ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 136 ตายสองครั้ง?

            “ทำให้เม็ดทรายรวมตัวกันได้ไม่เลวเลยทีเดียว”

            หลังจากเสิ่นเสวียนส่งเสียงเรียกเสียงของคนผู้นั้นพลันดังขึ้นใกล้ๆ กับมิติแห่งนี้อีกครั้ง

            หากบอกว่าก่อนหน้านี้มีเพียงเสิ่นเสวียนและอีกฝ่ายที่คุยกันอย่างนั้นเสียงของอีกฝ่ายในตอนนี้ก็กำลังคุยกับทุกคน

            เสิ่นเสวียนสีหน้าเรียบเฉยมากทว่าภายในจิตใจกลับลนลานเล็กน้อย

            ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นแล้วพิจารณาจากเสียง พลังของอีกฝ่ายเหนือกว่าขั้นจักรพรรดิขึ้นไปอีก

            พลังยุทธ์เช่นนี้ไม่มีใครในที่นี้เป็นคู่ต่อสู้เขาได้เลย

            “เจ้าจะยอมนอนเฉยๆอยู่แบบนี้หรือ”

            เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งขณะเดียวกันมีลำแสงสายหนึ่งพุ่งจากท้องฟ้าทิศตะวันตกตรงเข้าใส่ร่างของเหลยป้าเทียนที่อยู่บนพื้น

            แล้วเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น

            เหลยป้าเทียนที่กลายเป็นร่างไร้วิญญาณไปแล้วนิ้วมือกลับเคลื่อนไหวได้อีกครั้งหลังจากสัมผัสโดนลำแสงนั้น

            มีชีวิตขึ้นมาแล้ว!

            การเคลื่อนไหวเช่นนี้ทำให้ทุกคนนอกจากเสิ่นเสวียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆด้วยความตกใจ

            “เป็นไปได้อย่างไร”

            “ฟื้นคืนชีพอย่างนั้นหรือ”

            หลายๆคนสบถออกมาด้วยความตกใจ ในสายตาของพวกเขา ตายไปแล้วไม่มีทางฟื้นคืนได้อีกทว่าตอนนี้อีกฝ่ายกลับฟื้นขึ้นมาได้จริงๆ!

            ร่างของเหลยป้าเทียนลุกขึ้นยืนโซเซหน้าอกยังคงมีรูขนาดเท่ากำปั้นเหมือนเดิม แต่มันไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเขาเลย

            หลังจากที่ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวแปลกๆอยู่สองสามครั้ง ใบหน้าเรียบเฉยพลันแสดงสีหน้าอารมณ์ออกมา

            “ข้ายังมีชีวิตอยู่หรือ”

            แม้แต่เขาเองยังประหลาดใจเขาจำได้ว่าตนเองตายไปแล้ว โดนโจมตีทะลุหัวใจ จิตวิญญาณถูกทำลายและนี่คือสิ่งที่เสิ่นเสวียนทำ ทว่าตอนนี้เขาฟื้นคืนกลับมาได้อย่างไร

            แต่หลังจากนั้นเขาก็เข้าใจได้จึงหันไปโค้งกายคารวะทางทิศตะวันตกในทันที

            “ขอบคุณนายท่านที่ช่วยชีวิตขอบคุณนายท่านที่ช่วยชีวิต”

            เขาโค้งกายคารวะจนหัวโขกพื้นเสียงดังก้องแสดงให้เห็นว่าเหลยป้าเทียนในตอนนี้ตื่นเต้นมากเพียงใด

            สามารถมองดูอยู่เบื้องบนและชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนได้คงมีเพียงนายท่านของเขาเท่านั้น

            ทุกคนในที่นี้มองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทว่าไม่รู้จะกล่าวอะไรดี

            ฟื้นคืนชีพแล้ว!

            ฟื้นขึ้นมาแล้วจริงๆ

            ทว่าเสียงเมื่อครู่นี้ไม่ได้ดังขึ้นแล้วคล้ายว่าสถานการณ์ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้อีกครั้ง

            “เสิ่นเสวียนพวกเราคงต้องคิดบัญชีกันให้ดีเสียแล้ว”

            เหลยป้าเทียนลุกขึ้นยืนและเรื่องแรกที่เขาต้องจัดการคือเสิ่นเสวียน

            “อยากตายเป็นครั้งที่สองหรือไร”

            เสิ่นเสวียนถามเสียงเรียบอีกฝ่ายไม่ได้ฟื้นคืนชีพ ทว่าเป็นแสงสาดส่องซึ่งคล้ายกับวิธีการสร้างหุ่นเชิดของเขา

            ที่ไม่เหมือนกันคืออีกฝ่ายสร้างหุ่นเชิดขึ้นมาจากเสี้ยวร่างจิตวิญญาณส่วนเสิ่นเสวียนเข้าควบคุมร่างไร้วิญญาณโดยตรง

