“ฉันกลับมาคนสุดท้าย ว่าแต่รถฮัมเมอร์สีดำคันนั้นเป็นของใคร” สกาเล็ต คอนเนลลี่มาถึงฐานแล้ว พอลงมาชั้นล่างก็ถามนู่นนี่นั่น
“ของฉันเอง” โซฟี เรนเนอร์ที่นั่งอยู่บนโซฟายกมือตอบ
“เธอมีเรดซิ่งกับแลมโบแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเอารถฮัมเมอร์กลับมา” ฟลอเรนซ์ นิวถาม
“รถมันคันเล็ก นอกจากนั้นหมู่บ้านที่เข้าไปสำรวจด้านในนอกจากเงินแล้วยังมีอาหารอยู่ด้วย ฉันอีฮยอนและเฮลีย์หลังจากคุยกันจึงตกลงเอารถกลับมาด้วย ฮัมเมอร์ที่จอดอยู่ด้านนอกเจ๋งดีใช่ไหมล่ะ ฉันพบมันในโรงเก็บพร้อมกับกุญแจ มีน้ำมันอยู่เต็มถัง ดูเหมือนเจ้าของรถคนก่อนคงกำลังเตรียมตัวออกไปปิกนิก แต่เพราะไวรัสระบาดเขาจึงทิ้งรถคันนี้ไว้ให้ฉัน” โซฟี เรนเนอร์อธิบายคร่าวๆ
“จริงสิทำไมคุณถึงยิ้มแก้มปริ มีอะไรน่าดีใจเหรอ” มู่เฉินคว้าเอวของสกาเล็ต คอนเนลลี่เข้ามา เธออยู่ในชุดรัดรูป ทำเอาเขานึกถึงภาพยนตร์ที่เธอเคยแสดง
“เงินน่ะสิ ครั้งแรกที่ออกไปปล้นฉันได้เงินกลับมา 200 ล้านหยวน ฉันเลยรู้สึกภูมิใจ อย่างน้อยก็สามารถช่วยคุณได้”
ดูเหมือนเธอจะนึกถึงเรื่องในตอนนั้นอยู่ หากโอนเงินทั้งหมดในบัญชีให้มู่เฉิน ไม่แน่อาจได้หลุมหลบภัยที่ใหญ่กว่านี้
“งั้นก็ดีแล้ว และผมหวังว่าวันต่อไปคุณจะปล้นได้เยอะขึ้น” มู่เฉินแสดงความยินดี
“รู้แล้วน่า แต่ว่าหากมีรถแบบบับเบิ้ลกัมอีกก็คงดี ทุกอย่างจะได้ง่ายขึ้น” สกาเล็ต คอนเนลลี่เสริม
“มันกำลังคูลดาวน์ แต่ถ้าหากแหล่งกำเนิดไฟสามารถใช้ได้ทุกวันการครองโลกสำหรับผมคงเป็นเรื่องง่าย”
มู่เฉินไม่ได้พูดเกินจริง หากเขาเปลี่ยนรถยนต์ทุกคันให้เป็นสิ่งมีชีวิตเชิงกล คิดดูสิว่าใครจะหยุดเขาได้ในวันโลกาวินาศ หลายฝ่ายต้องขอเจรจา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาวุธนิวเคลียร์ ประเทศใหญ่ๆ ยากที่จะยิง เพียงแค่ขู่เท่านั้นยกเว้นถึงวิกฤตจริงๆ ดังนั้นไพ่ของมู่เฉินจึงถือว่าใหญ่
สาวๆ เริ่มช่วยกันทำอาหารเย็น อาหารกระป๋องถูกแจกจ่ายบนโต๊ะ
มู่เฉินเก็บเงินทั้งหมดไว้ในระบบตกปลา
ตอนนี้เขาถือว่าเป็นคนรวยเมื่อมองจากตัวเลข แต่ในวันโลกาวินาศคงไม่มีใครเหมือนเขาที่วิ่งหาเงินจนวุ่น
