“ กินเสร็จแล้วเ้าจะไปทำอะไรต่องั้นรึ ? "
ซงหานเทียนถามขึ้นระหว่างที่กำลังจ้องมองหลานชายทานอาหาร อาหารนับสิบจานที่อยู่บนโต๊ะเริ่มหมดลงทีละจาน ๆ ซึ่งเป็ผลงานของชายหนุ่มตรงหน้าเขา ชายชราอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ เพราะโดยปกติแล้ว การที่ซงหยางเทียนจะกินข้าวได้สักจานนั้น มันยากเย็นราวกับวิ่งวนรอบโลก หากเป็เมื่อหลายเดือนก่อน
ในตอนนี้หลานชายเขาต้องกำลังกระดกขวดเหล้าและโอบกอดร่างสาว ๆ แต่ตอนนี้ก็ผ่านมาเป็สัปดาห์แล้วที่เขาฟื้น สิ่งที่ชายหนุ่มทำนั้น มีเพียงแค่ตื่นเช้า ลุกขึ้นมากินข้าว และไปที่ห้องหนังสือ เที่ยงออกมาเอาอาหารและเข้าไปกินในห้องหนังสือต่อ ตกเย็นก็ออกมากินข้าว เสร็จแล้วก็อาบน้ำเข้านอน ทำอย่างนี้มาตลอดสัปดาห์ โดยที่ไม่ยอมออกไปไหนเลย ในใจชายชราก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็ห่วง กลัวว่าหัวของหลานชายที่ได้รับการกระทบกระเทือนมาจะยังไม่หายดี
“ ข้าจะไปที่ห้องหนังสือ ”
“ ห๊ะ ? ”
คำตอบของชายหนุ่มทำเอาชายชราผงะและเพ่งมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความใ นี่มันเื่บ้าอะไรกัน ในตอนแรกนั้นเขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองด้วยซ้ำ จนเมื่อได้ไปเห็นเองกับตา หลานชายที่ไม่เคยสนสิ่งใดนอกจากเที่ยวเล่นไปวัน ๆ บัดนี้ เข้าห้องหนังสือเพื่อศึกษาตำราอยู่ทุกวัน เขาเปลี่ยนไปขนาดนี้ได้ยังไง หรือเพราะเฉียดความตายมาจึงทำให้เขาเปลี่ยนไปขนาดนี้
“ ข้าอิ่มแล้ว ”
กล่าวเสร็จชายหนุ่มก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป ปล่อยให้ชายชรานั่งอยู่ในห้องด้วยความฉงนสงสัย
“ ยังคงพูดห้วน ๆ กับข้าเช่นนี้ เป็หยางเทียนแน่นอน แต่แม้มันจะยังเป็หยางเทียนคนเดิม แต่ข้ารู้สึกได้ถึงความเ็าที่ปล่อยออกมาจากมันจาง ๆ ไหนจะความสงบนั่นอีก คนเราเมื่อฟื้นจากความตายมันสามารถเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยรึ ? ฮึ่มมม ”
“ เดี๋ยวนะ ? ไอเด็กบ้านั่นมันกินอาหารหมดเลย เวรเอ้ย ! ข้ายังไม่ได้กินเลย !! ”
มัวแต่สังเกตท่าทางหลานชายเขาจึงไม่รู้เลยว่าจานอาหารบนโต๊ะนั้นตอนนี้ว่างเปล่าแล้ว
.
.
.
