ยื้อยุทธ (Zombie) ออนไลน์

    ฝ่ามือราชาปีศาจ

    ดินแดนคลียิ้ม
    “เจ้าสำนักนิพพานเปลวเพลิง(กระบี่หยก) เจ้าสำนักคังเซียง(อสูรเยือกแข็ง) เจ้าสำนักลวงตา(อสูรลวงตา) และสามเทพอสูรก็เป็นพรรคพวกเรากันหมดแล้ว ก็เหลือแค่เสี้ยนหนามอย่างเจ้าสำนักพเนจร และเทพอสูรสายฟ้าเท่านั้นที่ยังไม่ตกลงรับข้อเสนอของเรา” ราพิสที่เงียบมาพักนึงก็พูดขึ้น
    “อย่าลืมนับหนูพลอยด้วยนะ…ตอนนี้หัวหน้าห้องเรากำลังตีสนิทเธออยู่” ดินแดนพยักหน้า
    “ใข่ เจ้าสำนักลวงตากำลังให้ความสนใจเธออยู่” ทั้งสามที่กำลังพูดคุยกันอย่างมีรสชาติ เขาก็กลับไม่รู้ว่าใต้ใบบัวนั้นปรากฎฝ่ามือที่ลอยแน่นิ่งอยู่เป็นเวลานาน เรียกได้ว่าฝ่ามือข้างนี้แทบจะปิดกั้นการรับรู้ของชายหญิงบนใบบัวได้สบาย
    error loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่
    ซอว์ที่ฟังมานานก็ราวกับได้รับความรู้ใหม่ เขาไม่คิดเลยว่าคลาสเรียนเทพสงครามจะเก่งขนาดนี้ ขนาดที่ว่าแทบปกครองอาณาจักรหั่วซานได้ทั้งหมดแล้ว และหมิงยู่ก็เป็นคนในคลาสเทพสงครามอีกด้วย
    ชายหนุ่มเดาว่าอาณาจักรต่าง ๆ ก็มีคนของเทพสงครามอีกเครือข่ายนึงแน่นอน คล้ายการต่อสู้ระหว่างมหาลัยว่าคลาสเรียนจังหวัดไหนแข็งแกร่งกว่ากัน เพื่อหาคลาสเรียนที่แกร่งสุดส่งไปยังการแข่งขันระดับโลก แม้เขาจะสงสัยคำศัพท์อย่าง 'ยาราฉัตร' ก็ตาม แล้วไหนจะประตูแห่งห้วงกำเนิดอะไรนั่นอีก
    ถ้าเขาจำไม่ผิดเทพอสูรสายฟ้าก็เคยพูดขึ้นด้วยว่า เทพยักษ์นั้นมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าห้วงวิญญาณ คาดว่าน่าจะเป็นขั้นต่อของห้วงกำเนิดงั้นหรอ? ชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ แม้เขาจะเดาว่าลุงฉัตรน่าจะรู้ทุกอย่างแน่นอนแต่เขาก็คงไม่อยากรบกวนลุงแก
    ‘ถ้าสมมุติความแข็งแกร่งเทพยักษ์คือห้วงวิญญาณ ที่สามารถต่อกรกับผู้เล่นเลเวลเดียวกัน 10 คนได้ไม่ยาก’ งั้นซอมบี้ในทวีปกลางก็คงเป็นห้วงกำเนิดงั้นหรอ? ที่สามารถรับมือกับผู้เล่นได้สามคนพร้อมกัน ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย…หากคิดดูอีกทีดูเหมือนว่าแต่ละระดับก็ต้องแบ่งเป็น ต่ำ-กลาง-สูง สินะ ไม่งั้นช่องว่างการเลื่อนระดับของยากเกินไป
    แล้วไอ้ที่ระดับห้วงกำเนิด ห้วงวิญญาณนี้หมายถึงระดับลมปราณหรอ? ไม่น่าใช่ เพราะไม่งั้นคนบนหัวเขาไม่บอกหรอกเลยว่าพลอยยังไม่แตะประตูห้วงกำเนิดเลย ถ้าอย่างงั้นก็ต้องเป็นระดับความเข้าใจในลมปราณหรือทักษะการต่อสู้ ท่าร่าง กระบวนท่าดาบที่ไม่ใช่สกิลใช่ไหม?
