ใช่หรือไง ฉันพร้อมที่จะรับสภาพนั้นแล้ว”
หานซ่งเฉวียนมีลูกน้องมากมายที่เคยใช้ชีวิตในเรือนจำมาก่อน คนที่แข็งแรงยังเอาตัวรอดได้ยาก แล้วเขาที่นอนติดเตียงอยู่จะเอาอะไรไปสู้ บางทีเขาอาจจะถูกคนดูแลรังแก หรืออาจจะถูกผู้ชายบางคนข่มเหง เรื่องอัปยศและเรื่องน่าอับอายอาจจะเกิดขึ้นกับเขาก็ได้ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นผลกรรมที่เขาจะต้องชดใช้ ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องบอกรายละเอียดเรื่องนี้ให้หลิงผูเถารู้
“หานซ่งเฉวียน บอกตามตรงว่าฉันก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันควรจะให้อภัยหรือฉันควรจะพูดอะไรกับนายดี”
“ไม่รู้ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บไปคิดให้เปลืองสมอง ยังไงฉันก็พร้อมที่จะใช้ชีวิตเพื่อชดใช้ความผิดของตัวเองแล้ว” หานซ่งเฉวียนยิ้มให้หลิงผูเถากับเย่จื่อหานอีกครั้ง “รักแท้ของพวกเธอสองคนชวนให้ฉันอิจฉาจริงๆ ฉันขออวยพรให้พวกเธอมีความสุขตลอดไปนะ ลาก่อน”
หานซ่งเฉวียนมองเย่จื่อหานจูงมือหลิงผูเถาเดินออกไป คราวนี้เขากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แล้ว การกระทำของเขาในอดีตทั้งสองชาตินั้นมันเลวร้ายเกินกว่าเขาจะขอให้เธออภัย ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าหลิงผูเถาจะยอมมาพบ แต่พอเขาเห็นเธอเดินเข้ามา เขาก็รู้แล้วว่าเธอปล่อยวางเรื่องในอดีตได้แล้ว เพียงแต่เธอยังไม่รู้ตัว และการที่เธอยอมรับคำขอโทษของเขาก็เท่ากับว่าเธอให้อภัยเขาแล้ว
หลี่ซูหว่านกับหานซูฉีสวมชุดปลอดเชื้อเดินสวนเข้ามา เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ทั้งสองคนเข้าเยี่ยมได้ เพราะรู้ว่าอีกไม่กี่วันหานซ่งเฉวียนจะถูกส่งตัวเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้ว ถือเสียว่าให้ครอบครัวมีโอกาสร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย
“ผู้หญิงคนนั้นมาพูดอะไรอีกล่ะคะ ทำไมพี่ถึงได้ร้องไห้หนักขนาดนี้” หานซูฉีพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เธอจะยกยิ้ม “หรือว่าพวกเขาเอาการ์ดแต่งงานมาให้พี่ เสียใจมากเลยใช่ไหมคะที่เห็นคนที่ตัวเองรักกำลังจะแต่งไปกับผู้ชายคนอื่น ก็จะมีผู้หญิงคนไหนสนใจคนพิการกันล่ะค่ะ”
“เธอมาหาทำไม? ฉันจำได้ว่าไม่เคยโทรให้เธอมาหา”
“ทำไมพูดจาใจร้ายอย่างนั้นล่ะคะ ฉันก็มาเยี่ยมพี่น่ะสิ ฉันกลัวว่าพี่จะเหงาเพราะขยับตัวไม่ได้” หานซูฉีมองสำรวจพี่ชาย เธอก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูเพราะกลัวคุณแม่จะได้ยิน “เอาไว้ให้พี่ถูกย้ายไปอยู่ที่นั่นเมื่อไหร่ ฉันจะส่งผู้ชายกล้ามโตๆ ไปให้พี่คลายเหงานะคะ เอาให้เหมือนกับที่พี่เคยให้ลูกน้องของพี่ทำกับฉันนั่นไง”