ในระหว่างที่สาวๆ ทำอาหารเขาลงไปชั้นล่าง เตรียมตกปลาสำหรับวันนี้
งานตกปลากลายเป็นงานอดิเรกไปแล้ว
ถ้าวันไหนไม่ได้ตกเขาก็รู้สึกแปลกๆ
'ติ้ง...ปรสิตจากโลกภาพยนตร์มาเวส เนื่องจากปรสิตมีอารมณ์ด้านลบจึงถูกขจัดอารมณ์เรียบร้อยด้วยระบบตกปลา นอกจากนั้นเมื่อรวมเข้ากับร่างกายโฮสต์จะได้รับพลังที่แข็งแกร่งขึ้น ในขณะเดียวกันยังสามารถเปลี่ยนรูปแบบของปรสิตเป็นชุดอะไรก็ได้'
'ติ้ง...แหล่งกำเนิดไฟแพนโดร่า ใช้สร้างสิ่งมีชีวิตเชิงกลขนาดเล็ก หลังจากใช้ไปหนึ่งครั้งระยะเวลาคูลดาวน์คือ 15 วัน'
'ติ้ง...ชุดคอสเพลย์มนุษย์มด'
'ติ้ง...ชุดคอสเพลย์แม่ม่ายดำ'
'ติ้ง...ตัวต่อเลโก้'
'ติ้ง...ชุดคอสเพลย์แบล็คแคท'
'ติ้ง...ถุงเท้าซานต้า'
มู่เฉินหยุดตกปลาชั่วคราวแล้วดื่มโคล่า นอกจากแหล่งกำเนิดไฟระดับต่ำและปรสิตชุดต่างๆ ไม่ค่อยมีความสำคัญนัก แต่พอนึกถึงสาวๆ ที่อยู่ข้างบนใส่ชุดพวกนี้ ราคา 1000 หยวนก็ไม่ถือว่าแพงมาก
มู่เฉินวางโคล่าลงแล้วเริ่มตกปลาอีกครั้ง
'ติ้ง...ชุดเกราะเหล็กไออ้อนบอย ขับเคลื่อนด้วยแหล่งพลังงานจากหน้าอก มีอาวุธโจมตีระยะไกลและระยะประชิด ใช้งานได้ประมาณ 1 ชั่วโมง'
มู่เฉินมองชุดเกาะเหล็กตรงหน้าด้วยความหลงใหล นี่คือสิ่งที่ผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน แต่น่าเสียดายหลังจากที่เขาตรวจสอบก็พบว่าแหล่งพลังงานไม่มีสำรอง ใช้ครั้งเดียวหมด ดังนั้นมู่เฉินจึงโยนชุดเกราะเข้าไปในโกดังของระบบแล้วเริ่มหย่อนเบ็ดอีกครั้ง
'ติ้ง...ชุดคอสเพลย์นินจา'
'ติ้ง...ดาบเลเซอร์จากภาพยนตร์สงครามอวกาศ'
'ติ้ง...น้ำเปล่า 1 แพ็ค'
'ติ้ง...เนื้อวัว 10 กิโลกรัม'
'ติ้ง...เรือยางพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล'
...
“วันนี้พอแค่นี้แล้วกัน”
หลังจากใช้เวลาตกปลาไปนานมู่เฉินก็หยุดตกปลา ขึ้นไปกินข้าวกับสาวๆ
ในขณะที่นั่งทานอาหารเขารู้สึกว่าบรรยากาศแปลกๆ เกิดขึ้นระหว่างอีฮยอนและโซฟี
ในฐานะเจ้าของบ้านมู่เฉินจึงต้องถาม ก่อนที่สถานการณ์จะแย่ไปกว่านี้
“เกิดอะไรขึ้น ทั้งสองคนดูสีหน้าไม่ดีเลยนะ หรือว่ามีเรื่องกันตอนไปปล้น?”