    ‘นั่นดูสอดคล้องที่สุดในตอนนี้นะ’ เขามั่นใจว่าตัวเขาเองก็ไม่ต่างจากพลอยมากนัก ในระดับความเข้าใจแบบนั้น ซึ่งสามารถดูได้จากการตายก่อนหน้านี้ที่หมิงยู่ประเคนมาให้เขาทั้ง ๆ ที่เขาก็ไม่อยากได้ก็ตามที
    ‘แบบนี้ระดับลมปราณก็ไม่ใช่เกณฑ์ความแข็งแกร่งที่แท้จริงน่ะสิ’
    ซอว์คิดมาตลอดว่าไอเทม ทักษะย่อมเป็นแต้มต่อในระดับลมปราณ แต่ในความเป็นจริงมันของพวกนี้หายากยิ่งราวกับงมเข็มในมหาสมุทรเพราะตั้งแต่ที่เขาเล่นเกมมาเสี่ยงตายยิ่งกว่ายอดฝีมือเป็นไหน ๆ กลับยังไม่ได้สกิลมาสักแอะ จนเขาอดคิดไม่ได้ว่าหากระดับมากกว่าคนที่แกร่งสุดสักสองระดับ คงสามารถล้างโลกเกมออนไลน์ได้สบาย แต่นั่นดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิดไปซะแล้ว
    เรื่องนี้สามารถสังเกตุได้จากเทพยักษ์ที่ไล่อัดสี่มหาอำนาจ สี่ผู้ทำลายล้าง และหนึ่งธิดาศักดิ์สิทธิ์จนปางตายหรือสิ้นชีพเกือบหมด อยู่ ๆ ซอว์ก็รู้สึกว่าเกมนี้ไม่ได้ง่ายอีกต่อไปแม้ในใจเขาจะรับรู้จากภารกิจส้นตีนพวกนั้นก็เถอะ แต่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพวกรุ่นแรก ๆ ของคลาสเรียนเทพสงครามคงอยู่เบื้องหลังและอาจมีเลเวลไปกว่า 60 70 แล้วก็ได้
    ทวีปหลัก! ทวีปที่เขาคิดว่าทุกประเทศจะมารวมตัวกัน…
    ‘ดูเหมือนฉันจะประเมินไอ้ลูกผู้อำนวยการกับแฟนเก่าน้อยเกินไป’ ซอว์ฉีกยิ้มในใจ งั้นก็หมายความว่าในเกมนี้เขาจะต้องพึ่งพาซอมบี้ซะส่วนใหญ่ เนื่องจากมนุษย์นั้นเขาค่อนข้างไม่อยากหาพรรคพวกและแจกจ่ายคัมภีร์ทักษะ ไอเทมให้เศษเดินกาก ๆ เหล่านั้นหรอก
    ‘เอาล่ะ…’ รีบฆ่าพวกมันเลยดีกว่า
    ในฐานะที่เขาเป็นซอมบี้ เขาจะไม่มีทางปล่อยเหยื่อหน้าโง่ทั้งสามคนนี้ไปแน่ มันจะต้องกลายเป็นค่าประสบการณ์ให้เขานายท่านแห่งซอมบี้คนนี้ แม้สาวที่ชื่อราพิสสจะดูรู้จักเขาพร้อมทั้งยังคิดดีอยู่ในระดับนึง แต่ไม่ว่าอย่างไงเพื่อไม่ให้หนุ่ม ๆ ทั้งสองเล็งเห็นว่าซอมบี้เข้าข้างผู้หญิง เขาจำเป็นจะต้องสร้างความเท่าเทียมกันอย่างไม่มีปกปิด
    เป๊าะ~
    “เสียงอะไรน่ะ…”
    พวกเขาทั้งสามหันไปมอง ๆ แม้จะมีหมอกมาบัดบังอยู่แต่ผิวน้ำขอบใบบัวก็กระเพื่อมรอบทิศทางราวกับมีการเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่างมากขึ้น ใบหน้าทั้งสามซีดลงฉับพลันเมื่อมีใบหน้าเละ ๆ ของนางเงือกจำนวนมากโผล่ขึ้นระยะ 10 เมตรกำลังจ้องมองพวกเขาเหล่านักศึกษาคลาสเทพสงคราม รูปแบบการโจมตีของพวกมันเปลี่ยนไปเริ่มมีเล่ห์และภูมิปัญญามากขึ้น
    “ดูเหมือนเราจะลำบากกันแล้วแหะ”