หานซ่งเฉวียนหลับตาอย่างยอมรับสภาพ นี่คือสิ่งที่เขาคิดไว้อยู่แล้วว่ามันอาจจะเกิดขึ้น แต่ก็นั่นล่ะ ทำอะไรไว้ก็ต้องรอรับผลจากการกระทำของตัวเอง เขาเคยสั่งให้ลูกน้องทำลายน้องสาวอย่างไม่ปราณี เวลานี้น้องสาวอยากจะเอาคืนบ้าง เขาจะไปร้องขอความเมตตาจากเธอได้ยังไง
“ฉีฉี ลูกพูดอะไร ทำไมพี่ชายถึงได้ตัวสั่นอย่างนั้นล่ะ”
“ไม่มีอะไรค่ะแม่ หนูแค่บอกว่าถ้าพี่ชายถูกส่งเข้าไปอยู่ในเรือนจำ หนูจะกำชับให้ผู้คุมช่วยดูแลเขาให้ดีน่ะค่ะ แม่ก็รู้นี่คะว่าหนูมีคนรู้จักอยู่มากมาย”
“อย่างนั้นก็ดีสิ” หลี่ซูหว่านยิ้มก่อนจะทำหน้าทุกข์ใจ “ความจริงแล้วแม่อยากถามอยู่เหมือนกันว่าลูกพอจะมีเส้นสายให้พี่ชายพักอยู่ข้างนอกได้ไหม ถ้าถูกส่งเข้าไปในเรือนจำ แม่คงไปเยี่ยมเขาลำบากแล้ว”
“คดีของพี่ใหญ่เป็นคดีร้ายแรงนะคะ ไหนจะค้ายา ไหนจะแอบสร้างสังเวียนไว้ทำร้ายคนอื่นอีก มีหลายคนที่ต้องมาเสียชีวิตเพราะเขา ไม่ถูกตัดสินประหารชีวิตทันทีก็นับว่าดีถมไปแล้วค่ะ” หานซูฉีทำท่าคิด “แม่เห็นใช่ไหมคะว่าพี่ใหญ่เพิ่งร้องไห้หลังจากที่เย่จื่อหานกับหลิงผูเถาเดินออกไปไม่นาน”
“ตอนที่เห็นหน้ามัน แม่อยากจะเข้าไปตบมันสักฉาดด้วยซ้ำ” หลี่ซูหว่านมองลูกชาย “ต่อไปห้ามให้มันเข้าใกล้แกอีกนะ”
“ครั้งนี้ผมเป็นคนเรียกเธอมาเอง และจะไม่มีครั้งหน้าแน่นอนครับ ต่อไปเราก็ต่างคนต่างอยู่กันเถอะ” หานซ่งเฉวียนพูดขึ้น
“พี่ใหญ่ พี่จะยอมให้หลิงผูเถาแต่งงานกับเย่จื่อหานง่ายๆ อย่างนี้น่ะเหรอคะ”
“เธอคิดจะทำอะไร ฉันเตือนเธอไว้ก่อนนะว่าเธออย่าไปหาเรื่องพวกเขา” หานซ่งเฉวียนเตือน
แต่หานซูฉีกลับหัวเราะและยังพูดจาถากถางพี่ชาย “ทำไมคะ อย่างพี่มีปัญญามาห้ามฉันได้ด้วยเหรอ ลุกขึ้นมานั่งให้ได้ก่อนไหม”
“หานซูฉี!”
“พี่ใหญ่ ฉันบอกแล้วว่าฉันจะไม่ยอมให้พวกเขาแต่งงานกัน และเย่จื่อหานจะต้องเป็นของฉันคนเดียว”
“ไม่เชื่อก็ตามใจ ฉันบอกเธอไว้ เย่จื่อหานมีวิธีการโหดเหี้ยมมากมายที่จะเอามาใช้จัดการกับศัตรูของเขา” หานซ่งเฉวียนอยากบอกความจริงกับน้องสาวเหลือเกินว่าเย่จื่อหานเป็นตำรวจสากลที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี น้องสาวไม่มีทางทำอะไรฝ่ายโน้นได้เลย แต่เป็นเธอต่างหากที่จะถูกฝ่ายโน้นจัดการ
“ลูกมีวิธีทำให้เย่จื่อหานมาแต่งงานกับลูกได้เหรอ” หลี่ซูหว่านถามลูกสาวอย่างสนใจ ตั้งแต่ลูกชายถูกจับในคดีค้ายาเสพติด อีกทั้งยังมีข้อมูลว่ากิจการเดินเรือของพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งยาเสพติดไปต่างประเทศ ตระกูลหานก็แทบจะกลายเป็นธุรกิจที่ล้มละลายไปแล้ว เธอกับสามีกำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง แต่ถ้าลูกสาวมีวิธีที่จะแต่งกับคุณชายตระกูลเย่ได้ กิจการของพวกเขาก็มีโอกาสที่จะกลับมาฟื้นตัวได้อีก
“คุณแม่ลืมญาติของคุณแม่ไปแล้วเหรอคะ ฉันคิดว่าพวกเขาช่วยเราเรื่องนี้ได้” หานซูฉีตอบอย่างมั่นใจ