เฮลีย์ สไตล์เกอร์เห็นว่าสองคนยังเงียบ เธอที่ไปด้วยจึงอธิบาย “คืองี้นะ...ระหว่างที่พวกเรากำลังหาของในหมู่บ้านบังเอิญพบกับผู้รอดชีวิตเข้า เป็นดาราและนักร้องเกาหลี อีฮยอนอยากพาพวกเธอกลับมาด้วยแต่โซฟีปฏิเสธ แต่ก่อนจากเธอได้เปลี่ยนให้ยูมีและนานะเป็นแวมไพร์ จะได้อยู่รอดในวันโลกาวินาศ”
“ยูมี...นานะ” มู่เฉินจดจำชื่อทั้งสองไว้ในใจก่อนจะหันหน้าไปทางอีฮยอน
“ฟังนะฐานผมเต็มแล้ว นอกจากว่าจะได้ฐานใหม่ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเดิม มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะเปลี่ยนพวกเธอเป็นซอมบี้หรือเปล่า แต่ผมก็เข้าใจความรู้สึกของทั้งคุณและโซฟี ดังนั้นอย่าผิดใจกันเพียงเพราะเรื่องแค่นี้เลย เพราะหลังจากนี้โลกจะเข้าสู่ยุคภัยพิบัติ”
“ฉันเองก็เข้าใจ ยิ่งคนเยอะการดูแลเรื่องต่างๆ ก็ยากขึ้นโดยเฉพาะอาหาร ดังนั้นฉันจึงช่วยเท่าที่ช่วยได้ ขอโทษนะโซฟี ตอนนั้นฉันวู่วามไปหน่อย” อีฮยอนกล่าวหลังเงียบไปนาน
“ไม่เป็นไร ตอนนั้นฉันเองก็เหมือนกัน บางทีหากฉันเจอคนร่วมชาติแบบเธออาจจะช่วยก็ได้ ขอโทษนะ” โซฟี เรนเนอร์ไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย
ทั้งสองคนเริ่มปรับความเข้าใจกัน เพียงเท่านั้นบรรยากาศในหลุมหลบภัยจึงเริ่มดีขึ้น
“เอาล่ะเคลียร์ใจกันแล้ว ทีนี้คุณพูดต่อได้หรือยังว่าภัยพิบัติที่เราต้องเจอคืออะไร มันจะมีอะไรที่แย่กว่าซอมบี้อีกเหรอ” แคทริน วิสตันถาม หลายคนมองมาที่มู่เฉิน รอให้เขาพูดต่อ
“เริ่มแรกคือไวรัสระบาด ซอมบี้มีอยู่ทั่วโลก สนามแม่เหล็กโลกเปลี่ยนไปทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือสัญญาณต่างๆ ไม่สามารถใช้ได้ ยกเว้นแต่ว่าจะถอดรหัสสัญญาณใหม่ ในขณะเดียวกันโลกจะร้อนขึ้น วันนี้อุณภูมิสูงถึง 35 องศา จากการคาดการณ์ของฟอลคอนพรุ่งนี้อาจสูงถึง 40 องศา และวันอื่นๆ แดดจะแรงมาก เป็นไปไม่ได้ที่จะออกไปข้างนอก”
มู่เฉินจิบน้ำโคล่าแล้วเสริมว่า
“มนุษย์มีร่างกายอ่อนแอ พวกเขาคงไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิที่สูงได้ แค่เดินออกจากร่มไปไม่กี่นาทีก็อาจเป็นลมแดดเสียชีวิต นอกจากนั้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นรังสียูวีก็เป็นอันตรายต่อผิวและดวงตา จำเป็นต้องสวมแว่นกันแดด ไม่งั้นตาอาจบอดได้”
“ร้ายแรงขนาดนั้นเชียว” อายากะพึมพำด้วยความกลัว
“แล้ว...คุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงที่รัก ถ้าจำไม่ผิดคุณบอกว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยไม่ใช่เหรอ” สกาเล็ต คอนเนลลี่หยอกล้อเขา
“ผมเรียนบริหาร ไม่ได้เชี่ยวชาญแบบด็อกเตอร์ธรณีศาสตร์พวกนั้นหรอก พวกคุณแค่รู้ว่ามันเป็นหนึ่งในความสามารถของผมก็พอ” มู่เฉินไม่ได้เปิดเผยว่ามาจากอนาคต แบบนั้นจะยิ่งทำให้พวกเธอกลัวไปเปล่าๆ ในโลกที่มนุษย์เกือบสูญสิ้นเผ่าพันธุ์