            ตอนนี้เขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้วและยังสามารถมีชีวิตได้นานหนึ่งปี หลังจากหนึ่งปีเขาจะแตกสลายกลายเป็นจุณไปทันที

            “ลำพังแค่เจ้ายังคิดสังหารข้าเป็นครั้งที่สองอีกหรือ”

            เหลยป้าเทียนกำมือแน่นพลังระเบิดออกมาจากกำปั้นของเขา พลังเช่นนี้แข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าขั้นราชันระดับสูงสุดเสียอีก

            เขามั่นใจว่าจะสามารถสังหารเสิ่นเสวียนได้

            “น่าเสียดาย”

            เสิ่นเสวียนมองเหลยป้าเทียนในตอนนี้ด้วยความเสียดาย

            เขาเสียดายที่ร่างของอีกฝ่ายถูกดึงพลังออกมามากเกินไปทำแบบนี้แม้ตายไปแล้วคงเอาไปสร้างเป็นหุ่นเชิดไม่ได้อีก

            “รับความตายเสียเถอะ!”

            เหลยป้าเทียนตะโกนออกมาอีกครั้งจากนั้นร่างของเขาก็กระโจนออกไปด้วยความเร็วสูง ทั้งสองคนอยู่ห่างกันราวสองจั้งด้วยความเร็วขนาดนี้มองจากภายนอกจะเห็นเพียงเหลยป้าเทียนกลายเป็นร่างเงาเลือนรางพุ่งเข้าหาเสิ่นเสวียน

            เหลยป้าเทียนมีพลังขนาดนี้ทุกคนต่างคิดว่าเสิ่นเสวียนต้องบาดเจ็บหนักอย่างแน่นอน ทำให้สถานการณ์พลิกผันไป

            ทว่าเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดยิ่งกว่ากลับปรากฏขึ้น

            “ทำลาย!”

            ทุกคนได้ยินเพียงแค่เสียงเย็นยะเยือกดังออกมาจากมิติที่เสิ่นเสวียนยืนอยู่

            ตูม!

            จากนั้นเสียงระเบิดก็ดังก้องออกมาจากมิติรอบๆพวกเขา พร้อมฝุ่นตลบฟุ้งปิดบังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ทั้งหมด

            “หืม?”

            บนท้องฟ้าเสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งด้วยความสงสัย

            เสอฮวาฮวาสี่เซี่ยงรวมไปถึงเริ่นเสี้ยวเทียนและราชามารตะวันตกที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเสิ่นเสวียนหรือกระทั่งราชามารทิศเหนือที่อยู่ข้างๆ เสิ่นเสวียน ต่างสัมผัสได้อย่างชัดเจน

            พลังที่เหลยป้าเทียนแสดงออกมาเมื่อครู่นี้ถึงขั้นจักรพรรดิแล้วอย่างแน่นอน

            แต่พลังเช่นนี้เสิ่นเสวียนกลับเอาชนะได้ด้วยกระบวนท่าเดียว

            พลังขนาดนี้ทำให้ราชามารทิศเหนือรู้สึกหวาดกลัว! เขาคิดมาตลอดว่าเขาคือผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งในหุบเขาสุขาวดีกระทั่งตอนนี้ถึงได้พบว่าพลังที่เสิ่นเสวียนแอบซ่อนไว้แข็งแกร่งกว่าเขามาก

            เมื่อฝุ่นจางลงจึงมองเห็นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

            เสิ่นเสวียนยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมือข้างหนึ่งยังคงขับพิษออกจากร่างของราชามารทิศเหนืออย่างต่อเนื่องส่วนมืออีกข้างหนึ่งยื่นออกไปด้านหน้า

            ร่างของเหลยป้าเทียนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเช่นกันความสูงของเขาไม่ต่างจากเสิ่นเสวียนมากนัก ดวงตาเกือบอยู่ในระดับเดียวกันเขาอ้าปากกว้าง ในแววตาเปี่ยมไปด้วยความไม่เต็มใจส่วนนิ้วมือของเสิ่นเสวียนกำลังชี้อยู่ตรงหน้าผากของเขา

            ตรงที่นิ้วมือสัมผัสโดนหน้าผากกลายเป็นจุดสีแดงอย่างชัดเจน

            ไอพลังที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาของอีกฝ่ายเลือนหายไปจนสิ้นกลายเป็นร่างไร้วิญญาณอีกครั้ง

            “รากฐานดีขนาดนี้น่าเสียดายยิ่งนัก”

            เสิ่นเสวียนมองเหลยป้าเทียนพลางกล่าวพึมพำแม้ร่างของเหลยป้าเทียนยังอยู่แต่กลับโดนทำลายไปแล้ว ไม่อาจใช้สร้างหุ่นเชิดได้อีก

            “ตายอีกแล้วหรือ”

            เริ่นเสี้ยวเทียนถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจ

            “อืมตายแล้ว”

            “เมื่อครู่นี้น่าจะมีพลังขั้นจักรพรรดิแล้วหรือเปล่า!”