    แสงจันทร์ที่ตกกระทบบนผิวน้ำมันทำให้เขามองไม่เห็นว่าใต้น้ำมีอะไรอีกบ้าง แต่ใบบัวที่เขาอยู่มันก็ค่อนข้างสั่นไหวราวกับมีแรงกระเพื่อมใต้น้ำขนาดใหญ่ที่กระทบจนพวกเขาแอบเดินเซ ๆ นิดนึง ราพิสกลืนน้ำลายลงเบา ๆ ทั้งสามหันหลังชนกันถืออาวุธในมือแน่น และไม่มีใครกล้าโจมตีแม้แต่น้อยเพราะนางเงือกพวกนี้โผล่กันมาล้อมรอบใบบัวของพวกเขากว่า 20 ตัว ไม่ต้องบอกก็รู้ภาพต่อไปคืออะไร แถมหล่อนยังเลเวลไม่ถึง 40 อีกด้วย แต่ละคนยังอยู่ระดับลมปราณที่ 34 35 กันอยู่เลย
    “ขอความช่วยเหลือดีไหม? ” ดินแดนหยิบตราประทับออกมา ราพิสและบลูพยักหน้าพร้อมกัน
    “รีบเถอะ…ฉันไม่รู้ว่าจะทนหน้าเน่า ๆ ของพวกมันได้นานแค่ไหน”
    ราพิสกล่าว แพล็ง! ดินแดนบีบตราประทับทิ้งทันที ลมปราณจำนวนมากก็พุ่งทะยานออกไปราวกับแสง ใบหน้าแต่ละคนก็ดีขึ้นตามระดับ กี๊ส⁓ พริบตานั้นซอมบี้เงือกก็คำรามพร้อมกัน พลวด! ทั้งสามเลือดทะลักออกมาทั้งตา หู จมูก ปาก ไม่ทันได้ตั้งตัวช่วงเวลานั้นเองนางเงือกจำนวนมากก็กระโจนขึ้นมาพร้อมกัน กางกรงเล็บสกปรก อ้าปากที่เต็มไปด้วยเนื้อมนุษย์
    “กรี๊ด! กระบำสายลม” บึม! ลมปราณจำนวนมากออกมา ลมปราณนั้นคลุมร่างทั้งสามระยะสามเมตรสีเขียวอ่อน ซอมบี้เงือกที่เข้ามาก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ดินแดนที่เห็นก็คว้าธนูระเบิดลมปราณสีฟ้าออกมา รอบ ๆ ตัวเขาเริ่มปรากฎสายฟ้าวิบวับ
    “ศรสายฟ้า!! ” เปรี๊ยง! บึม…นางเงือกโดนศรสายฟ้าปักเข้าหน้าผากอย่างจัง พร้อมลำแสงสายฟ้าที่ระเบิดช็อตร่าง แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่สามารถฆ่ามันได้ นางเงือกถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว บลูที่เห็นก็กระแทกโล่ลงผิวใบบัว
    “กางเขตแดน!! ” ปัง ซอมบี้จำนวนมากถูกดีดลงน้ำไปสร้างเวลาให้ทั้งสาม
    พรึบ! แต่แล้วพิสก็เห็นฝ่ามือสีดำรอยแตกสีแดงคล้ายภูเขาไฟตรงใบบัวขนาดเล็กอันหนึ่ง ตอนนี้มันกำลังพลิกไพ่สีดำรูปยมทูต ใบหน้าหล่อนก็แข็งค้างทันใด แพล็ง! เขตแดนของบลูถูกทำลายอย่างไม่มีสาเหตุ ชายหนุ่มพ้นเลือดออกมาจำนวนมาก ใบบัวที่ยืนอยู่ราวกับถูกลากลงไปเรื่อย ๆ น้ำของสายธารแห่งหมอกเริ่มทะลักเข้ามากัดกร่อนเท้าทั้งสาม
    กรี๊ด!! อ้าก⁓ ราพิสร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
    “แกตายซะ!! ” หญิงสาวเขวี่ยงดาบใส่ฝ่ามือนั้น พรึบ! คราวนี้มันพลิกไพ่สีทอง บึม! ใบดาบของเธอกระแทกเข้ากับอากาศราวกับมีบางอย่างกั้นพลังโจมตีทั้งหมดของเธอไว้ หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่ออาวุธของเธอแตกสลายพร้อมไพ่ในมือของมันที่สลายหายไปราวกับฝุ่น
    “ดินแดน! บลู! ฆ่ามันซะ…มันเป็นตัวต้นเหตุ!!”