“แล้วเราจะอยู่ได้ยังไง” ฟลอเรนซ์ นิวถาม
มู่เฉินตอบสนองความกังวลของเธอด้วยการนำแหล่งกำเนิดไฟที่เพิ่งได้ใหม่วันนี้ออกมา
“ใช้มันกับแอร์ เพราะแบบนี้มันจะช่วยให้เราเย็นตลอด 24 ชั่วโมง”
“มันเจ๋ง อันนี้ฉันขอลองนะ” ฟลอเรนซ์ นิวหยิบแหล่งกำเนิดไฟเล่น
“ที่รักคุณยังเล่าไม่หมดใช่ไหม หลังจากโลกร้อนแล้วยังไงต่อ” โซฟี เรนเนอร์นั่งติดกับเขาอีกฝั่งถาม
ฟลอเรนซ์ นิวหยุดเล่นชั่วคราว รอเขาพูดอย่างใจจดใจจ่อ
“ฝนตกหนัก สึนามิ” มู่เฉินมีสีหน้าจริงจัง “สึนามิจะพัดผ่านทั่วโลก คลื่นจะสูงถึง 100 เมตรหรือ 200 เมตรแล้วแต่ภูมิประเทศที่ต้องพบภัยพิบัติ เมื่อสึนามิมาเราไม่สามารถอยู่ในหลุมหลบภัยได้ การอยู่ในหลุมหลบภัยไม่ต่างหลุมฝังศพของฟาโรห์”
“แล้วเราจะอยู่ที่ไหน มีที่ไหนปลอดภัยกว่าหลุมหลบภัย” แคทริน วิสตันถาม เพราะสำหรับเธอที่นี่อบอุ่นเหมือนบ้าน และเธอก็ไม่อยากจากไป
“ตึกสูง หรือไม่ก็ยอดเขาสูงในทิเบต” มู่เฉินตอบสั้นๆ ในชีวิตที่แล้วเขารอดมาได้เพราะอยู่บนตึก นอกจากนั้นเมืองที่อาศัยอยู่ยังค่อนข้างไกลจากทะเล ภัยพิบัติจึงเข้าไม่ค่อยถึงยกเว้นสิ่งเลวร้ายหลังจากนั้น
“งั้นเราต้องรีบเตรียมตัว หาตึกสูงๆ ก่อนที่สึนามิจะมา” อายะกะเตือน
สกาเล็ต คอนเนลลี่เห็นด้วย “ในระหว่างที่ค้นหาธนาคารวันนี้ฉันได้ตรวจสอบแผนผังของเมืองแล้ว มีโรงแรมที่มีความสูงซึ่งน่าจะพอรับภัยพิบัติภัยน้ำท่วมได้อยู่ด้วยกันสองแห่ง ชื่อว่าโรงแรมเสียงสวรรค์และโรงแรมยูนาน”
“งั้นต้องรีบสำรวจ เคลียร์ชั้นบนสุดให้เป็นของเรา” ฟลอเรนซ์ นิวเสริม
มู่เฉินค่อนข้างมีความสุขเมื่อเห็นสาวๆ เข้าขากันได้ดี หลังจากทานอาหารเสร็จทุกคนก็พักผ่อน เก็บแรงไว้ทำงานพรุ่งนี้
มู่เฉินนอนห้องตัวเองกับโซฟีและสกาเล็ต
ส่วนสาวอีกสองคนนอนข้างๆ ห้องเขา สำหรับสามคนที่เหลือนอนข้างบน
เมื่อเข้ามาในห้องมู่เฉินก็ยังไม่ได้นอนแต่ต้องเล่นเกมกับสกาเล็ตและโซฟี ห้องเก็บเสียงได้ค่อนข้างดีแต่ถึงอย่างนั้นเพราะเป็นแวมไพร์ แรงจึงเหลือล้นกว่ามนุษย์ อีฮยอนและอายากะจึงได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น สาวๆ พากันหน้าแดง
อีฮยอนไม่เท่าไหร่หรอกเพราะเคยมีอะไรกับมู่เฉินแล้ว แต่อายะกะเนี่ยสิ วันนั้นทั้งคืนถึงกับนอนไม่หลับ เอาแต่คิดถึงเรื่องเสียงครางของโซฟีและสกาเล็ต
เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาอีกวันล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย โซฟี เรนเนอร์จึงกระซิบข้างหู “ได้ยินเสียงเมื่อคืนเหรอ ดูท่าคงนอนไม่หลับสิ”
“เปล่า...ไม่ได้ยินอะไรเลย” อายากะปฏิเสธ
“โกหกไม่เนียน” สกาเล็ต คอนเนลลี่หัวเราะ
“งั้นวันนี้เธอก็ไปสวนสัตว์อิงจิ่วกับเขาสิ เผื่อมีอะไรจะได้...” อีฮยอนบังเอิญมาได้ยินจึงแนะนำ