“ อ๊าย !!! ข…ขอโทษเ้าค่ะนายน้อย ข้าเหม่อเลยไม่ทันได้มองทาง ”
ระหว่างที่ซงหยางเทียนกำลังเดินไปที่ห้องหนังสืออยู่นั้น เด็กสาวคนหนึ่งก็ชนเขาเข้าอย่างจัง จนร่างเล็ก ๆ ของนางล้มก้นคะมำลงไปกับพื้น อีกทั้งในมือของนางยังถือถังน้ำอยู่อีกด้วย ทำให้ร่างของทั้งคู่ต้องเปียกปอนเพราะน้ำถังนั้น เด็กสาวที่เห็นว่าคนที่นางชนนั้นคือซงหยางเทียน นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว ถึงกับรีบลุกขึ้นขอโทษและคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้สนอาการาเ็ของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“ นายน้อย ! ได้โปรดเมตาลูกสาวข้าด้วยเถิด ! ”
ไม่ไกลจากนั้นหญิงวัยกลางคนที่ใส่ชุดสาวใช้ก็รีบวิ่งมาคุกเข่าตรงหน้าเขาอย่างร้อนรน พร้อมกับขอร้องเขาด้วยสีหน้าหวั่นเกรง ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที เขาจึงได้พยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์นี้
“ ไม่เป็ไรหรอก เ้าชื่ออะไรรึ ? ”
“ ล…ลั่วเอ๋อเ้าค่ะ ”
ได้ยินที่ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาเด็กสาวก็ตอบกลับไปด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ
“ อื้ม…ลั่วเอ๋อสินะ ลุกขึ้นสิ ”
“ ถ้าปล่อยไว้เอาไว้แบบนี้ ขาของเ้าจะเป็รอยแผลและนั่นจะทำให้เ้าไม่สวย ในอนาคตย่อมยาก หากเ้าจะหาสามี ”
ชายหนุ่มกล่าวอย่างอ่อนโยนพร้อมกับวางมือไปที่ขาของเด็กสาว ก่อนที่แสงสีเขียวจะออกมาจากฝ่ามือของชายหนุ่ม ทำให้โลหิตที่ไหลออกมาจากาแนั้นหยุดลง และเนื้อที่แยกอยู่ก็เริ่มสมานเข้าด้วยกันอย่างน่าทึ่ง จนเด็กสาวอดไม่ได้ที่จะป้องปากด้วยความใ จนเมื่อาแหายสนิท ชายหนุ่มก็เอามือล้วงเข้าไปในเสื้อของตก และหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาและเช็ดคราบโลหิตที่ติดอยู่บริเวณรอบขาของเด็กสาว
“ เอาล่ะเสร็จแล้ว ! ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ ”
ชายหนุ่มลูบหัวเด็กสาวอย่างอ่อนโยนก่อนจะเดินจากไป ทิ้งความตกตะลึงไว้ให้กับสองแม่ลูก จนเมื่อเด็กสาวได้สติแล้วจึงรีบก้มหัวลงและะโขอบคุณเขา แม้ชายหนุ่มจะเดินลับสายตาไปแล้ว โดยที่ทุก ๆ การกระทำของเขานั้นถูกจ้องมองโดยคนลึกลับอยู่ตลอดเวลา
“ ข…ขอบคุณมากเ้าค่ะนายน้อย ”
.
.
.
“ เห้อ~ ไอเด็กนี่มันทำบ้าอะไรไว้บ้างกัน เด็กตัวน้อย ๆ ถึงได้กลัวขนาดนั้น ”
ซงหยางเทียนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเพราะสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ระหว่างที่เดินอยู่นั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้แค่เดินธรรมดา ร่างของเขาอย่าปล่อยไอความร้อนออกมา จนเสื้อผ้าที่เปียกโชกเริ่มระเหยกลายเป็ไอ จนสุดท้ายเสื้อผ้าที่เปียกก็แห้งในที่สุด ซึ่งเป็เวลาเดียวกับที่เขามาถึงห้องหนังสือพอดี
“ ไม่ตามมาแล้ว ? คงไปรายงานตาเฒ่าสินะ ”
ซงหยางเทียนมองไปด้านหลังของตนด้วยสายตาเ็า เขารู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่ามีคนเฝ้ามองเขาอยู่ และเขาก็มั่นใจว่าคน ๆ นั้นเป็คนที่ท่านปู่ส่งมาเพื่อเฝ้าดูเขาแน่ ๆ ซึ่งซงหยางเทียนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรและไม่ได้เปิดเผยความแข็งแกร่งของเขา ที่รักษาเด็กสาวเมื่อครู่นั้นก็เป็เพียงเื่เล็กน้อยซึ่งใคร ๆ ก็ทำได้อยู่แล้ว เพราะงั้นมันจึงไม่ได้มีอะไรน่าสงสัย
“ นี่คงเป็กองสุดท้าย ”
ชายหนุ่มมองไปที่กองหนังสือกองใหญ่ด้วยความเยือกเย็น ั้แ่ที่เขาฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ สิ่งแรกที่เขาทำ คือการหาข้อมูลให้เยอะที่สุด เพราะงั้นทุก ๆ วันเขาจึงสิงตัวเองอยู่แต่ในห้องหนังสือเพื่ออ่านตำรา จนในที่สุดวันนี้ก็จะเป็วันสุดท้ายที่เขาจะมาที่นี่ เพราะตำราที่มากกว่าพันเล่มในห้องนี้ เขาได้อ่านมันทั้งหมดแล้ว
.
.
.
“ ที่เ้า้าจะบอกข้าคือ หลานชายของข้าไม่เพียงแต่จะไม่ทุบตีสองคนนั้นแล้ว ยังรักษาาแให้เด็กคนนั้นด้วยพลังปราณอีกงั้นรึ ? ”
“ ขอรับ ! ”
แม่ทัพซงยืนอยู่ในห้องทำงานโดยที่หันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง ด้านหลังเขานั้นคือชายชุดดำที่ปกปิดใบหน้านั่งคุกเข่าอยู่ ชายชราลูบเคราตนเองอย่างครุ่นคิดก่อนที่จะมองไปยังทิศทางของห้องหนังสือและยกยิ้ม
“ หลานข้าคงโตขึ้นแล้วสินะ ! ”
……จบตอน