    ชายทั้งสองได้สติหยิบมีดสั้นฟันแขนของตัวเองที่นางเงือกกัดจนขาดสะบั้น บลูกระแทกโล่ลงกับพื้นอีกครั้งดันซอมบี้จนตกน้ำไปแต่อาณาเขตนั้นก็ราวกับถูกบางอย่างรบกวนก็แตกออกเป็นชิ้น ๆ ดินแดนถือคันธนูใช้ปากคาบศร ออร่าของเขาแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าตัว แววตาดินแดนระเบิดความเย็นชาพร้อมการเผาผลาญลมปราณไปทั้งตัวจนบลูและราพิสตกใจไม่ติดว่าอีกฝ่ายจะใจกล้าแบบนี้
    “ศรมังกรอัศนี!!” เปรี้ยง! ก๊าซซ⁓ มังกรสายฟ้าพุ่งใส่ฝ่ามือปีศาจ พลังทำลายล้างทำให้อากาศแทบแหลกสลาย ความแข็งแกร่งของมันแม้แต่ระดับลมปราณที่ 38 ก็ไม่สามารถต่อกรได้ แต่แล้วฝ่ามือนั้นก็ทำในสิ่งที่เหนือกว่า มันกระโดดลงน้ำไปทันที ก๊าซซ!! บึม…มังกรสายฟ้ากระแทกผิวน้ำแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเจาะลงไปได้เพราะสายธารแห่งนี้ไม่รับผลกระทบของลมปราณ 
    ดินแดนตาพร่ามัวล้มลง
    กี๊ส⁓ ไม่ทันตั้งตัว ราพิสก็มองดินแดนถูกนางเงือกลากไปกินในน้ำจนร่างกายแขนขาขาดกระจุย เธอเอามือปิดปากตัวสั่นราวกับเจอนรกบนดิน น้ำของสายธารก็เริ่มเข้ามาเรื่อย ๆ กัดกินนิ้วเท้าของเธอจนขาดแหว่งไป
    “กรี๊ด⁓ทำไม! ทำไม!! ทำไมมีซอมบี้แบบนี้อยู่” ราพิสกุมหัวราวกับสติแตก บลูกางอาณาเขตผลักดันนางเงือกตกน้ำก่อนจะแตะไหล่ราพิสกล่าวเสียงแข็ง
    “หนีไปซะ…” หญิงสาวขมวดคิ้วสงสัยเธอเอาแต่กลัวจนไม่ได้ยินอีกฝ่ายพูด แต่แล้วหล่อนก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อบลูระเบิดลมปราณสีทองกลายเป็นโซ่มัดร่างของไว้ เขาเผาผลาญลมปราณตัวเองจนหมดพร้อมกล้ามเนื้อที่แตกกระจายเป็นเลือดจับร่างราพิสแน่น
    “ไป!!!” บึม~ ชายหนุ่มเหวี่ยงเธอออกไปในกลางอากาศ ภาพที่เธอเห็นคือเพื่อนของเธอกำลังยิ้มอย่างอ่อนแรงก่อนจะถูกฝูงนางเงือกจำนวนมากกัดกินจนอวัยวะขาดกระจุย ศรีษะปลิวกระเด็น แขนขาปลิวว่อนจนสายธารแห่งหมอกเต็มไปด้วยเลือด กรี๊ด!! หญิงสาวเจ็บใจจนต้องร้องออกมา 

    โซ่ลมปราณที่มัดตัวเธอหายไป หล่อนปลิวกระเด็นกระแทกพื้นดัง ปัง! กร็อบ ๆ ๆ ร่างของหล่อนกระดูกหักไม่เหลือชิ้นดีไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่เธอก็สามารถออกจากสายธารแห่งหมอกได้สำเร็จ หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตาย สายตาเริ่มพร่ามัวเหลือไปเห็นแรงกระเพื่อมของน้ำสีใสที่มีเงาฝ่ามืออยู่ใบหน้าเธอก็ฉายความกลัวแต่ไม่ทันได้กรีดร้องราพิสก็สลบไปเสียก่อน