            แม้แต่ราชามารตะวันตกยังตะลึงหากบอกว่าสังหารเหลยป้าเทียนตายไปครั้งแรกเสิ่นเสวียนลงมือโดยอีกฝ่ายไม่รู้ตัวอย่างนั้นในการสังหารครั้งที่สองคือพลังอย่างแท้จริง

            หลังออกมาจากสุสานเริ่นเสี้ยวเทียนว่าเปลี่ยนไปแล้ว เสิ่นเสวียนเปลี่ยนแปลงไปยิ่งกว่า

            เปลี่ยนแปลงไปมากจนเขาไม่สามารถเข้าใจได้เปลี่ยนแปลงไปจนเหนือกว่าตนเองแล้ว

            “คนในโลกมนุษย์จัดการเรื่องของโลกมนุษย์คนในโลกวิญญาณจัดการเรื่องของโลกวิญญาณ หยินหยางหมุนวนไปมิอาจย้อนกลับมีเพียงเท่านี้”

            เสิ่นเสวียนเงยหน้ามองท้องฟ้าพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            จากนั้นเปลวเพลิงพลันพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของเขาปกคลุมร่างของเหลยป้าเทียนในพริบตา

            แล้วร่างของเหลยป้าเทียนที่ถูกเปลวเพลิงปกคลุมจึงลุกไหม้ขึ้นมา

            เปลวเพลิงนี้ร้อนแรงมากทำให้ร่างกลายเป็นจุณร่วงหล่นลงไปเบื้องล่างในเวลาไม่กี่ลมหายใจ

            “หยินหยางหมุนวนไปมิย้อนกลับอย่างนั้นหรือเจ้าน่าสนใจยิ่งกว่าที่ข้าคิดไว้มากเลยทีเดียว”

            เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งเหมือนเข้าใจแล้วว่าทำไมเสิ่นเสวียนถึงทำอย่างนี้

            ในความเป็นจริงเสิ่นเสวียนไม่ได้ควบคุมพลังไว้เลยจริงๆทว่าเขาเข้าใจในจุดอ่อนของเคล็ดวิชาลึกลับที่ใช้ควบคุมคนอื่นมากกว่าอีกฝ่ายเท่านั้นเอง

            แม้ทำให้ฟื้นคืนชีพและพลังเพิ่มขึ้นหลายเท่าแต่จุดอ่อนยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน นั่นคือจิตสำนึกในหัวจะว่างเปล่าขอเพียงทำลายทะเลจิตสำนึกไป อีกฝ่ายจะไม่มีอะไรน่ากลัวอีกต่อไป

            เสิ่นเสวียนจับจุดอ่อนของอีกฝ่ายได้จึงเข้าทำลายได้โดยตรงและจุดอ่อนนี้เสิ่นเสวียนคาดเดาว่าเจ้าตัวยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำไม่อย่างนั้นไม่มีทางที่จะไม่ป้องกันอะไรเลยเช่นนี้

            “เลิกเสแสร้งได้แล้วจะทำอะไรก็ทำให้เห็นเลย หลบๆ ซ่อนๆ เช่นนี้ไม่เหนื่อยบ้างหรือ”

            “ได้ตามแต่เจ้าปรารถนา”

            หลังจากเสียงนั้นดังขึ้นทุกอย่างก็เงียบลง

            จากนั้นอีกราวสิบลมหายใจผู้แข็งแกร่งทั้งหลายพลันเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้า

            ขณะนี้บนท้องฟ้ามีร่างเงาเลือนรางปรากฏขึ้นเหนือก้อนเมฆ

            แต่ละคนสวมหมวกเงินเกราะเงินในมือถือหอกเงิน พลังแข็งแกร่งไร้ผู้ใดเทียบ

            นักรบเกราะเงินมากกว่าสามสิบคนยืนอยู่บนก้อนเมฆราวกับเป็นกองทัพจากสวรรค์

            “พระเจ้า! หนิวโถว!”

            เมื่อเห็นคนบนท้องฟ้าเสิ่นเสวียนอดสบถออกมาไม่ได้

            ในสถานการณ์ที่พลังต่างกันไม่มากจึงจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกกดดันได้บ้าง

            แต่อีกฝ่ายเหมือนจะมีพลังแข็งแกร่งกว่าที่แสดงออกมาในตอนแรกทำให้พลังของทั้งสองไม่มีทางเทียบเคียงกันได้เลย

            นักรบเกราะเงินบนท้องฟ้าเหล่านั้นมีพลังยุทธ์เหนือกว่าขั้นราชันไปแล้วและยังมีถึงสามคนที่พลังยุทธ์ถึงขั้นจักรพรรดิไปแล้วด้วย

            พลังเช่นนี้เหนือกว่าทุกคนที่อยู่ตรงนี้อย่างแน่นอน

            “ให้พวกเขาเล่นกับเจ้าไปก่อนเป็นอย่างไร”

            คนผู้นั้นบนท้องฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลก

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน